บทที่ 15 ระหว่างกลางวันกับกลางคืน
อีกาหลากสีบินผ่านหน้าต่างไป เกาะอยู่บนกิ่งไม้แห้งเหี่ยวเป็พัก ๆ แล้วก็มองไปทางทิศใดทิศหนึ่ง แก้วน้ำบนโต๊ะในบ้าน ภายใต้แสงยามพลบค่ำที่ส่องลอดเข้ามา มองเห็นสิ่งสกปรกสีดำในน้ำได้อย่างชัดเจน ฝุ่นละอองในอากาศก็ลอยวนอยู่ไม่หยุด
ด้านหลังของอีกาหลากสี คือดวงอาทิตย์รูปสามเหลี่ยมกลับหัวขนาดใหญ่ที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าตรงกลางสามเหลี่ยมนั้นมีอะไรกลม ๆ คล้ายตากำลังจ้องมองไปข้างหน้า จ้องไปที่กาแฟในแก้ว
ขณะที่เหลียงซวี่กำลังดูใบรายการในมือ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเก็บใบรายการใส่กระเป๋าอย่างลวก ๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นว่าเป็เบอร์แปลก ๆ ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงกดรับสาย
ปลายสายเป็เสียงของเฉินหราน “ฮัลโหล คุณเหลียงซวี่ใช่ไหม?”
“ครับ ผมเอง คุณคือ…”
เฉินหรานพูดตัดบทขึ้นมาก่อน “ฉันเป็ตำรวจ ภรรยาของคุณอาจจะเสียชีวิตแล้ว อยากให้คุณมาที่สถานีตำรวจ เพื่อมายืนยันให้แน่ใจอีกที”
“อะไรนะ?!”
เหลียงซวี่ถึงกับนิ่งอึ้งไปนาน กว่าจะตั้งสติได้ก็เพราะเฉินหรานเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ
“คุณว่าอะไรนะ เป็ไปได้ยังไง ภรรยาผมจะตายได้ยังไง พวกคุณต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ”
“เพราะเรายังยืนยันตัวตนไม่ได้ ก็เลยต้องให้คุณมาดู อีกอย่าง ภรรยาคุณยังไม่กลับบ้านใช่ไหม ฉันขอให้คุณมาดูด้วยตัวเองดีกว่า” พูดจบเฉินหรานก็ตัดสาย
เหลียงซวี่ค่อย ๆ ปิดมือถือ แม้จะไม่อยากเชื่อคำพูดของเฉินหราน แต่ตอนนี้ภรรยาของเขาก็ยังไม่กลับบ้านจริง ๆ พอนึกถึงตรงนี้ เหลียงซวี่ก็เริ่มจะเชื่อขึ้นมา แต่เขาก็ไม่กล้าเชื่อว่าภรรยาตัวเองจะตาย อย่างที่คนเขาพูดกัน ถ้าตายต้องเห็นศพ ถ้ายังอยู่ต้องเจอตัว อย่างน้อยก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา เผื่อไม่ใช่ภรรยาตัวเองจริง ๆ
พอนึกถึงตรงนี้ เหลียงซวี่ก็รีบคว้าเสื้อโค้ตออกจากบ้านอย่างร้อนรน
แต่เพราะรีบเกินไปเลยเผลอปัดแก้วน้ำหล่น
แก้วตกกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำสีดำไหลนองพื้น ลามเข้าสู่กระเบื้องขาวจนเปื้อนดำ รวมไปถึงหยดเืสีแดงบนพื้นก็ถูกน้ำสีดำย้อมจนกลายเป็สีดำ
ดวงอาทิตย์รูปสามเหลี่ยมกลับหัวสุดท้ายก็ตกจากฟากฟ้าไป ท้องฟ้าสีแดงค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกิน เหลียงซวี่รีบวิ่งออกจากบ้าน เงาของเขายืดยาวรวมเข้ากับเงามืดด้านหลังตามแสงตะวันตกดิน ด้านหน้ามีเพียงดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้า มองไม่เห็นความมืดข้างหลังเลย
อีกาหลากสีบินผ่านกิ่งไม้เขียว กิ่งไม้แห้งโศกเริ่มหล่นผลัดผลมะระออกทีละลูก ๆ มะระร่วงลงกระแทกพื้นเหลียงซวี่เหยียบแตกกระจาย น้ำจากมะระไหลผสมกับกาแฟดำบนพื้นจนชุ่มโชก
พอวิ่งผ่านป่าไม้แห้ง มะระยังคงร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง ทุกย่างก้าวของเหลียงซวี่เหยียบมะระจนแตกแหลกละเอียด ด้านหลังเต็มไปด้วยซากมะระที่ถูกเหยียบและน้ำมะระที่ไหลปนกาแฟดำ
อีกาหลากสีมองดูมะระร่วง ก่อนจะโบยบินผ่านศีรษะของเหลียงซวี่ แสงไฟปรากฏขึ้นกลางความมืด เงาดำวิ่งผ่านแสงไฟสีสันต่าง ๆ เงาดำของเขาในแสงไฟหลากสีนั้นกลับกลายเป็เงาสีขาว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเงาสีขาวค่อย ๆ เปลี่ยนไป ราวกับกลายเป็ปีศาจ
เหลียงซวี่พยายามวิ่งหนี ปีศาจสีขาวก็ตามอยู่ข้างหลังไม่ห่าง ไม่ว่าเขาจะวิ่งเร็วแค่ไหน ปีศาจก็เหมือนเงาตามตัว ในขณะที่
ไป๋อิงนั่งอยู่บนต้นสตรอว์เบอร์รี่ั์ แต่กลับไม่มีเงา และกำลังเคี้ยวลูกอมหวาน ๆ มองเหลียงซวี่วิ่งผ่านหน้าตัวเองไป
ทันทีที่เขากัดลูกอมจนแตก เสียงก็สะท้อนดังขึ้น เหลียงซวี่ก็มาถึงหน้าสถานีตำรวจพอดี
เหลียงซวี่เหมือนจะได้ยินเสียงลูกอมแตก แต่พอหันไปมองก็เห็นอะไร เห็นแค่เพียงความมืดของเวลากลางคืน มองแท็กซี่ที่ตัวเองนั่งมาเคลื่อนออกไป ก่อนจะเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ
ไป๋อิงนั่งอยู่หน้าสถานีตำรวจ มองเหลียงซวี่เดินเข้าไป ลูกอมในปากเขาถูกเคี้ยวจนแตกแล้วกลืนลงไปหมดแล้ว
“หวานจัง...แต่ก็ขมนิด ๆ เป็รสขมของมะระ สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ชอบมะระอยู่ดี”
เหลียงซวี่เข้าไปในสถานีตำรวจ แล้วไปหาเฉินหราน ผู้ที่โทรหาเขา
เฉินหรานยื่นรูปให้ “ผู้หญิงคนนี้คุณรู้จักไหม?”
เหลียงซวี่มองรูปในมือเฉินหรานชัดเจน แน่นอนว่าเขารู้จัก เพราะผู้หญิงในรูปคือภรรยาของเขา “นั่นคือภรรยาผม...เกิดอะไรขึ้นกับภรรยาผม คุณรู้อะไรใช่ไหม?”
เฉินหรานพยักหน้าพร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด “บ่ายวันนี้ทางเราได้รับแจ้งเหตุ หญิงตั้งครรภ์สามเดือนถูกชายสวมชุดดำเข้าปล้นทำร้าย ในตอนแรกผู้เสียหายก็ทำตามที่โจรสั่ง แต่ตอนโจรจะเอาสร้อยคอ ผู้เสียหายไม่ยอม โจรได้ยินเสียงคนมาเลยรีบแทงท้องเธอ เป็เหตุให้เสียเืมาก แม้จะถูกส่งโรงพยาบาลแต่ก็ช่วยไว้ได้ไม่ทันจึงเสียชีวิต”
“เป็ไปไม่ได้...แล้วพวกคุณรู้ไหมว่าใครทำ?” เหลียงซวี่ไม่อยากเชื่อ ตอนกลางวันยังมีความสุขกันดีอยู่เลย แต่พอตกค่ำทุกอย่างก็พังพินาศ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น
เฉินหรานมองเหลียงซวี่อย่างดูถูก “เรารู้แล้วว่าใคร แต่ก่อนหน้านั้นขอถามคุณหน่อย ช่วยตอบคำถามสักสองสามข้อกับทางเราด้วย”
เหลียงซวี่แปลกใจที่ถูกซักถาม “จะถามอะไรผมครับ?”
เฉินหราน “่บ่ายวันนี้คุณอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ มีใครยืนยันได้ไหม?”
“นี่คุณหมายความว่าไง? คิดว่าผมเป็คนฆ่าภรรยาตัวเองเหรอ?” เหลียงซวี่ถามอย่างโมโห
เฉินหรานหัวเราะเยาะ “ขอให้คุณตอบ คุณมีหน้าที่ต้องร่วมมือ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือคุณจะมีความผิดฐานขัดขวางการสอบสวนของเ้าหน้าที่พนักงาน”
เหลียงซวี่กำมือแน่น ต้องอดทนตอบ “บ่ายวันนี้ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย ถึงหกโมงเย็นก็กลับบ้านแล้วรับสายคุณ ถ้าจะหาพยาน นักศึกษาและอาจารย์ทุกคนรู้ว่าผมอยู่ที่นั่น”
เฉินหรานรีบปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดทันที “คุณโกหก เหลียงซวี่ คุณไม่ใช่อาจารย์มหาวิทยาลัย ั้แ่เดือนก่อนคุณถูกไล่ออกเพราะมีอาการก้าวร้าว ไม่สามารถสอนได้ ใครจะยืนยันให้คุณได้? นักศึกษาทุกคนกลัวคุณ อาจารย์ก็รังเกียจคุณว่าคุณเป็คนประหลาด”
“อะไรนะ...”
สิ่งที่เฉินหรานพูดขัดกับความทรงจำของเหลียงซวี่โดยสิ้นเชิง ในใจเขา เขาคืออาจารย์ที่ทุกคนเคารพ ไม่ใช่ “ตัวประหลาด” ที่ถูกไล่ออก
“เป็ไปไม่ได้ ผมเพิ่งไปสอนที่มหาวิทยาลัยมาเอง นักศึกษาทุกคนก็ชอบผม”
“เหรอ?” เฉินหรานเปิดคลิปกล้องวงจรปิด “ดูให้ดี คุณก็ไปจริง แต่โดนพนักงานรักษาความปลอดภัยไล่ออกมาทันที หลังจากนั้นก็มาเจอภรรยาคุณ คุณสวมชุดดำแล้วเกิดคลุ้มคลั่งจะเอาทรัพย์สินจากภรรยา ตอนจะเอาสร้อยคอแต่เธอไม่ยอม คุณก็เอามีดปอกผลไม้ในกระเป๋าแทงเธอ! คุณนั่นแหละคือโจร!”
“เป็ไปไม่ได้...ผมเป็อาจารย์ ผมรักภรรยามาก ไม่มีทาง ไม่มีทางเด็ดขาด!”
“เหรอ? จากที่เราสอบสวน คุณกับภรรยาไม่ได้รักกันอย่างที่คิด เพื่อนบ้านก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันตลอด เห็นภรรยาคุณอยู่กับชายแปลกหน้าด้วย”
“ไม่จริง ผมรักภรรยามาก พวกเรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้ว” เหลียงซวี่ไม่ยอมรับ เพราะในความทรงจำของเขา เขาคืออาจารย์ผู้รักภรรยา สิ่งที่เฉินหรานพูดไม่มีในความทรงจำเลย
“ลูก?” เฉินหรานหยิบกระดาษในกระเป๋าเหลียงซวี่ “นี่คือผลตรวจของเหยื่อ บอกว่าตั้งครรภ์สามเดือน แต่จากที่เราตรวจสอบ คุณเดินทางไปต่างประเทศทำงานเมื่อสามเดือนก่อน ผลตรวจก็เป็ของสามเดือนก่อนเหมือนกัน เหลียงซวี่ ถึงตอนนี้ยังจะปฏิเสธอีกเหรอ?”
เหลียงซวี่ฟังข้อเท็จจริงทีละข้อ “ไม่ ไม่จริง! ผมต้องไปต่างประเทศอาทิตย์หน้า นี่มันเป็ไปไม่ได้ คุณโกหก คุณอยากให้ผมรับสารภาพ! อยากให้คดีจบง่าย ๆ! ผมไม่ยอมรับ ทุกอย่างเป็เื่โกหก!”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก มองไปรอบ ๆ ที่เหมือนกำลังถูกความมืดกลืนกิน คนรอบข้างเริ่มกลายเป็ตัวหนังสือและสัญลักษณ์มั่ว ๆ กะพริบไปมา พอหันกลับไปมองเฉินหรานก็สะดุ้งทันที
เพราะเฉินหรานกลายเป็กองตัวอักษรมั่ว ๆ เหมือน NPC ในเกมที่ติดบั๊ก
เป็ข้อมูลที่เริ่มหายไปจนหมด
เกิดอะไรขึ้น?!
เสียงลูกอมถูกกัดดังกรอบ ก้องในหัวเหลียงซวี่
เสียงอะไร?
เหลียงซวี่มองหาต้นเสียง เห็นปีศาจสีขาวตัวหนึ่งนั่งกินลูกอมเงียบแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แถมยังไม่มีเสียงหลุดออกมาเลยสักนิดเดียว โดยที่นั่งกินลูกอมเงียบๆ แค่นั้น
ลูกอมนั้นมีรสหวาน มะระกลับมีรสขม มีใครบ้างที่ชอบของหวาน? แล้วจะมีสักกี่คนที่ชอบความขม?
สุดท้ายแล้ว หวานกับขม เราก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก อันหยู่ถือกาแฟเย็นในมือ มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาทันที กระดิ่งหน้าประตูเองก็เพิ่งจะมีเสียงดังขึ้น
อันหยู่ “เธอเป็อะไรไป?”
หญิงสาววิ่งมาหาอันหยู่ “ฉันล้มเหลว ฉันไม่เพียงช่วยสามีไว้ไม่ได้ แต่ยังทำให้เขากลายเป็ฆาตกรฆ่าฉันเองด้วย ฉันควรทำยังไงดี? ควรเริ่มใหม่อีกรอบไหม?”
อันหยู่วางแก้วกาแฟลง “ตอนที่เธอเริ่มแทรกแซง ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าต้องมีผลลัพธ์แบบนี้ ความสุขชั่วครู่ก็จะต้องแลกมากับความเ็ปอันใหญ่หลวง ทุกอย่างมันสมดุลอยู่แล้ว เธอเป็นักเดินทางข้ามเวลา ยังไงก็ต้องเคยเจอเื่แบบนี้ น่าจะรู้ผลลัพธ์ดีอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงยังจะทำอีกล่ะ?”
หญิงสาวสูดหายใจลึก ๆ ตั้งสติ แล้วตอบอันหยู่ “ก็เขาเป็สามีฉัน ฉันเป็ภรรยาเขา ฉันต้องช่วยเขาสิ”