สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

    ตอนที่ 49 บ้านใหม่

    เมื่อหลี่หมิงเยว่กลับมาถึงบ้าน นางก็เห็นหลี่หมิงหัวกำลังเลือกเศษผ้าในมืออยู่ จึงนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนตนเองนั้นซื้อเศษผ้ามาจำนวนมาก แต่ไม่นึกว่าเมื่อมาดูอีกครั้งมันจะมากมายขนาดนี้ เพราะเก็บของไว้ที่ปีกตะวันตกตลอดจึงลืมเลือนไปเสียหมด มือเล็ก ๆ ตบหน้าผากของตนแปะหนึ่ง… ความจำนางนี่นะ!


    “พี่หญิงใหญ่ พี่เอาพวกเศษผ้าออกมาทำอะไรหรือ?” เมื่อเอ่ยจบจึงเข้าไปช่วยนางเลือกผ้า


    “เจ้าเด็กนี่ ตอนที่ซื้อมาเจ้าบอกว่าเอามาใช้ประโยชน์ได้ แต่พอซื้อมาแล้วกลับเอาเก็บไว้นานจนหยากไย่จะขึ้น ข้าเห็นไม่ได้ใช้ทำอะไรเลยหยิบออกมาทำกระดุมบางส่วนน่ะ


    “พี่หญิงใหญ่ เศษผ้าพวกนี้พี่ดูให้หน่อยว่ามีคุณภาพดีมากน้อยเพียงใด ข้าจะนำมาทำเครื่องประดับผม พี่ว่าถ้าเอาเศษผ้าพวกนี้มาทำเครื่องประดับผมจะขายได้เงินเยอะหรือไม่?” หลี่หมิงเยว่หยิบผ้าเนื้อดีออกมาชิ้นหนึ่ง


    “หมิงเยว่ลองส่งเศษผ้านั่นมาให้แม่ดูก่อนได้หรือไม่ แม่รู้สึกว่าแม่น่าจะทำได้นะ” นางซูได้ฟังจึงเอ่ยแทรกขึ้นมา


    เมื่อครู่นี้นางกำลังเอนกายอยู่ในผ้านวมพลางหลับตาทำสมาธิ เมื่อได้ยินบุตรสาวพูดกันถึงเครื่องประดับผม ภายในหัวนางจึงปรากฏภาพต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย นิ้วของหญิงสาวขยับรัวเร็ว ไม่นานดอกไม้ที่งดงามก็ปรากฏขึ้นราวกับเนรมิต


    เด็กในห้องต่างมองไปที่มารดาของตนอย่างประหลาดใจ หลี่หมิงเยว่มองนางซูและนึกขึ้นมาได้ว่ามารดาของนางนั้นเคยความจำเสื่อม จำเรื่องราวภูมิหลังของตนเองไม่ได้  ไม่แน่ว่าพอมารดาของนางได้เห็นสิ่งของที่คุ้นเคย แล้วอาจจะนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาได้ ดวงตาสดใสเป็นประกายมองไปที่มารดาอย่างตื่นเต้นพลางพูดกับนางอย่างดีใจ “ท่านแม่ ตอนนี้ข้าจะทำให้ท่านดูบ้าง”


    หลี่หมิงเยว่พูดพลางเข้าไปเลือกเศษผ้าในกองอย่างรวดเร็ว หลี่หมิงหัวเห็นนางเลือกอย่างตั้งใจ จึงกระซิบถามเบา ๆ ว่าต้องการผ้าชนิดใด เด็กทั้งสองช่วยกันเลือกเศษผ้าด้วยแววตามุ่งมั่น


    สองสาวก้ม ๆ เงย ๆ เลือกผ้า พวกนางเห็นมือเล็ก ๆ ของหลี่หมิงเยว่ บิด พับ ม้วน และหมุนผ้าในมืออย่างคล่องแคล่ว หยิบเข็มมาปักยึดส่วนที่เป็นกลีบดอกเข้าด้วยกัน สุดท้ายดอกกุหลาบปลอมก็ถือกำเนิดขึ้น นางวางดอกกุหลาบไว้บนโต๊ะ และนำเศษผ้าขึ้นมาทำอีกครั้ง ไม่นานดอกโบตั๋นปลอมก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน


    ขณะที่นางซูมองดูการเคลื่อนไหวของบุตรสาว จู่ ๆ ภายในหัวของนางก็มีภาพหนึ่งผุดขึ้น มือเรียวของคนท้องขยับขึ้นลงอย่างไม่รู้ตัวอีกครั้ง ก่อนที่นางจะทันได้สติ ดอกท้องดงามก็ปรากฏอยู่ในมือแล้ว


    เด็ก ๆ มองดูดอกท้อในมือมารดาอย่างประหลาดใจ หลี่หมิงเยว่หยิบดอกท้อดอกนั้นขึ้นมาชื่นชมอย่างตกตะลึง ฝีมือของมารดานางช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ! พอเอามาเทียบกับของที่นางทำแล้วช่างน่าอายยิ่งนัก


    เมื่อสิ่งที่อยู่ในมือนางซูถูกพรากออกไป นางซูถึงได้สติกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวมองไปที่ดอกท้อดอกนั้นด้วยความงุนงง นางลืมภาพเมื่อครู่ไปแล้วงั้นหรือ มันเป็นเหมือนกับการเย็บปักถักร้อย เมื่อลงมือก็รู้วิธีทำในทันที ทว่าไม่นานนางก็ขมวดคิ้วแน่น เมื่อภายในหัวเริ่มปวดร้าวขึ้นมา


    หลี่หมิงเยว่เห็นท่าทางของนางซูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จึงเอ่ยปลอบใจเสียงแผ่วเบา “ท่านแม่ จำอะไรขึ้นมาได้หรือเจ้าคะ ท่านไม่ต้องนึกแล้วนะ ให้มันเป็นไปตามครรลองเถอะนะ ท่านยังมีพวกข้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”


    นางซูค่อย ๆ คลายปมคิ้วที่ขมวดลงเมื่อได้ยินคำพูดของบุตรสาว หมิงเยว่พูดถูก ให้มันเป็นไปตามครรลองเถิด ความทรงจำในอดีตหากลืมไปแล้วก็ปล่อยไปเสีย นางยังมีลูก ๆ อยู่ข้างกาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

    .

    .


    เช้าตรู่วันต่อมา คนขายเนื้อเหอนำเนื้อหมูที่สั่งไว้เมื่อวานมาส่ง นางจางลูกสะใภ้คนโตของหลี่ชงพาผู้หญิงในหมู่บ้านมาทำงานที่บ้านของฟู่เหวินชิง  พวกนางทำตามขั้นตอนที่หลี่หมิงเยว่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ นำลำไส้หมูมาล้างให้สะอาด สับเนื้อหมูก้อนให้ละเอียดได้ที่  ส่วนพวกเครื่องปรุงนั้นหลี่หมิงเยว่จัดเตรียมไว้ให้ตามสัดส่วนแล้ว ให้นางจางใส่ลงไปในเนื้อหมูสับทีละชุด และให้ผู้หญิงที่มีกำลังสองคนช่วยคนส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว จึงใช้กระบอกไม้ไผ่เป็นตัวช่วยยัดเนื้อลงในไส้หมูอย่างระมัดระวัง  คนทั้งกลุ่มตั้งอกตั้งใจทำงานกันอย่างคึกคัก


    ส่วนบ้านหลังใหม่ของหลี่หมิงเยว่เองก็เสร็จสมบูรณ์ในวันนี้เช่นกัน เหลือเพียงการเก็บงานตามขอบมุมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เพราะบ้านของหลี่หมิงเยว่มีแต่หญิงตั้งครรภ์และเด็ก ๆ จ้าวเว่ยเฟิงกับหลิวต้าจู้ และผู้ชายในหมู่บ้านจึงมาช่วยเหลือเรื่องนี้กันอีกรอบหนึ่ง


    เครื่องเรือนที่สั่งไว้กับช่างไม้หลิวก่อนหน้านี้ก็ถูกนำมาส่งให้ในวันนี้ด้วย เขาพาบุตรชายทั้งสองคนเข้าไปติดตั้งเครื่องเรือนภายในบ้าน หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่คอยดูและคอยชี้บอกตำแหน่งต่าง ๆ ที่ตนต้องการจัดวางเครื่องเรือนนั้น ๆ


    หลี่หมิงเยว่มองบ้านหลังใหม่ของตนเองอย่างพึงพอใจ กำแพงใหญ่ห้อมล้อมบ้านและที่ดินสิบกว่าแปลงเอาไว้ทั้งหมด นางตั้งใจสร้างกำแพงด้านนอกสูงถึงแปดฉื่อเพื่อความปลอดภัย เมื่อผลักประตูทางเข้าไปสิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือทางเดินเรียบ ๆ ที่กว้างถึงหกฉื่อ


    ข้างทางเดินสองฝั่งเป็นพื้นที่โล่งกว้าง หลี่หมิงเยว่วางแผนไว้แล้วว่าจะปลูกต้นสมุนไพรที่มีรูปทรงงดงามเพื่อใช้เป็นไม้ประดับสวนไปในตัว


    เรือนหลักด้านหน้ามีห้องใหญ่สามห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องเล็ก ๆ ด้านข้างฝั่งละหนึ่งห้องเอาไว้ต้มน้ำร้อนและเก็บข้าวของ ห้องโถงตรงกลางของเรือนหลักใช้เป็นห้องรับแขก ส่วนห้องข้าง ๆ ทั้งสองห้องใช้สำหรับเก็บของชั่วคราว


    เดินเข้าไปด้านซ้ายของประตูทางเข้าจะเป็นประตูพระจันทร์  เมื่อเดินเข้าไปอีกก็จะเห็นลานกว้าง และเรือนอยู่ไม่ไกล กำแพงล้อมลานแห่งนี้ไม่ได้สูงดังเช่นกำแพงล้อมด้านนอก มันสูงเพียงหกฉื่อเท่านั้น


    ในลานนี้มีเรือนหลักเจ็ดเรือนเรียงกัน เรือนหลักของทั้งสองด้านมีห้องปีกห้าห้อง  ห้องปีกตะวันออกและตะวันตกของทั้งสองด้านเป็นเรือนบริวาร ลานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ครอบครัวของพวกนางจะอาศัยอยู่ในอนาคตจึงได้วางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อสร้างบ้าน
    (เรือนบริวารคือเรือนติดประตูกำแพงชั้นนอกของสิ่งปลูกสร้างแบบซื่อเหอหยวน)


    ด้านในเรือนหลักของทางทิศตะวันออกสองในสามห้องเป็นของหลี่หมิงเยว่ ส่วนอีกห้องเป็นของหลี่หมิงหัวอยู่กับน้องสาวสองคน ห้องที่อยู่ใกล้ห้องหลักมากที่สุดเป็นห้องนอนของนางซู ส่วนสามห้องทางทิศตะวันตก ห้องหนึ่งเป็นของหลี่อวิ๋นห้าว ห้องหนึ่งเป็นของหลี่อวิ๋นซู่และห้องที่อยู่ทางตะวันตกสุดใช้เป็นที่เก็บของกระจุกกระจิกชั่วคราว


    ห้องปีกตะวันออกที่อยู่ใกล้เรือนหลักที่สุดใช้เป็นห้องครัวหนึ่งห้อง และใช้ห้องที่อยู่ข้าง ๆ กันเป็นห้องอาหาร ส่วนห้องที่เหลือสามห้องใช้เป็นห้องเก็บของชั่วคราว ส่วนห้องทางปีกตะวันตกสามห้องนั้นพวกเขาวางแผนใช้งานเอาไว้แล้วเช่นกัน


    ห้องด้านหน้าของปีกตะวันตกถูกทำให้เป็นห้องหนังสือ ช่างไม้หลิวได้สร้างชั้นหนังสือขนาดใหญ่สองชั้นชิดผนังไว้ ห้องหนังสือมีหน้าต่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านล่างของหน้าต่างมีโต๊ะขนาดใหญ่หกตัววางเรียงกัน   


    ส่วนห้องปีกตะวันตกอีกสี่ห้อง สองห้องเป็นของหลี่อวิ๋นฮุยและหลี่อวิ๋นโม่ และอีกสองห้องเดิมทีเอาไว้เก็บสมุนไพร แต่หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้วนางจึงเปลี่ยนความคิด สมุนไพรจะมากจะน้อยล้วนมีกลิ่น นางไม่อาจให้คนในบ้านต้องคอยดมกลิ่นสมุนไพรไปนาน ๆ ได้


    ดังนั้นตอนที่บ้านกำลังจะสร้างเสร็จ นางจึงหารือกับนายช่างปูกระเบื้องหลิวเพื่อสร้างลานเล็ก ๆ ขึ้นทางทิศตะวันตกของลานด้านหน้าเพิ่ม หลี่หมิงเยว่จะใช้ที่นี่เป็นห้องยา และแน่นอนว่าห้องที่ใช้เป็นห้องยาย่อมแตกต่างจากห้องอื่น


    เรือนหลังนี้สร้างห้องทั้งสองฝั่งให้หันหน้าเข้าหากัน และแบ่งเป็นแถวละห้าห้อง ตรงกลางระหว่างสองแถวนั้นสร้างเป็นห้องไว้อีกสองห้อง เรือนหลังนั้นจะเป็นที่ที่นางเอาไว้ปรุงยา ส่วนสองห้องตรงกลางที่ว่า นางจะไว้ใช้วางเครื่องมือทำยา

    .

    .

    .


    ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง ที่คุณอ่าน