ตอนที่ 205 สตอมโจมตี
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สตอมบินผ่านอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง แม้ร่างกายของเขาจะไม่ได้แข็งแกร่ง แต่พลังจิตของเขากลับสามารถแหวกอากาศออกทำให้ร่างกายไม่ได้รับผลกระทบจากสายลม
เรียกได้ว่าสตอมสามารถควบคุมพลังจิตได้อย่างใจนึก เป็นผู้ใช้พลังจิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่มนุษย์เคยมีมา
ด้วยการที่สตอมได้รับการยอมรับในความสามารถนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาจึงมีนิสัยที่หยิ่งทะนง ด้วยอีโก้ที่สูง เป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธเมื่อมีคนที่ได้ชื่อว่าเหนือกว่าเขา
นอกจากนี้เมื่อเฟิร์สเมินเฉยต่อสาร์นท้ารบของเขา นั่นก็ทำให้เขาทวีความโกรธมากยิ่งขึ้น จนถึงขั้นต้องบินมาประเทศไทยด้วยตนเอง
และตอนนี้ตัวเขาก็บินมาถึงภูเขาสันโดษที่โด่งดังแล้ว
“เหอะ นี่น่ะหรอภูเขาสันโดษที่อยู่ของเฟิร์สวัน ทำไมถึงได้โกโรโกโสขนาดนี้” สตอมเอ่ยอย่างเหยียดหยาม
ตัวตนที่จัดอยู่ในร้อยอันดับแรกของโลก ไม่ว่าคนใดก็ล้วนมีความเป็นอยู่ที่โอ่อ่า พวกเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองและมีคนมากมายรู้สึกยำเกรง
แม้แต่หลวงจีนฝ่าไห่ผู้ถือเพศสมณะ ก็ยังอาศัยในวัดที่ใหญ่โต สิ่งปลูกสร้างแต่ละอย่างล้วนอลังการยิ่ง
แต่เฟิร์สวันผู้นี้กลับอาศัยอยู่ในบ้านธรรมดา แม้จะมีหลายหลัง แต่ก็ไม่อาจเรียกหลังใดว่าคฤหาสน์ได้ด้วยซ้ำ
สตอมตัดสินจากสายตาของตนเอง เฟิร์สวันผู้นี้ช่างน่ารังเกียจยิ่ง
“เฟิร์สวัน ฉันสตอมอยู่ที่นี่แล้ว จงออกมาสู้กับฉันเดี๋ยวนี้!” เสียงของสตอมดังสะท้อนกึกก้องกังวานไปทั้งท้องฟ้า
ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ ณ บริเวณนี้พากันแตกตื่น ซึ่งแน่นอนว่าเหล่านักข่าวย่อมไม่พลาดที่จะรายงานเหตุการณ์นี้
‘เขามาแล้ว!’
‘สตอมมาท้าสู้เฟิร์สวันที่ภูเขาสันโดษจริงๆ ด้วย’
‘ตอนนี้สตอมกำลังบินอยู่เหนือหัวฉันเลย เขาหล่อและเท่มาก’
‘นี่คือคลิปวีดีโอที่ฉันถ่ายได้ มันคือเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันตื่นเต้น #การต่อสู้ระดับโลก’
‘บ้าไปแล้ว ทำไมฉันไม่อยู่ที่ภูเขาสันโดษในตอนนี้ ฉันอยากดู #การต่อสู้ระดับโลก’
‘เฟิร์สวันจะปรากฏตัวไหม? ฉันอยากให้เขาออกมา จะได้สั่งสอนไอ้หัวทองนั่นให้กลับบ้านไป’
‘เฟิร์สวันออกมาเถอะ ฉันอยากเชียร์คุณแล้ว’
‘ฉันยังไม่เห็นเฟิร์สวันเลย เขาไม่เคยออกทีวีหรือให้สัมภาษณ์ที่ไหน ฉันหวังว่าเขาจะออกมานะ ฉันอยากเห็นฮีโร่ของฉันแล้ว’
‘ประเทศไทยเจ๋งที่สุด อันดับสิบของโลกที่เก่งกาจ หลายคนต้องการท้าทายเขา’
‘เฟิร์สวันทั้งแข็งแกร่งและลึกลับมาก ฉันชอบเขา’
ความเห็นมากมายปะทุขึ้นอย่างดุเดือด แฮชแท็กในโซเชียล #การต่อสู้ระดับโลก กำลังขึ้นเทรนอันดับหนึ่งของโลก
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนมากมายต้องการจะไปที่ภูเขาสันโดษ การสัญจรของรถยนต์บริเวณนั้นติดกันเป็นทางยาว บางคนถึงกับจอดรถไว้ข้างทางแล้ววิ่งไปที่นั่น
นี่เป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลายคนไม่อยากพลาดเหตุการณ์นี้
แต่สำหรับสตอมที่อยู่บนฟ้า เขาไม่ได้ใส่ใจในจำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นมากด้านล่างเลยแม้แต่น้อย
เขายังคงรอคอยคำตอบของเฟิร์สวัน แต่ทว่ากลับไม่ได้รับข้อความใดตอบกลับมา
ภูเขาสันโดษยังคงเงียบสงบ จะมีก็แต่คนงานหรือสิบสามดาราเท่านั้นที่เดินออกมาจากเคหะสถานแล้วแหงนมองไปที่สตอมที่บินอยู่กลางท้องฟ้า
ส่วนเฟิร์สน่ะหรือ เขายังคงนั่งอยู่ในบ้านอย่างไม่ทุกร้อนใดๆ
“เฟิร์สวัน! จงออกมาสู้กับฉันเดี๋ยวนี้!” เสียงของสตอมดังกึกก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยโทสะที่มากกว่าเดิม
ภายในบ้านเฟิร์สยังคงนั่งอ่านหนังสือบนโซฟากับพ่อแม่
“เฟิร์ส จะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรอ?” คุณหมอสมคิดเอ่ยถาม
เด็กหนุ่มเลิกคิ้วและลดมือลงจากไอแพด เขายิ้มและเอ่ย “ถ้าเขาสามารถผ่านเข้ามาในภูเขาของเราได้ เขาถึงมีคุณสมบัติที่จะได้สู้กับผม ถ้าเขาทำไม่ได้ อีกเดี๋ยวเขาก็ถอดใจกลับไปเองครับ”
“แม่พึ่งดูข่าวในอินเตอร์เน็ตตอนนี้นักข่าวอยู่ที่นี่เต็มไปหมด มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ๆ” หญิงผู้เป็นแม่เอ่ย
“ไม่ต้องห่วงครับแม่ ถ้าเกิดมีอะไรผมจะออกไปจัดการด้วยตนเอง” เฟิร์สกล่าวด้วยท่าทีที่สบายๆ ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาอ่านนิยายต่อ
“ถ้าลูกว่าอย่างนั้นก็เอาแบบนั้นเถอะ”
สองสามีภรรยาเปิดข่าวในทีวีดูไปด้วย ตอนนี้ข่าวการมาของสตอมได้กลายเป็นข่าวฮ็อตนิวส์ของประเทศไปซะแล้ว ไม่ว่าจะเปิดช่องใดก็พบกับข่าวนี้ทั้งสิ้น
ตอนนั้นเองในที่สุดสตอมก็หมดความอดทนแล้ว เขาอุส่าเดินทางมาถึงที่นี่ และให้เกียรติเอ่ยท้าทายถึงหน้าบ้าน แต่เฟิร์สวันกลับไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะปรากฏตัวออกมาพูดคุยกัน
เฟิร์สวันทำกับเขาเหมือนเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตน เวลานั้นบุรุษผมสีทองก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
“ถ้าแกไม่ออกมา ฉันจะเข้าไปลากแกออกมาเอง”
ตอนนี้สตอมไม่ไว้หน้าเฟิร์สวันอีกแล้ว ชายหนุ่มพุ่งลงไปที่ภูเขาสันโดษที่อยู่ด้านหน้า
แต่ทว่า ...
เมื่อเขาพุ่งลงมาสายตาก็พลันพล่ามัว สติเหมือนจะเลือนลางไปชั่ววูบ ร่างกายบินร่อนไปมาอย่างสับสน
ใช่แล้ว เขาได้ถูกค่ายกลลวงตาโจมตี
ค่ายกลนี้จะไม่ทำอันตรายผู้บุกรุกแต่จะสร้างภาพลวงตาทำให้ผู้บุกรุกไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้
แม้ว่าสตอมจะบินเข้ามาทางอากาศด้านบนก็ตาม แต่ค่ายกลนี้กลับมีผลครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้แต่ใต้ดินก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ตอนนั้นเองสตอมก็คำรามเสียงกร้าว
“เหอะ! คิดจะขวางฉันด้วยของเล่นกระจอกแบบนี้หรอ? ฝันไปเถอะ!”
ดวงตาของสตอมพลันปรากฏแสงสีน้ำเงินสว่างจ้า อากาศทั้งหมดรอบกายถูกผลักออกไปโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
ปัง!
สตอมควบคุมอนุภาคของอากาศรอบๆ กาย สร้างสนามพลังงานก่อคลื่นรบกวนโดยรอบ ทำให้อานุภาพของค่ายกลลวงตาไร้ผลสำหรับเขา
รอบกายของสตอมในตอนนี้ราวกับจะมีสนามพลังงานสีน้ำเงินปกคลุมอยู่
เขาสามารถทำลายค่ายกลชั้นนอกของเฟิร์สได้อย่างง่ายดาย
การกระทำนี้ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสือต้องยิ้มมุมปากเล็กน้อย
สตอมมุ่งหน้าต่อไปหมายที่จะร่อนลงยังภูเขาสันโดษ
แต่ทว่าเมื่อพุ่งออกไปได้อีกไม่กี่สิบเมตร สนามพลังงานของเขาก็ต้องชนเข้ากับม่านพลังอันไร้รูปร่าง
ปังงงงงงงงง
เกิดเสียงดังสนั่นราวกับจะมีโลหะพุ่งเข้าชนกัน
ร่างของสตอมกระเด็นออกไปราวกับลูกเทนนิส
หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าตอนที่เขาชนกับม่านพลังนั้น จะเห็นแสงสว่างสีม่วงปรากฏเป็นลวดลายขึ้นแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือม่านพลังป้องกัน ซึ่งเป็นเขตแดนค่ายกลชั้นในที่เฟิร์สวางไว้
เวเนเตอร์ที่เก่งกาจส่วนมากจะไม่สามารถผ่านค่ายกลนี้ได้ พวกเขาพยายามโจมตีเพื่อที่จะเจาะผ่านหลายครั้ง แต่ก็ต้องหมดกำลังใจพ่ายแพ้กลับไป
สตอมมองม่านพลังที่มองไม่เห็นนั้นด้วยแววตาที่วาวโรจน์
“คิดว่าของแค่นั้นจะสามารถกีดกันฉันได้หรอ?”
บุรุษผมทองชูมือขวาขึ้นแล้วผลักออกไปเบื้องหน้า เขาคือเวเนเตอร์ไม่กี่ตัวตนที่ไม่ได้ใช้ไอเทมสปีริตของตนเอง เนื่องด้วยความสามารถทางด้านพลังจิตของเขา การบ่มเพาะพลังสปีริตคือพลังที่ช่วยส่งเสริมพลังจิตของเขามากกว่า ดังนั้นการโจมตีพลังจิตจึงรุนแรงกว่าการโจมตีของไอเทมสปีริตของเขามาก
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
อากาศราวกับจะแตกร้าว มันกลายเป็นเหมือนเศษแก้วที่แหลมคม พุ่งถาโถมออกไปโจมตีม่านพลังเบื้องหน้า
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงการโจมตีดังอึกทึกสนั่นลั่นฟ้า
นักข่าวจำนวนมากถ่ายภาพอันตระการตาที่สตอมได้ลงมือ
การโจมตีนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก แม้แต่เหล่าเวเนเตอร์แรงค์ SS ก็ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้
สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินเสียงก็อดไม่ได้ที่จะชะโงกไปดูนอกบ้าน พวกเขาเห็นการโจมตีอันยิ่งใหญ่พยายามจะทำลายม่านพลังป้องกันสีม่วงที่ส่งแสงสว่างอย่างแข็งแกร่ง
สตอมใช้พลังจิตบีบอัดอากาศโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่าม่านพลังสีม่วงนั้นกลับไม่มีท่าทีว่าจะพังทลายได้เลย
เรื่องนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก
แต่เด็กหนุ่มผมสีเงินภายในบ้านกลับมีท่าทีที่สบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน เขายังเอ่ยกับพ่อแม่ของเขาไปว่า
“ขอโทษทีนะครับ มันอาจจะเสียงดังไปหน่อย ไว้หลังจากนี้ผมจะปรับปรุงมันให้กันเสียงได้”