97.หิมพานต์ มอนสเตอร์
ทากะ ยืนมองทอดสายตาเข้าไปยังป่าต้องห้าม ในหัวของมันตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันมองเห็นได้จากระยะไกลเป็นอย่างดีๆ เหตุการณ์ที่สวรรค์เกรี้ยวกราดขนาดนั้นมันต้องเกิดอะไรที่ท้าทายสวรรค์ขึ้นภายในนั้นแน่ๆ “นาย หรือว่ามันจะมีสมบัติที่ท้าทายสวรรค์ถือกำเนิดขึ้นที่นั้น”เมกกาเม้าออกความเห็น เหตุการณ์วิปโยค ที่เกิดขึ้นทำให้ร่างของมันสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว จนถึงตอนนี้ มือของมันก็ยังสั่นไม่หาย “ฮิฮิฮี่....มันจะเป็นสมบัติหรืออะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของเราหรอ คนที่เข้าไปในนั้นไม่เคยได้กลับออกมาซักคน” ร่างค้างคาวผี พูดขึ้น มันคืออมนุษย์ในคราบของค้างคาวเผ่า เนระพูสี อมนุษย์ในคราบของค้างคาว รูปร่างผอมแห้ง ผิวพรรณหยาบกร้าน กรงเล็บแหลมคม นัยน์ตาสีแดงเพลิง ต้นตระกูลของมันคือทาสที่ถูก เอราปถสาปและจองจำจากการลงโทษฐานที่รุกล้ำเข้ามาในเขตนครบาดาล ต้องห้อยหัวซ่อนตัวอยู่ในความมืด “แก่มาทำอะไรที่นี้ ปลาวาฬ”ทากะถามขึ้น “ชิ..เป็นค้างคาวแท้ๆ เสือกชื่อ ปลาวาฬ”เมกะเมาพูดเสียดสีขึ้นมันกับ ปลาวาฬมีความแข็งแกร่งพอๆกัน แต่แตกต่างกันที่ ตัวมันไม่ได้เป็นนายน้อยของเผ่า เหมือนกับฝ่ายตรงข้าม เช่นเดียวกันกับทากะ ที่เป็นนายน้อยของเผ่าพยัคฆ์มัจฉา ตอนนี้ตัวมันมีฐานะเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้ก็เท่านั้น “หึ!เรื่องของเจ้านายจะพูดกัน ขี้ข้าอย่าเสือก”ปลาวาฬ พูดขึ้น “เจ้า!!...”ยังไม่ทันที่จะตอบโต้อีกฝ่าย นายของมันก็ขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันหงุดหงิด “ฮืม!! พอได้แล้ว เมกกา” “ขออภัยนานท่าน” “หึ ขี้ข้าก็ยังเป็นขี้ข้าอยู่วันยังค่ำ”ปลาวาลดูถูกมันไม่เลิก แต่มันไม่เคยคิดจะโกรธอะไร ในใจของมันยังคงภัคดีไม่มีเสื่อมคลาย ต้นตระกูลของมันเป็นข้ารับใช้มาเนินนานแสนนานแล้ว คนอื่นดูถูกมันได้แต่อย่าดูแคลนดูหมิ่นนายของมันเป็นอันขาด ต้นตระกูลของทากะคือเจ้าแห่งดินแดน พยัคฆ์มัจฉาแห่งนี้ “วาฬ!!”เจ้าก็พอได้แล้ว ตกลงเจ้ามาที่นี้เพราะอะไร”ทากะเริ่มไม่พอใจ “หึข้าเพียงแต่มาไถ่ถามเจ้าเพียงเท่านั้น กองทับเนระพูสี จะมาถึงในไม่ช้า ทางเจ้าเตรียมการไว้พร้อมหรือยัง” “แนวหน้าของข้าออกไปหยั่งเชิงทางนั้นแล้ว พวกมันล้วนอ่อนแอ แม้ไม่มีพวกเจ้า คนของข้าก็จัดการได้”ทากะพูดขึ้น “มันไม่เกี่ยวว่าเจ้าจะจัดการเองได้หรือไม่ แต่มันเป็นข้อตกลงของทั้ง 4 เผ่า หรือเผ่าของเจ้าต้องการสงคราม”ปลาวาฬพูดขึ้น สายตาของมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “ฮืม!!”ทากะคำรามในลำคอ แม้ตัวมันจะไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อเป็นมะติร่วมกันของทั้ง 4 เผ่า ปลาวาฬ ไม่สนใจพวกมันอีก ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนอากาศ กลายร่างเป็นเนระพูสี แล้วบินจากไป ห่างออกไปราว 500 เมตร ร่างหญิงสาวนางหนึ่งยืนมองทอดสายตาไปยังป่าต้องห้ามเช่นกัน ร่างอันงดงามของนางยืนอยู่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ ข้างกายของนางมีหญิงแก่หน้าตาอัปลักษณ์ ยืนอยู่ด้ายข้างของนาง“ที่นั้นเกิดอะไรขึ้นนะ”หญิงสาวที่งดงามพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา“อับสร!! เมื่อไรมักกะลีผลจะสุก”หญิงอัปลักษณ์ ด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่ง นางอยู่ที่นี้มาสองเดือนแล้วตามแผนเดิมเธอมาเพื่อเก็บ มักกะลีผล ที่กำลังจะสุข แต่เธอไม่คิดเลยว่ามันจะวิวัฒนาการ จนกลายมาเป็น อับสร ตนนี้ อับสร เป็น อัปลักษณ์ ที่วิวัฒนาการจนได้ร่างวิญญาณ เป็นตนแรกต้นมักกะลีผล โลกแห่งป่าเวทมนตร์ ต้นนี้ บนต้นไม้ใหญ่มีพี่น้องของนางที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมาอีก 4 ผล หากพวกนางสุกงอมโดยไม่ได้วิวัฒนาการ พวกนางจะกลายเป็นเพียงแค่ ผลไม้เวทมนต์เพียงเท่านั้น มักกะลีผล เป็นต้นไม้วิเศษสร้างขึ้นโดยต้นไม้แห่งความจริง มีสีสันงดงาม ลำต้นพลิ้วไหวดั่งร่างของนารี ต้นมักกะลีจะออกผลเป็นนารีผลโฉมงามสะพรั่ง มนุษย์หรืออสูรใดที่ผ่านมาเจอจะต้องมนต์สะกดจากความงามที่ชวนหลงใหลของเหล่านารีผล และติดอยู่กับมนเสน่ห์ของต้นมักกะลีผลไปตลอดกาล “หึ!เจ้าชื่ออะไรนะ อุ๊ งั้นหรือ! เจ้าจะไม่มีทางได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการแน่ ข้าจะทำทุกวิถีทางให้พี่น้องทั้ง 4 ของข้าลืมตาขึ้นมา” “นี้เจ้าคิดจะกบฏงั้นหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่ต้องการ มักกะลีผล เหล่านี้คือ นายเหนือหัว ทากะเจ้าแห่งแผ่นดินนี้ที่เจ้ายืนอยู่ เจ้าจะเนรคุณแผ่นดินที่เจ้าเกิดงั้นหรือ”อุ๊กล่าวขึ้นอย่างรุนแรง เธอเป็นคนที่เกิดในแผ่นดินนี้ เผ่าของเธอก็อยู่ที่นี้มาหลายชั่วอายุคน ทุกคนต่างขนานนามเผ่าของเธอว่าเผ่า สะลิ่ม!!! “หึ! เจ้าแห่งแผ่นดิน? เจ้ารู้ไหมต้นมักกะลีผล มารดาของข้าอยู่ที่นี้มาไม่รู้กี่แสนปี ตอนนั้น ตระกูลเจ้าแห่งแผ่นดินของเจ้า ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ยังจะมาอ้างบุญคุณอีกเหรอ ช่างหน้าหนาเสียจริง”เธอตอบกลับไปอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน “หึ มันก็แค่ต้นไม้ ไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่คิดเลยลูกของมันที่มีปัญญาแล้วก็ยัง ไม่มีสำนึกรู้ผิดชอบ ถ้าไม่มีวงตระกูลของท่านจะมีเจ้าอย่างนั้นเหรอ คิดสิคิด ความคิดในสมองอันน้อยนิดของเจ้า ไม่เคยจำสิ่งที่ข้าสอนเลยหรือไง เจ้ายากจะเป็นพวกชังชาติ เนรคุณแผ่นดิน งั้นหรือ ข้าสอนให้เจ้าเคารบ และภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ มันไม่เข้าในหัวของเจ้าเลยหรือ”อุ๊ ตอกกลับมาด้วยตรรกะป่วยๆ “ภักดี!รับใช้กษัตริย์? นี้เจ้ายากจะเป็นไพรก็เป็นไป แต่อย่าลากข้าไปเป็นด้วย ข้าไม่สน ข้าไม่ยากเป็นขี้ข้าใคร ข้าไม่ได้โง่ ตัวข้าเกิดมาได้จนทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะต้นไม้มารดาของข้าไม่ใช่เพราะ กษัตริย์ของเจ้า ตอนที่ข้าหิว มีใครมาช่วยข้าบ้างไม่มี มีแต่เจ้าที่อ้างกษัตริย์เพื่อมาขูดเลือดขูดเนื้อมารดาข้า และจะกินพี่น้องของข้า ยังจะมาบอกให้ข้าภักดีอีก ค.ว.ย เถอะ ข้าไม่ได้โง่และไม่ได้เป็นคนของเผ่า สะลิ่มเช่นเจ้า!”พูดจบนางก็กางปีกออก แล้วบินตรงไปยังป่าต้องห้ามทันที โดยไม่สนใจอะไรอีก เธอเถียงกับ อสูรตนนี้มานานแรมเดือนแล้ว ในเรื่องเหล่านี้ และเธอก็พบว่า สะลิ่มเป็นพวกที่สมองป่วย ตรรกะวิบัติสิ้นดี และไร้เหตุผล จมอยู่กับความภักดีอย่างหน้ามืดตามัว จนไร้ทางเยียวยา เถียงกับพวกมันไปนั่งคุยกับหมายังจะรู้เรื่องเสียกว่าอีก “แก!!!!พวกชังชาติ พวกล้มเจ้า แก และโคตรของแกจะต้องไม่ตายดี!!!” เธอร้องไล่หลัง นางอับสร ที่บินจากไป ถึงเธอจะต้องการมักกะลีผล แค่ไหน หากมันยังไม่สุก ก็ไม่มีใครสามารถเด็ดมันไปได้ หากสุกแล้ววิวัฒนาการ ก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน เพราะมักกะลีผลที่มีสติปัญญานั้น เต็มไปด้วยพลังชีวิตของพฤกษา สามารถควบคุมต้นไม้ได้ทั้งป่า ละฆ่าไม่ได้ง่ายๆ เมื่อย่ำรุ่งของอีกวันมาถึง ณ ลานจอดรถปั้มน้ำมันบนเนิน พิมพ์ และ เจ้แอ๋ว ยืนรออาจารย์ดำอยู่ข้างสำภาระของพวกเธอ ข้าวของเครื่องใช้ของทั้งสองมีไม่มาก ประมาณ 2 คันรถ 6 ล้อ เท่านั้นเอง ของทุกอย่างถูกเก็บใส่ลังทั้งหมด และถูกขนขึ้นบนรถบรรทุกเอาไว้แล้ว สองแม่ลูกเหมารถจากหมู่บ้านที่อยู่ฝังตรงข้ามในราคาข้าวสาร 3 กระสอบ ตอนนี้มีเงินก็เหมือนมีกระดาษชำระเท่านั้น อาหารขาดแคลนอย่างมาก ทุกอย่างจึงแลกเปลี่ยนกันด้วยอาหารเพียงเท่านั้น บริษัทห้างร้านต่างๆ ล้มละลายไปทั้งหมดแล้ว เมื่อเงินไร้ค่า คนมีเงินหรือจะสู้คนมีข้าว “คุณนาย คนนำทางจะมาถึงเมื่อไร”คนขับรถถาม “อีก 20 นาที”เธอตอบเธอไม่รู้ทางไป ป้อมของวิทย์ ตอนนี้ก็ได้แต่รออาจารย์ดำมารับและขับรถนำทางไปก็เท่านั้น ระบบจีพีเอสเหรอ อย่าหวัง ตอนนี้ดาวเทียมล่มไปหมดแล้ว โทรศัพท์ พกไว้ดูดน้ำแทนหลอดยังไม่ได้ มีประโยชน์อย่างเดียวแค่เอาไว้ดูคลิปโป้ก็เท่านั้น “แม่ ป่านนี้พี่วิทย์จะเป็นยังไงบ้าง โทรไม่ติดเลย หนูเป็นห่วง” “เอ้อ!!ไม่เป็นไรหรอก เจ้าหนูนั้นมันดวงแข็ง อย่าคิดมากเลย” “ก็หนูเป็นห่วง คนเป็นแฟนกันก็เป็นห่วงกันธรรมดา” “เฮ้อ!!พิมพ์ลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกคิดยังไงกับเจ้าหนูนั้น แต่....”ยังพูดไม่ทันจบแต่พิมพ์ก็สวนออกมาก่อน “จะยังไงก็ชั่ง หนูไม่ยอมแพ้หรอ แม่ไม่ต้องพูดแล้ว หนูตัดสินใจแล้ว..!”พิมพ์รู้ตัวดีว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเป็นยังไง ถึงขั้นไหนแล้ว แต่วิทย์ก็เป็นคนดีเหลือเกิน ดีเกินเยียวยา ดีจนโงในบางครั้ง ตลอดเวลาเขาไม่พยายามทำอะไรให้เธอรู้สึกไม่สบายใจหรือเสียใจเลย และก็ไม่ได้ทำตัวลึกซึ้งอะไรมาก และแน่นอนว่า เขาก็ทำแบบนี้กับผู้หญิงอีก 2 คนเช่นกัน ความสัมพันธ์ของพวกเธอกับเขาจึงยังไม่ไปถึงไหน แม้ว่าเธอจะให้ท่า หรือทอดสะพานมากแค่ไหน แต่วิทย์ก็มีขอบเขตของตนเองเสมอ และเธอก็เชื่อว่าสองสาวนั้นก็รู้สึกเหมือนกันกับเธอในตอนนี้ มันเป็นความสัมพันธ์ที่มีเส้นบางๆกั้นเอาไว้ จะทะลวงข้ามไปมันอาจจะยากเกินกว่าการปีนป่ายสวรรค์ก็เป็นได้ และหากคนใดคนหนึ่งทำสำเร็จ จะต้องมีคนอีก 2 คนเสียใจ และวิทย์ก็คงไม่สบายใจ เพราะเหตุนี้เขาจึงจำกัดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพวกเธอก็เป็นได้ เส้นทางนี้เธอเป็นคนเลือกเอง และมันจะจบยังไง ยังไม่มีใครรู้.... เพียงไม่นานรถเครื่องสองคันก็วิ่งเข้ามาจอดในลาน อาจารย์ดำ ในขุดแดง มาพร้อมกับอาจารย์เขียวในชุดขาวเช่นเคย “น้อง!!!แอ๋วคนสวยของพี่ ดำ จะไปกันหรืออึก!!!!..อังอะ เอยเองอำอะไออ้า”ยังพูดไม่ทันจบ อาจารย์เขียวก็เสกใบ้ใส่อาจารย์ดำทันที “อย่าไปสนพวกบ้าใบ้เลยนะจร๊ะ มามา มานั่งรถพี่เขียวดีกว่า พี่จะพาไปส่งให้ถึง...เลย” “น้องมีรถคะพี่ๆ”พูดจบเจ้แอ๋วก็ชี้นิ้วโป้งไปด้านหนัง รถเครื่องHonda Phantom 200 รถมอเตอร์ไซค์ทรงครูเซอร์ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตำนานหน้าหนึ่งของวงการมอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยเลย รถที่แต่งเต็มสูบ จอดอยู่สองคัน ตัวถังสีชมพูสดใส มาในแพ็คคู่แบบ Limited edition เหมาะกับสาวๆทรงโตอย่าเธอทั้งสองเป็นที่สุด อาจารย์เขียวเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ได้อีก ได้แต่มองสองแม่ลูกจัดแจงใส่หมวกกันน็อก แล้วขึ้นคร่อมรถของพวกเธอ“...อืด!!!อืด!!! ใส่ใจได้แต่มอง...ใส่มองได้ทั้งปลา..”เสียงมือถือของพิมพ์ดังขึ้น เป็นหมวยโทรมาหาเธอ“ฮะโหล ว่าไงหมวย”“พี่วิทย์อยู่นั้นไหม โทรหาไม่ติด..”หมวยถามออกมาทันที“ไม่อยู่ เข้าเขตสีแดงไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”“อือ งั้นแค่นี้แหละ”หมวยวางสายทันทีที่รู้เรื่อง“นี้...ชิ..”พิมพ์ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด “ไปกัน!!!!”แจ้แอ๋วชวนขึ้น......ขบวนรถขนของค่อยๆออกจากปั้มน้ำมันไปตามถนน