"อาาา...ข้านึกออกแล้ว..ตระกูลลี่มีอาวุธระดับราชันย์ที่ตกทอดมาจากบรรพชนชิ้นหนึ่ง เล่าขานกันว่าทำมาจากเกล็ดมังกรบรรพกาล ที่เรียกว่า โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล ซึ่งมีความคงทนเหนียวแน่นมาก คราครั้งที่บรรพชนของตระกูลลี่ใช้งาน หากใช้ในด้านการป้องกันแล้วก็มิเคยล้มเหลวหรือเพลี่ยงพล้ำ สามารถพูดได้เต็มปากว่าตลอดหนึ่งแสนปีที่ผ่านมานี้มิเคยมีสักคราเลยที่การใช้ป้องกันการโจมตีจากคู่ต่อสู้ไม่ว่าจะถูกโจมตีโดยอาวุธหรือพลังชนิดใด มิเคยมีคำว่าต้านทานมิได้..!!"
"งะ..!!..ยอดเยี่ยมขนาดนั้นเชียว..มิน่าหล่ะการต่อยตีอันรุนแรงจากเจ้าหนุ่มกังหลงจึงมิอาจทำให้เจ้าเฉินลี่หลุดกระเด็นออกไปนอกเวทีเช่นเจ้ามู่หลงได้ ทั้งที่เจ้าเฉินลี่นั่นคล้ายจะหมดเรี่ยวแรงไปแล้วจากการใช้ท่วงท่ากรงขังมณีอมตะ "
"อืม เห็นชัดตาแล้วรึไม่..? เจ้าเฉินลี่โดนโจมตีถดถอยไปเพียงหนึ่งก้าวเองและเจ้าหนุ่มกังหลงนั่นยังโดนพลังสะท้อนกลับกระเด็นถอยหลังไปเกือบห้าก้าวเชียว.."
"โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล อาวุธระดับราชันย์อันนี้ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ ตระกูลลี่ถึงกับใช้ของตกทอดก้นหีบออกมา คิดว่าคงคาดหวังกับการเป็นตัวแทนของอาณาจักรอย่างสูง หรือจะเป็นเพราะดินแดนลึกลับนั่น..!!"
"เห็นทีครานี้เจ้าหนุ่มตระกูลกังนั่นคงลำบากและหมดหวังแล้วหล่ะ หากไม่สามารถทำลายการป้องกันอันยอดเยี่ยมของเจ้าเฉินลี่ได้ เมื่อต่อสู้กันยืดเยื้อนานไปเข้าเจ้าหนุ่มตระกูลกังนั่นจะยิ่งเดินทางเข้าสู่ความปราชัยอย่างมิต้องสงสัย.."
"ผลการต่อสู้จะออกมาดังที่ท่านว่า จะเป็นไปได้รึ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเจ้าหนูตระกูลกังเรี่ยวแรงยังเต็มเปี่ยม ผู้ที่อ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรงคือเจ้าเฉินลี่ต่างหาก..!!"
"เฮอะ..!! เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเลย เจ้าไม่เคยได้ยินรึว่า โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล แม้จะมีคุณสมบัติด้านพลังป้องกันอันเป็นเลิศแล้ว แต่อาวุธระดับราชันย์ทุกชนิดสามารถใช้โจมตีได้ด้วยเช่นกัน โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลนั้นเมื่อใช้ป้องกันจะปลดปล่อยเปลวเพลิงดุจมังกรที่พ่นไฟโจมตีคู่ต่อสู้ เปลวเพลิงนั้นจะดูดกลืนพลังปราณของคู่ต่อสู้ให้มาเป็นพลังของตัวเองทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา เจ้าไม่เห็นรึว่าหลังจากผ่านการโจมตีจากเจ้าหนูตระกูลกัง บัดนี้เจ้าเฉินกลับเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างแล้ว ..!!"
"อาาา...โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล ช่างเลิศล้ำปานนั้นรึนี่..โล่ห์พิศดารชัด ๆ..!!"
กังหลงจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าหลังจากที่พายุและฝุ่นละอองจากการโจมตีจางหายไป บัดนี้เฉินลี่ได้ถืออาวุธ.. ไม่สิ..สิ่งที่เห็นนี่ควรเรียกว่าโล่ห์มากกว่า โล่ห์ที่มีขนาดใหญ่เกือบสองเมตรคล้ายเกล็ดงูหรือเกล็ดของสัตว์ชนิดหนึ่งแต่มันมีขนาดที่ใหญ่มาก หากเกล็ดมีขนาดถึงสองเมตร แล้วขนาดลำตัวของเจ้าสัตว์ตัวนี้จะมีขนาดใหญ่โตเพียงใดกัน
เสียงวิพากษ์วิจารณ์พูดคุยกันเรื่องอาวุธและการต่อสู้ของตนกับเฉินลี่ทุกคำพูดมิได้รอดพ้นไปจากประสาทสัมผัสของกังหลงไปแม้แต่น้อย กังหลงขมวดคิ้วครุ่นคิดสำรวจตัวเองและพิจารณาดูคู่ต่อสู้ ทุกอย่างมีแนวโน้มว่าจะเป็นดังที่ผู้คนกล่าวกัน
ขณะโจมตีใส่เฉินลี่ กังหลงสัมผัสได้เช่นกันว่าพลังปราณของตนคล้ายถูกดูดกลืนไป แต่ก็มิได้ส่งผลเสียต่อตนมากมายเท่าใดนัก เพราะตนนั้นมีลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติที่หมุนวนคอยดูดกลืนปราณทุกชนิดรอบกายให้มาฟื้นฟูร่างกายอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เมื่อหันมองไปยังเฉินลี่บัดนี้หน้าตาของฝ่ายตรงข้ามกลับดูดีขึ้นว่าก่อนหน้าที่ตนจะลงมือโจมตี การฟื้นฟูที่รวดเร็วเช่นนี้ย่อมเป็นผลมาจากคุณสมบัติของ โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล อย่างมิต้องสงสัย
แต่ถึงแม้ผลจะออกมาเช่นนี้กังหลงก็ยังต้องการจะพิสูจน์ถึงคุณสมบัติของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลให้แน่ใจอีกครั้ง จึงโคจรลมปราณอย่างเต็มเปี่ยม พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้งด้วยท่าเก้ายายาอ้สนีไม่ทิ้งรอย ครานี้กังหลงสำแดงจนเกิดร่างเงาขึ้นสามร่าง พุ่งอย่างรวดเร็วจากสามทิศทางเงื้อมหมัดต่อยไปยังร่างเบื้องหน้า เสียงตื่นตกใจของผู้คนที่เห็นกังหลงแยกร่างเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งร่างและเสียงโจมตีดังเกือบพร้อมกัน
"โอ้..!!..ครานี้เจ้าหนุ่มนั่นแยกร่างได้ถึงสามร่าง ...มันวิชาอะไรกันนี่..!!"
"สามร่างเหมือนกันมิผิดเพี้ยน..!!...แล้วร่างไหนเป็นร่างแท้จริงกัน...เจ้าหนูนี่เป็นศิษย์ของผู้ใดกันนะ แล้วตระกูลกังไปมีท่าร่างอันเลิศล้ำเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่..!!"
"เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...!!"
"รวดเร็วนัก...ระดับพลังเช่นนี้มิใช่พลังของระดับปราณขุนพล..เจ้าหนูตระกูลกังมีอะไรที่ซ่อนเร้นไว้มากมายจริง ๆ"
ผู้นำตระกูลราชวงศ์กล่าวออกมา พร้อมหันมองไปยังบุตรสาว แต่ท่าทีที่บุตรสาวแสดงออกมานั้นกลับมิได้แตกตื่นต่อสิ่งที่กังหลงแสดงออกมาแม้แต่น้อย คล้ายว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่บุตรีของตนได้พบเจอมา จึงขมวดคิ้วสงสัยได้แต่เพียงเก็บไว้ในใจตนเท่านั้น
ทันทีที่ร่างกังหลงทั้งสามร่างต่อยอย่างเต็มเหนี่ยวออกไป ฉับพลันโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลก็ได้ขยายออกอย่างพิศดารห่อหุ้มป้องกันร่างของเฉินลี่ไว้ด้านในพร้อมปลดปล่อยเปลวเพลิงออกรายล้อมดูดซับพลังปราณจากร่างทั้งสามของกังหลงไปเช่นกัน และดีดสะท้อนร่างทั้งสามให้กระเด็นถอยหลังออกไปเกือบสามเมตร ดุจลูกยางขว้างไปโดนกำแพงแล้วเด้งกระดอนกลับมา
"ปึ๋ง..ปึ๋ง..ปึ๋ง..!!"
"โอ๊ะ..!! ผลยังเป็นเช่นเดิม..ยังมิอาจโจมตีผ่านโล่ห์อันนั้นไปได้.."
เยี่ยนฟางกล่าวอย่างกังวลในตัวพี่ชาย ...เมื่อเห็นว่าการโจมตีทั้งสองคราของกังหลงยังไม่เป็นผล สองสาวก็เช่นกันเมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็เริ่มมีอาการวิตกจนคิ้วเริ่มขมวดเข้าด้วยกัน แต่ยังคงสงบนิ่งรอดูต่อไป เพราะทั้งสองสาวต่างยังมั่นใจว่ากังหลงนั้นยังมิได้โจมตีออกอย่างสุดฝีมือ เพียงใช้แค่พลังกายภาพโจมตีไปเท่านั้น
ส่วนผู้นำตระกูลราชวงศ์ได้สอบถามบุตรีของตนเมื่อเห็นผลการต่อสู้ยังออกมาเหมือนเดิมทั้งที่กังหลงแยกร่างออกถึงสามร่างเพื่อโจมตีแล้ว
"ลูกหงษ์ พ่อเห็นเจ้ามิแปลกใจเลยที่ผลการต่อสู้ยังออกมาเช่นนี้ ดูท่าโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลวิเศษสมดังคำร่ำลือจริง ๆ เจ้าคิดว่าเจ้าหนูตระกูลกังจะมีโอกาสชนะรึไม่ ยิ่งต่อสู้เจ้าหนูตระกูลลี่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังมีโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่แข็งแกร่งเช่นนั้นอีก พ่อว่าผลแพ้ชนะอาจมิใช่ดังที่เจ้าคิดก็เป็นได้
หงษ์เหลี่ยนได้ยินผู้เป็นบิดากล่าวมาจึงแย้มยิ้มชวนน่าลุ่มหลงก่อนกล่าวออกมา
"ท่านพ่ออย่าลืมสิเพคะว่า ตอนนี้คุณชายกังหลงเพียงโจมตีธรรมดาโดยการต่อยด้วยพลังทางกายภาพเอง คุณชายกังหลงยังมิได้ใช่ท่วงท่าของพลังยุทธ และยังมิได้ใช้อาวุธ อาวุธที่เข่นฆ่าได้แม้กระทั่งราชาอสรพิษเจ็ดดาวที่ผู้บุตรเคยเล่าให้ฟังไงละเพคะ"
เฉินลี่หลังจากที่ดึงอาวุธระดับราชันย์โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลออกมา หลังผ่านการถูกโจมตีมาสองรอบโล่ห์สามารถดูดกลืนพลังปราณกลับมาจนฟื้นตัวเกือบปกติ และเห็นว่าคู่ต่อสู้มิอาจทำอันใดตนได้ หากต่อสู้ยืดเยื้อไปนานเข้า โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล จะต้องดูดพลังของฝ่ายตรงข้ามให้ลดลงแล้วมาเสริมพลังปราณของตนให้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น มันมองไปยังกังหลงด้วยสายตาที่หยิ่งผยอง หัวร่อกล่าวออกมา
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!..ดูซิว่าเจ้าจะมีปัญญาโจมตีข้าได้สักกี่ครากว่าลมปราณของเจ้าจะหมดลง.."