ตอนที่ 4 ภูติร้ายิญญาหลอน
"เ้ากำลังทำอะไร" หลี่ซือเห็นสมปองทำความเคารพก็รู้สึกแปลกใจ รีบดึงมือสมปองวิ่งออกไป
"เ้ารู้จักผู้เฒ่าเฉินด้วยหรือ?" เยว่ิถามด้วยความประหลาดใจ
"ตาเฒ่าที่น่ากลัวนี่ บิดาข้าสั่งห้ามตอแยเ้าไปรู้จักกันตอนไหน" เหวินซื่อพอหอบหายใจสักพักก็ถามขึ้น
"เอ่อ ข้ารู้สึกว่าเหมือนจะเคยรู้จัก ก็เลย..."
"อ๋าย ย ย .. ชั่งเถอะ ก่อนถึงบ้านข้าจะบอกเ้าก่อนว่า ที่นี่ตอนกลางคืนเ้าต้องอาศัยอยู่ในบ้านเท่านั้นนะ ห้ามออกมา"
"พี่หลี่ ที่เยว่ิกล่าวมาหมายความอย่างไร?"
"หมู่บ้านเรามีกฎที่เ้าต้องเข้าใจและทำตามสองสามเื่เท่านั้น"
"พวกเรา ข้าแบกของที่จำเป็มาด้วย พี่ฉีหลินบอกให้พวกเราค้างคืนเป็เพื่อนเข่อเจี้ยนก่อนสักสองสามคืน"
อาซือและเหวินซื่อวางกระสอบลงพลางหอบหายใจ
“เหวินซื่อ บิดาเ้าตระหนี่นัก แทนที่จะให้ถุงจักรวาลที่ถือง่าย ๆ กลับให้พวกข้าแบกกระสอบเก่า ๆ นี่มาแทน”
"นั่นซิ ขนาดมีคนใหม่เข้ามาในหมู่บ้านยังไม่ยอมให้ถุงจักรวาลใหม่มา ข้าขอไปแล้วแต่ท่านพ่อบอกในหมู่บ้านใช้กระสอบก็พอ" เหวินซื่อบ่น
"เย็นนี้ลุงผ่างยังไม่กลับมา ไม่ได้บ่มเพาะยังไงก็ว่าง" พี่หลี่หันไปบอกทุกคน
"พี่หลี่ช่วยบอกข้าหน่อยว่ากฎของหมู่บ้านว่ามีอะไรบ้าง" สมปองถามด้วยความสนใจ
“ฟังให้ดีน้องเข่อเจี้ยน หมู่บ้านนี้ตอนกลางวันเท่านั้นที่เป็เวลาของเรา" หลี่ซุนกล่าวอย่างจริงจัง “บิดาข้าบอกว่าคนครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านถูกศัตรูทำร้ายถึงแก่ชีวิต พวกมัน้าเอาิญญาของชาวบ้านไป หัวหน้าหมู่บ้านตอนนี้ขอให้เซียน์ของอาณาจักรซ่งมาช่วย แต่ช่วยได้แค่ดึงิญญาคนในหมู่บ้านมารักษาไว้เท่านั้น”
“น่ากลัวจัง” สมปองรู้สึกขนลุก “แล้วยังไงต่อ”
“เซียน์ผนึกหมู่บ้านไว้ ตอนบิดาย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ผู้เฒ่าเฉินบอกและเตือนไม่ให้ออกนอกบ้านตอนกลางคืน พวกเราก็ไม่กล้าออกไป แต่หลายปีก่อนเด็กคนหนึ่งเห็นพวกผู้ใหญ่ออกไปได้ แอบออกไปเล่นตอนกลางคืน เจอเป็ศพเย็นชืดตอนเช้าวันรุ่งขึ้น” เยว่ิเล่าต่อจนจบ
เด็ก ๆ ทุกคนเงียบขณะเดินต่อไปจนถึงกระท่อมหลังไม่ใหญ่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านรูปทรงโบราณดูเก่าคล้ายถูกทิ้งร้างไว้นาน หลี่ซุนผลักประตูรั้วเดินนำเข้าไป กลางลานบ้านมีต้นไม้ต้นหนึ่งมีผลอ่อนสีฟ้าส่งคลื่นแสงเรือง ๆ ห้อยอยู่ลูกหนึ่ง ทันทีที่เด็ก ๆ เห็นต่างก็ยกมือป้องปากส่งสายตาแสดงความอัศจรรย์ใจออกมา
"พี่หลี่ ต้นเปลี่ยนิญญาของบ้านนี้ออกผลแล้ว"
"เข่อเจี้ยนเ้าโชคดีจริง ๆ" หลี่ซุนหันไปกล่าวกับสมปอง
"พวกท่านพูดถึงเื่อะไรกัน"
"เข่อเจี้ยน เ้าไม่รู้อะไร ผลไม้เปลี่ยนิญญามิใช่ออกลูกโดยง่าย บ้านข้าหลังจากข้ากินไปหนึ่งลูกจนบัดนี้ยังไม่ออกลูกอีกเลย"
"เ้าโชคดีจริง ๆ มาถึงก็ได้เห็นผลไม้เปลี่ยนิญญา"
"นับว่าเ้ามีวาสนาจริง"
"เข้าไปในบ้านก่อนเถอะ"
เด็ก ๆ ผลักประตูบ้านเข้าไป ภายในบ้านเป็โถงโล่ง ตรงกลางเป็ม้านั่งล้อมก้อนหินสามก้อน มีเหล็กสำหรับแขวนเตาห้อยอยู่ หินสามก้อนสำหรับก่อไฟ เหล็กใช้สำหรับแขวนหม้อหุงข้าว คล้ายกับบ้านญี่ปุ่น
หลังจากก่อไฟหุงข้าว รับประทานอาหารที่เตรียมมา เยว่ิก็รับหน้าที่ปูที่นอนให้ทุกคนโดยไม่มีใครกล่าวถึงผลไม้เปลี่ยนิญญาอีกเลย เด็ก ๆ หลับไปหมดแล้ว แต่สมปองที่กำลังจะหลับกลับได้ยินเสียงหวีดหวิวประหลาดดังขึ้นนอกบ้าน
ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบสงัด แสงจากดวงดาวไม่เพียงพอที่จะส่องสว่างทำให้ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความมืด หากมีใครเดินออกนอกบ้านจะเห็นเงาสีขาววูบไหวลอยไปลอยมาเต็มไปหมด บ้างก็ลอยอยู่นิ่ง ๆ บ้างก็เคลื่อนที่ไปในอากาศสร้างความเย็นเยือกกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เสียงสายลมผสมเสียงคร่ำครวญสร้างความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจให้แก่ผู้ที่ได้ยิน
ร่างิญญาในชุดขาวลอยมาที่หน้าต่าง นางจ้องมองเข้ามาในบ้านที่สมปองกำลังนอนอยู่ สมปองไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่นัก เขาเป็พวกฟังหูไว้หู โลกแห่งิญญาเขาไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง เพียงแต่เคยจินตนาการไปตามความรู้สึก เขาเหลือบตามองออกไปที่หน้าต่าง ภาพที่เห็นลาง ๆ สามารถดูออกว่าเป็ิญญาหญิงสาว ดวงตาสีขาวจ้องมองสมปองจนเขารู้สึกตระครั่นตะครอ เขารีบหลับตาหันไปทางอื่น
สมปองได้ยินเสียงหวีดหวิวไป เขาพยายามข่มใจไม่ลืมตาซุกหน้าลงที่หมอนจนผล่อยหลับไปในที่สุด