69 – วันที่รอคอย
ข่าวลือแพร่สะพัดจากปากต่อปากสร้างความประหลาดใจปนความตกใจว่าด้วยเรื่องเทพธิดาสีเงินพริสทีนสวมแหวนกำลังจะลั่นระฆังวิวาห์กับสหายสนิทของตนเองผู้เป็นนักผจญภัยระดับSSS ในอีกสองเดือนข้างหน้าเรียกได้ว่าหนุ่มๆที่เคยแจกขนมจีบให้เธอถึงกับหน้าซีดตามๆกันไม่คิดหือหรือเข้าไปยุ่งย่ามอีกด้วยความกลัวว่าอาจโดนเก็บ
ร่ำลือมาจากพระราชวัง จากคนวงในว่ากันว่าเป็นการขอแต่งงานที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินมาก่อน สร้างความประทับใจแก่เหล่าสตรีทั้งหลายวาดฝันอยากถูกขอแต่งงานด้วยช่อกุหลาบช่อโตปนความตกใจที่ฝ่ายชายปิดบังจนน้ำตาคลอกับแหวนเพชรเม็ดงาม
ในขณะที่เจ้าของข่าวลืออย่างพริสทีนกำลังวุ่นวาย... ไม่สิถูกทำให้วุ่นวายจากการโดนลากไปนั่นมานี่จากเพื่อนๆ
นับตั้งแต่คืนนั้นที่สาวผมเงินตอบตกลงกับไลแคนหนุ่มออกมาจากอาณาเขตต้องห้ามแห่งแรกกลับไปหมู๋บ้านพบอายาโกะอิรินากับทุกคนในหมู่บ้านเคตลินน์ยืนอวยพรแสดงความยินดีไม่ขาดปากและเรียกได้ว่าเป็นการขอแต่งงานที่ข้ามขั้นมาก
ยังไม่ทันได้คบเป็นแฟน ก็เลื่อนขั้นกลายเป็นคู่หมั้นคู่หมายเตรียมตบแต่งกันในอีกไม่นานเสียอย่างนั้น!
‘เจ้าว่า.... ข้าควรเปิดเผยตัวตนดีไหม?’
นั่นคือคำถามแรกจากปากของอีกฝ่ายหลังนั่งคิดมากอยู่ในบ้านของเธอ
อารมณ์ของพริสทีนตอนนี้ทำเอานึกถึงข่าวสมัยก่อนสมัยดาราดังมีแฟนแล้วแต่ปิดบังเรื่องแฟนไว้ไม่บอกใครเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา นึกแล้วก็ขำเล็กๆพลางตอบไปตามความจริง
‘ฉันไม่มีปัญหาเรื่องนี้หรอกจะเปิดหรือปิดยังไงก็ไม่ได้ทำให้ฉันล้มเลิกงานซะหน่อย’
และด้วยคำตอบนั่น เดฟไกส์จึงตัดสินใจได้ ว่าเขาจะเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของตน...
แต่จะเปิดเผยตอนไหนไม่ยอมบอก
พริสทีนพักอยู่พระราชวังเพื่อให้ชิอินะซึ่งอาสาตัดเย็บชุดแต่งงานให้เธอทว่าตัดเย็บชุดอย่างเดียวคงไม่มีปัญหาหากไม่ใช่ว่าวัตถุดิบส่วนหนึ่งในการตัดเย็บชุดแต่งงานคือขนของไลแคนสีคราม!
เรียกได้ว่าตอนเดฟไกส์วางถุงบรรจุขนไลแคนสีครามลงบนโต๊ะทำงานเมื่อเปิดดูทุกคนตื่นตระหนกกันอย่างหนัก บางคนถึงขั้นเป็นลม
ไม่มีใครเห็นขนของไลแคนสีครามเยอะขนาดนี้!!
เยอะสุดก็ที่ประดับผมของพริสทีนนั่นไง สองอันนั้นน่ะ!!!แถมดูแล้วน่าจะเป็นขนไลแคนสีครามเด็กด้วย!! หายากยิ่งกว่าอีก!!!
ที่ชวนให้ตกใจเป็นอย่างต่อมาคือขนนกเชเพิร์ดที่ราชันย์มังกรนภาลูเจนำมามอบให้เพื่อให้ชิอินะช่วยใช้มันตัดเย็บชุดให้พี่สาวของเขาแน่นอนว่าชิอินะตกใจได้ไม่นานก็ต้องรีบออกคำสั่งให้ทุกคนนำขนไลแคนสีครามกับขนนกเชเพิร์ดไปแปรสภาพให้เป็นเส้นด้ายส่วนเขาก็ลงทุนออกแบบชุดเสียใหม่
“แล้วเจ้าคิดจะจัดงานที่ไหน?”
เจตต์เอ่ยถามระหว่างเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆของภรรยากับสหายคนสนิทของตนภายในสวนอีกทั้งเบียทริซขณะนี้ตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นห่วงจนแทบไม่ทำการทำงานมีพริสทีนมาพักด้วยถือว่าค่อนข้างดี
อย่างน้อยเขาก็โล่งใจขึ้น
บอกตามตรงว่าเหตุการณ์นั้นทำให้ไม่กล้าปล่อยเบียทริซไว้เพียงลำพังต้องมีคนสนิทของตนตามติดตลอดยิ่งมีอีกหนึ่งชีวิตในร่างด้วยแล้วยิ่งไม่กล้าปล่อยให้ห่างกาย
พริสทีนนิ่งไปซักพัก ก้มมองถ้วยชาในมือจะบอกดีหรือไม่บอกดีนะ...
แต่ถ้าไม่บอก เดี๋ยวถูกสงสัย แถมอาจมีปัญหาตามมายังไงก็เป็นสหายคนสนิท เพราะงั้นบอกไปคงไม่เป็นไร
“เมืองลับแลน่ะ”
เตรียมพร้อมรับมือ
3...
2...
1...
ถ้วยชาจากทั้งสองสามีภรรยาร่วงหล่นทว่าถูกพริสทีนรับไว้ได้ทันเหมือนที่เดาไว้แล้วไม่มีผิดเพี้ยน ตกใจจนของตกขนาดเมดกับพวกทหารองครักษ์ยังตาโตตาเหลือกขนาดนั้น ก็นะ ไม่แปลกใจเท่าไหร่
เพราะเมืองลับแลนั่นเป็นเมืองลี้ลับสมดั่งชื่อว่าไว้
ไม่มีผู้ใดรู้จักหรือเคยพบเห็นอันเนื่องเป็นสถานที่พักอาศัยของราชันย์ไลแคนสีครามมาก่อน
บางทีก็แอบคิด ขนาดบอกสถานที่จัดงานยังขนาดนี้ ถ้าตอนรู้ความจริงจะขนาดไหนกันนะ...
“ท ทำไมถึงจัดขึ้นที่นั่นได้ล่ะคะ...”
“ก็เขาอยากให้จัดที่นั่นนี่นา” เธอตอบไปตามความจริง“ก่อนหน้าวันแต่งทุกคนก็ไปพักที่หมู่บ้านเคตลินน์นะคะ เดี๋ยวมีคนช่วยนำทางไปให้”
“เจ้า...เคยไปที่นั่น?”
“อื้อ บ่อยเลยล่ะ”
แวะไปแบ่งอาหาร เที่ยวงานเทศกาล หรือเยี่ยมเดฟไกส์กับคุณเทียร่าไปบ่อยจนหลับตาเดินยังถูก
เพราะไนกีจะช่วยนำทางแทน (...)
“แล้ว... ท่านไลแคน จ จะไม่ว่าเหรอคะ”
“ไม่ว่าหรอกค่ะองค์ราชินี ออกจะยินดีซะด้วยซ้ำ” ยิ้มบางให้เบียทริซจะไม่ให้ยินดีได้อย่างไร ในเมื่อเป็นงานแต่งของเขาเอง“แต่จะให้ไปเฉพาะคนที่รู้จักนะคะ”
เจตต์พยักหน้า “เข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปจัดการงานให้เสร็จวันนั้นไปจะได้ไม่มีปัญหาอะไร”
สิ้นคำเจตต์ก็กลับไปยังห้องทำงานพร้อมองครักษ์ข้างกายพริสทีนได้โอกาสเลยขยับเข้าไปกระซิบไต่ถามอะไรเบียทริซบางอย่างบางสิ่งที่เธอสงสัยมานานเพราะเธอไม่เคยทำ ‘สิ่งนั้น’ กับอดีตคนรักเมื่อชาติก่อน
จนบางทีเธอแอบคิดว่านี่เป็นอีกหนึ่งในเหตุผลที่เขาหมดรักรึเปล่านะ?
โดยเจ้าคำถามนั่นทำให้เบียทริซหน้าแดงระเรื่อก่อนหัวเราะเสียงเบา
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพริสทีน ปล่อยกายปล่อยใจไปเดี๋ยวก็ดีเอง”
“ง่า... พูดเหมือนง่ายแต่มันยากน่ะสิ”
“ข้าพูดจริงนะคะ”
“....ก็ได้ค่ะ เอาล่ะๆๆ เปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า”
รีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนจะลุกลามไปมากกว่านี้ทั้งสองแลกเปลี่ยนความรู้กันตามประสาสตรีในช่วงเดือนแรกพริสทีนขออยู่พระราชวังเพื่อทำการลองชุดให้ชิอินะจัดเตรียมเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยเมื่อเสร็จตรงนี้แล้วพริสทีนจึงกลับไปหมู่บ้านเคตลินน์เพื่อให้เทียร่าจัดการเครื่องประดับทั้งหลายแหล่เต็มไปหมด
“เฮ้อออ วุ่นวายดีแท้น้อออ”
“คิก มันเป็นความฝันครั้งหนึ่งของหญิงสาวไม่ใช่เหรอพริสทีนตั้งใจเลือกหน่อยสิจ๊ะ”
“สารภาพตามตรง ไม่คิดว่ามันจะวุ่นวายขนาดนี้เลยค่ะ”
โลกใหม่ให้ความสำคัญกับงานแต่งงานมาก ห้ามจดทะเบียนสมรสโดยไม่จัดงานแต่งงานคงเพราะใกล้อายุครบกำหนดต่างที่พระเจ้าท่านกล่าวไว้ความรู้สึกที่พบเจอจากโลกนั้นเริ่มเลือนหายไปทีละเล็กละน้อยตอนนี้หากพูดถึงอดีตคนรักเก่าคือคนรู้จักเก่าพริสทีนสามารถบอกได้ทันทีว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
“เพราะราชาของพวกเราปรารถนาให้มันสมเกียรติของท่าน ดังนั้นพวกเราจึงต้องเตรียมพร้อมกันตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ”
“เหนื่อยหน่อยนะคะคุณเทียร่า”
“ไม่ค่ะ เรียกข้าว่าเทียร่าเถิดอีกไม่นานท่านจะกลายเป็นราชินีของพวกเราแล้ว ท่านมีศักดิ์มากกว่าข้านะคะ”
“อ่า...ถ้างั้น เหนื่อยหน่อยนะคะ เทียร่า”
ราชินีดรายแอดแย้มยิ้มบางเบา เอ่ยปากออกคำสั่งเหล่าดรายแอดกับเหล่าแฟรี่น้อยทุกตนในห้องให้นำเครื่องประดับทั้งหมดมาเทียบมาออกแบบร่างวางแผนให้เหมาะสมกับฐานะของเธอ
งานแต่งงานของเหล่าไลแคนนั้นมีขนบธรรมเนียม ไม่ให้บ่าวสาวพบหน้ากันสองเดือนเพื่อทดสอบความอดทนของบ่าวสาวกระนั้นราชันย์ไลแคนก็ไม่ได้ปล่อยว่าง เขาวางแผนจัดงานร่วมกับอายาโกะอิรินาและด็อกเตอร์จีนส์เพื่อให้งานนี้สมบูรณ์แบบ
พิธีแต่งงานของเขาที่เกิดในโลกใหม่นี้ กับ เธอผู้เดินทางมาจากโลกเก่า
อายาโกะ “รถยนต์ไม่มีก็เอารถม้าแทนแล้วพวกของชำร่วยนี่ต้องมีมั้ยเนี่ย?”
อิรินา “ถ้ามี ก็ดี ในแผงข้อมูล บอกว่า จำเป็น”
ด็อกเตอร์จีนส์ “แต่โลกนี้ไม่ได้สนใจของชำร่วยเท่าไหร่นักตัดผ่านไปเถอะนะ”
“ด็อกเตอร์ว่ายังไง อิรินา ก็ว่าตามนั้น”
“โอเค ของชำร่วยตัดออก ต่อไปก็ของที่จำเป็นสำหรับงานแต่ง”
พวกเขาถกเถียงเรื่องนี้มาเกือบชั่วโมงเพราะเจ้าสิ่งที่เรียกว่าของชำร่วยงานแต่งเดฟไกส์จำได้จากเทียร่าว่างานแต่งของปู่กับบิดาจนยังไม่วุ่นวายขนาดนี้ แค่ไปรับพามาที่นี่ สาบานตน จบแล้ว แต่ทุกคนดูจริงจังมาก เขาก็ย่อมต้องจริงจังตามเช่นกัน
ยังก็จะให้มันตราตรึงใจพริสทีนที่สุด
“แล้วเรื่องเรือนหอล่ะ?” จีนส์เอ่ยถาม
“ห้องข้า จบนะ”
“ได้ๆ งั้นต้องมาวางแผนจัดห้องกัน”
เดฟไกส์ทำหน้างงเล็กน้อยกับสิ่งที่อายาโกะพูด “จัด? จำเป็นต้องจัด?”
“ช่าย~ ห้องหอก็ต้องมีจัดบรรยากาศนะ แบบให้มันโรแมนติกอะไรงี้ ถ้าเป็นแบบโลกเดิมมันมีหลายรูปแบบมากเลย”
“โรยกลีบกุหลาบบนเตียง ไม่ก็ดื่มเหล้าคล้องแขน มีอีกหลายอย่างเท่าที่อยู่ในข้อมูลความจำ” อิรินากล่าว
สิ้นคำไลแคนหนุ่มนึกภาพตามครุ่นคิดเล็กน้อยว่าเรือนหอในภาพฝันของโลกอดีตมีอะไรอย่างนี้ด้วยหรือเพราะโลกนี้หลังงานเลี้ยงส่งก็เข้าห้องนอน ทำภารกิจบนเตี— แค่ก... เลยทันที
“ถ้าอย่างนั้นไปบุกว่าที่เรือนห—” “ไม่จำเป็น”
เดฟไกส์เอ่ยขัดอายาโกะขึ้นมาก่อน เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ข้าว่า... ข้าคิดออกแล้วว่าจะจัดห้องนั้นอย่างไร”
.
.
.
.
.
ในที่สุดสองเดือนที่รอคอยก็สิ้นสุดลง ตรงกับฤดูใบไม้ผลิต้นไม้ในหมู่บ้านเคตลินน์ผลิดอกออกผลบานสะพรั่ง กลีบดอกไม้ปลิดปลิวบ้านทุกหลังประดับประดาไปด้วยดอกไม้ผู้คนซึ่งได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมงานเข้าพักโรงเตี๊ยมตั้งแต่เมื่อวานเย็นต่างเต็มไปด้วยความยินดีกับงานแต่งของผู้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องเล่าเทพธิดาผู้น่าหวาดกลัวทว่ายามนี้กลับกลายเป็นเทพธิดาที่ผู้คนต่างเคารพนับถือเหล่าแขกเหรื่อต่างเดินทางไปยังอาณาเขตต้องห้ามของอาณาจักรแห่งนี้ด้วยเวทเกทของพริสทีนเพื่อมายังจุดเริ่มต้นของตำนานเรื่องเล่าของเทพธิดาตามกำหนดการที่ฝ่ายเจ้าบ่าววางไว้...
ผู้เป็นเจ้าสาวถูกปลุกขึ้นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อแต่งหน้าทำผมโดยสถานที่ที่เธอขอไปแต่งตัวนั้นคืออาณาเขตต้องห้ามของตนเอง
ภายในโพรงไม้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง...
ชิอินะ อายาโกะ และสเตลล่ามองภาพของเจ้าสาวตรงหน้าด้วยความภูมิใจ เรือนผมสีเงินดัดให้เป็นลอนดูพริ้วไหวถักเปียรวบครึ่งหัวประดับด้วยดอกไม้เช่นเดียวกับชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ไล่ระดับลงไปหาสีฟ้าครามตัวคอเดรสมีผ้าบางเชื่อมกับเกาะอกติดลูกไม้ตัวกระโปรงบานพองสองชั้นทิ้งตัวยาวคลุมเท้าซ้อนทับด้วยผ้าลูกไม้ด้านหลังที่ยาวจนลากพื้นตัวแขนเสื้อที่แยกออกมาเป็นแบบแขนพองติดลูกไม้เป็นระบายยาวถึงสะโพกประดับด้วยสร้อยไข่มุกคล้องคอ ทำเป็นเข็มขัดคาวเอวและห้อยคล้องมือเรียวถูกสวมด้วยถุงมือลูกไม้สีขาว
ปิดท้ายด้วยผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวถักทอด้วยด้ายพิเศษยามต้องแสงจะทอประกายประดับด้วยไข่มุกเม็ดงามที่สเตลล่าขอเป็นคนคลุมให้เป็นอันเรียบร้อย...
“พริสทีน เจ้า...สวย... สวยมากเลย......ฮึก”
“อ้าว ร้องทำไมล่ะคะเนี่ย” อายาโกะรีบเข้าไปโอ๋สเตลล่า
“ก ก็มัน ตื้นตันนี่คะ แงงง” เอลฟ์สาวปล่อยโฮ
พริสทีนแอบขำเล็กๆ “จัดชุดใหญ่เลยนะชิอินะ”
“แน่นอน...” ผู้ออกแบบยกยิ้ม “ก็งานแต่งของสหายรัก... ข้าจะน้อยหน้าได้ยังไง...แถมวัตถุดิบทำชุดก็หายากถึงเพียงนั้น”
“เห็นด้วยอย่างยิ่ง”อายาโกะยิ้มกว้างก่อนเหลือบเห็นคนที่ยืนรออยู่ข้างนอก“ดูเหมือนว่าเราควรให้เป็นช่วงเวลาของพี่น้อง ออกมาก่อนเถอะนะ”
อายาโกะ สเตลล่ากับชิอินะออกจากในโพรงไม้ ก่อนที่เหล่าราชันย์มังกรในร่างมนุษย์ทั้งสี่จะเข้ามาแทน
“ลูเจ... เอลล์... เคออส... มาเอล...” เธอเรียกชื่อของน้องชายทั้งสี่ตอนนี้เอลล์คือทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว “อย่าร้องสิไม่งั้นพี่ร้องตามนะ”
“ท่านพี่...” มาเอลเข้าไปกอดเธอ “ข้าขออวยพร ให้ท่านมีความสุข...”
“ข้าเอง ก็เช่นกัน...” เคออสกล่าว
“บ้าจริง ข้าตั้งใจจะไม่ร้องแท้ๆ แต่ แต่มันไม่ไหวอ่ะท่านพี่!”เอลล์พยายามกลั้นน้ำตาแต่สุดท้ายก็ไหลอาบหน้า
“ไม่ร้องนะเอลล์ ขี้มูกไหลแล้วนั่น” ลูเจหัวเราะก่อนเดินมายื่นช่อดอกกุหลาบสีฟ้าของเจ้าสาวให้พี่สาวตน “ข้าขออวยพร ให้ท่านพี่มีความสุขครับ...”
“ข้า ข้าก็ขออวยพรเหมือนกัน!”
เอลล์รีบอวยพรแล้วลงไปคุกเข่ากอดเอวพี่สาวแน่นลูเจไม่ยอมแพ้ขยับไปกอดบ้าง เคออสแอบเลิ่กลั่กเล็กน้อยแต่ก็ยอมเข้าไปกอดเช่นกันพริสทีนตั้งใจจะไม่ร้องไห้แต่สุดท้ายน้ำตาก็เอ่อคลอทั้งกอดตอบและลูบหัวน้องชายทั้งสี่ของตน
จวบจนได้ยินเสียงอื้ออึงจากแขกด้านนอก พี่น้องทั้งห้าจึงผละออกจากกันเคออสก้าวออกมาดูต้นตอของเสียงก่อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
“เชิญพี่ใหญ่...”
ลูเจพยักหน้ารับรู้ ยื่นมือให้พริสทีนวางก่อนจับจูงพาออกจากโพรงไม้โดยมีมาเอลคอยช่วยยกชายผ้าคลุมหน้าให้ที่มาของเสียงคือขบวนรถม้ารับเจ้าสาวม้าพีฮอร์สสองตัวจากการผจญภัยเชื่อมกับรถม้ามีขาวประดับประดาไปด้วยใบไม้และดอกไม้นานาพันธุ์พร้อมกับรถม้าอีกหลายคัน ราชินีแห่งเหล่าดรายแอดปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
“ขอเชิญเจ้าสาวขึ้นรถม้าด้วยค่ะ...” เทียร่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจ้าสาวสีเงินยกยิ้มบางลูเจจับจูงพี่สาวของตนไปจนถึงรถม้าด้านหน้าให้เธอขึ้นไปนั่งตนกับเหล่าน้องชายนั่งคันหลังตามด้วยเหล่าแขกขึ้นตามมา
รถม้านี้เป็นรถม้าชนิดพิเศษซึ่งพระเจ้าได้มอบให้แก่เจ้าบ่าวเพื่องานนี้คือสิ่งที่ไนกีบอกกล่าวแก่เธอรถม้าเคลื่อนตัวนำพาเจ้าสาวและขบวนแขกเดินทางไปยังเมืองลับแลผ่านเส้นทางที่เธอเคยคุ้นเคยเส้นทางที่เธอมักเดินทางไปร่วมงานขอบคุณพระเจ้าในทุกปีกับเขา...
ยิ่งคิดถึงวันวานยิ่งตื่นเต้นนัก...
ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีวันนี้ ไม่คิดเลยจริงๆ....
ทุกอย่างมันเหมือนผ่านมาไม่กี่วัน ทุกอย่างมันรวดเร็วเมื่อก่อนเคยคิดว่าจะไม่เปิดใจแต่ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จู่ๆหัวใจที่เคยปิดตายกลับเปิดใจให้อีกครั้ง
มันแปลกจริงๆ...
หากโทษพระเจ้าว่าเพราะร่างกายนี้ที่ถูกท่านดัดแปลงตามใจชอบแทบตลอดเวลาทำให้เปิดใจรับคนอื่นง่ายนี่จะโดนต่อว่าไหมนะทว่าคำตอบที่ได้รับมาคือเสียงหัวเราะผ่านจากไนกีเท่านั้น
จวบจนผ่านเขตแดนป้องกันของเมืองลับแลเหล่าแฟรี่ตัวน้อยโผล่ออกมาบินรายล้อมสร้างความตื่นตกใจปนอัศจรรย์ใจเล็กน้อยแม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นแฟรี่แต่แฟรี่ของเมืองลับแลหลายตนนั้นเป็นเผ่าพันธุ์หายากจากโลกภายนอก
เมื่อเข้าเมืองลับแลยิ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่เหล่าแขกเหล่าแฟรี่ ไลแคนและดรายแอดต่างโปรยดอกไม้ตะโกนเสียงดังแสดงความยินดีไม่ขาดปากเมืองลับแลที่เคยว่างามแล้วครานี้ยิ่งงามกว่าเมื่อประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวกับผ้าโปร่งจวบจนรถม้าหยุดลงเมื่อใกล้ถึงใจกลางเมืองยิ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่แขกหลายคนนัก
เบื้องหน้าของพวกเขาคือ..... ราชันย์ไลแคนสีคราม
แม้จะเคยร่วมรบกันไปเมื่อศึกคราเคนทว่าศึกนั้นเขาคืนร่างจริงตอนสู้และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ใกล้ถึงเพียงนี้...
แขกทุกคนถูกเชิญลงจากรถม้าเพื่อไปนั่งยังพื้นที่ที่จัดเอาไว้ด้วยความเกร็งเล็กน้อยหลายคนนึกสงสัยราชันย์ไลแคนสีครามอุตส่าห์ยินยอมให้เข้ามาถึงเมืองลับแลแล้วเจ้าบ่าวเล่าอยู่ที่ใด...
จวบจนทุกคนนั่งที่พร้อมแล้ว ลูเจที่ลงมายืนข้างรถม้ายื่นมือให้พี่สาวประคองยามก้าวลงมา โดยผู้ถือชายผ้าคลุมคือมาเอล
ในฐานะน้องชายคนโต เขาได้รับสิทธิ์นี้....
มือของราชันย์มังกรแห่งนภาเริ่มสั่นเครือ
“ลูเจ...”
“ข้า...ข้าแค่ ดีใจ... ไม่เป็นไร...ข้าไหว” เขาเม้มปากแม้กระทั่งเสียง ก็ยังสั่นไหว “หากท่านแม่ยังอยู่... คงยินดี...มาก...”
เธอยกยิ้มบางเบาใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว “พี่รู้...”
มังกรหนุ่มกุมมือนำพาเธอมาอยู่เบื้องหน้าของผู้เป็นเจ้าบ่าวลูเจนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง
“ฝากเจ้าด้วย...”
‘ย่อมเป็นเช่นนั้น...’
สิ้นคำร่างของราชันย์ไลแคนสีครามแปรเปลี่ยนเป็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวทับด้วยโค้ทยาวสีขาวใบหน้านั่นหลายคนต่างคุ้นเคยกันดี ทว่าสีของผม สีของดวงและสีของสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พวกเขารู้จักกลับเปลี่ยนไป เป็นสีฟ้าครามเฉกเช่นราชันย์ไลแคนสีครามเมื่อครู่...
ผู้ที่ล่วงรู้ถึงความลับนี้ต่างยกยิ้มในขณะที่แขกบางส่วนที่พึ่งรู้พากันตกใจจนพริสทีนแอบขำเล็กน้อยตอนวางมือลงบนมือของเดฟไกส์
“เปิดตัวได้ดี หน้าเหวอๆของใครหลายคนหายากซะด้วย”
“แต่มันก็ตลกดีใช่มั้ยล่ะ”
“อื้ม มากเลย”
ไลแคนหนุ่มหัวเราะเสียงเบา ขยับเข้าไปกระซิบ “วันนี้ เจ้างามมาก...”
ทำเอาสาวผมเงินชะงัก ภายใต้ผ้าคลุมหน้าใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความอายนึกอยากตีอีกฝ่ายนัก...
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันจนถึงลานพิธีเบื้องหน้าต้นไม้ใหญ่เทียร่ารับหน้าที่เป็นตัวแทนของพระเจ้าในการทำพิธีราชินีดรายแอดไม่อาจกลั้นน้ำตาได้เธอรับหน้าที่เป็นตัวแทนในพิธีแต่งงานของราชันย์ไลแคนสีครามถึงสองรุ่นจนยามนี้เป็นรุ่นที่สามบิดาของเดฟไกส์ทราบเรื่องงานแต่งงาน ทว่าเขากลับเลือกที่จะไม่ย้อนกลับมาเมืองลับแลในเมื่อเขานั้นสนุกสนานกับการเดินทางท่องโลกอยู่ จึงส่งมาเพียงถ้อยคำแสดงความยินดี
เทียร่ากล่าวสรรเสริญพระเจ้าและเทพธิดาแห่งความรักให้แก่คู่บ่าวสาวเหมือนดั่งที่พวกเธอได้ยินในโบสภ์ ทว่าพิธีกรรมของพวกเขามิใช่มีเพียงแค่นั้น...
จนถึงช่วงเวลาที่สองบ่าวสาวกล่าวคำสาบานรักต่อกันแลกเปลี่ยนกันสวมแหวนแต่งงาน ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวถูกเปิดออก พร้อมใบหน้าของเจ้าสาวที่ช้อนตามองพลางส่งคลี่ยิ้มหวานให้แก่เขา...
ไลแคนหนุ่มยกยิ้มบางเบาชวนให้เธอใจเต้นฝ่ามือใหญ่ของผู้เป็นสามีโอบประคองใบหน้าของเธอให้เข้ามาใกล้ประทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากนุ่มของผู้เป็นภรรยาท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่แสดงความยินดีไม่ขาดปาก
จนมาถึงพิธีสุดท้าย...
เทียร่ารับจานใบเล็กจากแฟรี่ตัวน้อยซึ่งภายในจานนั้นบรรจุน้ำสีใสออกมาตรงหน้าเดฟไกส์กรีดนิ้วของตนจนเลือดหยดลงบนน้ำนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตราชินีดรายแอดยื่นให้แก่เธอ
“สิ่งนี้คือเครื่องหมายยืนยัน ว่านับจากนี้และตลอดไปท่านเป็นของราชันย์พวกเรา... เป็นราชินีของพวกเรา...”
พริสทีนพยักหน้ารับจานนั้นมาริมฝีปากจรดลงบนขอบจานยกดื่มน้ำโลหิตนั้นอย่างเต็มใจจนหยดสุดท้ายกลับรู้สึกร้อนวูบวาบจากแผ่นหลังของตนเล็กน้อย
“นับแต่นี้เป็นต้นไป... ท่านคือราชินีของเมืองลับแล...ราชินีของราชันย์ของพวกเรา ท่านพริสทีน!!!”
“เฮ!!!!!!!!!”
เหล่าประชากรเมืองลับแลต่างตะโกนแข่งกับแขกทุกคนพริสทีนหัวเราะชอบใจก่อนจะทำการโยนช่อดอกไม้เสี่ยงทายและผู้ได้รับคือชิอินะเสียอย่างนั้นทำเอาไลรอนกับคนอื่นมาล้อเจ้าหมาป่าดำฟีเรกันอย่างสนุกสนานจนโดนตะคอกกลับมาสร้างความขบขันเสียยกใหญ่
หลังเสร็จสิ้นพิธีทุกคนต่างออกมาร้องเล่นเต้นรำบรรเลงดนตรีนับจากนี้คือช่วงเวลาดื่มกิน อาหารเลิศรส และสุราชั้นเลิศถูกนำมาเสิร์ฟรับรองแขก
“ข ข้าไม่คิดเลยว่าตลอดมาเจ้ ท ท่านคือราชันย์ไลแคนสีคราม ต้อง..ต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาทไปไม่น้อย...” เจตต์กล่าว
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก ข้าไม่ได้ถืออะไรอยู่แล้ว” เขาถอนหายใจ“พูดแบบเดิมเถอะ”
“อ่า... อื้ม ได้”
กษัตริย์ถึงกับไปไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ในเมื่ออีกฝ่ายบอกเช่นนั้นเขาก็ต้องทำตาม รู้สึกโชคดียิ่งที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอีกฝ่ายเขาไม่กล้านึกสภาพของตนเองเลยจริงๆ...
“ยินดีด้วยนะคะพริสทีน”
“ย ยินดี ยินดีด้วยค ค่ะ ร รา ราชิ ชินี”
เสียงแรกจากสเตลล่า อีกเสียงจากเซน่อนนักดาบสาวประจำกิลด์ของเมืองอควอเทีย ทำเอาหลายคนหัวเราะไปตามๆกันพริสทีนเองก็เช่นกัน ก็นะ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ก็เดฟไกส์เล่นเปิดเผยตัวตนต่อหน้าขนาดนี้หลายคนประคองสติอยู่ได้ก็ดีแล้วล่ะนะ
“ล หลังจากนี้ข้าสามารถเล่าให้ลูกหลานฟัง ด ได้แล้ว ว่าข้าเคยร่วมงานแต่งของราชันย์ไลแคนสีครามม มา...” กอร์ก้า นักดาบหนุ่มคนสนิทของเซน่อน
“ช ใช่ ใช่ เห็นด้วย” เซเลีย นักเวทสาวคนสนิทของเซน่อน
“ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ” เจ้าสาวอดขำไม่ได้ มันตลกจริงๆนะ
ตอนเดฟไกส์กลับคืนร่างเดิมเธอเห็นเลยว่าพวกเพื่อนในกิลด์ที่เชิญมาตกตะลึงยิ่งกว่าใครๆเสียอีกอ้อ ราชาเจตต์เองก็พอกัน
“พริสสสทีนนนนนน~”เสียงยานๆลากยาวปนทะเล้นเล็กน้อยจากอายาโกะพุ่งมากอดคอเพื่อนสาว“คืนนี้ขอให้สนุกน๊า~”
....
ช่างเป็นคำอวยพรที่น่าใช้คำสาปใส่ซะจริงๆ!!
“อายาโกะคะ!”
“อย่าทำหน้าดุสิ ฉันแค่อวยพรเท่านั้นเอง”
มิโกะสาวหัวเราะคิกคักชอบใจไม่สนใจใบหน้าแดงๆของผู้หญิงคนอื่นทว่าสุดท้ายก็เป็นทามาโมะว่าที่สามีของอายาโกะมาห้ามปรามเสียเอง
ทุกคนต่างสนุกสนานกับงานเลี้ยง
โดยไม่รู้ตัวว่าคู่บ่าวสาวหายไปจากงานแล้ว...
.
.
.
.
.
ห้องนอนของราชันย์ไลแคนสีครามถือเป็นที่ต้องห้ามของผู้คนในเมืองลับแลไม่มีใครได้มาเหยียบแม้กระทั่งเทียร่า
จวบจนวันนี้...
เดฟไกส์วางเจ้าสาวของตนลงบนเตียงหลังใช้มือข้างหนึ่งปิดตาอุ้มมาตลอดทาง
“พามาที่ไหนเนี่ยเดฟ”
“ใจเย็นสิ...”
พอดึงมือออก ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจเล็กน้อย ภายในห้องนอนนี้ข้าวของทุกอย่างที่พบเจอตลอดระยะเวลาเดินทางด้วยกันถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสีเขียวของเถาวัลย์ดอกไม้ใบหญ้า เก้าอี้ เตียง ข้าวของส่วนใหญ่ทำจากไม้แกะสลักงดงามการตกแต่งบางส่วนค่อนข้างคล้ายกับที่ห้องเก่าของเธอไม่มีผิด...
“ห้อง ของเดฟเหรอ...”
“อืม จัดใหม่เพื่อเจ้านั่นแหล่ะ” เขานั่งลงข้างกัน “ชอบรึเปล่า?”
“อื้อ! ชอบสิ ชอบมาก”
ไลแคนหนุ่มโล่งใจ นึกไม่ผิดที่ปรึกษาเรื่องนี้กับอิรินา “ดีแล้ว”
“เอ้อ... ใช่ๆ จะว่าไปตอนดื่มเลือดนาย ทำไมถึงรู้สึกร้อนที่ด้านหลังล่ะ?”
“หันหลังสิ”
พริสทีนทำตามอย่างว่าง่ายเดฟไกส์เคลื่อนมือไปปลดผ้าคลุมผมนั่นออกเพื่อให้สะดวกแต่นั่นทำเอาเจ้าหล่อนสะดุ้งเล็กน้อย เขายกยิ้ม ทำมจะไม่รู้ตั้งแต่ตอนวางลงบนเตียงหรือตอนคุยเมื่อครู่ พริสทีนแทบจะไม่มองเขาเลยสักนิด นิ้วเรียวปัดเส้นผมสีเงินที่บดบังแผ่นหลังออก
เผยให้เป็นลวดลายที่โผล่ออกมาจากชุดแต่งงานสัญลักษณ์ปีกสีครามกลางแผ่นหลังขาวเนียนจนอดไม่ได้....
ที่จะ...ก้มลงไปจุมพิตมันเบาๆจนเจ้าสาวมือใหม่สั่นสะท้านเล็กน้อย
“ด เดฟ...” เธอเอี้ยวตัวหันไปมองอีกฝ่าย
“งดงาม... เหมาะกับเจ้าจริงๆ...”
เขาเอ่ยเสียงเบา ระยะที่ใกล้กันทำให้เธอได้ยินอย่างชัดเจนทำเอาใบหน้าหวานมีริ้วแดงแล่นผ่านอีกครั้ง สองดวงใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอกจวบจนพริสทีนตัดสินใจหมุนตัวกลับมาหาเขาอีกครั้ง...
เดฟไกส์ยกมือลูบไล้แก้มแดงนั่นอย่างพึงพอใจ...
ไม่คิดว่าการพบกันที่อาณาเขตต้องห้ามนั่นจะนำพาให้พวกเขากลายมาเป็นสามีภรรยากันเช่นนี้...
นับจากวันนั้น ที่เราพบกันที่ต้นไม้ใหญ่ในอาณาเขตต้องห้ามนั่น...
ยามเขาแอบมาหาเพื่อสอนทุกสิ่งให้แก่เธอที่ยังไม่สามารถออกไปไหนได้...
แม้เธอจะได้บ้านหลังใหม่ก็ยังไม่ลืมเขา หวนรำลึกกลับมาหาทุกครั้งและเป็นเขาที่เลือกแวะไปหาเธอแทน...
ในวันที่เธอหวาดกลัวความมืดในห้องใต้ดินนั่นแค่ได้ยินเสียงกรีดร้องก็ปวดใจจนต้องรีบพุ่งมาหาโดยไม่สนใจสิ่งใด...
ในวันที่เธอร้องไห้เจ็บปวด สับสน ทุกข์ทรมานแค่ไหนก็ยังคงมีเขาที่อยู่เคียงข้างเสมอมา...
ทุกสิ่ง... ทุกการกระทำของเขา...มีไว้เพื่อเธอ...
และทุกการกระทำของเธอ... มีไว้เพื่อเขาเพียงเช่นกัน...
เดฟไกส์ก้มลงไปประทับจุมพิตบางเบาอีกครั้งก่อนผละออกมากระซิบเสียงทุ้มอ่อนโยน ย้ำสถานะที่เปลี่ยนไปของพวกเขา...
“ภรรยาข้า...”
พริสทีนคลี่ยิ้มหวาน เอ่ยตอบกลับเสียงแผ่วเบา...
“สามี...ข้า...”
+++++++++++++++++++
ตอนหน้าเจอกันบทส่งท้ายยยยย!!!!
ปล.ขออภัยที่หายไปนานนะคะ แง ขออภัยจริมๆแต่อาการยังไม่ดีขึ้นเลย!!!!
ผื่นคันอะไรก็ไม่รู้เนี่ย ทรม๊านนนนน!!!ฉันทรมานนนนนน!!!
แอแงงงงงงงงงงงงง!!