บทที่ 29 : เปลวเพลิงแห่งความกล้าและขวานแห่งการตัดสิน
หลังจากการประชุมวางแผน คณะผู้พิทักษ์ราศีได้แยกย้ายกันไปตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อยกระดับพลังลูกแก้วราศีของตนเองให้สูงขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับราศีพิฆาตในอนาคต กลุ่มแรกที่ออกเดินทางคือ อัคคี (ราศีสิงห์) และ อรีส (ราศีเมษ) พวกเขามุ่งหน้าสู่ 'แดนแห่งศรัทธา' ซึ่งเป็ที่ตั้งของแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ของราศีธนู และเป็ที่ที่ลูคัส (ราศีธนู) กำลังเดินทางไปสมทบอยู่
อัคคีในฐานะผู้นำของกลุ่มนี้ (อายุประมาณ 23-25 ปี) มีพลังลูกแก้วราศีระดับ 5 ที่เพิ่งถูกปลุกขึ้น ออร่าสีแดงเพลิงของเขาบริสุทธิ์และมั่นคงยิ่งกว่าเดิม อรีส (อายุประมาณ 24-26 ปี) ซึ่งมีพลังลูกแก้วราศีระดับ 3 เช่นกัน เป็เหมือนเปลวไฟที่คอยจุดประกายความกล้าหาญให้แก่เขาเสมอ การร่วมเดินทางของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังงานที่เปี่ยมล้น
"แดนแห่งศรัทธาขึ้นชื่อเื่การทดสอบจิตใจของผู้ที่ผ่านเข้าไป" อรีสเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยหินผาแดงฉาน "ว่ากันว่าที่นั่นจะทดสอบความกล้าหาญและความเชื่อมั่นของเราอย่างรุนแรง"
อัคคีพยักหน้า "ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ การทดสอบก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น"
การเดินทางของพวกเขานั้นรวดเร็วด้วยพลังลูกแก้วราศีระดับ 5 ของอัคคี เขาสามารถสร้างเปลวเพลิงที่รุนแรงพอที่จะเผาผลาญอุปสรรคเบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถใช้พลังของเขาในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว อรีสเองก็ใช้พลังราศีเมษของเธอในการสำรวจเส้นทาง และโจมตีสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดที่ปรากฏตัวขึ้นมาคุกคามพวกเขา
แดนแห่งศรัทธาเป็ดินแดนที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแสงอาทิตย์ที่แผดเผา ท้องฟ้าเป็สีส้มแดง และผืนดินเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงแปลกตาที่เปล่งประกายคล้ายคริสตัลที่กำลังลุกไหม้ บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยพลังงานที่บริสุทธิ์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความท้าทาย
"ข้าััได้ถึงพลังของราศีธนูที่นี่" อรีสเอ่ยขึ้น "มันคือพลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจมาก"
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงใจกลางของแดนแห่งศรัทธา พวกเขาก็พบกับแท่นบูชาขนาดมหึมาที่ทำจากหินสีแดงเพลิง แท่นบูชานั้นเปล่งแสงสีทองอร่าม และมีสัญลักษณ์ของราศีธนูสลักอยู่กลางแท่น นั่นคือ 'แหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์' ของราศีธนูที่พวกเขาตามหา
แต่แท่นบูชานั้นไม่ได้มีเพียงลำพัง ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางแท่นบูชา เขามีรูปร่างสูงใหญ่และมีออร่าสีดำอมแดงที่มหาศาล ดวงตาของเขาเป็สีแดงโลหิตที่ฉายแววเ็าและเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบที่ไร้หัวใจ นั่นคือ อิกนิส ราศีธนูพิฆาต ผู้ที่เคยปะทะกับพวกเขาในอาณาจักรอัคคีเทพ และเป็ผู้ที่เฝ้ารอพวกเขาอยู่ที่นี่
"ยินดีต้อนรับ... ผู้ที่ยังหลงผิด" อิกนิสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าไม่คิดว่าพวกเ้าจะกล้ามาที่นี่... เพื่อค้นหา 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่แท้จริง"
อัคคีและอรีสเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ออร่าสีแดงเพลิงของพวกเขาลุกโชนขึ้น
"เ้ามาทำอะไรที่นี่ อิกนิส!" อัคคีคำราม
"ข้ามาที่นี่เพื่อทำลายแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์แห่งนี้" อิกนิสตอบ "และข้าจะแสดงให้พวกเ้าเห็นว่า 'ศรัทธา' ที่พวกเ้าเชื่อนั้นไร้สาระเพียงใด!"
ทันใดนั้น อิกนิสก็ยกคันธนูขึ้น เขาไม่ได้ยิงลูกธนูพลังงานมืดอีกต่อไป แต่เขาสร้าง 'ลูกธนูแห่งความคลางแคลง' ขึ้นมา ลูกธนูนั้นเป็สีดำสนิท มีพลังงานมืดที่สามารถบิดเบือนจิตใจของผู้ที่ััได้ ลูกธนูนั้นถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำเกินกว่าที่อัคคีและอรีสจะหลบหลีกได้
ลูกธนูแห่งความคลางแคลงพุ่งเข้าปักลงบนพื้นเบื้องหน้าพวกเขา และทันทีที่มันปักลงบนพื้น พลังงานมืดก็แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว บิดเบือนสภาพแวดล้อมรอบตัวพวกเขาให้กลายเป็ภาพหลอนของ 'ความสงสัย' และ 'ความไม่เชื่อมั่น' ที่เคยเกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขา
อัคคีเห็นภาพของบิดาที่ล้มป่วย ภาพของตัวเองที่ไร้พลัง และเสียงกระซิบที่บอกว่า "เ้าไม่คู่ควรที่จะเป็ผู้นำ! เ้าอ่อนแอเกินไป!" ออร่าสีแดงเพลิงของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย
อรีสเองก็เห็นภาพของตัวเองที่เคยทำผิดพลาด และเสียงกระซิบที่บอกว่า "ความกล้าหาญของเ้าคือความโง่เขลา! เ้าไม่มีทางเอาชนะความสมบูรณ์แบบได้!" ออร่าสีแดงเพลิงของเธอก็เริ่มหรี่ลงเช่นกัน
"จงยอมรับความคลางแคลงของพวกเ้าเสียเถิด!" อิกนิสกล่าว "นั่นคือ 'ความจริง' ที่พวกเ้าต้องเผชิญหน้า! ความจริงที่ว่าพวกเ้าไม่เชื่อมั่นในตนเองอย่างแท้จริง!"
อัคคีและอรีสพยายามต่อสู้กับภาพหลอนเ่าั้ แต่พลังของอิกนิสนั้นแข็งแกร่งและเล่นงานจิตใจของพวกเขาโดยตรง ราวกับจะบดขยี้ 'ศรัทธา' ที่พวกเขายึดมั่น
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในจิตใจของอัคคี เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความรัก เสียงของเมษา “...ท่านอัคคี... จงยอมรับความคลางแคลงของท่าน... อย่าปฏิเสธมัน... แต่จงใช้มันเป็ 'บทเรียน' ที่จะทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้น...”
อัคคีหลับตาลง เขาพยายามสงบจิตใจ เขาไม่ได้ต่อสู้กับภาพหลอนเ่าั้อีกต่อไป แต่เขากลับ 'ยอมรับ' ความคลางแคลงของตนเอง ยอมรับว่าเขาเคยสงสัยในความสามารถของตนเอง แต่เขาจะไม่ยอมให้ความสงสัยนั้นมาบงการเขาได้
เมื่ออัคคียอมรับความคลางแคลงของตนเอง ออร่าสีแดงเพลิงของเขาก็เปล่งประกายขึ้นอย่างบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับ 'โอบอุ้ม' ความคลางแคลงเ่าั้ ทำให้ภาพหลอนต่างๆ สลายหายไป
อรีสเองก็ทำเช่นเดียวกัน เธอเห็นแสงสว่างจากอัคคี และนึกถึงคำพูดของเขา เธอยอมรับความผิดพลาดและความสงสัยของตนเอง และในไม่ช้า ออร่าสีแดงเพลิงของเธอก็ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นเช่นกัน
อิกนิสตกตะลึง "เป็ไปไม่ได้! พวกเ้าก้าวข้าม 'ความคลางแคลง' ได้อย่างไร!"
"เพราะเรามี 'ศรัทธา' ที่แข็งแกร่งกว่าที่เ้าจะเข้าใจได้!" อัคคีคำราม "ศรัทธาในตัวเอง... และศรัทธาในพวกพ้อง!"
อัคคีและอรีสพุ่งเข้าใส่อิกนิสพร้อมกัน อัคคีใช้พลังลูกแก้วราศีสิงห์ระดับ 5 ของเขา สร้าง 'เปลวเพลิงแห่งการตัดสิน' เปลวเพลิงนั้นไม่ได้แผดเผา แต่กลับ 'บดขยี้' พลังงานมืดที่อิกนิสสร้างขึ้น และสามารถทะลุผ่านการป้องกันของอิกนิสได้อย่างง่ายดาย
อรีสใช้พลังราศีเมษของเธอ สร้าง 'ขวานเพลิงอัสนี' ขึ้นมา ขวานนั้นเป็เปลวไฟที่รุนแรงและแม่นยำ เธอพุ่งเข้าโจมตีอิกนิสอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
อิกนิสรู้ว่าเขาไม่อาจเอาชนะได้ในตอนนี้ เขาถอยร่นอย่างรวดเร็ว พยายามหลบหลีกการโจมตีของอัคคีและอรีสที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว
"พวกเ้า... จะได้เห็น 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่แท้จริงในการต่อสู้ครั้งต่อไป!" อิกนิสคำราม ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไปในพายุทรายอย่างรวดเร็ว
เมื่ออิกนิสจากไป อัคคีและอรีสก็หอบหายใจอย่างหนัก พวกเขาััได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในตัวพวกเขา พลังลูกแก้วราศีระดับ 5 ของอัคคีดูจะมั่นคงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม และอรีสเองก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
อัคคีเดินไปยังแท่นบูชาขนาดมหึมา เขาแตะมือลงบนแท่นบูชา แสงสีทองของแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ของราศีธนูก็ส่องประกายขึ้น อัคคีและอรีสก็ััได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ลูกแก้วราศีของตนเอง เพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนาพลังไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ดูเหมือนว่าเราจะมาถูกที่แล้ว" อัคคีกล่าว
แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา "ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะมาถึงช้าไปหน่อยนะ... ท่านราชันย์เพลิง"
ปรากฏร่างของ ลูคัส (ราศีธนู) ผู้ซึ่งมาถึงแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์แห่งนี้ก่อนพวกเขา เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังอัคคีและอรีส ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
"ลูคัส! เ้าไม่เป็อะไรนะ!" อัคคีถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าสบายดี" ลูคัสตอบ เขามองไปยังแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ของราศีธนู "ดูเหมือนว่าข้าจะได้รับบทเรียนอันล้ำค่าจาก 'ความคลางแคลง' ของข้าเช่นกัน"
ทั้งสามคนสบตากัน พวกเขารู้ว่าการเดินทางเพื่อยกระดับพลังยังคงดำเนินต่อไป และการเผชิญหน้ากับราศีพิฆาตคนอื่นๆ ก็กำลังรอคอยพวกเขาอยู่