" ข้านึกว่าผู้ใด ที่แท้พวกขี้แพ้นี่เอง " นนท์เอ่ยขึ้น
" เจ้า " เจ้าตระกูลซากัดกรามแน่นด้วความโกรธ
" ไอ้สาระเลว ครานี้อยู่นอกแดนเทพแล้ว เจ้ามิรอดแน่ " ชายแก่ฟาดมือเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้านดินสะเทือน โลกทั้งใบพลันสั่นไหวคลับคล้ายจะแตกดับ นนท์จับจ้องที่ฝ่ามือยักษ์ลอยลงมา
" อั่ก " เหล่ายอดยุทธขั้นต่ำทั้งหลายต่างทิ้งร่างจมกองเลือดของตน
" อ้าก " เสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นทั่ว ทั้งเสียงกระดูกที่แตกหักดังปะปนกัน
" พี่โจว ช่วยพวกข้าด้วย " รุ่นเยาว์ต่างร้องขอต่อนนท์
" ไอ้แก่ นี่รึพลังสูงสุดของเจ้า " นนท์ส่ายหน้า แล้วสะบัดมือที
" แว่บ " ฝ่ามือยักษ์หายวับไป เจ้าตระกูลซาถึงกับตื่นตะลึง
เหล่าผู้คนที่รอลุ้น ต่างแข็งค้างตามกัน
" พี่โจว ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "
" ที่แท้ หลานโจวมาจากแดนเทพ "
" มิน่า ถึงได้แข็งแกร่งนัก "
" ไอ้แก่ หากมิติดว่าสงครามใหญ่กำลังจะมา ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตต่อข้า " นนท์จ้องไปยังใบหน้าที่ซีดเผือดของเจ้าตระกูลซา
" เจ้าจะไปที่ใดก็ไป " เจ้าตระกูลซาเร่งจากไปในทันที
" เจ้านี่ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ฝ่ามือเมื่อครู่เจ้าตระกูลซาผสานอักขระเทพถึงสี่ตัว ยังทำอันใดเจ้ามิได้ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" น่าเสียดาย ที่เจ้าสร้างศัตรูขึ้นที่แดนเทพมากมากนัก " นนท์มองยังผู้เฒ่า
" ผู้เฒ่า มีตระกูลใดบ้างที่มองข้าเป็นศัตรู " นนท์มองยังผู้เฒ่า
" ตระกูลซา สำนักเบญจธาตุ ตระกูลฟู่ ตระกูลเอี้ยน " ผู้เฒ่าร่ายรายชื่อให้ฟังอีกหกชื่อ
" ท่านมิกลัวข้ารึ " นนท์เอ่ยถาม
" ข้ารู้ว่าเจ้ามิใช่คนเช่นนั้น " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องเข้าหารือเรื่องการรบ เจ้าจะเข้าไปกับข้ารึไม่ " นนท์ส่ายหน้า
" ผู้เฒ่า ข้ายังต้องดูแลทหารของโลกจินซาน " ผู้เฒ่าจากไป
" พี่โจว ศัตรูท่านช่างมากยิ่งนัก " นนท์เพียงส่ายหน้า
" พี่ฟั่น เรื่องมันยาวไว้ข้าจะเล่าให้ฟัง " นนท์เหลียวมองดูบรรดาสาวสวยที่เดินตามไช่หยิง ต่างเขินอายหลบตาคมพัลวัน
" พี่ฟั่น ครั้งสุดท้ายเหล่าอสูรคลั่งบุกมายังโลกจินซานเมื่อใด " นนท์เอ่ยถาม
" ราวล้านปีได้ " นนท์พยักหน้า
" พี่ฟั่นข้าห่วงว่าศึกนี้ตัวข้าจะทำให้กองทัพโลกจินซานต้องลำบาก " ฟั่นตี้ปิงหันมองนนท์
" พี่โจวเหตุใดพูดเช่นนี้ " นนท์ถอนหายใจหนัก
" พี่ฟั่น ท่านคอยดู " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าว่าไปดื่มดีกว่า " นนท์และฟั่นตี้ปิงเร่งไปยังร้านสุราริมบึง
" ผู้คนยังมิหมดอีกรึ " นนท์พึมพำ
เหล่ายอดยุทธที่อยู่ริมบึงต่างโค้งคารวะให้นนท์ นนท์จึงโค้งตอบ
" พี่โจว ท่านมาถึงที่นี่เพียงมิกี่วัน กลับมีชื่อเสียงโด่งดัง " รุ่นเยาว์ต่างชื่นชมในตัวของนนท์เป็นอย่างยิ่ง
" พี่โจว ท่านจะทำเช่นใดต่อ " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยถาม
" เวลาเช่นนี้ ทำได้เพียงพักผ่อน " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ
นนท์นั่งมองยังเหล่ายอดยุทธทั้งหลายที่ส่งเสียงร้องครวญครางเพราะแรงกดดันของบึง
" วิ้ด วิ้ด วิ้ด " เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วโลกจินซาน
" พี่โจว พวกข้าต้องไปรวมตัวที่ตระกูล " นนท์พยักหน้า
" พวกท่านไปเถิด " นนท์เอ่ยขึ้น
ฟั่นตี้ปิงและรุ่นเยาว์เร่งไปยังตระกูลในทันใด
" คุณชาย ท่านยังมิไปอีกรึ " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ
" จะเร่งร้อนไปใย " นนท์มองบึงอย่างอารมณ์ดี
" เถ้าแก่ บึงนี่มีความเป็นมาเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชายตั้งแต่ข้าเกิดมาก็พบเจอบึงแล้ว แต่บรรพชนของข้าได้เล่าสืบต่อกันมา แท้จริงแล้วบึงนี่เป็นทวยเทพองค์หนึ่งได้สร้างไว้ และฝังร่างของตนเองไว้ใต้บึง " นนท์ฉุกคิด
" นี่คงเป็นสาเหตุที่ทัพอสูรคลั่งบุกมายังโลกจินซานสินะ " นนท์เอ่ย
" ข้าก็มิอาจล่วงรู้ได้ " นนท์พยักหน้า
" คุณชายข้าต้องไปรวมตัวที่ตระกูลเช่นกัน " นนท์พยักหน้า แล้วออกจากร้านสุราเดินไปยังบึง
" จะลงไปเอากระดูกเทพดีรึไม่ " นนท์พึมพำ
" ช่างเถอะ " นนท์ทะยานร่างไปยังสนามรบ
" นี่รึสนามรบ " นนท์กวาดตามองทั่ว ลานกว้างสุดลูกหูลูกตากินอาณาบริเวณถึงแสนล้านลี้ นนท์ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก
" ครืน " เมฆหมอกสีขาวปกคลุมทั่ว เรือรบมากมายล่องลอยออกมาอย่างเชื่องช้า
" ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ราวพันล้าน " นนท์ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย
" สิบห้าอักขระ " นนท์ถึงกับสะท้าน
" พ่อหนุ่มใยเจ้ามาที่นี่เพียงลำพัง " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง
" ข้าเพียงมาดู " ชายวัยกลางคนพยักหน้า
" เจ้ากลับไปรอตระกูลของเจ้าที่ด้านหลังเถิด " นนท์พยักหน้า แล้วลอยตัวไปยังแนวหลัง
" ไปเอาบ่อน้ำสรรพสิ่งดีกว่า " นนท์หายออกจากแนวหลังไปยังภูเขา เมื่อปลอดผู้คนนนท์ผสานร่างเข้ากับผืนดินแล้วเร่งเข้าเก็บกวาด บ่อน้ำปรานสรรพสิ่งที่ใต้สมรภูมิ
" มากมายยิ่งนัก " นนท์วาดมือเก็บกวาดบ่อน้ำหลายระดับและหินปรานนานถึงสิบชั่วยาม โดยมิได้ใส่ใจกับสงครามเหนือหัวของตน
" หินปรานสรรพสิ่งมากมายจนมิอาจนับได้ ทั้งบ่อน้ำปรานอีก " นนท์สูดหายใจเข้าลึก แล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
นนท์กลั่นหินปรานสรรพสิ่งให้เป็นน้ำปรานสรรพสิ่ง แล้วเติมลงในแม่น้ำปรานสรรพสิ่งจนต็ม
" ยังเหลืออีกมากมายนัก " นนท์ทำการกลั่นหินปรานสรรพสิ่งให้เป็นผลึกปรานสรรพสิ่งราวห้าพันล้านล้านก้อน
" ยังเหลือหินปรานสรรพสิ่งอีกตั้งมาก ที่ทำมาทั้งหมดยังมิถึงหนึ่งส่วนของหินปรานที่มี " นนท์ถอนหายใจหนัก
" มิรู้ว่าสงครามแต่ละครั้งสูญเสียชีวิตมากมายเพียงใด " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
นนท์ใช้เวลากลั่นผลึกปรานหลายระดับอยู่นานนับเดือนในแหวนห้วงมิติ " ได้เวลาออกไปแล้ว "
นนท์ลอยตัวดูสงครามที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มสรรพกำลังเข้าห้ำหั่นกัน " รอบนี้คงเป็นเพียงขั้นจักรพรรดิ์ "
" ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง " เสียงกลองรบดังขึ้น เหล่าทหารทั้งสองฝ่ายต่างถอยทัพ
" เกิดอะไรขึ้น " นนท์พึมพำ
" ครืน " หมอกควันฟุ้งกระจายทั่ว ร่างดำทะมึนเดินลงสู่สนามรบ ปรานเหี้ยมดำทะมึนพวยพุ่งออกเป็นเส้นสาย ทั้งจิตสังหารแผ่ล้นท่วมลานกว้าง
" ตึก ตัก " เสียงฝีเท้าตกกระทบพื้น แทงเสียดเข้าในหัวใจของเหล่านักรบเผ่ามนุษย์
" น่ากลัวยิ่งนัก "
" ทำไมช่างหนาวเย็นเช่นนี้ "
" หมอกดำเหล่านี้มาจากที่ใด "
" ราชันย์ขั้นต้นกับขั้นกลางมากถึงเจ็ดพันล้าน " นนท์ถึงกับสูดหายใจเข้าลึก กวาดตามองหาเหล่ายอดยุทธจากแดนเทพ
" มิมีผู้คนจากแดนเทพเลยรึ " นนท์พึมพำ
" ผู้ใดที่ได้ฝึกวิชากระบี่ปราบมารและฝ่ามือสยบมารบ้าง " นนท์ส่งเสียงของตนออกไป
" พี่โจว มาแล้ว " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างไชโยโห่ร้อง เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างถอนหายใจโล่งอก
" ทัพของโลกจินซานเพียงสามพันล้านมิมีทางที่จะต้านทัพของอสูรคลั่งได้เลย "
" ได้แต่หวังว่าหลานโจว จะแสดงปาฏิหาริย์ "
" ให้พวกที่ได้ฝึก เพลงกระบี่ปราบมารและฝ่ามือสยบมารลงสมรถูมิเท่านั้น " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างแปลกใจ
" พวกเจ้าจะสามารถสู้กับอสูรมารคลั่งนี้ได้ หากพวกเจ้าใช้สองวิชานี้ " รุนเยาว์ต่างพยักหน้า
" พี่โจว พวกมันมากมายยิ่งนัก เกรงว่าพวกเราจะรั้งไว้มิไหว " นนท์ยกยิ้ม
" พวกเจ้ามารวมตัวกัน เปิดใช้งานเกราะและชูอาวุธขึ้น " นนท์วาดมือสลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งพลังและกฎเกณฑ์สัจธรรม ยังอาวุธและเกราะของรุ่นเยาว์
" พวกเจ้าลองส่งพลังยังอาวุธของพวกเจ้า " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างส่งพลังไปยังอาวุธ
" ครืน " อาวุธราวสามร้อยล้านชิ้น ระเบิดพลังสังหารออกมา ทำเอาโลกจินซานถึงกับสั่นไหว
" ผู้ใดนำร่างของพวกมันมาได้ ข้าให้ร่างละหนึ่งหมื่นผลึกปรานสรรพสิ่ง " เสียงของนนท์ดังสะท้านออกไปเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างฉีกยิ้มจนแก้มปริ
" พวกเราจำไว้ ร่างละหมื่น " เหล่ารุ่นเยาว์ต่างพยักหน้า
" ฆ่าพวกมันให้หมด " รุ่นเยาว์ราวสามร้อยล้านกระโจนเข้าสู่สนามรบในทันที
เสียงระเบิดดังขึ้นทั่วทุ่งสังหาร เศษชิ้นส่วนของร่างกายปลิวลอยทั่ว ฝ่ามือสีทองน้อยใหญ่พลันบังเกิดฟาดเข้าใส่อสูรมารคลั่งตกตายเป็นว่าเล่น ทั้งปรานดาบปรานกระบี่สีทองฉวัดเฉวียนฉีกกระชากร่างทะมึนแดดิ้นลงนับล้าน
" หลานโจว หวังว่าเจ้าจะมิคืนคำนะ เท่าที่ข้าดูข้าว่าเจ้ากระเป๋าฉีกเป็นแน่ " นนท์ได้แต่ยิ้มเจื่อน
" พี่โจว อย่างที่ท่านว่า ท่านทำความลำบากให้กับทัพของโลกจินซานเป็นอย่างมาก " นนท์แสยะยิ้ม แล้ววาดมือยังห้วงมิติที่เรือรบของแดนเทพแฝงตัวอยู่
" พวกเจ้าถึงกับทอดทิ้งโลกเบื้องล่าง ไว้ให้ข้ากลับไปยังแดนเทพเมื่อใด พวกเจ้าเตรียมตัวไว้เถิด " นนท์วาดมืออีกทีส่งเรือรบของแดนเทพปลิวออกไปคนละทิศละทาง
" หลานโจว ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "
" พี่โจว ท่านเป็นผู้ใด " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
" พี่ฟั่น ข้าชื่อโจวนนท์ เป็นสหายของท่าน " ได้ยินเช่นนั้นฟั่นตี้ปิงจึงสงบลงได้
" ไอ้สาระเลวนั่น เหตุใดมันช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "
" ครานี้จะทำเช่นใด พวกเรารับภารกิจจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพมา แล้วเรามิได้ปฏิบัติภารกิจ กลับไปจิตทัศนะลงโทษพวกเราเป็นแน่ "
เหล่าผู้คนจากแดนเทพ ที่มิเห็นด้วยตั้งแต่ทีแรก ได้กระโจนลงมายังสมรภูมิ
" ผู้อาวุโสท่านต้องการสิ่งใด " นนท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
" พวกข้ารับภารกิจมาจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ ให้มาปกป้องโลกเบื้องล่าง แต่เพราะพวกข้ามิอาจฝืนต่อคำสั่งของสำนักเหล่านั้นได้ " นนท์โบกมือ
" ข้าเพียงต้องการรู้ว่าพวกท่านจะเข้าร่วมสงครามรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นตายข้าก็จะขอเข้าร่วม " ชายชรากรรมการลานประลองเอ่ยขึ้น
" ดี ท่านให้คนของท่านขั้นราชันย์ขั้นปลายและสูงสุดเตรียมตัวไว้เถิด อีกมินานพวกมันคงส่งสองขั้นนี้ลงมาเป็นแน่ " ชายชราสั่งการลงไป
" หลานโจว เหตุใดเจ้าจึงรู้ " ผู้เฒ่าโลกจินซานเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า ข้าเคยรบกับพวกมันมาหลายครั้ง ทุกครั้งก็เป็นเช่นนี้ พวกมันมิได้อันใดมากนอกจากจำนวนที่มหาศาล " เหล่าผู้เฒ่าต่างแปลกใจในตัวของนนท์ยิ่งนัก
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลานโจว ข้าว่าครานี้ขนหน้าแข้งเจ้าคงมิเหลือแน่ " เหล่าผู้เฒ่าต่างหัวเราะร่วน
" เท่าที่ข้าเห็นร่างของอสูรมารคลั่งราวสามพันล้านร่างแล้ว " เหล่าผู้เฒ่าต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นภูเขาผลึกปรานสรรพสิ่ง
" ผู้เฒ่า ข้าเต็มใจจ่าย " นนท์ฉีกยิ้มถึงหู ในใจนั้นอยากร้องตะโกนออกมาดังดัง รวยแล้ว
" ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง " เสียงกลองดังขึ้น สองฝ่ายต่างเร่งถอยทัพ
" รายงาน รุ่นเยาว์ตกตายลงแปดสิบล้านคนขอรับ " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า
" อย่างที่หลานโจวว่าไว้มิมีผิด พวกมันส่งราชันย์ขั้นกลางและสูงสุดลงมา " นนท์พยักหน้า
" เช่นเคย ผู้ที่ฝึกทั้งสองวิชาลงไป " นนท์ร้องขึ้น
" ท่านโจวข้ามิได้ฝึกจะลงไปได้รึไม่ " นนท์มองยังชายผู้นั้น
" พี่ชาย หากท่านจะลงข้าก็มิขัด แต่ข้าอยากให้ท่านจำไว้ อสูรมารคลั่งพวกนี้แข็งแกร่งมากเสมือนว่าท่านต้องสู้ข้ามขั้นถึงสองขั้น และยังตายยาก แต่สองวิชาที่ข้าบอกนั้น เป็นสองวิชาที่มีไว้จัดการอสูรมารคลั่ง " ชายผู้นนั้นถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
" ข้าคิดออกแล้ว ผู้ที่อยากลงไปยังสนามรบ ชูอาวุธของเจ้าขึ้น " นนท์วาดมือสลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งสัจธรรมและกฎเกณฑ์แห่งพลัง ไว้ที่อาวุธและชุดเกราะของยอดยุทธเผ่ามนุษย์
" ครานี้พวกเจ้าก็สู้ได้แล้ว " นนท์ยกยิ้ม
" เช่นเคย หนึ่งร่างของราชันย์ขั้นปลาย นำมาแลกผลึกปรานสรรพสิ่งสองหมื่นก้อน ราชันย์สูงสุดสามหมื่นก้อน " เหล่าทหารต่างยกยิ้มออกมาในทันที
" ท่านโจว ท่านจะจ่ายให้จริงรึ ข้ายังมิเห็นท่านจ่ายให้ผู้ใดเลย " นนท์พยักหน้า แล้วเรียกรุ่นเยาว์นำร่างอสูรมารคลั่งมาแลกผลึกปราน
" พวกเราฆ่ามันให้สิ้น แล้วนำร่างของพวกมันมา " เหล่าทหารมากมายทะยานร่างลงยังสมรภูมิรบ
" หลานโจว เจ้ายังมีผลึกปรานเหลืออยู่อีกรึ " นนท์ยกยิ้ม
" ผู้เฒ่ามิต้องกังวล ข้ายังเหลืออีกมาก " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าล่ะแปลกใจ เจ้าไปเอาผลึกปรานมากมายเช่นนี้มากจากที่ใด " ผู้เฒ่าอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า ข้านั้นค้นหาเหมือง และเมืองโบราณต่างๆ ทั้งข้ายังหลอมโอสถขาย และหลอมอาวุธขายด้วย " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
นนท์มองยังเหล่ารุ่นเยาว์ที่กำลังดีใจนับผลึกปรานของตน พลางยกยิ้มที่มุมปาก " พวกเจ้าได้กำไรมากนัก " นนท์เอ่ยขึ้น
" ขอบคุณพี่โจว " นนท์พยักหน้า
" ข้าจะออกไปดูข้างนอก " นนท์ทะยานร่างออไปยังแนวรบ ลอยตัวอยู่สูงเฝ้าดูสถาณการณ์
หมอกมารสีดำปกคลุมทั่วแดนรบ ทำเอาเหล่ายอดยุทธเผ่ามนุษย์ทั้งหลาย ต่างสูญเสียการควบคุมร่างของตน
" หมอกมารเริ่มกัดกินภายในแล้ว " นนท์พึมพำ วาดมือส่งแสงสีทองเข้าขจัดหมอกมารที่ปกคลุมทั่วสนามรบ
" วิ้ง " แสงสีทองสว่างวาบ พลานุภาพของกฎเกณฑ์สัจธรรมะเบิดทั่วแดนรบ
" แว่บ " หมอกมารสลายหายไปในทันที เหล่ายอดยุทธเผ่ามนุษย์ฟื้นคืนสติโดยสมบูรณ์ เมื่อได้สติได้ต่างกระโจนเข้าสับสังหารอสูรมารคลั่งตกตายนับพันหมื่น
" มนุษย์ผู้นั้นเป็นผู้ใด " เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในเรือรบลำยักษ์