ตอนที่ 186
“เอาอย่างไรดีคะนี่ก็วันที่สามแล้ว” ซาช่าถามชีน่า
“ใจเย็นๆซาช่าคุณสตีฟบอกเอาไว้ว่าจะกลับมาในหนึ่งสัปดาห์นี่พึ่งจะผ่านไปสามวันเองฉันเชื่อนะว่าคุณสตีฟต้องดูแลเด็กๆพวกนั้นได้” ชีน่าบอกให้เด็กสาวใจเย็นตอนนั้นเองชีน่าก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
“หือนั่นมันเรือหรือเปล่า” ชีน่าไม่แน่ใจก่อนจะรีบหยิบกล้องส่องทางไกลออกมา
“เรือจริงๆด้วย !!” ชีน่าอุทานเบาๆ
“เรือเหรอคะ” ซาช่าถาม
“อืม...ลองดูสิสงสัยเป็นคุณสตีฟล่ะมั้ง” ชีน่าพยักหน้าก่อนจะส่งกล้องให้เธอ
“เป็นเรือยอร์ชขนาดใหญ่นี่คะ มันไม่น่าจะมีใครกล้าล่องเรือได้ในยุคนี้ คงเป็นคุณลุงนั่นล่ะค่ะ” ซาช่าพูด
“อืม...อยู่นี่ก่อนนะฉันจะไปดูหน่อย” ชีน่าหันมาบอกก่อนจะใช้สกิลประตูมิติของเธอเปิดประตูมิติไปโผล่ที่เรือนั่นทันที
วู่บ !! ตุ่บ !! ชีน่าปรากฎตัวขึ้นที่ดาดฟ้าของเรือยอร์ชและเมื่อเธอปรากฎตัวขึ้นเธอก็ได้ยินเสียงของสองแฝดเจ้าปัญหาทันที
“คุณป้าราชีนีฟังนะ คุณลุงน่ะสุดยอดมากเลยทำอาหารก็เก่ง ต่อสู้ก็สุดยอด ตามใจพวกหนูแทบทู๊กอย่าง !!!” เสียงไอวี่กำลังขิงสตีฟให้ราชีนีเงือกฟังอยู่
“ยะ ยะ อย่างนั้นเหรอจ๊ะท่านสตีฟช่างเป็นบุคคลที่น่านับถือจริงๆเลย” ราชีนีเงือกที่ฟังอยู่ก็ได้แต่เออออตามเด็กเผ่ามนุษย์ที่หน้าตาเหมือนบุตรสาวเธอไปมีหลายเรื่องที่เธอไม่เข้าใจแต่ดูเหมือนว่าเด็กแฝดสองคนนี้กำลังเล่าความสุดยอดของชายเผ่ามนุษย์ที่ชื่อสตีฟให้ฟังอยู่นั่นเอง
“สัตว์กลายพันธ์มีสติปัญญา แถมเลเวลยังมากตั้งขนาดนี้ !!” เสียงชีน่าอุทานออกมาเบาๆทำให้สองแฝดและราชีนีเงือกหันไปสนใจเสียงปริศนานี้ทันที
“อ๊ะคุณชีน่า !!x2” สองแฝดอุทานออกมาพลางหลั่งเหงื่อเย็นหลังจากเห็นชีน่าจ้องมาที่พวกเธอ
ชีน่ามองดูเงือกทั้งสี่นี่นอนอยู่ในสระแล้วประเมินสถานการณ์
ดูเหมือนเงือกพวกนี้จะบาดเจ็บราชีนีเงือกที่เลเวลเกือบห้าร้อย กับลูกสาวที่เป็นองค์หญิงสองคนที่เลเวลเกือบสี่ร้อย แล้วนั่นคงเป็นราชาเงือกสินะแต่ตัวซีดขนาดนั้นอาการโคม่าแล้วนี่นาแล้วในมือของไอรี่นั่นหอกเล่มใหม่งั้นเหรอ ชีน่าคิดอยู่ในใจพลางกวาดสายตาหาสตีฟ
“เล่าสถานการณ์มาซิมันเกิดอะไรขึ้นแล้วคุณสตีฟอยู่ไหนส่วนเรื่องที่พวกเธอแอบตามคุณสตีฟไปเอาไว้ค่อยคิดบัญชี” ชีน่าถามพลางเห็นแอนนานอนหลับอยู่ที่เตียงข้างสระน้ำซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล
“คือแบบนี้ค่ะ..........” สองแฝดรีบลุกขึ้นมาอธิบายให้ชีน่าฟังโดยมีสายตาของราชีนีเงือกมองมาด้วยความฉงน
“เอาล่ะพอจะเข้าใจคร่าวๆแล้ว สรุปให้ช่วยเงือกพวกนี้สินะ” ชีน่าพยักหน้าตอนนั้นเองแอนนาก็ตื่นขึ้นมา
“อืม....อ๊ะคุณชีน่า” แอนนาอุทานออกมาหลังจากเห็นชีน่ายืนอยู่
“ไงตื่นแล้วเหรอไหนว่าจะเลิกนิสัยแอบออกไปโดยไม่ขออนุญาติแล้วไงล่ะ” ชีน่าถามเธอ
“หนูขอโทษค่ะหนูแค่อยากอยู่กับคุณลุงบ้าง” แอนนาขอโทษก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสตีฟฝากบางอย่างเอาไว้ให้เธอรีบหยิบมันออกมาก่อนจะเอาไปให้ชีน่าทันที
“จดหมายงั้นเหรอ” ชีน่ามองดูสิ่งที่แอนนาส่งมาให้ก่อนจะคลี่ออกดู
“อย่างนี้นี่เองคนๆนั้นคือราชาเงือกสาหัสเพราะเสียเลือดมากสินะ ส่วนสองคนนั้นบาดเจ็บเพราะโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตฝากรักษาให้ด้วยงั้นเหรอเห็นฉันเป็นหมอหรือไงคะคุณสตีฟแต่ให้ช่วยรักษาเพื่อการฑูตงั้นเหรอความคิดไม่เลวเลยนะคะ” ชีน่าบ่นออกมาพลางถอนหายใจเบาๆแต่ก็ยอมรับเนื้อหาในจดหมายที่สตีฟอธิบายว่าทำไมอยากให้ช่วยในจดหมายบอกว่าอยากให้มนุษย์และเผ่าเงือกเป็นมิตรที่ดีต่อกันนั่นเอง
แปะๆ ชีน่าปรบมือเรียกความสนใจจากทุกคน
“เอาล่ะเด็กๆไปเก็บของเราจะพาเงือกพวกนี้ไปรักษากัน ส่วนพวกคุณฉันจัดการช่วยอย่างสุดความสามารถ” ชีน่าพูดก่อนจะหันมาบอกราชีนีเงือก ส่วนเด็กๆทั้งสามคนนั้นก็รีบไปเก็บของให้เรียบร้อย
“ว่าแต่ท่านบอกว่ารักษางั้นหรือแสดงว่าท่านพี่ของข้าจะรอดงั้นสินะ” ราชีนีเงือกพูด
“ก็ยังไม่แน่ใจเพราะไม่รู้ว่าราชาเงือกเลือดกรุ๊ปอ่ะไร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเลือดของคุณกรุ๊ปอะไรแต่ถ้าเลือดของคุณใช้ไม่ได้จริงๆน่าจะใช้จากลูกสาวของเขาทั้งสองได้อยู่” ชีน่ามองไปที่องค์หญิงเงือกทั้งสองที่ยังนอนอยู่ในสระและยังไม่ฟื้นสติขึ้นมา
“คุณชีน่าคะเรียบร้อยแล้วค่ะ x3” เด็กๆทั้งสามคนวิ่งมาบอกชีน่าหลังจากเก็บของเสร็จซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรมากเลยนอกจากชุดว่ายน้ำและพวกขนมที่พวกเธอเอาออกมานั่งกินระหว่างรอล่องเรือมาจนถึงชายฝั่ง
“อืม...ถ้าอย่างนั้นจะไปส่งที่ชายฝั่ง” ชีน่าพยักหน้าพลางเปิดประตูมิติขึ้นมาให้เด็กๆทั้งสามคนเข้าไป
วู่บ !! เมื่อเด็กๆทั้งสามคนผ่านประตูมิติเข้าไปแล้วเธอก็โผล่หน้าเข้าไปในประตูมิติทันที
“ซาช่าฝากอบรมเด็กๆพวกนี้ด้วยเอาให้หนักเลยนะไว้เสร็จธุระแล้วจะมาจัดการอีกที” ชีน่าพูด
“ค่ะ” ซาช่ารับปากพลางมองสองแฝดและแอนนาที่มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะพวกเธอไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง
หลังจากฝากฝังเรื่องให้ซาช่าจัดการเด็กๆพวกนั้นแล้วชีน่าก็เปิดประตูมิติขึ้นอีกรอบแต่จุดหมายปลายทางครั้งนี้คือทำเนียบขาวที่วอชิงตัน
วู่บ !! ประตูมิติบานใหม่ปรากฎขึ้นมาทันทีถามว่าทำได้ยังไงน่ะเหรอทั้งๆที่ระยะทางห่างไกลกันคนละรัฐแบบนี้ นั่นก็เพราะสกิลของเธอเลเวลมันพัฒนาขึ้นมามากยังไงล่ะ เวลาหลายเดือนมานี้เธอตั้งใจพัฒนาสกิลของเธอมาตลอดจนในที่สุดสกิลของเธอก็พัฒนาไปอีกขั้น
ทำเนียบขาว
ณ ห้องทำงานส่วนตัวของชีน่าที่ทำเนียบขาวที่ห้องนี้นั้นมีลวดลายบางอย่างถูกวาดลงบนพื้น
วู่บ !! ตอนนั้นเองจู่ๆก็มีประตูมิติถูกเปิดขึ้นเหนือลวดลายที่ถูกวาดบนพื้นนั่น
ตึก !! ตึก !! ร่างของชีน่าโผล่ออกมาจากประตูมิติเธอมองดูลวดลายที่อยู่บนพื้นก่อนจะยิ้มออกมาสกิลประตูมิติของเธอนั้นพัฒนาขึ้นแล้วตอนนี้ระยะทางไม่เป็นปัญหาอีกแล้วเพียงแค่สร้างจุดมาร์กเอาไว้เพียงเท่านี้เธอก็จะสามารถเปิดประตูมิติมาที่จุดมาร์กได้ทันทีไม่ว่าระยะทางจะไกลเท่าไหร่ แต่น่าเสียดายตอนนี้สกิลของเธอสร้างจุดมาร์กได้เพียงหนึ่งจุดเท่านั้นเธอคิดว่าถ้าสกิลของเธอเลเวลอัพไปมากกว่านี้จุดมาร์กอาจจะสร้างได้มากกว่านี้
ไม่รอช้าชีน่ารีบออกจากห้องไปก่อนจะตรงไปที่ห้องของอิจิยะ
ปัง !! ชีน่าเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะหรืออะไรทั้งสิ้น
“หือชีน่าเหรอทำไมถึงไม่เคาะประตูล่ะปกติเธอไม่ใช่คนเปิดประตูพรวดเข้ามาแบบนี้นี่นา” อิจิยะที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถามหลังจากเห็นใครเข้ามา
“อิจิยะตามหมอที่ไว้ใจได้มาด่วนภายในห้านาที นี่เรื่องฉุกเฉินส่วนนายต้องไปกับฉันด้วยฉันไม่กล้าตัดสินใจในที่จะเกิดหลังจากนี้” ชีน่าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ได้เข้าใจแล้ว !!!” อิจิยะพยักหน้าก่อนจะหยิบมือถือออกมาโทรหาใครบางคนทันที
กลับมาที่สตีฟ
ผัวะ !! ตู้ม !! สตีฟฟาดมือลงไปเบาๆที่สันจมูกของจรเข้ตัวหนึ่งมันตายลงทันทีที่สตีฟฟาดมือลงไป
“ชิ !! ยังหนักมือไปอีกเหรอ” สตีฟสบถออกมาพลางมองดูร่างของเจ้าจรเข้าที่พึ่งจะจัดการไปเพราะผิวหนังของมันแตกเป็นลายไปหมดจากการลงมือของเขา
ด้านหลังสตีฟนั้นมีซากจรเข้กว่าสามสิบตัวที่สภาพไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่
“พะ พะ พวกเราหนีเร็วศัตรูแข็งแกร่งเกินไป !!” จรเข้ตัวหนึ่งตะโกนบอกพรรคพวกเพราะเพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีพวกมันก็โดนจัดการไปเกือบครึ่งแล้วแถมยังไม่สามารถทำให้ศัตรูตรงหน้าบาดเจ็บได้อีกด้วยไม่ว่าจะใช้หางฟาด หรือขย้ำด้วยกรามอันแข็งแรงซึ่งไม่มีอะไรสามารถทำให้ศัตรูตรงหน้าเกิดบาดแผลได้เลย
“เฮ้ยคิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป คิดว่ามันง่ายงั้นเชียว” สตีฟพูดหลังจากได้ยินว่าพวกมันจะหนีแต่แน่นอนพวกจรเข้มันไม่ฟังสตีฟสักนิดมันเริ่มหันหลังหนีกันแล้ว
เอาไงดีฟระมันหนีแล้วยังกะแรงซัดพวกมันไม่ให้หนังเสียหายไม่ถูกเลย นี่เพราะเราเลเวลขึ้นแบบพรวดพราดเกินไปสินะ สตีฟคิดในใจเนื่องจากเวลาแค่ไม่กี่วันทำเอาเลเวลเขาขึ้นมาอยู่ที่ 360 ทำให้เขายังควบคุมแรงจากค่าสถานะที่ขึ้นมามากมายไม่ได้
“เอาวะลองใช้มีดดูแล้วกัน” สตีฟตัดสินใจหยิบมีดครัวออกมาเพราะเขาคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นการแทงให้มันตายแทนน่าจะควบคุมความเสียหายได้ดีกว่าเขาจ้องไปที่พวกมันที่กำลังหนีตัวหนึ่งตอนนั้นเองก็เกิดอะไรบางอย่างแปลกกับภาพที่เขาเห็น
“หือนี่มันอะไรกัน !!” สตีฟอุทานออกมาเพราะภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือภาพของจรเข้ที่ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ เหมือนกับภาพของตัวต่อ
“นี่มันอะไรกันทำไมเราถึงเห็นภาพพวกนี้ล่ะ แล้วทำไมเราถึงเข้าใจว่าถ้ากรีดตรงนั้นจะเป็นส่วนไหนล่ะ อ๊ะนี่ถ้าเรากรีดแบบนี้จะสามารถเลาะหนังออกมาได้งั้นเหรอ” สตีฟไม่เข้าใจกับภาพตรงหน้าทำไมเขาถึงเข้าใจสรีระร่างกายของเจ้าจรเข้าน้ำเค็มตัวนี้ล่ะ
“ลองกรีดดูดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะพุ่งเข้าใส่เจ้าจรเข้ตัวนั้นและตวัดมีดทันที
ฉัวะ !! สตีฟตวัดมีดใส่ร่างของมัน
ตึง !! ตึง !! ตึง !! เจ้าจรเข้น้ำเค็มตัวที่สตีฟตวัดมีดใส่วิ่งต่อไปอีกไม่กี่ก้าวแต่ทว่าจู่ๆมันก็หยุดวิ่งก่อนจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นทีร่างของมัน
ฟุ่บ !! หนังของมันหลุดออกมาจากร่างเผยให้เห็นเนื้อด้านในสีชมพูสดมันใสๆคล้ายกับเนื้อไก่
“นี่มัน !!!” สตีฟอุทานออกมาพลางมองดูหนังจรเข้ที่หลุดออกมาจากร่างของมัน
หนังหลุดออกมายังกับบอดี้สูทนี่มันเกิดอะไรขึ้นตรูทำอะไรลงไป แล้วนั่นมันตายแล้วนี่นาบ้าน่าตรูทำได้ไงฟระ สตีฟไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่จู่ๆเขาก็ยิ้มออกมาพลางหัวเราะ
“หึหึ !! ถึงจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้วตรูทำได้ไงแต่ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ตรูไม่กลัวหนังมันเสียหายอีกแล้ว” สตีฟยิ้มออกมาพลางกระชับมีดในมือและมองเป้าหมายตัวต่อไปทันที
ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! เสียงสตีฟจัดการจรเข้ตัวแล้วตัวเล่าจนในที่สุดฝูงทหารจรเข้น้ำเค็มที่เหลือรอดทั้งหมดก็ถูกสตีฟจัดการจนหมดภายในไม่ถึงนาทีไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเลือด มีเพียงหนังและร่างเปลือยเปล่าของจรเข้าที่กองเอาไว้ที่พื้น
สตีฟเก็บมีดเข้ากระเป๋าก่อนจะเดินไปดูหนังจรเข้ผืนหนึ่งที่กองอยู่กับพื้นสตีฟหยิบมันขึ้นมาดู
“ไม่มีรอยกรีดเลยแฮะ นี่ตรูทำได้ไง” สตีฟหยิบมันขึ้นมาดูแต่ก็ยังไม่เข้าใจเขาลองเปิดค่าสถานะตัวเองขึ้นมาดู
หน้าต่างชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 362อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 30ฉายา : สุดยอดพ่อบ้านRank : SSSสถานะความแข็งแกร่ง 755ความเร็ว 643พลังกาย 552 ความฉลาด 68 โชค 18
“อืมขึ้นมาสองเลเวลงั้นเหรอไม่เลวๆ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะดูสกิลไปเรื่อยๆและเมื่อดูมาถึงรายละเอียดสกิลของเขาก็ต้องตกใจจนอุทานออกมา
“เฮ้ยทำไมสกิลตรูเป็นงี้ฟระ !!” สตีฟอุทานอย่างตกใจหลังจาเห็นว่าสกิลของเขามีอะไรบางอย่างแปลกไป
จบ...