VRMMO ก็ต้องกับผ้าพันคอกระต่ายสิ (VRMMO wa Usagi Muffler to Tomoni)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 86 DWO:02:09 หมาป่าคมมีด เบลดวูล์ฟ (3)

            ‘โบร๋ววววววววววววววววว!!’

            คลื่นกระแทกผ่านทะลุร่างของพวกเราที่กำลังฮึกเหิมซ้ำอีกครั้งพวกเราแข็งทื่อไปทั้งตัวและขยับไม่ได้ เบลดวูล์ฟที่เต็มไปด้วยบาดแผลเลิกสนใจพวกเราแล้ววิ่งขึ้นไปบนเนิน

            “โบร๋ววววววว—ววว!”

            เบลดวูล์ฟหอนดวงจันทร์ทันใดนั้นแสงจันทร์ก็ปกคลุมหมาป่าคมมีดเป็นประกายระยิบระยับ พอมองดูก็เห็นว่า HP ของมันฟื้นฟูกลับมาจนถึงประมาณครึ่งหนึ่งเอฟเฟ็กต์เพิ่มเติมจาก ‘ดาบเพลิงคู่’ เองก็หายไปด้วยเช่นกัน

            “ขี้โกงอะ! ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ!?”

            มิอุระตะโกน

            “เอาน่า พวกเรายังใช้ไอเทมฟื้นฟูเลยนี่นาถ้ามันจะทำแบบนั้นก็เป็นไปได้นั่นแหละ แต่ที่สำคัญเธอห้ามออกไปข้างหน้านะผลเสียของ [คลุ้มคลั่ง] จะทำให้เธอมีพลังป้องกันต่ำกว่าพี่ไปสักพักหนึ่งถ้าโดนโจมตีแรงๆ สักครั้งต้องตายแน่”

            มิอุระถอยไปอยู่หลังผม พอมีคนบอกเลยเพิ่งรู้ตัวละมั้งผมยังใช้ความว่องไวหลบการโจมตีได้ แต่ว่ามิอุระทำไม่ได้จนกว่าพลังป้องกันจะกลับมาเท่าเดิม มิอุระก็ต้องเคลื่อนไหวให้สะดุดตาน้อยที่สุด

            ‘กรรรรรรร!’

            เบลดวูล์ฟสาดขนใบมีดลงมาจากบนเนินอีกครั้งผมปัดขนที่เหมือนคัตเตอร์คมกริบสุดความสามารถส่วนมิอุระที่อยู่ข้างหลังก็ใช้ใบดาบของดาบใหญ่บังด้านหน้าพยายามป้องกันอย่างเต็มที่

            ‘กรรรรร!’

            เบลดวูล์ฟกระโจนเข้ามา คุณเวนดี้ใช้โล่ใหญ่รับการโจมตีอย่างมั่นคง

            ตอนนั้นเองชิซุกะก็อ้อมเข้าไปหามัน ควงง้าวดังขวับ แล้วใช้ท่าต่อสู้

            “[ทะลวงสามชั้นซ้อน]”

            [ทะลวงสามชั้นซ้อน]ท่าต่อสู้ของอาวุธประเภทหอกทำงานทันทีที่ชิซุกะก้าวเข้าไป การทะลวงสามครั้ง บนกลาง ล่าง ถูกใช้ออกแทบจะพร้อมกัน

            ยิ่งไปกว่านั้นดวงตาของชิซุกะกำลังเปลี่ยนเป็นสีทองนั่นคือสิ่งที่ยืนยันว่า [มองทะลุปรุโปร่ง] สกิลมองหาจุดอ่อนกำลังทำงาน

            [ทะลวงสามชั้นซ้อน] ระเบิดพลังใส่จุดอ่อนที่เล็งไว้หรือก็คือจุดที่สร้างความเสียหายจำนวนมากใส่เบลดวูล์ฟนั่นเอง

            ‘เอ๋งงงงงงงงงงง!’

            เบลดวูล์ฟล้มลงไปด้านข้าง และดิ้นพล่านอาละวาด มันชันขนใบมีดโจมตีรอบข้างแบบไม่เลือกหน้า และปัดป่ายกรงเล็บ

            พวกเราเว้นระยะห่าง และเตรียมตัวสำหรับการโจมตีครั้งถัดไปไม่เข้าใกล้มันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

            ไม่นานเบลดวูล์ฟก็ลุกขึ้นมา ขนใบมีดของมันขยับเป็นคลื่นและเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน อะไรน่ะ

            ในที่สุดขนใบมีดก็รวมตัวกันที่หน้าผาก และก่อรูปร่างเป็นดาบหนึ่งเล่มดาบที่งอกออกมาจากหน้าผากราวกับยูนิคอร์นสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเงิน

            “นี่คือร่างสุดท้ายของเบลดวูล์ฟค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะ!”

            เร็นพูดเช่นนั้นพลางยิงลูกศรแล้วเบลดวูล์ฟก็ใช้ดาบที่หน้าผากปัดศรนั้นทิ้ง

            ‘กรรรรรร!’

            เบลดวูล์ฟชี้ดาบที่หน้าผากมาทางพวกเรา และเริ่มพุ่งตัวเข้ามา

            คุณเวนดี้ออกไปข้างหน้า แล้วถือโล่ใหญ่เพื่อป้องกันเบลดวูล์ฟพุ่งเข้าชนโล่นั้นตรงๆ

            “อึก...!”

            แก๊ง!ในเวลาเดียวกับที่เสียงดังขึ้นโล่ใหญ่ของคุณเวนดี้ที่สร้างด้วยโลหะผสมจากแร่แรงก์ A ก็โดนเบลดวูล์ฟเจาะทะลุ ดาบอะไรกันเนี่ย

            ยิ่งไปกว่านั้นปลายดาบที่ทะลุโล่ยังทะลวงเกราะหน้าอกของคุณเวนดี้และสร้างความเสียหายอย่างมากอีกด้วย HP ของคุณเวนดี้ถูกลบหายไปจนเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง

            “[เร่งความเร็ว]!”

            ผมแตะความเร็วสูงสุดในพริบตา แล้วใช้ ‘ดาบเพลิงคู่’ฟันใบหน้าของเบลดวูล์ฟ

            เบลดวูล์ฟกระโดดออกจากจุดนั้นไปพร้อมกับโล่ที่โดนเจาะทะลุของคุณเวนดี้

            ผมอาศัยจังหวะนั้นหยิบ ‘ไฮโพชั่น’ ออกจากช่องเก็บของแล้วสาดใส่เธอเพื่อฟื้นฟู HP

            “ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”

            “ค่ะ รอดตัวไปที แต่ว่า...”

            คุณเวนดี้มองไปยังโล่ที่โดนเบลดวูล์ฟขโมยไปเบลดวูล์ฟสะบัดหัวด้วยท่าทางรำคาญ แล้วเหวี่ยงโล่ใหญ่ของคุณเวนดี้ไปข้างหลัง

            อึก ถ้าไม่เก็บโล่กลับมา คุณเวนดี้ก็ทำหน้าที่แท็งก์ไม่ได้

            ผมหยิบ ‘กระสุนแฟลช’ ออกจากช่องเก็บของแล้วขว้างเพื่อสร้างช่องโหว่ให้ได้ แต่เสี้ยววินาทีก่อนที่แสงจะส่องออกมานั่นเองเบลดวูล์ฟก็กลับหลังหัน เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องดวงตามันคงเรียนรู้จากการโจมตีก่อนหน้านี้

            ในด้านผลลัพธ์ก็ยังดีที่คุณเวนดี้อาศัยจังหวะนั้นเก็บโล่ได้ แต่คิดว่า‘กระสุนแฟลช’ คงใช้ไม่ได้ผลกับเบลดวูล์ฟอีกแล้ว

            อันที่เหลือก็...ต้องเสี่ยงว่าจะออกหัวหรือก้อยสินะ

            เบลดวูล์ฟกวัดแกว่งดาบที่หน้าผาก ผมหลบหลีกพลางมองหาโอกาสไปด้วยวนอยู่แถวๆ ด้านหน้าของมันเท่าที่จะทำได้ทั้งที่รู้ว่าอันตรายและไม่เอาของออกจากช่องเก็บของจนกว่าจะเกือบถึงเวลาเพราะเป็นไปได้ที่มันจะรู้จากกลิ่น

            ผมทุ่มเทให้กับการหลบ โดยที่แทบจะไม่โจมตีเลย

            ไม่นานเบลดวูล์ฟก็เริ่มทนไม่ไหว และย่อตัวลงเล็กน้อย

            ตอนนี้ละ!

            ผมใช้ [เร่งความเร็ว] เข้าไปที่ด้านหน้าของมันจากนั้นก็หยิบขวดใบเล็กออกจากช่องเก็บของแล้วขว้างใส่เบลดวูล์ฟที่อ้าปากกว้างเพื่อใช้ [ฮาวลิ่ง]

            ขวดใบนั้นฝาหลุดกลางอากาศ ของข้างในกระฉอกออกมาเล็กน้อยขณะที่หายเข้าไปในปากของเบลดวูล์ฟ ไสตรก์ พวกเราเข้าควบคุมการต่อสู้ได้อย่างงดงาม

            ‘คั่ก!? ฮั่ก!? แค่กๆ!’

            เบลดวูล์ฟไออย่างรุนแรงเหมือนชักกะตุกและคายขวดใบเล็กออกจากปากพร้อมน้ำย่อยในท้อง

            แต่ว่าก็สายไปแล้ว เอฟเฟ็กต์ฟองสีม่วงลอยขึ้นมาจากร่างของมันเรียบร้อยใช่แล้ว เอฟเฟ็กต์ ‘พิษร้ายแรง’ นั่นเองพอเอากรอกปากแล้วก็ได้ผลต่างกันอย่างที่คิดเลยแฮะ

            “ต้องให้คุณอเลนขาย ‘หนวดแมงกะพรุนพิษ’ ให้อีกแล้วสิ ไม่สิถ้าคราวนี้ไปแอเรียที่สามได้ เราไปเก็บด้วยตัวเองก็ได้ละมั้ง”

            นอกจากนี้เอฟเฟ็กต์อัมพาตก็ปรากฏขึ้นบนตัวเบลดวูล์ฟด้วยผมไม่รู้ว่ามันมีระยะแสดงผลเท่าไร พวกเราจะปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปไม่ได้

            “[ทะลวงสามชั้นซ้อน]!”

            “[พาวเวอร์สแลช]!”

            ชิซุกะกับคุณเวนดี้ระเบิดท่าต่อสู้ใส่เบลดวูล์ฟที่โซเซเบลดวูล์ฟติดอัมพาตอยู่ เลยต้องรับการโจมตีนั้นโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

            พอรวมกับผลของพิษร้ายแรง HP ของเบลดวูล์ฟก็ถึงขีดแดงแล้ว จะปล่อยให้มันใช้การฟื้นฟูอีกไม่ได้ตัดสินกันตรงนี้ละ

            “[ดาบตัดกางเขน]!”

            ผมฟันหัวของเบลดวูล์ฟทันใดนั้นดาบที่หน้าผากก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอาจจะเพราะว่ามันอ่อนแรงลงด้วยพิษร้ายแรงอยู่แล้ว

            ผมออกห่างจากเบลดวูล์ฟทันที โดยไม่ได้โจมตีต่อ

            เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ใช้เวทมนตร์ที่พัฒนาจนถึงขั้นสูงสุดของลีเซลในการปิดฉากนั่นเอง

            “[ไฟร์บอล]!”

            ลูกบอลเพลิงยักษ์พุ่งเข้าใส่เบลดวูล์ฟทุ่งหญ้ากลางแสงจันทร์ถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน

            ‘กรรรรรรรรรรรรร!’

            หมาป่าคมมีดส่งเสียงคำรามก่อนสิ้นใจในคืนข้างขึ้นแล้วถูกกลืนหายไปในเปลวเพลิง

            ในที่สุดร่างกายทั้งหมดก็มอดไหม้จนเป็นสีดำสนิทเบลดวูล์ฟล้มลงตรงนั้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วกลายเป็นละอองแสงสูญสลายไปกับสายลมยามราตรี

             

            ◇ ◇ ◇

             

    คล้ายกับเรื่องVRMMO ก็ต้องกับผ้าพันคอกระต่ายสิ (VRMMO wa Usagi Muffler to Tomoni) ที่คุณอ่าน