Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 126 เข็มกลัดนักวิชาการหนึ่งดาว

    ตอนที่ 126 เข็มกลัดนักวิชาการหนึ่งดาว

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****



    หลังจากพูดคุยกันได้อีกไม่กี่คำ ศาสตราจารย์เฒ่าคนนั้นก็ขอตัวไป


    ทว่าห้องทำงานของคณบดีวิวเกอฟอร์ดก็ยังต้อนรับผู้อื่นเรื่อยๆ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องเข้ามาพูดคุยในเรื่องเดิมๆ ที่พกเอาความไม่พอใจมาด้วย


    “ทำไมพวกเขาถึงไม่เข้ามาพร้อมๆ กัน!” วิวเกอฟอร์ดกล่วอย่างไม่สบอารมณ์


    วันนี้ทั้งวันเขาต้องรับแขกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้


    เขาไม่คิดว่าเรื่องของเด็กน้อยเมอร์ลินจะส่งผลกระทบได้ถึงเพียงนี้


    “เห็นทีว่าต่อไปนี้ฉันต้องดูแลเด็กน้อยคนนี้ให้ดีหน่อยแล้ว” เขากล่าวพึมพำออกมา


    วิวเกอฟอร์ดมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามที่จะผ่อนคลายตัวเอง


    พริสตัน ... คนของตระกูลนี้ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 


    “อีกไม่นานเด็กคนนั้นคงจะได้รับเข็มกลัดแล้ว ทั้งๆ ที่เขาพึ่งเข้ามาเรียนที่นี่ไม่กี่เดือนเท่านั้น” ชายชรานำไปป์แตะริมฝีปากแล้วพ่นควันออกมา สายตาของเขาจ้องมองก้อนเมฆที่ลอยเรียงตัวกันบนท้องฟ้า


    ซึ่งสิ่งที่เขาพูดก็ไม่ผิดนัก เมื่อในอีกสองวันข้างหน้าฝ่ายธุรการก็ได้รับแจ้งมาจากสมาคมนักเวท


    ฝ่ายธุรการจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างดี พวกเขารีบแจ้งข่าวให้กับผู้เกี่ยวข้องทันที


    แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเมอร์ลิน


    เมอร์ลินที่ในตอนนี้ยังคงหมกตัวอยู่ในห้องสมุด เขาไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลย นอกจากหนังสือพิมพ์ที่เขาอ่านตอนเช้าแล้ว เขาก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครอื่นนอกจากมาร์เทลกับเคลบี้


    แล้ววันนั้นเองตรานักศึกษาของเขาก็ได้รับข้อความจากฝ่ายธุรการทันที


    ‘ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาเมอร์ลิน พริสตัน ตอนนี้คุณมีคุณสมบัติได้รับเข็มกลัดนักวิชาการหนึ่งดาวแล้ว โปรดไปรายงานตัวที่สมาคมนักเวทด้วย’


    ข้อความสั้นๆ ถูกส่งมาแล้วเมอร์ลินก็อ่านมัน


    หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เขาไม่เข้าใจสถานการณ์นี้ว่าทำไมเขาถึงได้รับเข็มกลัดนักวิชาการหนึ่งดาวได้ ทั้งๆ ที่เขาพึ่งจะส่งวิทยานิพนธ์ไปแค่ฉบับเดียวเท่านั้น อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับแจ้งแล้วว่าได้รับแต้มวิชาการแค่สามแต้มเท่านั้น


    สำหรับผู้มีคุณสมบัตินักวิชาการหนึ่งดาวนั้นจำเป็นจะต้องได้รับแต้มวิชาการหนึ่งร้อยแต้มด้วยกัน


    การได้รับหนึ่งร้อยแต้มแน่นอนว่าไม่ง่าย เพราะเมอร์ลินต้องส่งวิทยานิพนธ์อีกหลายฉบับถึงจะได้รับสิ่งนั้นมา นั่นหมายความว่าการเป็นนักวิชาการไม่ง่ายเลย


    อีกอย่างเข็มกลัดนักวิชาการหนึ่งดาวยังหมายถึง “นักวิชาการฝึกหัด” 


    ในโลกวิชาการพวกเขายังไม่ถือว่าเป็นนักวิชาการจริงๆ เลยด้วยซ้ำ มันจึงไม่แปลกที่นักศึกษาปริญญาแพทตินั่มกว่าจะเรียนจบพวกเขาก็มีอายุห้าสิบถึงหกสิบปี เพราะเงื่อนไขการจบการศึกษาคือต้องเป็นนักวิชาการสี่ดาว หรือนักวิชาการชั้นสูงนั่นเอง


    ต้องรู้ไว้ว่าคุณสมบัติของนักวิชาการสี่ดาวนั้นต้องสะสมแต้มวิชาการให้ได้มากถึงห้าพันแต้มเลยทีเดียว


    หากนำเอาวิทยานิพนธ์ที่เมอร์ลินพึ่งส่งไปเป็นตัววัด นั่นหมายความว่าเขาจะต้องส่งวิทยานิพนธ์แบบนี้ไปอีกหนึ่งพันหกร้อยกว่าฉบับ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย


    ออสตินมีอายุยืนยาวหลายร้อยปีมันจึงไม่แปลกที่เขาในปัจจุบันจะกลายเป็นมหาปราชญ์


    “เอาเถอะ เห็นทีตอนนี้ฉันต้องเดินทางไปสมาคมนักเวทอีกครั้งหนึ่งแล้ว” เมอร์ลินเอ่ยออกมาก่อนจะละความสนใจไปจากหนังสือที่อยู่ตรงหน้า


    เขาเรียกมาร์เทลให้มารับ และเดินทางไปที่สมาคมนักเวทอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เขาพึ่งจะไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งไม่คิดว่าจะต้องกลับไปเร็วขนาดนี้


    ณ สมาคมนักเวท


    “สวัสดีค่ะ พวกเราเจอกันอีกแล้ว” พนักงานสาวเอ่ยทักทายเมอร์ลิน แน่นอนว่าเธอจำเด็กน้อยคนนี้ได้ เพราะเด็กที่สามารถตีพิมพ์ลงนิตยสารวิชาการของประเทศได้นั้นมีไม่มาก ย่อมสร้างความสนใจให้กับเธอ


    “สวัสดีครับ ผมเองก็ไม่คิดว่าจะกลับมาที่นี่เร็วขนาดนี้” เมอร์ลินเอ่ย


    พนักงานสาวยิ้มและเอ่ย “ขอตราประจำตัวของคุณด้วยค่ะ”


    “นี่ครับ” เมอร์ลินยื่นตราประจำตัวของเขาอย่างไม่อิดออด


    เมื่อมีการแจ้งว่าเขากำลังจะได้รับเข็มกลัดนักวิชาการ ประวัติของมันย่อมต้องบันทึกในตราประจำตัวของเขาเป็นเรื่องธรรมดา


    “รอสักครู่นะคะ” 


    พนักงานสาวเอ่ยก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปด้านใน


    ไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมตราประจำตัวของเมอร์ลินและกล่องสีเงินกล่องหนึ่ง


    พนักงานสาววางพวกมันลงบนเคาน์เตอร์และเอ่ย “นี่คือของคุณค่ะ ยินดีกับก้าวแรกของการเป็นนักวิชาการด้วยนะคะ”


    เธอเปิดกล่องสีเงินออกมา เผยให้เห็นถึงเข็มกลัดสีเงินที่มีลักษณ์เหมือนวงเวทและมีดวงดาวหนึ่งดวงด้านใน


    มันคือเข็มกลัดนักวิชาการของเมอร์ลิน


    “เข็มกลัดนี้ได้เชื่อมต่อกับตราประจำตัวของคุณ ต่อไปมันจะแสดงข้อมูลด้านวิชาการได้เหมือนกับเข็มกลัดสีทองอันนั้นของคุณ” สายตาของหญิงสาวมองไปที่เข็มกลัดนักเวทของเมอร์ลิน


    “ครับ” เมอร์ลินพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน


    “เข็มกลัดชิ้นนี้บรรจุเวทป้องกันระดับสองเอาไว้ มันจะถูกกระตุ้นอัตโนมัติเมื่อคุณตกอยู่สถานการณ์ที่เป็นอันตราย ทางที่ดีคุณควรติดมันไว้กับตัวอยู่เสมอ การนำมันใส่ลงไปในอุปกรณ์เก็บของจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก” พนักงานสาวให้คำแนะนำ


    เมอร์ลินนั้นรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วว่าเข็มกลัดนักวิชาการจะพิเศษกว่าเข็มกลัดนักเวทที่มันเป็นอาร์ติแฟคที่มีเวมมนตร์ป้องกันอยู่ข้างในนั้น 


    นักวิชาการระดับหนึ่งถึงสี่จะไม่สามารถเลือกเวทมนตร์ที่บรรจุอยู่ข้างในได้ มันจะมีแต่เวทป้องกันเท่านั้น ส่วนเข็มกลัดนักวิชาการห้าดาวที่ต้องไปรับที่เมืองหลวงเวทมนตร์ นักวิชาการคนนั้นสามารถระบุเวทที่จะบรรจุลงไปได้


    เมอร์ลินไม่ได้คิดเรื่องนี้มากนัก อย่างไรเวทป้องกันระดับสองก็ดีสำหรับเขาในตอนนี้แล้ว


    เมื่อเห็นเมอร์ลินนิ่งเงียบไป พนักงานสาวจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง


    “ไม่ทราบว่ายังมีอะไรให้ช่วยเหลืออีกหรือเปล่าคะ?”


    เมอร์ลินพยักหน้าและเอ่ย “ครับ คือผมต้องการทราบว่าทำไมผมถึงได้รับเข็มกลัดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่กี่วันก่อนผมพึ่งจะสะสมแต้มวิชาการไปแค่สามแต้มเองไม่ใช่หรอ?”


    พนักงานสาวยิ้มและเอ่ยตอบออกมาว่า “เรื่องนั้นเป็นเพราะว่าผลงานของคุณถูกนำไปใช้อ้างอิงยังไงล่ะคะ แม้วิทยานิพนธ์เล่มนั้นของคุณจะมีค่าแค่สามแต้มวิชาการ แต่ก็มีนักวิชาการคนอื่นนำวิทยานิพนธ์ของคุณไปอ้างอิง ซึ่งพวกเขาจะต้องจ่ายแต้มวิชาการเป็นค่าตอบแทน แม้ว่าแต้มวิชาการจะไม่ได้รับมามากนัก แต่ดูเหมือนว่าผลงานของคุณจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยอ้างอิงวิทยานิพนธ์ของคุณ”


    “นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณสามารถได้รับเข็มกลัดนักวิชาการชิ้นนี้ภายในไม่กี่วันยังไงล่ะคะ”

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน