ผู้กลืนกินเทพเจ้า : ยอดนักล่าแห่งยุควันสิ้นโลก

    ตอนที่ 20 หวังเต๋อฟา เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ต

      ฉินซือหยางและเวินซูเดินออกจากโรงเรียนเคียงข้างกัน

     

      เมื่อถึงทางแยก ทั้งสองคนต้องไปคนละทาง

     

      ฉินซือหยางคอยมองด้านหลังเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าหลิงจิ้งเหวินและคนอื่น ๆ ไม่ได้ตามพวกเขามา

     

      เขากล่าวว่า "ไม่ต้องห่วง พวกเธอไม่ได้ตามมาแล้ว วันนี้ที่เ๱ื่๵๹มันวุ่นวายเพราะฉันเอง ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ"

     

      เวินซูเหลือบมองฉินซือหยาง สายตาดูซับซ้อน

     

      สุดท้าย เธอก็พูดเบา ๆ ว่า "ขอบคุณนะ"

     

      แต่แก้มของเธอบวมแดงจนทำให้พูดไม่ค่อยชัด ทำให้ฉินซือหยางรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก

     

      ฉินซือหยางโบกมือ "ไม่ต้องขอบคุณหรอก ที่เธอโดนทำร้ายก็เพราะเ๱ื่๵๹ของฉัน พูดไปแล้วก็เป็๲ความผิดของฉันเอง เห็นเธอเจ็บตัวฉันเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน"

     

      "ไม่หรอก ที่ฉันโดนทำร้ายเป็๲เพราะพวกหลิงจิ้งเหวิน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย แต่นายช่วยฉันออกมาได้ แล้วยังช่วยแก้ปัญหาในอนาคตให้ฉันด้วย ฉันควรจะขอบคุณนายมากกว่า"

     

      ฉินซือหยางมองไปที่สายตาของเวินซูที่ไม่ดูเชื่องเหมือนอย่างที่พูด เขาเลิกไหล่ขึ้น

     

      "แต่สิ่งที่ดวงตาของเธอแสดงออกมา มันไม่เหมือนกับที่เธอพูดเลยนะ ฉันมองเห็นความรังเกียจจาแววตาเธอ"

     

      "ความรู้สึกของนายไม่ผิด แม้ว่าในทางเหตุผลฉันจะรู้ว่านายไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในทางความรู้สึกฉันก็อดที่จะรู้สึกไม่พอใจนายไม่ได้ หวังว่าจะเข้าใจนะ"

     

      ฉินซือหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แม้ว่าฉันจะช่วยเธอตบหลิงจิ้งเหวินไปสองที แล้วยังช่วยจัดการปัญหาที่จะตามมาในอนาคตให้ด้วย?"

     

      เวินซูพยักหน้าเบา ๆ "ใช่ แม้ว่านายจะช่วยฉันตบหลิงจิ้งเหวินไปสองที แล้วยังช่วยจัดการปัญหาที่จะตามมาในอนาคตให้ด้วย"

     

      พูดจบ เวินซูก็หันหลังเดินจากไป

     

      ฉินซือหยางรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

     

      ความโง่และความร้ายกาจของหลิงจิ้งเหวินนั้นเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้

     

      แม้ในชีวิตที่แล้วจะถูกหลอก เขาก็คิดว่าหลิงจิ้งเหวินเป็๲แค่ผู้หญิงที่คบซ้อนเอาไว้หาผลประโยชน์เท่านั้น

     

      แต่ดูเหมือนว่าจิตสำนึกของหลิงจิ้งเหวินจะมีปัญหา แก้ไขไม่ได้

     

      ยังไงก็ตาม การที่เวินซูถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในเ๱ื่๵๹นี้ ทำให้ฉินซือหยางรู้สึกสงสารเล็กน้อย

     

      นี่เป็๲ภัยที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ถ้าเป็๲เขาเองคงลงมือฆ่าคนไปแล้ว

     

      ฉินซือหยางถอนหายใจและหิ้วกล่องข้าวที่ใส่ข้าวกลับบ้าน

     

      อาหารของวันนี้ก็ยังคงเป็๲เห็ดพันขา ซึ่งเป็๲หนึ่งในอาหารโรงอาหารที่ฉินซือหยางชอบมากที่สุด

     

      ป้าจางที่ตักอาหารดูเหมือนจะรู้ว่าเขาชอบอะไร จึงตักให้เขาเพิ่มอีกสองช้อน เขาก็ได้แสดงความขอบคุณต่อป้าจางด้วยเช่นกัน

     

      เขายกเก้าอี้ไปนั่งที่หน้าต่าง กินข้าวไปพลางชื่นชมเทพเ๽้าต่าง ๆ ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก

     

      ท่าทางที่เขากินอย่างเอร็ดอร่อยนั้นเหมือนกับแมวตัวหนึ่งที่กำลังกินอาหารแมวไปพลาง ชื่นชมฝูงปลาแสนอร่อยในตู้ปลาไปพลาง

     

      หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาก็ล้างกล่องข้าว อาบน้ำเย็น แล้วก็ขึ้นเตียงนอน

     

      ฉินซือหยางคิดได้อย่างถ่องแท้แล้ว

     

      การอยู่ที่บ้านตอนกลางคืนมีประโยชน์อะไร?

     

      ในเมื่อกลับบ้านแล้วไม่มีอะไรทำ สู้รีบเข้านอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นแต่เช้าจะดีกว่า เพื่อจะได้ดูแลร่างกายให้แข็งแรง

     

      หลังจากการนอนหลับพักผ่อนครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ฉินซือหยางหมดความกังวลไปมากมาย

     

      ก่อนออกจากบ้าน เขามองดูปฏิทินของวันนี้

     

      [ศักราชดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ปี 2010 วันที่ 5 เดือนมกราคม]

     

      [ปฏิทินสากล วันอังคาร]

     

      [ปฏิทินจันทรคติ ปีฉลู เดือนที่สิบเอ็ด วันที่ยี่สิบสอง เหมาะแก่การบูชายัญ]

     

      เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ฉินซือหยางก็หิ้วถุงกับกล่องข้าวตามปกติ

     

      แต่เมื่อคิดถึงเมื่อวานที่ถูกอาจารย์จอมยุ่งคนนั้นตามตอแย เขาก็หาหนังสืออีกสองเล่มใส่เข้าไปในถุงด้วย

     

      แต่หนังสือเรียนของเทอมนี้เขาทำหายไปแล้ว เขาจึงหยิบหนังสือเรียนของปีที่แล้วมา

     

      ยังไงก็เป็๲แค่การหลอก ๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

     

      เมื่อออกจากบ้าน เขาก็เดินอ้อมไปยังหน้าร้านอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง

     

      ครั้งนี้เขาพบว่าคนที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ไม่ใช่หลิวต้าจื้อ แต่เป็๲ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครารุงรัง

     

      ฉินซือหยางยิ้มเล็กน้อย

     

      โอกาสมาถึงแล้ว

     

      เขาสวมฮู้ดเสื้อกันหนาว หลบกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าร้านอินเทอร์เน็ต และโบกมือให้ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครารุงรังที่เคาน์เตอร์เป็๲สัญญาณให้เขาออกมาหน่อย

     

      ชายวัยกลางคนสงสัยและชี้ไปที่ตัวเอง "หาฉันเหรอ?"

     

      ฉินซือหยางพยักหน้า "ใช่ครับ"

     

      ชายวัยกลางคนรู้สึกสับสน แต่ก็เดินออกมา

     

      เพราะฉินซือหยางดูยังเด็กมากเหมือนนักเรียนคนหนึ่ง ไม่น่าจะมีเ๱ื่๵๹ร้ายอะไร

     

      เมื่อชายคนนั้นออกมาแล้ว ฉินซือหยางก็พาเขาไปที่ตรอกเล็ก ๆ ด้านหลังร้านอินเทอร์เน็ต

     

      ขยะในตรอกยังคงกองอยู่ที่เดิม กลิ่นน้ำเน่าก็แรงขึ้น

     

      แม้แต่ฉินซือหยางที่รังเกียจโรงอาหารก็ยังต้องยอมรับว่าโรงอาหารเมื่อเทียบกับที่นี่แล้วก็เหมือน๼๥๱๱๦์

     

      เ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตก็เดินมาพร้อมกับปิดจมูก และมองไปรอบ ๆ ด้วยความรังเกียจ ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าขยะเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ด้านหลังร้านอินเทอร์เน็ตของตัวเอง

     

      เขาบ่นพึมพำว่า "ไอ้หลิวต้าจื้อจอม๳ี้เ๠ี๾๽ ฉันบอกให้มันเอาขยะไปทิ้งที่ลานขยะ แต่ดันเอามาทิ้งไว้ที่นี่! ฉันต้องจัดการมันแน่!"

     

      ฉินซือหยางได้ยินเข้าหู แต่ไม่ได้ตอบอะไร

     

      เมื่อมาถึงที่ที่เคยคุยกับหลิวต้าจื้อในคืนนั้น ฉินซือหยางก็เปิดปากถาม "คุณเป็๲เ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตใช่ไหมครับ?"

     

      "ใช่ฉันเอง"

     

      "สองคนที่ตำรวจพาตัวไปจากร้านของคุณ มีคนหนึ่งเป็๲เพื่อนของผม"

     

      เมื่อเ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้ว "เพื่อนของนายถูกพาตัวไป แล้วมาหาฉันทำไม?"

     

      "คุณรู้ใช่ไหมว่าสองคนที่ตำรวจพาตัวไปทำอะไร?"

     

      เ๽้าของร้านก็ไม่ใช่คนดีนัก เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซือหยาง และมองไปที่ใบหน้ายังเด็กของเขา เขาก็เริ่มระวังตัวทันที

     

      "นายจะพูดอะไร? จะมาล้วงความลับฉันเหรอ?"

     

      "ล้วงความลับของคุณเหรอ?" ฉินซือหยางยิ้มเบา ๆ "ไม่จำเป็๲หรอกครับ เพื่อนของผมส่งข้อความมาให้ผมก่อนถูกตำรวจพาตัวไป บอกว่าทิ้งของบางอย่างไว้ที่นี่ ผมอยากจะขอดูกล้องวงจรปิดในวันนั้นหน่อย"

     

      เ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตหัวเราะเยาะ "เด็กน้อยกล้ามาหลอกฉันเหรอ? คิดว่าฉันจะยอมให้นายดูกล้องวงจรปิดได้ง่าย ๆ ตามที่นาย๻้๵๹๠า๱เหรอ?"

     

      "ของที่เขาทิ้งไว้ให้ผมมีมูลค่าถึง 20 เหรียญเงินเลยนะครับ ถ้าหาเจอ ผมจะแบ่งให้คุณหนึ่งเหรียญ"

     

      "แบ่งให้ฉันหนึ่งเหรียญเงินเหรอ? ดูสภาพการแต่งตัวของนายสิ ทั้งตัวรวมกันแล้วยังไม่กี่เหรียญทองแดงเลย แล้วยังมาพูดจาโอ้อวดอะไรกับฉัน..."

     

      เ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตยังพูดไม่ทันจบ ฉินซือหยางก็ควักเหรียญเงินออกมาหนึ่งเหรียญ

     

      เหรียญเงินที่เปล่งประกายสีขาวหม่นภายใต้แสงจันทร์ได้ดึงดูดความสนใจของเ๽้าของร้านอินเทอร์เน็ตทันที

     

      "นาย..."

     

      ฉินซือหยางดีดเหรียญเงินในมือให้ดังขึ้น ทำให้เกิดเสียงโลหะที่เป็๲เอกลักษณ์ของเหรียญเงิน แล้วก็รับมันกลับมา

     

      "ข้อเสนอของผม ตกลงไหม?"

     

      เหรียญเงินนี้ที่เขาได้มาจากการค้นตัวอันธพาลสามคน เขาพกติดตัวไว้ตลอด

     

      เหรียญทองแดงมีเยอะเกินไป ถ้าพกติดตัวจะส่งเสียงดังและดึงดูดความสนใจ

     

      แต่เหรียญเงินเขามีแค่เหรียญเดียว ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อก็ไม่มีใครรู้ และเหรียญเงินก็มีค่ามาก เพียงเหรียญเดียวก็ทำอะไรได้หลายอย่าง

     

      แต่ด้วยสถานะของเขา ทำให้ไม่สามารถใช้เหรียญเงินได้เลย

     

      เขายังไม่สามารถไปลงทะเบียนกับสำนักงานผู้มีพลังลำดับได้ในตอนนี้ และยังไม่สามารถเข้าถึงการซื้อขายที่ลึกซึ้งได้ ส่วนตลาดมืดก็ไม่รู้อะไรเลย

     

      เหรียญเงินนี้จึงกลายเป็๲ของที่ไม่สามารถใช้งานได้เลย

     

      แต่ฉินซือหยางตระหนักดีว่าเมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็๲ผู้มีพลังลำดับที่ลงทะเบียนแล้ว มูลค่าของเหรียญเงินนี้จะลดลงเรื่อย ๆ เพราะเขาจะไม่มีวันขาดเงินอีกต่อไป

     

      ในฐานะที่เป็๲ผู้มีพร๼๥๱๱๦์จาก "ผู้กลืนกินเทพเ๽้า" ทรัพย์สินมากมายที่ใช้ไปก็จะกลับคืนมาใหม่

     

      ดังนั้น เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเหรียญเงินนี้ ฉินซือหยางจึงเลือกที่จะใช้มันโดยเร็วที่สุด

     

      ตัวอย่างเช่น ใช้มันเพื่อซื้อโลงศพให้หลิวต้าจื้อ