จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 74:ลับคมก่อนพายุประลอง

    ตอนที่ 74: ลับคมก่อนพายุประลอง 

    คลื่นแห่งความ ตื่นตัว และ กระหาย ที่เกิดจากการประกาศ "การทดสอบคัดเลือกพิเศษ" เพื่อชิงสิทธิ์เข้าสู่ "ถ้ำห้าธาตุ" ได้แผ่กระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของสถาบันเทียนซวนอย่างรวดเร็วปานไฟป่า มันกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในหมู่ศิษย์ระดับก่อลมปราณทุกคน เสียงพูดคุย เสียงวิเคราะห์ความเป็นไปได้ เสียงแสดงความหวังและความกังวลดังระงมไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นในโรงอาหารที่เคยเงียบสงบ ลานฝึกซ้อมที่เคยเน้นเพียงการฝึกฝนตามปกติ หรือแม้แต่ในหอพักส่วนตัว บรรยากาศแห่งการแข่งขันอันเข้มข้นได้ถูกจุดประกายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับศิษย์ใหม่จำนวนมาก ถ้ำห้าธาตุเปรียบได้กับประตูสู่สรวงสวรรค์แห่งการบ่มเพาะพลัง โอกาสที่จะได้สัมผัสกับพลังงานฟ้าดินอันสมดุลและหนาแน่นอย่างยิ่งยวดเช่นนั้น แม้เพียงสามวัน ก็อาจนำมาซึ่งความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด พลิกชะตาจากศิษย์ธรรมดาสู่ยอดฝีมือในอนาคตได้ ความหวังนี้เองที่ผลักดันให้ทุกคนต่างฮึกเหิมและเตรียมพร้อมทุ่มเทสุดกำลัง

    เฉิน ฮ่าวหราน สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันร้อนแรงนี้เช่นกัน เขามิใช่ข้อยกเว้น ความปรารถนาที่จะได้เข้าสู่ถ้ำห้าธาตุนั้น ลุกโชน อยู่ในใจยิ่งกว่าผู้ใด เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่โอกาสในการเพิ่มระดับพลัง แต่คือ กุญแจสำคัญ ในการเริ่มต้นคลายผนึกกระบี่อัสนีกัมปนาท! คือหนทางสู่การได้รับพลังที่แท้จริงเพื่อปกป้องตนเองจากอันตรายที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังคืบคลานเข้ามา!

    แต่เขาก็ตระหนักดี... เส้นทางสู่ถ้ำห้าธาตุนั้นย่อมโรยด้วยขวากหนาม การทดสอบครั้งนี้รวบรวมยอดฝีมือรุ่นเยาว์จากทั่วทั้งสถาบัน การแข่งขันจะต้อง ดุเดือด และ โหดหิน อย่างแน่นอน เขาไม่อาจประมาทได้แม้แต่วินาทีเดียว

    สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ฟื้นฟูสภาพร่างกาย ให้กลับสู่จุดสูงสุด เขาเร่งกลับห้องพักหมายเลข 12 ใช้โอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับต่ำเม็ดสุดท้ายที่ได้มาจากการแลกแต้มอุทิศ 5 แต้มสุดท้ายนั้นอย่างคุ้มค่า เขานั่งขัดสมาธิ โคจรพลังงานอย่างต่อเนื่อง สัมผัสถึงพลังอันน่าทึ่งของ ขั้นก่อลมปราณช่วงกลาง ที่เพิ่งบรรลุถึง มันช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกายให้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า! เขารู้สึกถึงเส้นลมปราณที่เคยฉีกขาดเล็กน้อยจากการต่อสู้กำลังสมานตัว กล้ามเนื้อที่เคยปวดร้าวเริ่มคลายตัว พลังปราณไหลเวียนอย่างราบรื่น ชำระล้างความอ่อนล้าและอาการบาดเจ็บภายใน เขาใช้เวลาตลอดทั้งวันแรกอย่างเต็มที่กับการฟื้นฟู จนกระทั่งเขารู้สึกว่าร่างกายกลับมาสมบูรณ์เกือบ 100% บาดแผลภายนอกเหลือเพียงรอยจางๆ อาการบาดเจ็บภายในทุเลาลงจนแทบไม่รู้สึก พลังปราณเต็มเปี่ยมและ มั่นคง ยิ่งกว่าก่อนไปทำภารกิจเสียอีก

    เมื่อร่างกายพร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือการ รวบรวมข้อมูล และ วางแผน เขามีเวลาเหลือเพียงแค่ สองวัน อันแสนสั้น ก่อนที่บททดสอบอันยิ่งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น เขาต้องใช้เวลาอันจำกัดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาต้องการข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการทดสอบ คู่แข่งที่น่ากลัว และทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจจะช่วยให้เขามีความได้เปรียบ

    เขาตัดสินใจไปหาฟางเจี๋ย "สารานุกรมเคลื่อนที่" ที่เขารู้จักดีที่สุด เขาพบสหายผู้นี้นั่งหน้าหมองอยู่ที่โรงอาหาร กำลังเขี่ยข้าวในจานอย่างเหม่อลอย

    "สหายฟาง ท่านเป็นอะไรไป สีหน้าดูไม่ดีเลย" ฮ่าวหรานเอ่ยทัก พลางทรุดตัวลงนั่ง

    "โอ้! สหายเฉิน!" ฟางเจี๋ยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาว "ก็เรื่องทดสอบนั่นแหละ ข้าดีใจนะที่มีโอกาส แต่พอคิดถึงคู่แข่งแล้ว... ข้าก็ใจฝ่อไปหมดเลย! ได้ยินมาว่าพวกอัจฉริยะจาก กลุ่มฟ้าคราม จะลงมากันหมดเลยนะ! คิดดูสิ พวกนั้นแต่ละคนเก่งกาจปานปีศาจ! ไหนจะพวกหัวแถวในกลุ่มเราอีก ศิษย์พี่หญิงหลู่เสวี่ยคนนั้น ข้าเห็นนางฝึกซ้อมแล้ว ขนลุกเลย! แล้วก็ศิษย์พี่หวังจวิน ถึงจะแพ้ท่าน แต่พลังป้องกันเขาก็ยังน่ากลัวอยู่ดี ข้า... ข้าคงไม่รอดแน่ๆ" ฟางเจี๋ยคร่ำครวญอย่างหมดอาลัยตายอยาก

    "อย่าเพิ่งท้อแท้สิ สหาย เรายังไม่รู้รูปแบบการทดสอบที่แน่ชัดเลย บางทีอาจจะมีด่านที่วัดอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่พลังก็ได้ แล้วท่านพอจะได้ยินข่าวลืออะไรเกี่ยวกับรูปแบบการทดสอบบ้างหรือไม่?" ฮ่าวหรานพยายามให้กำลังใจและล้วงข้อมูล

    "ข้าก็ได้ยินมาเยอะแยะไปหมด แต่ที่ดูจะแน่นอนที่สุดคือ ต้องมี การประลองยุทธ์!" ฟางเจี๋ยทำเสียงจริงจังขึ้น "อาจจะเป็นแบบตัวต่อตัว แพ้คัดออกไปเรื่อยๆ หรืออาจจะเป็นแบบกลุ่ม หรือแบบสะสมคะแนน ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คือต้องมีการสู้กันแน่นอน! แล้วก็ยังมีข่าวลืออีกว่า อาจจะมีด่านทดสอบอื่นๆ ที่วัด 'ศักยภาพแฝง' ด้วย เช่น ทดสอบความเร็วในการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ทดสอบการควบคุมพลังงานที่ละเอียดอ่อนเหมือนด่านแรกของการประเมินคราวก่อน หรืออาจจะทดสอบความอดทนทางร่างกายและจิตใจ! เขาว่ากันว่าการทดสอบครั้งนี้ ผู้อาวุโสต้องการเฟ้นหาคนที่ 'มีอนาคต' ที่สุด ไม่ใช่แค่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้เท่านั้น!"

    'ประลอง... ศักยภาพแฝง... ไม่ใช่แค่ระดับพลัง...' ฮ่าวหรานขมวดคิ้วแน่น ข้อมูลนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดของเขา เขาไม่อาจพึ่งพาแค่ความเร็วหรือพลังปราณพื้นฐานได้อีกต่อไป เขาต้องเตรียมพร้อมที่จะ เปิดเผย บางสิ่งออกมา แต่จะเปิดเผยแค่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร? นี่คือปัญหา! เขาต้องวางแผนให้ รัดกุม และ ยืดหยุ่น ที่สุด!

    เขาใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นและตลอดทั้งวันถัดมาในการ เฝ้าสังเกตการณ์ คู่แข่งอย่างลับๆ เขาเดินไปตามลานฝึกซ้อมต่างๆ ทำตัวให้กลมกลืน ไม่เป็นที่สังเกต แต่สายตาและ "จิตอัสนี" กลับทำงานอย่างหนัก เขาเห็น หวังจวิน กำลังระบายความโกรธแค้นด้วยการฝึกเพลงหมัดใส่หุ่นไม้ พลังปราณธาตุดิน แข็งกร้าว หนาแน่น ทุกหมัดเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง เขาเห็น หลู่เสวี่ย กำลังฝึกควบคุมไอเย็น สร้างเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ นับร้อยให้ลอยวนรอบตัวอย่าง สง่างาม และ แม่นยำ แสดงถึงการควบคุมพลังจิตและมานาอันน่าทึ่ง เขาเห็นศิษย์คนอื่นๆ ที่เคยติดอันดับสูงในการประเมิน กำลังฝึกซ้อมท่าไม้ตายกันอย่าง เข้มข้น เหงื่อไหลท่วมกาย แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

    เขายังลองเสี่ยงเข้าไปใกล้เขตฝึกซ้อมของ กลุ่มฟ้าคราม มากขึ้น แอบมองจากระยะไกล กลิ่นอายพลังที่สัมผัสได้นั้น แตกต่าง อย่างสิ้นเชิง! มัน หนาแน่น บริสุทธิ์ และทรงพลัง กว่าศิษย์กลุ่มอื่นมากนัก! ศิษย์หลายคนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ปลดปล่อยอาคมธาตุต่างๆ ที่ซับซ้อนและรุนแรงได้อย่างคล่องแคล่ว! ระดับพลังของพวกเขาส่วนใหญ่น่าจะอยู่ใน ช่วงปลาย ของขั้นก่อลมปราณ และบางคน... อาจจะแตะ ขอบเขตช่วงสูงสุด แล้ว!

    และท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะนั้น... หลิง ชิงเยว่ ยังคงโดดเด่นที่สุด นางยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานราวกับรูปสลักน้ำแข็งพันปี ไอเย็นสีฟ้าอ่อนบริสุทธิ์แผ่ออกมาบางเบา แต่กลับให้ความรู้สึก กดดัน อย่างมหาศาล! ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งรอบตัวนางต้องยอมสยบ! แม้จะไม่ได้เห็นนางลงมือ แต่ฮ่าวหรานก็สัมผัสได้ถึงพลังอัน ลึกล้ำ ที่ซ่อนอยู่ภายในร่างนั้น! มันคือพลังที่เขาไม่อาจต่อกรได้ในตอนนี้อย่างแน่นอน!

    'การแข่งขันครั้งนี้... มันคือ สมรภูมิ ของเหล่ามังกรและหงส์โดยแท้!' ฮ่าวหรานยอมรับความจริงอันหนักอึ้ง เขากลับมาที่ห้องพัก จิตใจเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่ก็ไม่ได้หวาดกลัว เขาทบทวน ศักยภาพ ของตนเองอย่างละเอียด: พลังก่อลมปราณช่วงกลางที่มั่นคงและเพิ่งผ่านการฟื้นฟู, พลังอัสนีบรรพกาลอันเป็นความลับสุดยอด (เส้นใยอัสนีคืออาวุธสังหารที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูงสุด!), ก้าวย่างประกายสายฟ้าที่รวดเร็วไร้ผู้เปรียบในระดับเดียวกัน, การผนึกเสียงสะท้อนที่ใช้ได้หลากหลาย, และไหวพริบปฏิภาณที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว!

    กลยุทธ์ สุดท้ายถูกขัดเกลาขึ้นในใจ:

     * ปิดบังคือเกราะป้องกัน: พลังอัสนีบรรพกาลต้องถูกซ่อนไว้จนถึงที่สุด! หากจำเป็นต้องใช้ "เส้นใยอัสนี" ต้องทำให้แนบเนียนที่สุด!

     * ความเร็วคือดาบ: ใช้ "ก้าวย่างประกายสายฟ้า" ให้เป็นประโยชน์สูงสุด! หลบหลีก! ปั่นป่วน! สร้างจังหวะ! โจมตีจุดอ่อนในพริบตา!

     * แสดงแต่พอดี: ต้องโดดเด่นพอที่จะผ่านเข้ารอบ แต่ต้องไม่ "เปล่งประกาย" เกินไปจนเป็นเป้าใหญ่! ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการแสดงศักยภาพและการปกปิดความลับ!

     * เตรียมพร้อมทุกรูปแบบ: ฝึกฝนการใช้พลังปราณขั้นกลางในทุกรูปแบบ ทั้งโจมตี ป้องกัน ควบคุม ให้ คล่องแคล่ว ดุจแขนขา! ทบทวนตำรากลยุทธ์ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม!

    เขาใช้เวลาสองวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด! ทุ่มเท ทั้งหมด ให้กับการฝึกซ้อม! เขาฝึก "ก้าวย่างประกายสายฟ้า" ในพื้นที่จำกัด จินตนาการถึงการหลบหลีกคู่ต่อสู้ที่หลากหลาย จนทุกการเคลื่อนไหว เฉียบคม ว่องไว และคาดเดาไม่ได้ ยิ่งขึ้น! เขาฝึก "การผนึกเสียงสะท้อน" ไม่ใช่แค่กลบเสียง แต่ รบกวน ประสาทสัมผัสคู่ต่อสู้ในจังหวะสำคัญ! เขาฝึกการใช้พลังปราณเสริมหมัด เท้า ศอก เข่า ทุกส่วนของร่างกายให้กลายเป็น อาวุธอันตราย!

    คืนสุดท้ายก่อนการทดสอบ... ฮ่าวหรานนั่งขัดสมาธิในความเงียบสงัด จิตใจ สงบนิ่ง ดุจหินผาใต้ทะเลลึก แรงกดดันมหาศาลถูกแปรเปลี่ยนเป็น สมาธิ อันแน่วแน่ เป้าหมายชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน – ถ้ำห้าธาตุ! คลายผนึกกระบี่!

    'พรุ่งนี้... คือวันตัดสิน!' เขากำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ 'ข้าเตรียมพร้อมแล้ว! ไม่ว่าบททดสอบจะเป็นเช่นไร ข้าจะต้อง ฝ่าฟัน และ คว้าโอกาส นี้มาให้ได้!' ประกายตาอันแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้... ลุกโชนดุจเปลวอัสนี!

    (จบตอนที่ 74)

    คล้ายกับเรื่องจอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign): ที่คุณอ่าน