อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 36 : มิรู้ว่าสงครามแต่ละครั้งสูญเสียชีวิตมากมายเพียงใด

    " ข้านึกว่าผู้ใด ที่แท้พวกขี้แพ้นี่เอง " นนท์เอ่ยขึ้น


    " เจ้า " เจ้าตระกูลซากัดกรามแน่นด้วความโกรธ 


    " ไอ้สาระเลว ครานี้อยู่นอกแดนเทพแล้ว เจ้ามิรอดแน่ " ชายแก่ฟาดมือเข้าใส่นนท์ในทันที


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้านดินสะเทือน โลกทั้งใบพลันสั่นไหวคลับคล้ายจะแตกดับ นนท์จับจ้องที่ฝ่ามือยักษ์ลอยลงมา


    " อั่ก " เหล่ายอดยุทธขั้นต่ำทั้งหลายต่างทิ้งร่างจมกองเลือดของตน 


    " อ้าก " เสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นทั่ว ทั้งเสียงกระดูกที่แตกหักดังปะปนกัน


    " พี่โจว ช่วยพวกข้าด้วย " รุ่นเยาว์ต่างร้องขอต่อนนท์


    " ไอ้แก่ นี่รึพลังสูงสุดของเจ้า " นนท์ส่ายหน้า แล้วสะบัดมือที


    " แว่บ " ฝ่ามือยักษ์หายวับไป เจ้าตระกูลซาถึงกับตื่นตะลึง


    เหล่าผู้คนที่รอลุ้น ต่างแข็งค้างตามกัน 


    " พี่โจว ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "


    " ที่แท้ หลานโจวมาจากแดนเทพ "


    " มิน่า ถึงได้แข็งแกร่งนัก " 


    " ไอ้แก่ หากมิติดว่าสงครามใหญ่กำลังจะมา ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตต่อข้า " นนท์จ้องไปยังใบหน้าที่ซีดเผือดของเจ้าตระกูลซา


    " เจ้าจะไปที่ใดก็ไป " เจ้าตระกูลซาเร่งจากไปในทันที


    " เจ้านี่ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ฝ่ามือเมื่อครู่เจ้าตระกูลซาผสานอักขระเทพถึงสี่ตัว ยังทำอันใดเจ้ามิได้ " นนท์เพียงยกยิ้ม


    " น่าเสียดาย ที่เจ้าสร้างศัตรูขึ้นที่แดนเทพมากมากนัก " นนท์มองยังผู้เฒ่า


    " ผู้เฒ่า มีตระกูลใดบ้างที่มองข้าเป็นศัตรู " นนท์มองยังผู้เฒ่า


    " ตระกูลซา สำนักเบญจธาตุ ตระกูลฟู่ ตระกูลเอี้ยน " ผู้เฒ่าร่ายรายชื่อให้ฟังอีกหกชื่อ


    " ท่านมิกลัวข้ารึ " นนท์เอ่ยถาม


    " ข้ารู้ว่าเจ้ามิใช่คนเช่นนั้น " นนท์พยักหน้า


    " ข้าต้องเข้าหารือเรื่องการรบ เจ้าจะเข้าไปกับข้ารึไม่ " นนท์ส่ายหน้า


    " ผู้เฒ่า ข้ายังต้องดูแลทหารของโลกจินซาน " ผู้เฒ่าจากไป


    " พี่โจว ศัตรูท่านช่างมากยิ่งนัก " นนท์เพียงส่ายหน้า 


    " พี่ฟั่น เรื่องมันยาวไว้ข้าจะเล่าให้ฟัง " นนท์เหลียวมองดูบรรดาสาวสวยที่เดินตามไช่หยิง ต่างเขินอายหลบตาคมพัลวัน


    " พี่ฟั่น ครั้งสุดท้ายเหล่าอสูรคลั่งบุกมายังโลกจินซานเมื่อใด " นนท์เอ่ยถาม


    " ราวล้านปีได้ " นนท์พยักหน้า


    " พี่ฟั่นข้าห่วงว่าศึกนี้ตัวข้าจะทำให้กองทัพโลกจินซานต้องลำบาก " ฟั่นตี้ปิงหันมองนนท์


    " พี่โจวเหตุใดพูดเช่นนี้ " นนท์ถอนหายใจหนัก


    " พี่ฟั่น ท่านคอยดู " นนท์ยกยิ้ม


    " ข้าว่าไปดื่มดีกว่า " นนท์และฟั่นตี้ปิงเร่งไปยังร้านสุราริมบึง


    " ผู้คนยังมิหมดอีกรึ " นนท์พึมพำ 


    เหล่ายอดยุทธที่อยู่ริมบึงต่างโค้งคารวะให้นนท์ นนท์จึงโค้งตอบ


    " พี่โจว ท่านมาถึงที่นี่เพียงมิกี่วัน กลับมีชื่อเสียงโด่งดัง " รุ่นเยาว์ต่างชื่นชมในตัวของนนท์เป็นอย่างยิ่ง


    " พี่โจว ท่านจะทำเช่นใดต่อ " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยถาม


    " เวลาเช่นนี้ ทำได้เพียงพักผ่อน " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ 


    นนท์นั่งมองยังเหล่ายอดยุทธทั้งหลายที่ส่งเสียงร้องครวญครางเพราะแรงกดดันของบึง


    " วิ้ด วิ้ด วิ้ด " เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วโลกจินซาน 


    " พี่โจว พวกข้าต้องไปรวมตัวที่ตระกูล " นนท์พยักหน้า


    " พวกท่านไปเถิด " นนท์เอ่ยขึ้น 


    ฟั่นตี้ปิงและรุ่นเยาว์เร่งไปยังตระกูลในทันใด 


    " คุณชาย ท่านยังมิไปอีกรึ " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ 


    " จะเร่งร้อนไปใย " นนท์มองบึงอย่างอารมณ์ดี


    " เถ้าแก่ บึงนี่มีความเป็นมาเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม


    " คุณชายตั้งแต่ข้าเกิดมาก็พบเจอบึงแล้ว แต่บรรพชนของข้าได้เล่าสืบต่อกันมา แท้จริงแล้วบึงนี่เป็นทวยเทพองค์หนึ่งได้สร้างไว้ และฝังร่างของตนเองไว้ใต้บึง " นนท์ฉุกคิด


    " นี่คงเป็นสาเหตุที่ทัพอสูรคลั่งบุกมายังโลกจินซานสินะ " นนท์เอ่ย


    " ข้าก็มิอาจล่วงรู้ได้ " นนท์พยักหน้า


    " คุณชายข้าต้องไปรวมตัวที่ตระกูลเช่นกัน " นนท์พยักหน้า แล้วออกจากร้านสุราเดินไปยังบึง


    " จะลงไปเอากระดูกเทพดีรึไม่ " นนท์พึมพำ 


    " ช่างเถอะ " นนท์ทะยานร่างไปยังสนามรบ


    " นี่รึสนามรบ " นนท์กวาดตามองทั่ว ลานกว้างสุดลูกหูลูกตากินอาณาบริเวณถึงแสนล้านลี้ นนท์ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก 


    " ครืน " เมฆหมอกสีขาวปกคลุมทั่ว เรือรบมากมายล่องลอยออกมาอย่างเชื่องช้า 


    " ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ราวพันล้าน " นนท์ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย 


    " สิบห้าอักขระ " นนท์ถึงกับสะท้าน 


    " พ่อหนุ่มใยเจ้ามาที่นี่เพียงลำพัง " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง


    " ข้าเพียงมาดู " ชายวัยกลางคนพยักหน้า


    " เจ้ากลับไปรอตระกูลของเจ้าที่ด้านหลังเถิด " นนท์พยักหน้า แล้วลอยตัวไปยังแนวหลัง


    " ไปเอาบ่อน้ำสรรพสิ่งดีกว่า " นนท์หายออกจากแนวหลังไปยังภูเขา เมื่อปลอดผู้คนนนท์ผสานร่างเข้ากับผืนดินแล้วเร่งเข้าเก็บกวาด บ่อน้ำปรานสรรพสิ่งที่ใต้สมรภูมิ 


    " มากมายยิ่งนัก " นนท์วาดมือเก็บกวาดบ่อน้ำหลายระดับและหินปรานนานถึงสิบชั่วยาม โดยมิได้ใส่ใจกับสงครามเหนือหัวของตน


    " หินปรานสรรพสิ่งมากมายจนมิอาจนับได้ ทั้งบ่อน้ำปรานอีก " นนท์สูดหายใจเข้าลึก แล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติ


    นนท์กลั่นหินปรานสรรพสิ่งให้เป็นน้ำปรานสรรพสิ่ง แล้วเติมลงในแม่น้ำปรานสรรพสิ่งจนต็ม 


    " ยังเหลืออีกมากมายนัก " นนท์ทำการกลั่นหินปรานสรรพสิ่งให้เป็นผลึกปรานสรรพสิ่งราวห้าพันล้านล้านก้อน


    " ยังเหลือหินปรานสรรพสิ่งอีกตั้งมาก ที่ทำมาทั้งหมดยังมิถึงหนึ่งส่วนของหินปรานที่มี " นนท์ถอนหายใจหนัก


    " มิรู้ว่าสงครามแต่ละครั้งสูญเสียชีวิตมากมายเพียงใด " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า


    นนท์ใช้เวลากลั่นผลึกปรานหลายระดับอยู่นานนับเดือนในแหวนห้วงมิติ " ได้เวลาออกไปแล้ว " 


    นนท์ลอยตัวดูสงครามที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มสรรพกำลังเข้าห้ำหั่นกัน " รอบนี้คงเป็นเพียงขั้นจักรพรรดิ์ "


    " ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง " เสียงกลองรบดังขึ้น เหล่าทหารทั้งสองฝ่ายต่างถอยทัพ 


    " เกิดอะไรขึ้น " นนท์พึมพำ


    " ครืน " หมอกควันฟุ้งกระจายทั่ว ร่างดำทะมึนเดินลงสู่สนามรบ ปรานเหี้ยมดำทะมึนพวยพุ่งออกเป็นเส้นสาย ทั้งจิตสังหารแผ่ล้นท่วมลานกว้าง 


    " ตึก ตัก " เสียงฝีเท้าตกกระทบพื้น แทงเสียดเข้าในหัวใจของเหล่านักรบเผ่ามนุษย์ 


    " น่ากลัวยิ่งนัก "


    " ทำไมช่างหนาวเย็นเช่นนี้ "


    " หมอกดำเหล่านี้มาจากที่ใด " 


    " ราชันย์ขั้นต้นกับขั้นกลางมากถึงเจ็ดพันล้าน " นนท์ถึงกับสูดหายใจเข้าลึก กวาดตามองหาเหล่ายอดยุทธจากแดนเทพ


    " มิมีผู้คนจากแดนเทพเลยรึ " นนท์พึมพำ


    " ผู้ใดที่ได้ฝึกวิชากระบี่ปราบมารและฝ่ามือสยบมารบ้าง " นนท์ส่งเสียงของตนออกไป


    " พี่โจว มาแล้ว " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างไชโยโห่ร้อง เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างถอนหายใจโล่งอก


    " ทัพของโลกจินซานเพียงสามพันล้านมิมีทางที่จะต้านทัพของอสูรคลั่งได้เลย " 


    " ได้แต่หวังว่าหลานโจว จะแสดงปาฏิหาริย์ " 


    " ให้พวกที่ได้ฝึก เพลงกระบี่ปราบมารและฝ่ามือสยบมารลงสมรถูมิเท่านั้น " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างแปลกใจ


    " พวกเจ้าจะสามารถสู้กับอสูรมารคลั่งนี้ได้ หากพวกเจ้าใช้สองวิชานี้ " รุนเยาว์ต่างพยักหน้า


    " พี่โจว พวกมันมากมายยิ่งนัก เกรงว่าพวกเราจะรั้งไว้มิไหว " นนท์ยกยิ้ม


    " พวกเจ้ามารวมตัวกัน เปิดใช้งานเกราะและชูอาวุธขึ้น " นนท์วาดมือสลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งพลังและกฎเกณฑ์สัจธรรม ยังอาวุธและเกราะของรุ่นเยาว์


    " พวกเจ้าลองส่งพลังยังอาวุธของพวกเจ้า " รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างส่งพลังไปยังอาวุธ


    " ครืน " อาวุธราวสามร้อยล้านชิ้น ระเบิดพลังสังหารออกมา ทำเอาโลกจินซานถึงกับสั่นไหว


    " ผู้ใดนำร่างของพวกมันมาได้ ข้าให้ร่างละหนึ่งหมื่นผลึกปรานสรรพสิ่ง " เสียงของนนท์ดังสะท้านออกไปเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างฉีกยิ้มจนแก้มปริ


    " พวกเราจำไว้ ร่างละหมื่น " เหล่ารุ่นเยาว์ต่างพยักหน้า


    " ฆ่าพวกมันให้หมด " รุ่นเยาว์ราวสามร้อยล้านกระโจนเข้าสู่สนามรบในทันที


    เสียงระเบิดดังขึ้นทั่วทุ่งสังหาร เศษชิ้นส่วนของร่างกายปลิวลอยทั่ว ฝ่ามือสีทองน้อยใหญ่พลันบังเกิดฟาดเข้าใส่อสูรมารคลั่งตกตายเป็นว่าเล่น ทั้งปรานดาบปรานกระบี่สีทองฉวัดเฉวียนฉีกกระชากร่างทะมึนแดดิ้นลงนับล้าน 


    " หลานโจว หวังว่าเจ้าจะมิคืนคำนะ เท่าที่ข้าดูข้าว่าเจ้ากระเป๋าฉีกเป็นแน่ " นนท์ได้แต่ยิ้มเจื่อน


    " พี่โจว อย่างที่ท่านว่า ท่านทำความลำบากให้กับทัพของโลกจินซานเป็นอย่างมาก " นนท์แสยะยิ้ม แล้ววาดมือยังห้วงมิติที่เรือรบของแดนเทพแฝงตัวอยู่ 


    " พวกเจ้าถึงกับทอดทิ้งโลกเบื้องล่าง ไว้ให้ข้ากลับไปยังแดนเทพเมื่อใด พวกเจ้าเตรียมตัวไว้เถิด " นนท์วาดมืออีกทีส่งเรือรบของแดนเทพปลิวออกไปคนละทิศละทาง 


    " หลานโจว ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "


    " พี่โจว ท่านเป็นผู้ใด " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา


    " พี่ฟั่น ข้าชื่อโจวนนท์ เป็นสหายของท่าน " ได้ยินเช่นนั้นฟั่นตี้ปิงจึงสงบลงได้ 


    " ไอ้สาระเลวนั่น เหตุใดมันช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก " 


    " ครานี้จะทำเช่นใด พวกเรารับภารกิจจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพมา แล้วเรามิได้ปฏิบัติภารกิจ กลับไปจิตทัศนะลงโทษพวกเราเป็นแน่ "


    เหล่าผู้คนจากแดนเทพ ที่มิเห็นด้วยตั้งแต่ทีแรก ได้กระโจนลงมายังสมรภูมิ 


    " ผู้อาวุโสท่านต้องการสิ่งใด " นนท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด


    " พวกข้ารับภารกิจมาจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ ให้มาปกป้องโลกเบื้องล่าง แต่เพราะพวกข้ามิอาจฝืนต่อคำสั่งของสำนักเหล่านั้นได้ " นนท์โบกมือ


    " ข้าเพียงต้องการรู้ว่าพวกท่านจะเข้าร่วมสงครามรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นตายข้าก็จะขอเข้าร่วม " ชายชรากรรมการลานประลองเอ่ยขึ้น


    " ดี ท่านให้คนของท่านขั้นราชันย์ขั้นปลายและสูงสุดเตรียมตัวไว้เถิด อีกมินานพวกมันคงส่งสองขั้นนี้ลงมาเป็นแน่ " ชายชราสั่งการลงไป


    " หลานโจว เหตุใดเจ้าจึงรู้ " ผู้เฒ่าโลกจินซานเอ่ยถาม


    " ผู้เฒ่า ข้าเคยรบกับพวกมันมาหลายครั้ง ทุกครั้งก็เป็นเช่นนี้ พวกมันมิได้อันใดมากนอกจากจำนวนที่มหาศาล " เหล่าผู้เฒ่าต่างแปลกใจในตัวของนนท์ยิ่งนัก 


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลานโจว ข้าว่าครานี้ขนหน้าแข้งเจ้าคงมิเหลือแน่ " เหล่าผู้เฒ่าต่างหัวเราะร่วน


    " เท่าที่ข้าเห็นร่างของอสูรมารคลั่งราวสามพันล้านร่างแล้ว " เหล่าผู้เฒ่าต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นภูเขาผลึกปรานสรรพสิ่ง


    " ผู้เฒ่า ข้าเต็มใจจ่าย " นนท์ฉีกยิ้มถึงหู ในใจนั้นอยากร้องตะโกนออกมาดังดัง รวยแล้ว


    " ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง " เสียงกลองดังขึ้น สองฝ่ายต่างเร่งถอยทัพ 


    " รายงาน รุ่นเยาว์ตกตายลงแปดสิบล้านคนขอรับ " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า 


    " อย่างที่หลานโจวว่าไว้มิมีผิด พวกมันส่งราชันย์ขั้นกลางและสูงสุดลงมา " นนท์พยักหน้า


    " เช่นเคย ผู้ที่ฝึกทั้งสองวิชาลงไป " นนท์ร้องขึ้น


    " ท่านโจวข้ามิได้ฝึกจะลงไปได้รึไม่ " นนท์มองยังชายผู้นั้น


    " พี่ชาย หากท่านจะลงข้าก็มิขัด แต่ข้าอยากให้ท่านจำไว้ อสูรมารคลั่งพวกนี้แข็งแกร่งมากเสมือนว่าท่านต้องสู้ข้ามขั้นถึงสองขั้น และยังตายยาก แต่สองวิชาที่ข้าบอกนั้น เป็นสองวิชาที่มีไว้จัดการอสูรมารคลั่ง " ชายผู้นนั้นถึงกับสูดหายใจเข้าลึก


    " ข้าคิดออกแล้ว ผู้ที่อยากลงไปยังสนามรบ ชูอาวุธของเจ้าขึ้น " นนท์วาดมือสลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งสัจธรรมและกฎเกณฑ์แห่งพลัง ไว้ที่อาวุธและชุดเกราะของยอดยุทธเผ่ามนุษย์


    " ครานี้พวกเจ้าก็สู้ได้แล้ว " นนท์ยกยิ้ม 


    " เช่นเคย หนึ่งร่างของราชันย์ขั้นปลาย นำมาแลกผลึกปรานสรรพสิ่งสองหมื่นก้อน ราชันย์สูงสุดสามหมื่นก้อน " เหล่าทหารต่างยกยิ้มออกมาในทันที


    " ท่านโจว ท่านจะจ่ายให้จริงรึ ข้ายังมิเห็นท่านจ่ายให้ผู้ใดเลย " นนท์พยักหน้า แล้วเรียกรุ่นเยาว์นำร่างอสูรมารคลั่งมาแลกผลึกปราน


    " พวกเราฆ่ามันให้สิ้น แล้วนำร่างของพวกมันมา " เหล่าทหารมากมายทะยานร่างลงยังสมรภูมิรบ


    " หลานโจว เจ้ายังมีผลึกปรานเหลืออยู่อีกรึ " นนท์ยกยิ้ม


    " ผู้เฒ่ามิต้องกังวล ข้ายังเหลืออีกมาก " นนท์ยกยิ้ม


    " ข้าล่ะแปลกใจ เจ้าไปเอาผลึกปรานมากมายเช่นนี้มากจากที่ใด " ผู้เฒ่าอ่ยถาม


    " ผู้เฒ่า ข้านั้นค้นหาเหมือง และเมืองโบราณต่างๆ ทั้งข้ายังหลอมโอสถขาย และหลอมอาวุธขายด้วย " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า


    นนท์มองยังเหล่ารุ่นเยาว์ที่กำลังดีใจนับผลึกปรานของตน พลางยกยิ้มที่มุมปาก " พวกเจ้าได้กำไรมากนัก " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ขอบคุณพี่โจว " นนท์พยักหน้า


    " ข้าจะออกไปดูข้างนอก " นนท์ทะยานร่างออไปยังแนวรบ ลอยตัวอยู่สูงเฝ้าดูสถาณการณ์ 


    หมอกมารสีดำปกคลุมทั่วแดนรบ ทำเอาเหล่ายอดยุทธเผ่ามนุษย์ทั้งหลาย ต่างสูญเสียการควบคุมร่างของตน 


    " หมอกมารเริ่มกัดกินภายในแล้ว " นนท์พึมพำ วาดมือส่งแสงสีทองเข้าขจัดหมอกมารที่ปกคลุมทั่วสนามรบ


    " วิ้ง " แสงสีทองสว่างวาบ พลานุภาพของกฎเกณฑ์สัจธรรมะเบิดทั่วแดนรบ 


    " แว่บ " หมอกมารสลายหายไปในทันที เหล่ายอดยุทธเผ่ามนุษย์ฟื้นคืนสติโดยสมบูรณ์ เมื่อได้สติได้ต่างกระโจนเข้าสับสังหารอสูรมารคลั่งตกตายนับพันหมื่น


    " มนุษย์ผู้นั้นเป็นผู้ใด " เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในเรือรบลำยักษ์

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน