จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 112 แปดประตูมรณะ

    ตอนที่ 112 แปดประตูมรณะ เศษเนื้อสาดว่อนกระจายกว้าง ก่อนซุ่มเสียงบางอย่างภายใต้จิตสำนึกของลูซิเฟอร์ได้ปะทุขึ้นมาในความเงียบงัน แน่นอน… คำพูดที่ลูซิเฟอร์เคยกล่าวว่าตนเองแข็งแกร่งเกินจะจินตนาการนั้น…มันไม่เกินจริงซะทีเดียว [แปดประตูมรณะ:สถานะทำงาน] [ประตูมรณะที่หนึ่ง:ทำงาน] [ทำการฟื้นฟูด่านประตูใช้เวลา 11.59.59ชั่วโมง] มวลโลหิต เศษเนื้อ เศษกระดูกและดวงวิญญาณ… องค์ประกอบทั้งหลายได้หลอมรวมกันอีกครั้งโดยมีพลังงานก้อนกลมเป็นศูนย์กลาง ทุกสิ่งที่กาติรัสทำลายไปและแตกกระจายเป็นวงกว้างได้หวนกลับมารวมตัวกันด้วยความเร็วน่าตกตะลึง ฉับพลันนั้นเองที่ทุกอย่างได้หล่อหลอมตัวตนเบื้องหน้าขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเวลาเพียงสามลมหายใจ… ถูกต้องอย่างที่สุด ตัวตนเบื้องหน้านั้นคือลูซิเฟอร์… ทว่า รูปลักษณ์ของมันกลับผิดแปลกไปจากปกติเล็กน้อย ร่างกายสูงใหญ่เผยเนื้อไร้หนังสีแดงฉานดุจโลหิตสด กระดูกบางส่วนปกคลุมร่างกลับทำให้มันดูน่าเกรงขามเกินพรรณา ฟันที่ยาวยื่นออกมาสองซี่กลับหดหายไปเผยฟันในปากที่แทงทะลุบริเวณคางออกมา ฟันทุกซี่ล้วนแหลมคมอย่างถึงที่สุด เล็บของมันต่างก็ยาวขึ้น บริเวณศอกยังคงมีใบมีดยาวแหลมดุจเคียวยมทูตดังเดิมหรือแม้กระทั่งหอกแหลมที่โผล่ขึ้นข้างหลังดุจเม่นล้วนคงสภาพเช่นเดิม สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คงจะเป็นเส้นผมที่หนาแน่นบนหัวกระโหลกสีขาวนวลนั้น เส้นผมทุกเส้นราวกับถูกสรรสร้างมาจากไขกระดูก ความน่าขนลุกของรูปลักษณ์กลับสร้างแรงกดดันให้แก่คู่ต่อสู้ราวกับขุนเขากดทับ ท่าทางองอาจดุจราชันยิ่งทำให้บรรยากาศรอบกายของมันดูน่าเลื่อมใส ราวกับว่า…มันสมควรแล้วที่จะขึ้นเป็นราชาของโลกหล้า ร่างกายนี้กำเนิดมาจากคุณสมบัติพิเศษ “แปดประตูมรณะ” หลังจากลูซิเฟอร์ตกตายอย่างแท้จริง… มันจะกำเนิดใหม่ในร่างที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม “ฮะฮ่าฮ่าฮ่า---ฮ่าๆๆๆๆ” ลูซิเฟอร์เปล่งเสียงหัวเราะด้วยความสะใจอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ามือขวาแตะศีรษะพลางเงยขึ้นจนสุดคอและหัวเราะคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง “ฮะฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าๆๆ….” แต่ด้วยความที่มันเป็นอันเดด เสียงทุ้มต่ำภายใต้การหัวเราะนั้นกลับกลายเป็นเสียงที่น่าสะพรึงอย่างถึงที่สุดราวกับเสียงภูติจากขุมนรก “ใช่แล้ว!! ร่างกายนี่ ร่างกายที่ข้าไม่ได้สัมผัสมาก่อน พลังที่ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างง่ายดาย… ข้าพอใจแล้วนายเหนือหัว ท่านทำให้ข้าสัมผัสถึงมันได้นับว่าน่าซึ้งใจจริงๆ ฮะฮ่าฮ่าฮ่า…” น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยยินดีปรีดา ภายใต้อารมณ์ดีใจ โลหิตในร่างกายเริ่มเดือดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น ถูกต้อง… ในความดีใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ ส่งผลให้ลูซิเฟอร์เริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้สึก” สิ่งที่มันเคยสัมผัสได้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว และนี่คือสิ่งที่มันตามหา… “มันดีจริงๆ!! ข้าเริ่มสัมผัสได้บ้างแล้ว… ข้าอิจฉาพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำมาตลอด อันเดดถือครองความยิ่งใหญ่ภายใต้กฎเกณฑ์พระเจ้า เผ่าพันธุ์ของเราคือหนึ่งในสามผู้คุมกฎของกฎเกณฑ์นี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีอันเดดตนไหนสัมผัสได้ถึงความรู้สึก… แต่ตอนนี้ข้าสัมผัสได้บ้างแล้ว!!” ลูซิเฟอร์กล่าวอย่างเริงร่าด้วยใบหน้าฉีกยิ้มกว้าง เผยคมเขี้ยวผ่านใบหน้าสีแดงปนกระดูกขาวนวลให้ความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง “เหมือนกับท่าน…นายเหนือหัวของข้า” ตั้งแต่ที่ลูซิเฟอร์เริ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สึก เป็นเหตุที่ทำให้มันหลุดพ้นจากบ้วงอำนาจของจักรพรรดิผีดิบ ด้วยความฉลาดปราดเปรื่องที่สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว มันจึงเริ่มอิจฉานายเหนือหัวของตนเองขึ้นมา… สืบเนื่องมาจาก กาติรัสเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งอันเดด แน่นอน เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเป็นปัจจัยอันสำคัญที่นำไปสู่ความสุขสำราญ หากท่านไร้ความรู้สึกแล้ว ท่านจะรู้สึกสุขใจได้อย่างไร? เช่นกัน ลูซิเฟอร์ราวกับเสพติด เพราะมันไม่เคยรู้จักสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้สึก” มาก่อน มันล้วนอิจฉากาติรัสมาตลอด… ตลอดเลย… กลับไม่มีซุ่มเสียงใดเอ่ยขึ้นจากปากของกาติรัส แววตาดุจไร้ชีวิตและท่าทางราวกับเหม่อลอยไม่แม้จะเงยหน้าขึ้นมามองหน้ากับลูซิเฟอร์เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำ ลูซิเฟอร์กลับยังไม่รู้ตัวว่ามีบางอย่างที่กำลังผิดปกติขั้นรุนแรง มันเอะใจเรื่องพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็จริง แต่นั่นกลับไม่สำคัญอีกต่อไปเมื่อมันอยู่ในร่างกายประดุจเกิดใหม่เช่นนี้ “ดูให้ดีนายเหนือหัว---พลังที่ข้าพูดว่าเหนือจินตนาการ…” ลูซิเฟอร์ตวัดแขนไปทางป่าด้านซ้ายอย่างรวดเร็วเผยห้วงภายใต้การตวัดมือนั้นได้เผยห้วงมิติที่เกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย บึ้มมมมมมม------เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านกัมปนาท บังเกิดแรงลมพัดพาฝุ่นควันและไอดินสาดกระจาย เพียงสามลมหายใจ ทางด้านซ้ายมือที่เคยปรากฏป่าหนาทึบและต้นไม้สูงใหญ่เรียงราย ในขณะนี้กลับกลายเป็นบริเวณว่างสีน้ำตาลสนิท… ลูซิเฟอร์ได้แปรเปลี่ยนป่าทึบให้กลายเป็นผืนดินโล่งยาวเพียงการตวัดมือครั้งเดียว สถานที่แห่งนี้คือในมิติดินแดนอนันตกาล ความหนาแน่นของสรรพเวทย์มีความเหนือกว่าโลกต้นกำเนิดถึงพันเท่าตัว การที่สามารถทำให้มิติในห้วงอนันตกาลเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงได้ เกรงว่าคงมีเพียงเทพเจ้าเท่านั้น… อย่างไรก็ตาม ลูซิเฟอร์ได้ทำให้ห้วงมิติเกิดการบิดเบี้ยวเพียงเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆ เป็นจุดเล็กจ้อยอย่างมากราวกับไร้ตัวตน แน่นอน ไม่ว่าจะลูซิเฟอร์หรือกาติรัสล้วนมิอาจรับรู้ได้ว่ามิติเกิดการบิดเบี้ยวขึ้น เพราะจุดนั้นมันเล็กน้อยอย่างมาก และหากลูซิเฟอร์รู้… มันคงปลื้มปิติเกินพรรณา ในสถานที่ซึ่งห่างไกล นิสเวมยังคงจับจ้องสถานการณ์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดยิ่ง ฟันกัดกันแน่นด้วยความกดดันปานประสาทกิน “ปีศาจ… ปีศาจ… ปีศาจ… ถ้าตัวตนแบบนั้นออกสู่โลกภายนอก ขะ---ข้าคิดภาพไม่ออกเลย…”  “ท่านเข้าใจหรือยังนายเหนือหัว พลังของข้าสามารถต่อกรกับทุกสรรพสิ่ง บางที…ข้าอาจแข็งแกร่งกว่าท่านด้วยซ้ำไป” ลูซิเฟอร์กล่าวเย้ยหยันก่อนจะเคลื่อนปลายนิ้วแตะศีรษะของกาติรัส แปะ! ลูซิเฟอร์ดีดนิ้วใส่กาติรัสส่งผลให้ร่างของจักรพรรดิปลิวไปด้วยความเร็วดุจสายอัสนี เรือนร่างของชายหนุ่มกระแทกผ่านต้นไม้และสิ่งกีดขวางโดยความเร็วไม่มีท่าทีว่าจะลดลง หรือกระทั่งพุ่งใส่ภูเขา… ร่างของกาติรัสกลับพุ่งทะลุภูเขาลูกนั้นไป… ก่อนจะไปหยุดลงซึ่งห่างไปจากจุดเดิมเกือบห้าสิบกิโลเมตร บริเวณโดยรอบปรากฏป่าทึบและต้นไม้สูงใหญ่มหึมา รอบนี้เหมือนจะเข้ามาในเขตป่าสูงใหญ่ซึ่งต้นที่เตี้ยที่สุดยังสูงถึงห้าสิบเมตร กาติรัสทอดร่างนอนแน่นิ่งเผยแอ่งโลหิตที่ไหลอาบร่างกายจักรพรรดิให้เปียกชุ่ม กลิ่นไอของผืนป่าชวนผ่อนคลายกลับถูกกลบกลืนด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น สภาพของกาติรัสไม่ต่างไปเลยจากคำว่าตาย… หากคนปกติเห็นย่อมคิดว่าตาย… กระโหลกศีรษะแตกกระจายคงเหลือไว้เพียงกรามปากท่อนล่าง ร่างกายของจักรพรรดิตั้งแต่ปากลงมากลับไร้ร่องรอยบาดแผลใดๆ คงมีเพียงเศษฝุ่นที่ทำให้ดูสกปรกเท่านั้น สิ่งนี้เป็นผลมาจากร่างกายไร้เทียมทานของกาติรัส ต่อให้พุ่งชนสิ่งของมากมายเพียงใด มันย่อมมิอาจสร้างรอยขีดข่วนหรือทำให้จักรพรรดิหลั่งโลหิตสีแดงได้!! ทว่า… ลูซิเฟอร์กลับสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ความมั่นใจของจักรพรรดิอย่างรุนแรง ร่างกายที่กอปรด้วยโลหิตของแปดสัตว์เทพบรรพกาลและสายเลือดอันเดดครึ่งก้าวบริสุทธิ์อันไร้เทียมทานกลับถูกทำลายสิ้นด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว สืบเนื่องมาจากความแตกต่างของค่าพลัง… จิตสังหารเขย่าขวัญสั่นประสาทแผ่กระจายออกเป็นระลอก บรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยวด้วยแรงอาฆาตล้ำลึก ภายใต้ผืนป่าและต้นไม้ใหญ่โตมหึมากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ จนกระทั่ง ตึก… ตึก… ตึก… เสียงฝีเท้าดังขึ้นในความเงียบ “ข้านั้นมีความสามารถหวนคืนที่สามารถคืนชีพมาจากความตาย ข้าสามารถคืนชีพได้หนึ่งครั้งก่อนจะคูลดาวน์ไปหนึ่งวัน มาทายกันดีกว่าว่าท่านสามารถคืนชีพได้กี่ครั้ง---หรือท่านอาจจะไม่มีทักษะนี้…ไม่! ในเมื่อข้ามี---ท่านก็ย่อมมีเช่นกัน…นายเหนือหัว” เรือนร่างสูงใหญ่เผยกายเนื้อสีแดงฉานมาปรากฏกายข้างร่างของกาติรัสอย่างไร้ที่มา เพียงท่านกระพริบตา ลูซิเฟอร์ก็มาปรากฏข้างกายกาติรัสทันที แน่นอน สภาพของจักรพรรดิยามนี้ไม่ต่างอะไรไปจากคนตาย… ฉับพลันนั้นเอง ไม่ทราบว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ลูซิเฟอร์จับจ้องร่างกายที่ศีรษะไร้หัวอยู่ตลอด แต่แล้ว…มันก็หายไปปรากฏเพียงแอ่งโลหิตชุ่มนองผืนป่าเท่านั้น ด้วยความที่ลูซิเฟอร์มีประสาทสัมผัสเฉียบคมอย่างถึงที่สุด มันหันกายกลับแทบจะในทันที แน่นอน สิ่งที่รออยู่เบื้องหลังย่อมเป็นกาติรัส… แต่จักรพรรดิกลับอยู่ในสภาพศีรษะไร้หัวดังเดิม มิได้เกิดการคืนชีพแต่อย่างใด ภาพเบื้องหน้าถึงกับทำให้ลูซิเฟอร์เกิดอาการสับสน “ท่านยังไม่ตาย?!” ลูซิเฟอร์โพล่งคำออกไปอย่างตื่นตกใจ ความเป็นไปได้มีเพียงสองทางเท่านั้น ลำดับแรก---กาติรัสไม่มีความสามารถในการคืนชีพ ลำดับที่สอง---กาติรัสยังไม่ตาย… ด้วยความที่ลูซิเฟอร์ปักใจเชื่อสนิทว่ากาติรัสก็มีความสามารถในการคืนชีพตัวเอง ความเป็นไปได้ลำดับแรกจึงเป็นอันตกไป ตามหลักแล้ว ร่างกายมนุษย์ล้วนมีจุดอ่อนที่หนักหน่วงหลายจุดด้วยกันแต่ที่สำคัญอย่างยิ่งล้วนหนีไม่พ้น หัวใจและสมอง… หากหัวใจตายทุกล้วนย่อมตาย หากสมองตายแต่ร่างกายอยู่ก็ไม่ต่างอันใดไปจากคนที่ตายไปแล้ว ถ้าว่าตามหลักการ…แล้วภาพเบื้องหน้าเล่าคือสิ่งใด? ใบหน้า ศีรษะ สมองหรือดวงตาล้วนหายไปทั้งหมดแล้วปัจจัยใดที่ยังทำให้มันขยับได้อยู่? ไม่…ต่อให้กาติรัสมีสายเลือดอันเดดจริง แต่นั่นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าร่างกายภายนอกคล้ายคลึงมนุษย์อย่างมาก คุณสมบัติบางส่วนย่อมเหมือนมนุษย์ แต่แล้วเหตุการณ์นี่มันอะไร?! ถึงลูซิเฟอร์จะอยู่ในอาการสับสน แต่ใบหน้าของปีศาจตนนี้ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ภายใต้สถานการณ์เหนือความคาดเดา มันกลับแสยะยิ้มออกมาด้วยใบหน้าดุจปีศาจร้าย เพียงสามลมหายใจ ร่างกายไร้ศีรษะของจักรพรรดิพลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันปรากฏอยู่ตรงหน้าของลูซิเฟอร์ในทันที แต่ทว่า ลูซิเฟอร์มองเห็นการเคลื่อนไหวเหล่านั้นทั้งหมดเพียงแค่มันเลือกที่จะไม่หลบเท่านั้นเอง กาติรัสค่อยๆยกหมัดขวาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า หมัดขวากำแน่นหมายซัดใส่ศัตรู ลูซิเฟอร์กลับประหลาดใจเล็กน้อยที่การโจมตีนี้เชื่องช้าเป็นอย่างมาก มันช้าอย่างถึงที่สุดแตกต่างจากการโจมตีดุจสายฟ้าแลบซึ่งเป็นสิ่งที่กาติรัสมีเปรียบเหนือลูซิเฟอร์ กลิ่นอายหมัดล้วนดูธรรมดาอย่างมาก ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายเลย ทันทีที่หมัดกระทบใส่หน้าท้องลูซิเฟอร์ ตุบ… เสียงหมัดกระทบผิวหนังลูซิเฟอร์ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา “หือ?” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสับสน มันคิดว่าการโจมตีที่ดูโง่เง่านี่สมควรมีพลังจู่โจมที่รุนแรงกว่านี้ ทว่ามันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ สัมผัสได้เพียงหมัดกระทบใส่ตนเองก็เท่านั้น “อะไรกันนายเหนือหัว? ท่านล้อข้าเล่นหรืออย่างไร?” ลูซิเฟอร์กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงไม่พึงพอใจอย่างมาก มันคืออันเดด…การที่กาติรัสต่อยใส่เบาๆประหนึ่งการดูหมิ่น แค่การดูถูกเล็กน้อยล้วนสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับเหล่าอันเดดได้อย่างง่ายดาย ลูซิเฟอร์เหยียดแขนตรงพลันกำร่างของกาติรัสอย่างแนบแน่น ถึงกระนั้น จักรพรรดิยังไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ เมื่อลูซิเฟอร์พยายามจะบีบร่างของกาติรัสให้แตกกระจุย มันกลับรู้สึกว่าพลังกายของตนเองได้ถูกบั่นทอนลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ แทบจะในช่วงเวลาเดียวกันที่มันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเบาขึ้นได้อย่างน่าประหลาด ทันทีที่สายตาเคลื่อนมองลงมาที่ร่างกายของตนเองโดยฝ่ามือยังไงกุมร่างของจักรพรรดิเอาไว้ !!!!!! ภาพเบื้องหน้าพลันทำให้ลูซิเฟอร์นิ่งงันราวกับสมองมิอาจประมวลผลได้ทันกาล ท้องของมัน…ปรากฏช่องโหว่ขนาดยักษ์ขึ้นมา… รูโบ๋นั้นกว้างอย่างยิ่งล้วนมองเห็นร่างกายภายในที่อาบชุ่มด้วยโลหิตแดงฉานอย่างเด่นชัด ราวกับถูกหมัดยักษ์ต่อยทะลุร่างไปอย่างไรอย่างนั้น แต่ทว่า… ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังจากกาติรัสต่อยใส่ลูซิเฟอร์เบาบางราวกับสัมผัส ลูซิเฟอร์ราวกับเกิดการปะทุจากภายในด้วยความโกรธแค้น มันบีบร่างของกาติรัสแตกกระจายคาฝ่ามือ มวลโลหิตไหลผ่านมือของลูซิเฟอร์ก่อนจะหยดสู่ผืนธรณี เพียงสามลมหายใจ กลุ่มก้อนโลหิตที่หยดย้อยสู่ธรณีกลับเคลื่อนตัวออกห่างไปถึงสามช่วงก้าว แทบจะในทันทีที่มวลโลหิตเหล่านั้นเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน ทักษะติดตัวสำหรับ ‘จักรพรรดิผีดิบ’ ‘สามชีวาพ้นความตาย’ :หากพลังชีวิตเหลือศูนย์จะฟื้นสภาพกลับมาอยู่ในระดับ100% จำกัดสามครั้งต่อวันเหลืออีก:2 ครั้งและจะกลับมาเต็มในอีก (23.59.59ชั่วโมง) เพียงชั่วพริบตาเดียว มวลโลหิตเหล่านั้นได้ก่อร่างสร้างตัวกลับกลายเป็นกาติรัสดังเดิม ไม่มีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากเดิมเลย… แม้กระทั่งแววตาดุจไร้ชีวิตก่อนตายนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม “ท่านมีทักษะคืนชีพจริงๆ” ลูซิเฟอร์กัดฟันพูดด้วยความคับแค้นใจ มันมั่นใจในร่างกายใหม่นี้เป็นอย่างมาก การบดภูเขาให้ทลายย่อมง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ ไม่ใช่แค่ด้านพลังทำลายเท่านั้นหรือกระทั่งพลังป้องกันมันยังมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดฆ่ามันได้อีกแล้ว แต่ทว่า ทั้งหมดทั้งมวลกลับพังทลายลงเมื่อเจอกับกาติรัส… จนถึงตอนนี้ ลูซิเฟอร์ยังสัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติใหญ่หลวง มันรับรู้เพียงพลังของชายหนุ่มกำลังเพิ่มพูนสูงขึ้นเท่านั้น ลูซิเฟอร์ก้มมองบาดแผลบริเวณหน้าท้องของตนเองซึ่งยังคงเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ “มันไม่ฟื้นฟู…” ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,411 พลังกาย:96,087,887 พลังเวทย์:97,687,877 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ
     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน