ทะลุมิติมาเป็นองค์ชายตกอับ ขอพลิกชะตากอบกู้ราชวงศ์ต้าเฉียน

    บทที่ 33 ข้าจะหาภรรยาให้เจ้าเก้าเสียหน่อย

            "ดูเจ้าพูดเข้าสิ จะเรียกว่าสร้างความเดือดร้อนได้อย่างไร? เจ้าเก้าของบ้านเรายอดเยี่ยมเพียงนั้น ตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นต้าเฉียนมา มีอ๋องกี่รุ่นที่ปกครองโยวโจวไม่ได้ แต่เจ้าเก้าของบ้านเรากลับปกครองได้ดี เช่นนี้ไม่เรียกว่ายอดเยี่ยมแล้วจะเรียกว่าอะไร? เมื่อก่อนชาวบ้านในโยวโจวอยู่อย่างไร แล้วตอนนี้ชาวบ้านในโยวโจวอยู่อย่างไร? แบบนี้ไม่ดีหรือ?" หม่าฮองเฮาเลิกคิ้ว

     

            "แล้วของแปลก ๆ พวกนั้นที่เจ้าว่านอกจากเจ้าเก้าแล้วใครจะคิดค้นขึ้นมาได้ แค่นี้ยังไม่ยอดเยี่ยมอีกหรือ?"

     

            'เหอะ เจ้าไม่พูดถึงเรื่องที่เขาหลอกปั่นหัวข้าที่เป็นบิดาเลยสักคำนะ'

     

            จ้าวฉงหย่วนบ่นพึมพำในใจขณะมองหม่าฮองเฮา แต่ใบหน้ายังคงยิ้มร่าพลางกล่าวว่า "อา ใช่ ๆ ๆ เจ้าเก้ามีสง่าราศีเหมือนข้าอยู่หลายส่วนจริง ๆ "

     

            "เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยเล่า?" หม่าฮองเฮาปรายตามอง

     

            จ้าวฉงหย่วน "..."

     

            "นั่นเป็นเพราะข้าสอนมาดี เจ้าเก้าเด็กคนนี้เติบโตข้างกายข้าตั้งแต่เล็ก ข้ามองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นเด็กฉลาดมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นต้องเป็นท่านอ๋องที่ดีที่ดูแลที่ดินในศักดินาให้ชาวบ้านได้มีความเป็นอยู่ที่ดีแน่นอน" หม่าฮองเฮาตบหน้าอกตัวเองด้วยความภูมิใจ

     

            'เหอะ ทำไมเจ้าไม่พูดถึงตอนเจ้าเก้ายังเล็ก ตอนที่ท่องตำราเชียนจื้อเหวินแล้วเกือบทำให้ท่านอาจารย์จางซื่อเหวยโกรธจนล้มป่วยนอนซมอยู่บนเตียงเล่า?' จ้าวฉงหย่วนกลอกตาอย่างเงียบ ๆ

     

            เรื่องดี ๆ เป็นเพราะเจ้าสอนดี ส่วนเรื่องร้าย ๆ เป็นเพราะข้าที่เป็นบิดาสินะ

     

            จ้าวฉงหย่วนจิบชาอึกหนึ่ง แล้วกระแอมไอพลางมองไปที่หม่าฮองเฮา "เจ้าอยากจะแนะนำบุตรีบ้านไหนให้เจ้าเก้ากันเล่า?"

     

            หม่าฮองเฮาเดินเข้ามารินน้ำชาที่เหลือครึ่งถ้วยของจ้าวฉงหย่วนให้เต็มอีกครั้ง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ฉงหย่วน เจ้าคิดว่ารั่วอวิ๋น บุตรีคนโตของบ้านเทียนเต๋อเป็นอย่างไร?"

     

            "หา?" จ้าวฉงหย่วนตกใจจนน้ำชาแทบพ่นออกมาจากปาก เขามองหม่าฮองเฮาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ "เหตุใดเจ้าถึงไปหมายตาบุตรีบ้านเทียนเต๋อไว้เล่า?"

     

            เทียนเต๋อที่ว่าก็คือ เว่ยกั๋วกง สวีเทียนเต๋อ ในราชสำนักปัจจุบัน

     

            พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นถึงขั้นร่วมเป็นร่วมตายกันมาและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหม่าฮองเฮาด้วย แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าภรรยาของตนจะคิดเรื่องนี้กับบุตรีของสวีเทียนเต๋อ

     

            "ชายถึงวัยแต่งงาน หญิงถึงวัยออกเรือน นี่เป็นเหตุผลที่มีมาแต่โบราณมิใช่หรือ แม้ข้าจะไม่ได้เจอแม่หนูรั่วอวิ๋นมาหลายปีแล้ว แต่เด็กคนนั้นมีสง่าราศีเป็นชายามาตั้งแต่เด็ก ปีนี้อายุครบสิบแปดพอดี เหมาะสมกับเจ้าเก้าของบ้านเราที่สุด อีกอย่าง เจ้าเก้าของบ้านเรายอดเยี่ยมเพียงนี้ การที่เขาสนใจบุตรีของสวีเทียนเต๋อถือเป็นวาสนาที่สวีเทียนเต๋อสั่งสมมาแปดชาติ"

     

            "แต่เทียนเต๋อบอกไว้ตั้งนานแล้วว่า รั่วอวิ๋นจะไม่แต่งงานออกไปแต่จะให้ผู้ชายแต่งเข้าบ้านแทน หรือเจ้าอยากให้เจ้าเก้าแต่งเข้าบ้านเขากันเล่า?" จ้าวฉงหย่วนกล่าวด้วยสีหน้ากลุ้มใจ

     

            "แต่งเข้าบ้านผู้อื่นน่ะ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีสตรีนางใดที่มีค่าพอให้เจ้าเก้าของข้าต้องแต่งเข้าบ้าน" หม่าฮองเฮาส่ายหน้าทันทีด้วยความภาคภูมิใจจากนั้นก็ปรายตามองจ้าวฉงหย่วน "ส่วนเรื่องจะเกลี้ยกล่อมเทียนเต๋อย่างไร นั่นเป็นเรื่องของเจ้าแล้ว"

     

            จ้าวฉงหย่วน "..."

     

            "เจ้าอยากได้บุตรีบ้านเทียนเต๋อ มาแต่งเข้าตระกูลจ้าวของเราจริง ๆ หรือ??" ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวฉงหย่วนจึงลองถามออกไป

     

            "อืม!" หม่าฮองเฮาพยักหน้าตอบรับ

     

            "ตระกูลจ้าวของพวกเราเป็นเชื้อพระวงศ์แคว้นต้าเฉียน บุตรีของสวีเทียนเต๋อแต่งเข้าตระกูลจ้าว ไม่ถือว่าเป็นการลดตัวลงมาแต่งงานหรอกใช่หรือไม่?"

     

            "นั่นแน่นอนว่าไม่ถือ" จ้าวฉงหย่วนส่ายหัวรัว ๆ เหมือนกลอง

     

            "ในเมื่อไม่ถือแล้วเหตุใดจะแต่งไม่ได้? อีกอย่าง ข้าได้ยินคนพูดกันว่าบรรดาบุตรหลานขุนนางผู้มีอำนาจในเมืองหลวงจำนวนมากต่างตามเกี้ยวรั่วอวิ๋นบ้านเทียนเต๋อ บางคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นถึงกับยกให้บุตรีบ้านเทียนเต๋อเป็นหนึ่งในสามหญิงงามแห่งแคว้นต้าเฉียนเลยทีเดียว

     

            "แม่นางที่งดงามเพียงนี้คู่กับเจ้าเก้าของบ้านเรา ไม่ใช่ว่าพอดีหรอกหรือ?" หม่าฮองเฮาเลิกคิ้วมองจ้าวฉงหย่วน

     

            "อืม... " จ้าวฉงหย่วนลูบคางพลางกล่าวอย่างจริงจังว่า "กล่าวแบบนี้ก็มีเหตุผล"

     

            จากนั้นก็ทำปากชิ ๆ แล้วกล่าวว่า "นี่มันเหมือนผักกาดขาวชั้นดีที่กำลังจะถูกหมูคาบไปกินชัด ๆ "

     

            "เพ้ย! มีใครเขาพูดถึงลูกชายตัวเองแบบนี้กัน?"

     

            หม่าฮองเฮากลอกตาแล้วรินน้ำชาให้จ้าวฉงหย่วนอีกถ้วย จากนั้นก็ยืนยิ้มละไมอยู่ด้านหลังจ้าวฉงหย่วนพลางนวดไหล่ให้

     

            "แต่ว่านิสัยของเทียนเต๋อนั้นดื้อรั้นยิ่งนักถึงตอนนั้นเกรงว่าจะพูดคุยได้ยาก" จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วกล่าวอีกครั้ง

     

            "นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะวางแผนจัดการอย่างไรเล่า" หม่าฮองเฮากล่าวพร้อมกับเลิกคิ้ว

     

            "เจ้าไปเตรียมห่านย่างตัวหนึ่ง"

     

            จ้าวฉงหย่วนตบมือหม่าฮองเฮาเบา ๆ พร้อมกำชับเป็นพิเศษว่า "เจ้าต้องลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง เทียนเต๋อชอบห่านย่างที่เจ้าทำที่สุด"

     

            จากนั้นเขาก็ตะโกนบอกหวังลี่ซื่อที่อยู่นอกตำหนักคุนหนิงว่า "ไปเตรียมสุราน้ำค้างเซียนมาหนึ่งไห"

     

            "หืม? สุราน้ำค้างเซียนคือสิ่งใด? เหตุใดชื่อถึงได้ดูเกินจริงถึงเพียงนี้?" หม่าฮองเฮาขมวดคิ้ว

     

            "หึ"

     

            จ้าวฉงหย่วนหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นกระซิบที่ข้างหูหม่าฮองเฮาว่า "ของดีของเจ้าเก้า เจ้าแก่เทียนเต๋านั่นบ้าสุราเป็นชีวิตจิตใจ มีสุราน้ำค้างเซียนที่เจ้าเก้าคิดค้นขึ้นมา รวมกับห่านย่างที่เจ้าลงมือทำเอง รับรองว่าสำเร็จแน่นอน"

     

            พูดจบจ้าวฉงหย่วนก็เลิกคิ้วอย่างมั่นใจ

     

            หลังจากนั้นราชโองการฉบับหนึ่งก็ถูกส่งผ่านวังหลวงแคว้นต้าเฉียนอย่างรวดเร็ว โดยมีขันทีชุดแดงจากสำนักซือหลี่เจี้ยนเป็นผู้นำราชโองการมุ่งหน้าไปยังจวนเว่ยกั๋วกงในอิ้งเทียน

     

            แน่นอนว่าข้ออ้างคือ เชิญไปร่วมงานเลี้ยง!

     

            ...

     

            จวนเว่ยกั๋วกง

     

            ตระกูลขุนนางชั้นกงสืบทอดตำแหน่งของแคว้นต้าเฉียน

     

            เว่ยกั๋วกงรุ่นแรกสุดในตอนนั้นมีความดีความชอบในการร่วมก่อตั้งแคว้นต้าเฉียนมาพร้อมกับปฐมจักรพรรดิ

     

            หลายปีที่ผ่านมาเมื่อมีการเปลี่ยนรัชสมัย ตระกูลขุนนางชั้นกงและชั้นป๋อที่ติดตามปฐมจักรพรรดิผู้ก่อตั้งแคว้นไม่รู้ว่าต้องล่มสลายไปเท่าไหร่จากการชิงอำนาจในราชวงศ์ แต่ที่หน้าประตูจวนเว่ยกั๋วกงแห่งนี้ยังคงมีป้ายชื่อปิดทองที่เขียนว่า 'เสาหลักผู้ปกป้องแผ่นดิน' ตั้งตระหง่านอยู่

     

            นี่คือลายพระหัตถ์ของปฐมจักรพรรดิแคว้นต้าเฉียน

     

            แม้จะล่วงเลยมาจนถึงยุคปัจจุบัน จวนเว่ยกั๋วกงก็ยังคงเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่ไม่อาจมองข้ามได้ในกองทัพของแคว้นต้าเฉียน

     

            ขณะนี้ภายในจวน สวีเทียนเต๋อ เว่ยกั๋วกงคนปัจจุบันในชุดคลุมยาวสีม่วงกำลังยืนตัวตรงอยู่กลางห้องโถงของจวน

     

            แม้จะมีอายุใกล้ถึงวัยห้าสิบปีแล้ว แต่เนื่องจากคลุกคลีอยู่ในกองทัพมานาน ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวจึงยังคงแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหาร แต่เมื่อมองไปยังขันทีตรงหน้าสวีเทียนเต๋อกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย

     

            "เฉินกงกง ฝ่าบาททรงเชิญข้าไปร่วมงานเลี้ยงหรือ?"

     

            "ขอรับ ท่านกั๋วกง" ขันทีชุดแดงจากสำนักซือหลี่เจี้ยนที่ถูกเรียกว่าเฉินกงกงกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน

     

            เฉินจือหลี่คือขันทีใหญ่แห่งสำนักซือหลี่เจี้ยนที่มีอำนาจเป็นรองเพียงหวังลี่ซื่อในราชวงศ์แคว้นต้าเฉียน แม้จะไม่เหมือนกับหวังลี่ซื่อที่ติดตามจ้าวฉงหย่วนมาตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ แต่เฉินจือหลี่ก็ได้รับความไว้วางใจจากจ้าวฉงหย่วนอย่างมาก

     

            "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เชิญกงกงนำทางเถิด"

     

            สวีเทียนเต๋อพยักหน้าจากนั้นจึงเดินตามเฉินจือหลี่ออกไปนอกจวนเว่ยกั๋วกง แต่เดินไปได้เพียงสองก้าว สวีเทียนเต๋อก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง เขาอาศัยจังหวะที่ขันทีติดตามไม่ทันสังเกตหันไปถามเฉินจือหลี่เบา ๆ ว่า "กงกง ท่านว่าฝ่าบาทเชิญข้าไปร่วมงานเลี้ยง แท้จริงแล้วเพื่ออะไรกันแน่?"

     

            "เรื่องนี้บ่าวจะทราบได้อย่างไรเล่าขอรับ" เฉินจือหลี่เอ่ยพร้อมรอยยิ้มเจื่อน

     

            ยิ่งเห็นเฉินจือหลี่เป็นเช่นนี้ มุมปากของสวีเทียนเต๋อก็ยิ่งกระตุก ทันใดนั้นเขาก็กุมหน้าอกแล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

     

            "ไอหยา ไอหยา ข้าเจ็บหน้าอกขึ้นมาเสียแล้ว งานเลี้ยงนี้ขอผ่านก่อนเถิด กงกง ท่านช่วยเรียนฝ่าบาทให้ทีว่าร่างกายข้าไม่ค่อยดี จำเป็นต้องไปหาหมอ ไม่สะดวกที่จะเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงจริง ๆ " สวีเทียนเต๋อมองไปที่เฉินจือหลี่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด

     

            ในฐานะเพื่อนเล่นที่เติบโตมาพร้อมกับจ้าวฉงหย่วน ต่อให้จ้าวฉงหย่วนไม่ต้องถอดกางเกง สวีเทียนเต๋อก็รู้ว่าจ้าวฉงหย่วนจะถ่ายออกมาแบบไหน

     

            ยิ่งลึกลับเท่าไหร่ ยิ่งไม่มีเรื่องดีเท่านั้น

     

            เฉินจือหลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า "ท่านกั๋วกง อย่าได้หลอกข้าเลยขอรับ ความจริงฝ่าบาททรงคาดการณ์ไว้แล้วว่าท่านจะป่วย ดังนั้นจึงทรงสั่งให้บ่าวพาหมอหลวงออกมาด้วย ท่านจะให้หมอหลวงตรวจตอนนี้หรือว่าจะรอไปตรวจในวังดีขอรับ?"

     

            ขณะที่พูด ชายชราในชุดบัณฑิตที่ถือกล่องยาก็เดินมาถึงหน้าประตูจวนเว่ยกั๋วกงพอดี

     

            สวีเทียนเต๋อ "..."

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นองค์ชายตกอับ ขอพลิกชะตากอบกู้ราชวงศ์ต้าเฉียน ที่คุณอ่าน

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912