เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 29 : การทดสอบเข้าสำนักสวรรค์เร้นลับ

    เจียงเฉินลืมตาขึ้นทันทีที่เขาตื่นเจียงเฉินก็สำรวจร่างกายของตัวเองอย่างรีบร้อนเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติ เจียงเฉินไม่พบสิ่งผิดปกติภายในร่างกายของเขา แต่เขากลับผบว่าขอบเขตจิตวิญญาณของเจียงเฉินขยายใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่าแต่ระดับการบ่มเพาะของเขากลับเพิ่มขึ้นเพียงนิดหน่อยเท่านั้นทำให้เจียงเฉินรู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง 



    ''หรือว่ามันเป็นเพราะของเหลวสีครามนั่น''



    เจียงเฉินคิดกับตัวเอง หลังจากสำรวจแล้วว่าตัวเองนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเขาก็เตรียมจะลุกขึ้นและกลับออกไปโลกภายนอกเพราะตัวของเจียงเฉินนั้นไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ และโลกภายนอกจะผ่านไปกี่วันแล้ว



    เจียงเฉินลุกขึ้นและรู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างของเขาเปลี่ยนไป รอบข้างของเจียงเฉินจากที่เคยเป็นหิมะขาวโพลนตอนนี้กลายเป็นพื้นน้ำแข็งที่กว้างใหญ่ไปเสียแล้วทำให้เจียงเฉินรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก



    ''สภาพรอบข้างของข้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้ยังไง ? หรือเป็นเพราะพลังของหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ ?''



    ตัวของเจียงเฉินสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาเองและนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพรอบข้างของเขาเปลี่ยนไป เจียงเฉินตัดสินใจจะไม่ลงจากภูเขาหิมะไปในตอนนี้เพราะเขาต้องการที่จะควบคุมพลังของหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ให้ได้เสียก่อน เจียงเฉินนั่งหลับตาโคจรพลังของหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ พร้อมกับพยายามควบคุมมันให้ได้ดั่งใจ



    หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้เจียงเฉินสามารถควบคุมพลังของหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ได้ดั่งใจแล้ว แต่ถึงอย่างงั้นเจียงเฉินก็รับรู้ถึงความสามารถของมันเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้นเจียงเฉินคิดว่าหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ยังคงมีความลับซ้อนไว้อยู่อีกมาก



    หลังจากที่เจียงเฉินฝึกการควบคุมหัวใจแห่งจักรพรรดิมาหนึ่งปีเจียงเฉินก็ได้รู้ว่า หัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์ กับหัวใจแห่งพฤกษานั้นแตกต่างกันอย่างมากหัวใจแห่งจักรพรรดินิรันดิ์นั้นเป็นเหมือนกับสื่อกลางที่ไว้ใช้สืบทอดสติปัญญา สายเลือดและเทคนิคการบ่มเพาะหรือทักษะยุทธิ์แต่หัวใจแห่งพฤกษานั้นเปรียบเสมือนโลกใบเล็กใบหนึ่งเลยทีเดียว



    เจียงเฉินหมกตัวอยู่ภายในดินแดนพฤกษาอยู่ตลอดเวลาเพื่อฝึกฝนเตรียมพร้อมกับสำหรับการทดสอบเข้าสำนัก เพราะถ้าหากเจียงเฉินนั้นสามารถเข้าสู่สำนักสวรรค์เร้นลับได้เส้นทางการบ่มเพาะของเขาจะง่ายขึ้นอีกเล็กน้อย



    .........................................



    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันที่ทางสำนักสวรรค์เร้นลับเปิดการทดสอบ เจียงเฉินออกจากที่พักและก็ต้องตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าคนในนครเร้นลับจะมากมายขนาดนี้และส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นผู้บ่มเพาะที่อยู่ในขั้นแรกเริ่ม หรือก่อตั้ง 



    เจียงเฉินสวมชุดคลุมและเดินตรงไปยังสนามผู้สมัครเข้าร่วมทดสอบระหว่างทางเจียงเฉินก็พบเจอผู้บ่มเพาะมากมายทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่ง และยังพบเหล่าเศรษฐีหรือผู้มั่งคั่งมากมายอีกด้วยเจียงเฉินคาดว่าคงจะมีผู้คนมากมายจากทั่วทั้งทวีปแห่กันมา ณ ที่แห่งนี้เพื่อเข้าร่วมทดสอบ



    ในที่สุดเจียงเฉินก็เดินมาถึงสนามทดสอบเจียงเฉินตกใจเล็กน้อยที่พบเห็นผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อลงทะเบียน เจียงเฉินไม่ได้สนใจที่จะต่อแถวอันยาวเหยียดพวกนี้ให้เสียเวลาเพราะเขานั้นมีป้ายพิจราณาจากผู้อาวุโสของสำนัก เจียงเฉินจึงเดินฝ่าผู้คนไปที่โต๊ะลงทะเบียนทันที



    เมื่อมาถึงหน้าโต๊ะลงทะเบียนเจียงเฉินก็พบเจอผู้คนนับสิบกำลังยืนลงทะเบียนกันอยู่ เจียงเฉินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาผู้อาวุโสที่รับลงทะเบียนที่ว่าง จนในที่สุดเจียงเฉินก็พบเจอกับชายชราคนหนึ่งยืนอยู่เจียงเฉินจึงเดินเข้าไปหาทันที



    แต่ในขณะที่เจียงเฉินกำลังจะพูดคุยกับผู้อาวุโสชราคนนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเขา



    ''ถอยไปเจ้าบ้านนอก !''



    เจียงเฉินที่ได้ยินหันกลับไปก็พบกับชายหนุ่มท่าทางหยิ่งยโสในชุดคลุมสีม่วงทองกำลังเดินมาทางเขา เจียงเฉินมองชายหนุ่มคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเลิกสนใจและหัวกลับไปคุยกับผู้อาวุโสชราคนนั้น



    ''ผู้อาวุโสข้ามาเพื่อ....''



    แต่ยังไม่ทันที่เจียงเฉินจะพบจบชายหนุ่มคนนั้นก็พูดขัดขึ้นมา พร้อมกับเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของผู้อาวุโสชราคนนั้น



    ''ถอยไปเจ้าบ้านนอก ! ผู้อาวุโสข้ามาเพื่อสมัครลงทะเบียนเข้าสู่สำนัก''



    เจียงเฉินเมื่อได้ยินก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะปล่อยแรงอดดันใส่ชายหนุ่มคนนั้น ทันใดนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ทรุดลงกับพื้นทันทีพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือกพร้อมกับจ้องมองไปทางเจียงเฉินส่วนเจียงเฉินก็มองชายหนุ่มด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับหยิดป้ายพิจารณาออกมาพร้อมกับพูดขึ้น



    ''ผู้อาวุโสข้ามาเพื่อเข้ารับการทดสอบ''



    ผู้อาวุโสชราเห็นป้ายพิจารณาก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น



    ''เป็นเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยมนักอายุเพียงแค่นี้แต่ได้รับป้ายพิจารณา เช่นนั้นก็ตามข้ามา''



    ''ขอรับผู้อาวุโส''



    เจียงเฉินเดินตามผู้อาวุโสชราไปก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มที่นอนกองอยู่กับพื้น



    ''จะไปไหนมาไหนหัดพกความนอบน้อมมากับตัวเจ้าด้วย''


    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรกลืนตะวัน ที่คุณอ่าน