กำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re

    บทที่ 68 กำราบสิ้น(2)

            “เจ้ารู้จักด้วย?”

            โอหยางเก๋อกล่าวออกมาพลางขมวดคิ้วค่ายกลเจ็ดดารานั้นถือเป็นหนึ่งในค่ายกลลับของตระกูลโอหยางไม่คิดว่าใครบางคนในโลกมนุษย์จะรู้จักค่ายกลนี้ด้วย? ทว่าการแสดงออกของเขานั้นไม่ได้มืดหม่นทว่าดวงตากลับทอประกายไปด้วยความตื่นเต้นความเป็นไปได้เดียวที่จะทำให้โลกมนุษย์อันต่ำต้อยล่วงรู้ถึงค่ายกลระดับสูงนี้ก็มีแต่มรดกของมหาปราชญ์ฟ้าบูรพาเท่านั้น!

            “ก็แค่ค่ายกลเจ็ดดารา มีอะไรให้น่าสนใจกัน?”

            เสียงเอื่อยเฉื่อยของเย่ฉีดังออกมาคล้ายกับว่าไม่ได้สลักสำคัญอะไรในเวลานั้นตำแหน่งของผู้ฝึกตนอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างก็ค่อยๆ บังเกิดเป็นกลุ่มก้อนแสงร้อยเรียงกันจรดขึ้นท้องนภาและกลายมาเป็นดวงดาวเจ็ดดวงดาวทั้งเจ็ดนั้นหมุนวนไปมาก่อนจะเคลื่อนไปยังตำแหน่งตามค่ายกลที่ถูกจัดวางเอาไว้โดยมีเย่ฉีเป็นจุดศูนย์กลางนี่ก็คือค่ายกลเจ็ดดารา!

            “ฮึ่ม!เดี๋ยวเจ้าก็รู้ว่ามันมีค่าให้สนใจหรือไม่ ลงมือ!”

            ทันทีที่โอหยางเก๋ออกคำสั่งเหล่าผู้นำทัพทั้งเจ็ดก็ถ่ายพลังปราณลงไปกระตุ้นการทำงานของค่ายกลทันทีเสียงหวีดหวิวราวกับปีศาจกรีดร้องพลันดังกระหึ่มไปทั่วทั้งเนินเขาก่อนที่หนึ่งในเจ็ดดวงดาวจะกระพริบขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปหาเย่ฉีอย่างรวดเร็ว!

            “เจ็ดดาราระรอกหนึ่ง...ไป!”

            สิ้นคำของโอหยางเก๋อดวงตาของเย่ฉีก็กลันหรี่ลงก่อนจะผสานเอาดาราทั้งสามเขาสู่ร่างกายทำให้มัดกล้ามเนื้อเปล่งบวมขึ้นจนเห็นเส้นเลือดก่อนจะง้างแขนขวาแล้วต่อยออกไปยังดวงดาวที่พุ่งเข้ามาปัง! เกิดเป็นการระเบิดอย่างรุนแรงสาดพัดเอามวลอากาศกระจายออกไป แม้ว่าการโจมตีแรกจะไม่สำเร็จทว่าโอหยางเก๋อก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ยิ้มเย็นออกมา พวกเขาจะรอดูต่อไปว่าเด็กชายเบื้องหน้าที่อยู่ในวงล้อมของเหล่าดวงดาวนั้นจะสามารถทนได้นานแค่ไหน

            พวกเขาทั้งหมดล้วนสัมผัสได้ว่าความรุนแรงของดวงดาวเมื่อครู่นี้อย่างน้อยก็ทรงพลังเทียบกับครึ่งก้าวบรรพชนแล้วนี่มันเทียบได้กับการโจมตีของพวกเขาที่ใช้ออกด้วยพลังแปดส่วน!

            ไม่รอช้าระลอกต่อมาเริ่มระดมโจมตีไปยังเย่ฉีที่ยืนอยู่ด้านในโดยไม่มีเวลาให้พักหายใจแม้แต่น้อยระลอกที่หนึ่งเจ็ดดาราก็คือการโจมตีของครึ่งก้าวบรรพชนเจ็ดคน! ถึงแม้ว่าผ่านพ้นระลอกที่หนึ่งไปเย่ฉียังคงยืนอยู่ได้อย่างสงบก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาประหลาดใจนักอย่าลืมว่าพวกเขาก็คือครึ่งก้าวบรรพชนดังนั้นหากการโจมตีระดับนี้สามารถจัดการเย่ฉีได้จริงแล้วพวกเขาจะจ่ายออกอย่างมหาศาลเพื่อใช้ค่ายกลทำไม?

            “ดีใจตอนนี้ยังเร็วเกินไปมาดูกันว่าเจ้าจะทนได้มากขนาดไหน ระรอกที่สอง...ไป!”

            ปังปัง ปัง

            ครั้งนี้ดวงดาวทั้งเจ็ดพลันกระจายตัวออกเป็นเท่าทวีก่อนจะกระหน่ำโจมตีไปยังเย่ฉีที่ยืนอยู่ด้านล่างกับการโจมตีนี้เย่ฉีเพิ่มพลังขึ้นอีกเล็กน้อยวาดฝ่ามือออกไปเกิดเป็นปราณดาบไร้ลักษณ์สิบสี่เส้นพุ่งปะทะกับดวงดาวทั้งสิบสี่สายในเวลานั้นใบหน้าของโอหยางเก๋อและคนอื่นๆก็พลันเปลี่ยนไปมืดลงก่อนที่บางคนจะอุทานออกมาอย่างตกใจ

            “สามารถใช่จิตวิญญาณดาบออกมาได้ในทันทีเลยรึ?”

            “ฮึ่ม!แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นเมื่ออยู่ในค่ายกลเจ็ดดารานี้เขายังจะสามารถทำอะไรได้?การโจมตีแบบเดียวกับเมื่อตอนที่อยู่ในสระหยกราตรีจำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมจิตวิญญาณดาบซึ่งตอนนี้เขาไม่มีทางทำได้แน่ต่อให้เขาสามารถใช้ปราณดาบได้ตามใจนึกแล้วอย่างไร? จะพ่ายแพ้เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น!”

            เฮยอี้ผานกล่าวออกมาอย่างไม่แยแสพร้อมกับมองไปยังเย่ฉีด้วยสายตารังเกียจเจ้านี่มันก็แค่มนุษย์ตัวจ้อยมิใช่หรือ? จะแข็งแกร่งได้มากแค่ไหนเชียว?อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเสียงไร้อารมณ์ของเย่ฉีก็ดังขึ้นมาราวกับว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่มีค่าใดให้เขาใส่แม้แต่น้อย

            “เช่นนั้นรึ?เดิมทีค่ายกลเจ็ดดารานั้นสามารถจัดการกับเก้าประตูโบราณได้จริงๆด้วยการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีของเจ็ดระรอกการโจมตี ต่อให้เป็นเก้าตูโบราณก็ยังไม่สามารถทนไหวยิ่งระลอกสุดท้ายที่หลอมรวมเอาเจ็ดสิบดวงดาวเข้าไปก็ยังเทียบได้กับการโมตีของเก้าประตูโบราณสามคนซึ่งนับว่าทรงพลังอย่างแท้จริงทว่าค่ายกลเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยช่องโหว่นี่จะสามารถเทียบกับค่ายกลเจ็ดดาราของจริงได้อย่างไร?”

            ใบหน้าของเย่ฉีปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาพร้อมกับตบเท้าเคลื่อนตัวออกไปด้านหน้าพลางหลบการโจมตีของระลอกที่สามซึ่งมีดวงดาวมากถึงยี่เอ็ดสาย

            “ข้อแรก...ค่ายกลเจ็ดดาราของจริงทุกการโจมตีล้วนแต่ไร้ช่องโหว่ผู้ควบคุมค่ายกลแต่ละคนจะต้องประสานรวมเป็นหนึ่งควบคุมดวงดาวรุกไล่จนศัตรูหมดทางหลบหนีมีแต่จะต้องปะทะกับดวงดาวเท่านั้นไม่สามารถหลบเลี่ยงได้นี่ก็คือแก่นแท้ของดั้งเดิมของค่ายกลเจ็ดดารา...ลดทอนพลังของศัตรูเพื่อปลิดชีพในการโจมตีครั้งสุดท้ายทว่าพวกเจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้หรือ?”

            ในเวลานั้นร่างของเย่ฉีก็พลันเคลื่อนไหวไปมาไร้ทิศทางหลบเลี่ยงดวงดาวยี่สิบเอ็ดสายที่รุกไล่ติดตามเขาจนสุดท้ายด้วยการเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของเขาดวงดาวเหล่านั้นก็เริ่มปะทะกันเองจนเกิดเป็นการระเบิดลูกโซ่ลามไปทั่วสุดท้ายเพียงแค่เย่ฉีเคลื่อนไหวไปมาก็สามารถทำลายการโจมตีระลอกที่สามได้ทั้งหมดแล้ว!

            “นี่...เป็นไปได้อย่างไร?ต่อให้ค่ายกลนี้จะไม่สมบูรณ์แต่ก็ไม่มีทางที่จะสามารถหลบเลี่ยงได้ทั้งหมดเช่นนี้!”

            ใบหน้าของหลายคนตกอยู่ในอาการมึนงงกับภาพที่เห็นทว่าโอหยางเก๋อนั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่า!ใบหน้าของเขาซีดลงราวกับไก่ต้มเมื่อเห็นวิธีการทำลายระลอกที่สามของเย่ฉีต้องรู้ว่าค่ายกลนี้เป็นเขาที่นำออกมาและถึงแม้ว่าค่ายกลนี้จะไม่สมบูรณ์แต่โครงสร้างภายในทั้งหมดก็เป็นเขาเองที่ลงมือจัดวางค่ายกลต่อให้คนอื่นๆไม่สามารถควบคุมได้ดั่งใจนึกแต่แบบแผนทั้งหมดก็เป็นไปตามคัมภีร์ลับของตระกูลโอหยาง!

            “ข้อที่สอง...เดิมทีค่ายกลเจ็ดดารานั้นเป็นค่ายกลชั้นสูงที่บรรพชนเก้าประตูเจ็ดคนสร้างขึ้นมาเพื่อกำราบปีศาจร้ายหากข้าเดาไม่ผิดในบันทึกของค่ายกลนี้ต้องมีข้อจำกัดหนึ่งบอกเอาไว้นั่นก็คือห้ามใช้ค่ายกลนี้กับศัตรูที่เหนือล้ำกว่าหลายขั้นพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?”

            เย่ฉีถามออกมาขณะหลบการโจมตีระลอกที่สี่พร้อมกับยิ้มเย็นทั้งคำถามนี้และรอยยิ้มของเย่ฉีทำให้หัวใจของโอหยางเก๋อเต้นผิดจังหวะ!ข้อกำหนดนั้นมีอยู่จริงๆและการที่เย่ฉีรู้ถึงข้อกำหนดนี้รวมกับยังสามารถแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาได้หรือว่าเขา....แย่แล้ว!

            “นั่นก็เพราะว่านอกจากต้องใช้สมบัติล้ำค่าที่มีปราณเซียนถึงเจ็ดชิ้นแล้วผู้ควบคุมทั้งเจ็ดคนจะต้องเชื่อมต่อกับค่ายกลเพื่อควบคุมและกระตุ้นดวงดาวทั้งเจ็ด!หรือจะกล่าวให้ถูกต้องดวงดาวทั้งเจ็ดก็คือตัวแทนของผู้ควบคุมค่ายกลทั้งเจ็ดคนส่วนเหตุผลที่ต้องมีข้อจำกัดนั้นต่อจากนี้พวกเจ้าก็จะได้รู้เอง!”

            ชั่วพริบตานั้นร่างของเย่ฉีก็พลันหายวับไปจากวงล้อมของดวงดาวยี่สิบแปดดวงและรอยนิ่งอยู่กลางอากาศดวงตาทอประกายสีทองวูบหนึ่งก่อนที่จะยกเลิกการผสานรวมของดาราทั้งสามในร่างกายและบังคับให้พวกมันปรากฏขึ้นมาด้านหลังจ้องมองไปยังเหล่าผู้ฝึกตนด้านล่างทั้งหมดใบหน้าของเย่ฉีก็พลันปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยันขึ้นมาทันทีคนเหล่านี้กล้ามาหาเรื่องเขามีหรือที่เขาจะปล่อยไปง่าย?

            ฝ่ามือของหยางอี้ประกบเข้าหากันอย่างแรงพร้อมกับดาราสีทองทั้งสามผสานรวมตัวกันกลายเป็นลำแสงขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่ด้านข้างของลำแสงสีทองนี้จะหดตัวรวมกันกลายเป็นใบมีดที่สูงเสียดฟ้าเล่มหนึ่ง!

            “ทักษะลับสังหาร...สะบั้นที่หนึ่งแยกพสุธา!”

            ฮึ่ม!

            ใบมีดขนาดใหญ่กรีดเฉือนลงมาใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวก็เข้าปะทะกับกลุ่มดวงดาวทั้งยี่สิบแปดสายที่รวมตัวกันพุ่งตรงขึ้นมาหมายบดขยี้ร่างกายของเย่ฉีทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าใบมีดนี้ดวงดาวเหล่านั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากหึ่งห้อยที่พราวแสงอันริบหรี่!

            เหตุผลห้ามไม่ใช้ใช้ค่ายกลนี้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าหลายขั้นก็เพราะว่ารากฐานของดวงดาวทั้งเจ็ดนั้นเชื่อมต่อกับผู้ควบคุมค่ายกลดังนั้นเมื่อเจอกับพลังที่รุนแรงกว่าปริมาณของปราณเซียนในสมบัติวิเศษที่ใช้จัดตั้งค่ายกลก็เท่ากับว่าพลังตกค้างส่วนเกินนั้นจะเป็นการโจมตีไปยังผู้ควบคุมโดยตรง!

    ในคัมภีร์ลับของจักรพรรดิหยางนั้นนอกจากวีถีการบ่มเพราะดวงดาราทั้งเก้าแล้วยังมีทักษะลับสังหารอยู่อีกด้วยทักษะลับสังหารนี้มีอยู่ด้วยกันสามกระบวนท่าโดยแบ่งออกเป็นสามดาราแยกพสุธา หกดารากรีดนภาและเก้าดาราตัดภพทักษะลับทั้งสามนี้พลังทำลายขึ้นอยู่กับขั้นการฝึกฝนของผู้ใช้โดยในขั้นเก้าดารานั้นแยกพสุธามีพลังโจมตีเทียบเท่ากับบรรพชนโบราณเก้าประตู!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re ที่คุณอ่าน