เทพยุทธ์ดาวตก

    เล่มที่ 2 บทที่ 62 : อรุณรุ่งทอแสง

            

                 

            ก่อนจะเริ่มฝึกกระบวนท่าดาบเขาต้องฝึกการใช้ดาบให้คล่องแคล่วในระดับหนึ่งก่อนอาวุธทุกชนิดมีเคล็ดลับการใช้ที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าเป็นดาบเหมือนกันแต่การใช้จริง ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง ดาบบางเล่มมีคมบางเบาเหมาะสำหรับปาดเฉือน ดาบบางเล่มหนักปลายคมหนาเหมาะสำหรับฟาดฟันไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักโดยรวมของดาบ โครงสร้างดาบ ด้ามจับ ความกว้างหรือความยาวในแต่ละส่วนล้วนมีผลในการใช้ดาบ ดังนั้นเพลงดาบต้องออกแบบให้เหมาะสมกับตัวดาบด้วย ยกตัวอย่างเช่นดาบวงพระจันทร์ มีคมดาบโค้งมนเหมาะสำหรับกระบวนท่าต่อสู้ในระยะประชิด หากใช้ออกด้วยท่าฟันระยะไกลที่โออ่าแข็งกร้าวยังเทียบไม่ได้กับกระบวนท่าเดียวกันที่ใช้ออกด้วยพลองไม้ธรรมดาเสียด้วยซ้ำดังนั้นการฝึกอาวุธทุกชนิดสิ่งแรกที่จะต้องทำก่อนคือเข้าใจโครงสร้างและคุณสมบัติของมัน

     

            เทียนหลงนำดาบที่ได้รับพร้อมกับคัมภีร์ดาบสัตตะสุริยันออกมาตัวดาบทั้งหมดจากปลายดาบถึงปลายด้ามจับ ยาวหนึ่งร้อยสีสิบเซนติเมตรใบดาบยาวหนึ่งร้อยยี่สิบเซนติเมตร ด้ามจับรวมโกร่งดาบยาวยี่สิบเซนติเมตร ใบดาบกว้างสิบเซนติเมตรสันดาบและคมดาบขนานกันตัดปลายเฉียงที่ด้านล่างทำมุมแหลมหกสิบองศาที่ปลายดาบ  สันดาบหนาเกือบสองเซนติเมตร ใบดาบทำมุมรวมหนึ่งร้อยสามสิบห้าองศา ทำจากโลหะผสมทั้งแกร่งทั้งเหนียวตัวดาบสีเงินสะท้อนสีทองแดงออกมาจางๆ ปลายด้ามตีกรอบเป็นวงฝังทับทิมสีแดงก่ำไว้หนึ่งเม็ด ลักษณะดาบทรงพลังเหี้ยมหาญดุดัน ที่สำคัญตัวดาบมีน่ำหนักมากถึงสี่ร้อยห้าสิบกิโลกรัม

     

            โชคดีที่เขาไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักของมันเพราะมีพลังภายนอกถึงสี่พันกิโลกรัม แม้การจับยึดด้ามดาบยังไม่แม่นยำคุ้นชิน ดาบเล่มนี้ไม่มีชื่อเรียกหรืออาจเรียกว่าดาบพิชิตสุริยัน เขาพาลตั้งชื่อตามความตั้งใจที่จะใช้งานว่า “ตุลาการทมิฬ”

     

            แน่นอนอาวุธแต่ละชนิดมีความแตกต่างตัวอย่างเช่น ‘ทลายภพ’ จัดเป็นอาวุธยาวอเนกประสงค์สามารถกระแทกฟาดได้ตามอิสระแต่กับส่วนที่เป็นคมที่ใช้แทนดาบเน้นการทำลายด้วยการฟาดฟัน ต้องฝึกฝนจึงจะใช้มันฟันได้ตามต้องการพูดไปดูเหมือนง่าย แต่ความเป็นจริงก็คือพื้นฐานการใช้อาวุธทุกชนิด ต้องฝึกฝนจึงเกิดความชำนาญเขาใช้ ‘ทลายภพ’ มานานพอสมควรพอจะเรียกได้ว่าสามารถใช้มันออกอย่างถนัดมือ แต่สำหรับดาบเล่มนี้ คงต้องพิจารณาและฝึกหลายสิ่งเพื่อที่จะใช้ได้ตามความต้องการ

     

            ประการแรก ‘การจับดาบ’ ด้ามดาบแต่ละเล่มมีลักษณะและมุมสัมพันธ์กับคมดาบที่แตกต่างกัน เวลาจับด้ามดาบก็จะทำให้คมดาบแต่ละเล่มมีมุมฟันไม่เท่ากันดังนั้นการที่จะฟันให้คมดาบกระทบเป้า ต้องมีความแม่นยำในการลงคมของใบดาบให้โดนเป้าหมายเช่นหากใช้มีดพร้าหรือมีดขอฟันกิ่งไม้ไผ่ หากมุมที่ใบมีดกระทบเนื้อไม้ไม่ตรงกับส่วนคมจริงๆผลที่เกิดขึ้นก็คือใบมีดด้านข้างจะกระแทกเข้ากับท่อนไม้ที่ฟันส่งผลให้ใบมีดกระดอนออกสถานเบาก็สะท้านมือทำให้ข้อมือหรือนิ้วรับบาดเจ็บสถานหนักมีดก็กระดอนกลับมาทำร้ายผู้ฟันเองการจะฟันแล้วส่วนคมกระทบเป้าหมายได้แม่นยำ ต้องผ่านการฝึกฝนใช้งานจริง

     

            ประการที่สอง ‘มุมของคมดาบที่ตกลงบนวัตถุ’ การฟันวัตถุให้ได้ผลนั้นต้องให้คมดาบทำมุมที่เหมาะสมกับวัตถุเช่นหากฟันกิ่งไผ่แล้วคมของดาบตกกระทบกับกิ่งไผ่ตรงๆเป็นมุมเก้าสิบองศาผลก็คือกิ่งไผ่เป็นรอยและดาบกระเด็นออก แต่ถ้าคมดาบกระทบกับกิ่งไผ่เป็นมุมสามสิบองศาก็จะสามารถตัดกิ่งไผ่ได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว  

     

            ประการที่สาม ‘พลังในการฟัน’ คมดาบแต่ละเล่มมีมุมตัดที่แตกต่างกันหากคมดาบเป็นมุมแหลมมากก็จะกินเข้าเนื้อวัตถุโดยใช้แรงน้อยกว่าคมดาบที่มีมุมป้านกว่า ยิ่งคมดาบมีมุมป้านขึ้นก็ยิ่งต้องใช้แรงมากขึ้นดังนั้นยิ่งนักดาบสามารถถ่ายโอนพลังเข้าไปในตัวดาบได้สมบูรณ์มากเท่าไรผลของการฟาดฟันย่อมร้ายแรงบรรลุเป้าหมาย แน่นอนกระบวนท่า มุมในการฟาดฟันเคล็ดวิชาพลังปราณที่ใช้ ต้องพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุที่นำมาตีขึ้นเป็นโลหะอาวุธแต่ละด้ามก็ตอบสนองต่อพลังไม่เหมือนกัน เช่นกรณีของ ‘ตุลาการทมิฬ’ เล่มนี้ พลังที่ต้องใช้คือพลังปราณสุริยเทพ

      

            ทั้งสามประการจะเกิดขึ้นได้มีเพียงแต่ต้องจับดาบเล่มนั้นแล้วฝึกซ้อมกับมันจนเกิดความชำนาญ เพื่อซ้อมการจับดาบเทียนหลงเริ่มจากการฝึกฟันดาบเปล่า ด้วยท่วงท่าที่แตกต่างกัน เช่นท่า ฟันตรง เฉียงขวาง บนลงล่าง ซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย หลังมาหน้า หน้าไปหลัง ตวัดฟันขึ้นฝึกฟันอยู่ถึงห้าวัน เขาซ้อมฟันอย่างน้อยห้าแสนห้าหมื่นครั้ง  จนรู้สึกว่าดาบกับเขาผสานกันจนเป็นหนึ่งเดียวต่อมาเขานำไม้ไผ่ที่ตัดมาจากเกาะในทะเลสาบใต้ดิน ออกมาเป็นเป้าในการฝึกซ้อมมุมดาบเพราะเขาผสานกับคมดาบได้อย่างสมบูรณ์ เพียงสามวันเขาก็สามารถฟันกิ่งไผ่ให้ขาดเป็นท่อนเล็กๆแนวเฉียง กว้างเพียงหนึ่งเซนติเมตรเท่ากันจำนวนหนึ่งร้อยท่อนจากการฟันต่อเนื่องในอึดใจเดียว หลังจากนั้นเขาก็เริ่มประสานพลังปราณเข้าไปในการออกดาบ

     

            เมื่อประสานพลังปราณเข้าไปในดาบไม่ใช่เรื่องง่ายดาย พลังปราณที่โคจรเข้าไปในตัวดาบ ต้องสมบูรณ์แผ่ไปถึงปลายดาบ ทั้งโคจรทั้งฟาดฟันออกในทวงท่าต่างๆเขาฝึกซ้อมเพียงหนึ่งวัน พลังปราณก็ค่อยๆผสานกับพลังดาบ เพียงตวัดดาบออกพลังปราณทำให้การออกดาบฉับไวแหลมคมยังปรากฏพลังแผ่ออกไปจากตัวดาบ ในที่สุดทุกอย่างก็เตรียมพร้อมสำหรับการฝึกกระบวนท่าดาบอรุณรุ่งทอแสง

     

            ตีความตามชื่อกระบวนท่า ‘อรุ่นรุ่งทอแสง’ ยามย่ำรุ่งอาทิตย์ไขแสงความมืดสนิทมาเยือน ก่อนที่จะสาดแสงรำไรปูพรมกักขอบฟ้าด้วยแสงสีม่วง ค่อยๆเพิ่มประกายแสงสีแดงหม่นตามติดด้วยแสงสีส้มแดงตรงกลาง ชั่วอึดใจให้หลัง ดวงอาทิตย์สาดส่องแสงสีแดงกลมทรงพลังปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าหากตีความตามสำนึกกระบวนท่าดาบ

     

            ยามแรกเริ่มทอแสงสีม่วง คือใช้เพลงดาบดุจไร้สภาพค่อยๆสอดประสานถักทอตาข่ายคมดาบ ล้อมกักศัตรูไว้ภายในโดยศัตรูไม่รู้สึกตัว

     

            ทอแสงสีส้มก่อนอาทิตย์ขึ้น หมายถึงค่อยๆบีบกดดันการเคลื่อนไหวของศัตรูให้อยู่ในพื้นที่จำกัด

     

            เปล่งแสงแดงกลมโตเปี่ยมพลังจากไร้สภาพเป็นมีสภาพจบด้วยจู่โจมทำลายศัตรูด้วยกระบวนท่าสังหารที่เข้มข้นดุดัน

     

            กล่าวโดยสรุป เป็นกระบวนท่าที่เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลลวงศัตรูให้เข้ามาสู่วงล้อมดาบ บีบคั้นจนหมดทางหนีจากนั้นสังหารด้วยเพลงดาบที่ไม่ต่อต้านได้

     

            เนื่องจากทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเทียนหลงเพียงฝึกการออกกระบวนท่าดาบไปตามวิถี ใช้เวลาเพียงสามวันก็ฝึกกระบวนท่านี้สำเร็จสามารถใช้ออกควบคุมได้อย่างใจนึก เมื่อใช้พลังปราณสุริยเทพออกบรรจุไปในกระบวนท่าดาบถึงกับปรากฏภาพลักษณ์สะท้อนผนังผาที่ราบเรียบในถ้ำราวกับมีดวงอาทิตย์สีแดงยามเช้าทอแสงขึ้นภายในถ้ำจริงๆ  หลังเสร็จสิ้นกระบวนดาบบนผนังถ้ำเกิดรอยดาบเป็นร่องลึกกระจายอยู่ทั่วบนผนัง ในที่สุดเขาก็ฝึกกระบวนท่านี้สำเร็จในขั้นสูง 

     

            ร่องที่เกิดไม่ได้ลึกคมเหมือนรอยดาบทั่วไปแต่กลับเป็นร่องหลุมขอบมนไม่มีคมแม้แต่น้อย เพราะถูกพลังปราณที่แฝงมากับดาบหลอมละลายไปตั้งแต่เริ่มฝึกท่าอรุณรุ่งทอแสงจนสำเร็จ ใช้เวลาไปถึงสิบวันเต็มๆ สำหรับท่าที่สอง‘สุริยันสาดแสงทอง’ เป็นกระบวนท่าดาบไว หากไม่สามารถผสานร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับดาบเป็นเรื่องยากที่จะฝึกให้ชำนาญ คงต้องให้เขามีประสพการณ์ในการใช้ดาบมากกว่านี้ จึงจะเริ่มฝึกได้ตอนนี้อย่างน้อยเขามีเพลงดาบที่สามารถใช้ออกได้แล้ว หากฝึกกระบวนที่ที่สองต่อ คงต้องใช้เวลานานเกินไปดังนั้นเทียนหลงตัดสินใจออกเดินทางไปหายู่ปังเฮาะเนื่องเพราะเริ่มผิดเวลาที่นัดหมายกันแล้ว

     

            เขาตัดสินใจออกเดินทางตั้งแต่ตอนเย็น เวลาเที่ยงคืนวันนั้นเขาก็เดินทางมาถึงปากทางลัดที่เชื่อมกับถนนใหญ่หาที่ลับตาใกล้เคียง วางค่ายกลกำแพงฟ้ากางกระโจมพักพ่อนเขาต้องมารอคนสัญจรยามสายที่จุดนี้จะมีผู้คนเดินทางอยู่ประปราย เขามองหาคนที่เดินกันเป็นกลุ่มเล็กๆจะได้อาศัยเดินเข้ากลุ่ม เพราะเด็กน้อยอายุเพียงแปดปีเดินทางด้วยเท้าเพียงลำพัง ออกจะสะดุดตาเกินไป

     

            ในที่สุดเขาก็พบ ชายชราท่าทางใจดีดินมากับเด็กอายุประมาณสิบปีบนหลังชายชรามีชะลอมใส่ผักสดอยู่เต็ม จึงเดินเข้าไปทักและถามทางบอกว่าตัวเองออกเดินทางมาจากเมืองซองเว่ยต้องการเดินทางไปทางใต้ ชายชราใจดีบอกให้เดินไปด้วยกันเพราะเขาเองก็จะไปส่งผักให้โรงเตี้ยมที่อยู่ไปทางใต้อีกห้ากิโลเมตรส่วนเมืองที่เทียนหลงต้องการจะไปอยู่ห่างไปทางใต้ ถึงสี่สิบกิโลเมตร ถึงโรงเตี้ยมแล้วค่อยแยกกันระหว่างเดินทางชายชราผู้มีอัธยาศัยดี ก็ชวนเขาคุยตลอดทางสองปู่หลานอาศัยอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ออกมาส่งผักทุกสองวัน โรงเตี้ยมนี้เป็นโรงเตี้ยมเพียงแห่งเดียวบนเส้นทางระหว่างเมืองนี้ชั้นบนทำเป็นห้องพักมีไม่กี่ห้อง ด้านล่างทำเป็นร้านอาหารไว้บริการผู้เดินทางผ่านในช่วงเช้าและช่วงบ่ายจะมีคนแวะพักทานอาหารจำนวนไม่น้อย

      

            เมื่อมาถึงหน้าโรงเตี้ยม สองปู่หลานแยกไปเข้าด้านหลังเพื่อส่งผักเทียนหลงเดินเข้าด้านหน้า เพื่อสั่งอาหารและอยากจะสอบถามทางไปสำนักทองไพศาลในร้านมีแขกอยู่สี่โต๊ะทั้งหมดสิบกว่าคน ล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา ทุกคนต่างกินกันไปสนทนากันไปเทียนหลงสั่งบะหมีน้ำไปหนึ่งชาม รอเพียงครู่เดียว ผู้รับใช้ก็ยกออกมา พึ่งวางชามลงเทียนหลง ก็พบความผิดปรกติ จมูกได้กลิ่นดอกจุ้ยเซียนจางๆ ออกมาจากบะหมี่น้ำที่วางอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาของเขาเห็นละอองสีเขียวจางๆ ลอยอยู่ในชามบะหมี่

     

            ‘พิษ นี่คือพิษชนิดหนึ่ง..มีคนแพร่พิษภายในร้าน เกิดอะไรขึ้น?’ ทันใดได้ยินเสียงดังโครมครามผู้คนที่กินอาหารอยู่ในร้าน พากันทยอยล้มลงขาดใจตาย บางคนก็ล้มคว่ำลงบนโต๊ะอาหารกระแทกจานชามแตกกระจายเศษอาหารกระเด็นว่อนบางคนก็ล้มไปด้านข้าง แต่ทุกคนที่ล้มลงไปล้วนแน่นิ่งขาดใจตายทันทีเทียนหลงยังนั่งงงอยู่ เพียงสามลมหายใจ จมูกได้กลิ่นยาพิษทึ่คุ้นเคยที่สุดนั้นคือยาสลายพลังลอยออกมาจากด้านบนของโรงเตี้ยม พร้อมกับสายตาเขาก็มองเห็นละอองสีขาวปลิวออกมาจากด้านบนร้าน

     

            แค่พิษสลายพลังกับเขายังไม่มีผลกระทบอะไร เพียงครู่เดียวผ่านไปมีเสียงดังลอยมาจากด้านบนที่เป็นที่พัก“จุ๊ๆ…เจ้าเด็กน้อย ไม่ต้องกลัวไป พิษที่เจ้าโดนคือพิษสลายพลังจงหลับให้สบายส่วนคนอื่น เหอะๆๆ สมกับเป็นจุ้ยเซียนดับวิญญาณ สั่งให้ตายยามสามรับรองไม่รอดถึงยามสี่ ฮ่าๆๆๆ” สิ้นเสียงก็มีคนร่างผอมสูงเดินลงมาจากด้านบนที่เป็นห้องพักอย่างช้าๆพร้อมกับ ประตูหลังร้านก็มีคนเดินออกมาสองคน

     

            คนร่างผอมสูงที่เดินลงมาจากด้านบนมีวรยุทธ์ขั้นปราณผนึกยุทธ์ระดับเจ็ด ส่วนอีกสองคนที่เดินออกมาจากหลังร้าน คนหนึ่งอ้วนคนหนึ่งผอมล้วนมีวรยุทธ์ขั้นปราณผนึกยุทธ์ระดับสี่ทั้งคู่พวกมันทั้งหมดสวมชุดนักบู้สีเหลืองซีด เทียนหลงนั่งนิ่ง เขาตรวจสอบรัศมีร้อยเมตรโดยรอบพบว่านอกจากคนทั้งสามที่ปรากฏกายไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดแต่กับตรวจพบสัตว์เลื้อยคลานหลายตัว นั้นแสดงว่า สองปู่หลานที่เดินทางมาด้วยกันประสบภัยล้มตายแล้ว

     

            เทียนหลง ถามเสียงเรียบ “พวกเจ้าเป็นใคร? ทำไมต้องฆ่าคนมากมายขนาดนี้พวกเขาไปทำอะไรให้พวกเจ้าโกรธแค้น”

     

            ชายร่างผอมสูง ทำหน้าแปลกใจ “โอ๊ะๆ ถึงกับยังมีสติยังพูดได้ เด็กน้อยนี่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว” มันสะบัดมือส่งประกายสีทองแดงลงบนโต๊ะหน้าเทียนหลงเห็นเป็นงูสีทองเหลือบแดง ยาวหนึ่งเมตรครึ่งตัวหนึ่ง แล้วตวาดสำทับว่า “ถ้าขยับแม้แต่นิดเดียวเจ้า...ตาย”

     

            เทียนหลงหน้าเปลี่ยนไปเค้นเสียงพูดออกมาอย่างแช่มช้า “งูทรายทองหนามแดง พวกเจ้ามาจาก..สำนักทรายทองพันพิษ”

     

            คนอ้วนที่ออกมาจากหลังร้านที่ออกมาจากด้านหลัง“ข้ารู้จักมัน ฮ่าๆๆๆในที่สุดปริศนาเรื่องการหายไปของเหล่าผู้อาวุโสก็พบเบาะแส”

     

            ชายร่างผอมสูง “มันเป็นใคร ชุนกัง เจ้าไปรู้จักเด็กน้อยนี่เมื่อไหร่ เหตุใดจึงบอกว่ามันเป็นเบาะแสในการค้นหาการหายคัวไปของเหล่าผู้อาวุโส”

     

            ชุนกัง “มันคือพ่อครัวของเหลาวิหคคืนรังที่จัดเลี้ยงบนทะเลสาบชื่อถังอัน คิดไม่ถึงเป็นแค่พ่อครัวตัวน้อยกลับรู้จักสัตว์วิเศษของสำนักเรา”

     

            ชายร่างผอมสูง “มันใช่รู้จักวรยุทธ์หรือไม่ ทำไมข้าไม่สามารถรับรู้ระดับวรยุทธ์ของมันเลย”

     

            ชุนกัง “มันเป็นพ่อครัวเลื่องชื่ออายุเพียงแปดขวบแค่นี้ก็ไม่ธรรมดามากแล้ว คนทั้งเมืองล้วนรู้จักชื่อเสียงเด็กน้อยนี้ ขนาดข้ายังเคยกินฝีมือทำอาหารของมันอร่อยอย่างยิ่ง ข้าไม่เคยกินอะไรอย่างนั้นมาก่อนเลย เลยไปแอบดูมันปรุงอาหารในครัว หากบอกว่ามันยังรู้จักวิทยายุทธ์อีกมันคงเป็นเทพเซียนมาจุติแน่ๆ ท่านอากังวลมากไปแล้ว”

     

            ชายร่างผอมสูง แค่นเสียง “เหอะ! หญิงสาว ชายชรา นักศึกษา และ เด็ก เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งห้ามประมาทในยุทธภพเจ้ายังไก่อ่อนมากนัก ระมัดระวังไว้บ้างไม่เสียหาย ว่าแต่ เหตุใดเด็กน้อยนี้จึงไม่สลบล้มลงเมื่อถูกพิษสลายพลัง หรือมันจะมีวรยุทธ์ ไม่…เป็นไปไม่ได้จะบอกว่ามันมีวรยุทธ์สูงกว่าข้าอย่างนั้นหรือ?”

     

            ชุนกัง “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรแต่ไม่ใช่ความผิดของพวกข้าอาจเป็นเพราะท่านอาไม่ระวังแพร่พิษใต้ลม แล้วเหตุใดท่านอาจึงต้องแพร่พิษสลายพลังด้วยตามบททดสอบกำหนดไม่ใช่หรือว่า จะให้พวกข้าแพร่พิษจุ้ยเซียนดับวิญญาณเท่านั้น”

     

            ชายร่างผอมสูง ชี้ไปยังคนที่นอนตายอยู่ในร้าน “ก็เจ้าพวกนี้สิใช้การไม่ได้ อ่อนหัดถึงกับล้มตายต่อหน้าเจ้าเด็กน้อยนี่แล้วใครจะกินอะไรลงอีก เห็นชัดๆว่าพวกเจ้าแพร่พิษล้มเหลวไม่สามารถสังคนให้สถานที่ทั้งหมด สรุปคือไม่สำเร็จ ข้าไม่สมควรให้พวกเจ้าผ่านการทดสอบแพร่พิษสังหารหมู่นี่เลย”

     

            ชุนกัง “ท่านอาท่านเป็นถึงอาจารย์แพร่พิษ กลับล้มเหลวในการแพร่พิษใส่พ่อครัวคนหนึ่ง แถมยังเป็นเด็กน้อยด้วยข้าว่าเรื่องนี้หากรู้ถึงลุงข้า มันคงไม่ค่อยดีกระมัง”

     

            ชายร่างผอมสูง “เจ้า…!..กล้าขู่ข้างั้นเรอะ…”

     

            ชุนกัง“ท่านก็ให้พวกข้าผ่านๆ ไปเถอะ หากไม่นับพ่อครัวน้อยที่ยังไม่ได้กินอาหารนี่ในร้านนี่ ยี่สิบสามคนกับของแถมอีกสอง ล้วนตกตาย ภายใต้มือข้า”

     

            เทียนหลงฟังมาถึงตอนนี้ อุทานขึ้นมา “พวกเจ้าฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่อง เพียงเพื่อทดสอบผลการฝึกฝน พวกเจ้า…อำมหิตถึงเพียงนี้ ไม่กลัวฟ้าดินลงโทษรึ..!”

     

            ชายร่างผอมสูง “ฮ่ะๆๆๆ…. พวกข้านี่แหละฟ้าดินสำนักข้ามีศิษย์ที่ผ่านด่านทดสอบนี้ สามร้อยสิบสี่คน แต่ละคนล้วนแพร่พิษปลิดชีพอย่างน้อยห้าคนในการทดสอบด่านนี้ข้าดูแลด่านการแพร่พิษมายี่สิบปี ลูกศิษย์ของข้า ที่ทำผลงานไว้สูงสุดคือ ชุนหลวนนางฆ่าล้างสำนักไปถึงสามร้อยคน หากพวกข้าไม่ใช่ฟ้าดินก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว..”

     

            เทียนหลงคิดถึงสองปู่หลานที่เดินทางร่วมกันมา ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆแต่ก็ทำให้เห็นชีวิตที่สดใสและดีงาม แต่กลับถูกทำลายด้วย ไอ้พวกบัดซบชิงหมาเกิดพวกนี้ยิ่งคิดถึงชาวบ้านร้านถิ่นที่อาจมีคนเฝ้ารอการกลับไปของพวกเขาบางคนต้องเลี้ยงดูครอบครัว เรื่องราวเบื้องหลัง ต้องมีคนอีกมากมายที่ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปอีกตลอดชีวิต ยิ่งคิดลึกเข้าเขายิ่งเกิดโทสะราวกับมีเพลิงกำลังค่อยๆเผาไหม้ลุกโชนอยู่ในใจเขาในเมื่อเขาพบเห็นและมีกำลังพอที่จะยับยั้ง เขาตัดสินใจในทันที ล้างสำนักเลวแห่งนี้ให้หมดไปจากโลกระหว่างคิดหน้าตาของเขาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจากหน้าวิตกกังวลในเรื่องหลังของผู้ตาย ค่อยๆเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยเย็นชา

     

            ชุนกัง เห็นสีหน้าเทียนหลงคิดว่าเขาคงกลัวจึงพูดหยอกขึ้น “ฮ่าๆๆๆ ถังอัน ไม่ต้องกล้วฝีมือการทำอาหารของเจ้า ได้ช่วยชีวิตของเจ้าไว้ ข้าจะพาตัวเจ้ากลับไปเป็นพ่อครัวที่สำนัก…ฮ่าๆๆๆ…วู้! โชคเข้าข้างข้าแท้ๆคราวนี้ ท่านลุงเจ้าสำนัก คงตกรางวัลให้ข้าอย่างงาม ที่พาตัววิเศษกลับไปด้วย”

     

            เทียนหลง “ไม่ข้าไม่อยากไป…”

     

            ชุนกัง หัวเราะ “เหอะๆๆ..เห็นทีเจ้าจะปฏิเสธไม่ได้”

     

            เทียนหลงตัดสินใจแล้ว ติดตามพวกมันไปก็ได้ แต่ทางที่ดีต้องรู้ให้ได้ว่า ที่ตั้งของสำนักทรายทองพันพิษอยู่ที่ใด“ไม่..ข้าไม่ชอบอยู่ในทะเลทราย..ข้าชอบอยู่เมืองที่ใกล้บึงน้ำใหญ่ๆป่าไม้เขียวขจี”

             

            ชุนกัง“ไม่ต้องกังวล ถึงแม้สำนักข้าจะชื่อทรายทองพันพิษแต่สำนักใหญ่ กลับไม่ได้อยู่ในทะเลทรายอยู่ในเมืองธาราล่อง ทางใต้จากนี่ไป เพียงสามร้อยกิโลเมตร สำนักข้าใหญ่โตมีชื่อเสียงหากเจ้าไปถามคนในเมือง ไม่ว่าใครๆก็รู้จัก”

             

            ชุนกังหันไปพูดกับชายร่างผอมสูง “ท่านอายังมีบททดสอบอีกชุดหนึ่งคือแพร่พิษยาวนานต่อเนื่อง ข้าได้แพร่พิษไว้ คามจุดต่างๆของโรงเตี้ยมแห่งนี้อีกเจ็ดวันท่านกลับมานับศพได้ ข้าเขื่อว่าฝีมือด้านนี้ของข้าเหนือกว่าชุนหลวนเสียอีกไม่ว่าใครที่เข้ามาในโรงเตี้ยมแห่งนี้ล้วนต้องตาย…”

             

            เทียนหลงบังเกิดโทสะพุ่งขึ้นสูงสุด “บัดซบพวกเจ้าถึงกับจะยังฆ่าคนต่อ ข้าทนไม่ไหวแล้ว….” พลันเปลี่ยนใจไม่ตามพวกมันไปแล้ว

             

            ชายร่างผอมสูง“เป็นไร…เจ้าจะตีข้าด้วยกระทะอย่างนั้นเหรอ…ฮ่าๆๆๆ เด็กน้อยอยู่นิ่งๆ ด้ายทองแดงของข้ายังไม่ได้กินอาหารเดี๋ยวมันจะนึกว่าเจ้าเป็นอาหารของมัน”

             

            ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะก็รู้สึกแปลกมันส่งสัญญาณให้ด้ายแดงเลื้อยวนบนโต๊ะเพื่อข่มขู่เทียนหลงแต่สัตว์วิเศษประจำตัวของมันไม่ตอบสนอง ไม่เพียงเท่านั้นมันยังนิ่งตัวแข็งไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ราวกับมีแรงกดดันบีบรัดร่างเอาไว้ ขณะจะขยับเข้าไปใกล้

             

            ทั้งสามคนรู้สึกผิดท่าพวกมันยืนกระจัดกระจายในเหลาสุรา ระยะห่างจากเทียนหลงไม่เท่ากันแต่พวกมันกลับรู้สึกว่าตัวของเทียนหลงใหญ่ขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นร่างของพวกมันถูกแรงบีบมหาศาลที่ไม่ทราบที่มา ตรึงร่างของพวกมันเอาไว้แรกๆยังพอทนได้ผ่านไปสักพักแรงบีบอัดค่อยๆทวีเพิ่มขึ้น ชุนกังและคนร่างผอมอีกคนที่ไม่เคยเอ่ยปาก ถูกพลังลึกลับ บีบอัดจนกระอักเลือดออกมาในที่สุดชายร่างผอมผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์อาของ ชุนกัง ก็กระอักโลหิตตามออกมาอีกคนแรงกดดันเร้นลับ หนาแน่นขึ้นจนสามารถจับต้องได้ พวกมันพยายามขัดขืนดิ้นรนแต่เค้นแรงจากท้องพ่อท้องแม่ออกมาเท่าไหร่ ก็สูญหายไปไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพรั่นพรึงมึนงงพลังนี้ไม่มีที่มาที่ไปอยู่ดีๆ ก็บังเกิดขึ้น ขนาดจะเอ่ยปากพูดยังทำไม่ได้

             

            พวกมันพยายามดิ้นรนสุดชีวิตผ่านไปเพียงชั่วครู๋ เทียนหลงก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยปากพูด “เป็นไร ทำไมยังไม่พาข้าไปสำนักของพวกเจ้าสักที ข้ารอนานแล้ว…นะ” ทันทีที่ เทียนหลงลุกขึ้นแรงกดดันก็เพิ่มพูนอีกมหาศาล มันแข็งแกร่งจากไม่มีสภาพเป็นมีสภาพผนึกร่างคนทั้งสามยกลอยขึ้นบนอากาศสูงประมาณสองเมตร คราวนี้พวกมันรู้แล้วว่าแรงกดดันนี้มาจากที่ใด สายตาของพวกมัน ทอประกายแตกตื่นสยองขวัญปนเปกับความไม่อยากเชื่อ กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า พวกมันพยายามเอ่ยปากแต่กลับไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อยทำได้แต่คิดร้องตะโกนก้องในใจ

             

            ยิ่งคิดยิ่งแตกตื่นต้องมีพลังปราณขั้นใดและมีพลังวัตรมหาศาลถึงเพียงไหนจึงจะสามารถ ทำได้ขนาดนี้พวกมันพยายามทุกวิถ๊ทาง นอกจากดิ้นรนด้วยตัวเองแล้วยังออกคำสั่งให้สัตว์วิเศษประจำตัวเข้าจู่โจมอย่างสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนความพยายามทุกอย่างไร้ประโยชน์แม้แต่สัตว์วิเศษประจำตัว ยังปฏิเสธคำสั่งของพวกมัน ไม่ยอมเคลื่อนไหวแม้แต่น้อยนิด

             

            ภายใต้ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นจนจิตวิญาณสั่นสะท้าน

             

            เทียนหลงพูดขึ้นอย่างแช่มช้าชัดเจน“ในเมื่อสำนักของพวกเจ้า เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลา เลวทรามต่ำช้าถึงเพียงนี้ข้าคงต้องลบมันออกจากโลกใบนี้ ตอนนี้คงต้องส่งพวกเจ้าลงไปในนรกก่อน แต่ไม่ต้องกลัวเหงา ข้าส่งสองพี่น้องตระกูลชุนกับหย่งอี้รวมทั้งเหล่ายมฑูตพิษลงไปรอพวกเจ้าอยู่ก่อนแล้ว”

             

            ชุนกง ได้ยินเทียนหลงกล่าวเช่นนั้นความหวังในการเอาชีวิตรอดของพวกมันที่เคยมีอยู่ริบหรี่ก็ดับวูบลง ลำพังแค่หย่งอี้กับสองพี่น้องตระกูลชุนยังไม่เท่าไหร้แต่ตัวตนของยมฑูตพิษ พวกมันคือแกนพลังหลักที่ทรงพลังที่สุดของสำนักทรายทองพันพิษที่สูญหายไปยังคิดว่าไปไล่ล่าฆ่าศัตรู คาดไม่ถึงว่าจะถูกเด็กน้อยเบื้องหน้ากำจัดทิ้งไปเสียอย่างนั้น แล้วตัวพวกมันละ?

      

            เทียนหลงใช้พลังปราณสุริยเทพ เหนี่ยวนำหลอมรวมความร้อนรอบบริเวณเข้าแล้ว ค่อยปลดปล่อยความร้อนจากพลังที่หลอมแก่นสุริยันออกมาหยางสุดขั้วหยินก่อเกิด  ในตอนแรกรอบกายเทียนหลงอุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วก่อเกิดเป็นวงรัศมีขาวนวล ไอความเย็นราวกับอยู่ในนรกแช่แข็งแผ่กระจายออกในรัศมีสิบเมตรงูทรายทองหนามแดง กลายเป็นท่อนน้ำแข็งในพริบตา ร่างกายของพวกมันทั้งสามถูกแช่แข็งจนร่างแข็งทือความเจ็บปวดจากการถูกแช่แข็ง เลือดเนื้อแถบทั้งหมดในร่างของพวกมันทั้งสาม กลายเป็นน้ำแข็งความรู้สึกร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัส จากเส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่หดตัวแข็งทื่อเป็นนรกชั้นแรกที่พวกมันได้รับ

             

            เพียงสามอึดเทียนหลงค่อยๆปล่อยพลังสุริยเทพออกมาพวกมันเลวขนาดนี้ต้องให้พวกมันรับรู้ว่านรกและการลงทัณฑ์ของฟ้าดินมีจริง

             

            ในขณะที่พวกมันสามคนถูกทรมานในสภาพถูกแช่แข็งและคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีนรกบนดินที่ไหนสร้างความเจ็บปวดได้ขนาดนี้ก็เห็นประกายแสงสีแดงวงใหญ่ พลันเริ่มสาดประกายออกมาจากตัวเทียนหลง ในฉับพลันความร้อนดุจไฟบรรลัยกัลป์เริ่มแผดเผาออกมารอบตัวเทียนหลง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ งูทรายทองหนามแดงทุกสิ่งถูกเผาไหม้ กลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที แต่กับพวกมันทั้งสามที่ทั่วร่างถูกแช่แข็งความร้อนที่เกิดขึ้นในฉับพลันทำให้น้ำแข็งทั่วร่างเปลี่ยนอุณหภูมิจากจุดเหยือกแข็งกลายเป็นจุดเดือดในทันทีความเจ็บปวดจากร่างกายเลือดเนื้อเส้นเอ็นที่หดตัวกลายเป็นน้ำแข็ง กลายเป็นได้ยินเสียงเลือดเนื้อของตนเองส่งเสียงเดือดปุดๆจากนั้นร่างกายก็เริ่มลุกไหม้ทีละน้อยกลิ่นเนื้อไหม้จากร่างกาย โชยเข้าจมูกของพวกมันเองพวกมันไม่ได้ตายในทันที เพราะร่างกายที่กลายเป็นน้ำแข็งก่อนหน้ายังพอต้านทานพลังความร้อนที่ตามมาภายหลัง ทำให้พวกมันรู้สึกยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นมองเห็นร่างของตนเองค่อยๆเดือด แล้วเผาไหม้ กลายเป็นเถ้าไปทีละน้อยพวกมันแผดร้องเสียงกึกก้องภายในใจ ในที่สุดก็จบชีวิตบัดซบชั่วร้ายของพวกมันไป

             

            ทันทีที่พวกมันตายเทียนหลงใช้ปราณสุริยเทพกระแทกระเบิดพลังออกรอบข้างอย่างว่องไว ทำให้รัศมีสามร้อยเมตรรอบตัวเขาพลันกลายเป็นแสงสีขาวเจิดจ้า ลูกไฟความร้อนสูงเผาผลาญหลอมทุกอย่างจนสลายหายไป เพียงชั่วพริบตาสถานที่ที่เคยเป็นโรงเตี้ยมร้านอาหารก็กลายเป็นลานโล่งสีขาวสะอาดตา เขาจำเป็นต้องเผาทำลายทุกสิ่งเพื่อไม่ให้ศพที่ถูกพิษและพิษที่พวกมันแพร่เอาไว้ ทำอันร้ายผู้เดินทางคนอื่นๆอีก

             

            เขายืนนิ่งเงยหน้าขึ้นรำพึงกับท้องฟ้า “นี่อาจเป็นภารกิจที่ฟ้าประทานให้ข้าต้องกระทำท่านปู่จางคงไม่ว่าอะไร หากข้าจะกลับไปช้าขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อทำความสะอาดล้างโลกนี้ให้สูงขึ้น” แล้วเขาก็ใช้วิชาตัวเบามุ่งหน้าไปเมืองธาราล่องในทันที

             

             

             

    * ต้องขออภัยผู้อ่านอย่างสูง ทีขาดช่วงการลงไปหลายวัน เนื่องจากผู้แต่งเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงพายุเข้าสองลูกติดกันพอดีด้วยปัญหาด้านคมนาคมขนส่งและการสื่อสาร จากพายุน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถเขียนและลงนิยายต่อได้ ตอนนี้กลับมาลงต่อแล้วครับ

             

             

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์ดาวตก ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668