เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังเป็นระยะแค่นั้นมันก็ทำให้ลักซ์และนาธากลัวจนหัวหดอีกทั้งบรรยากาศอันหนาวเหน็บที่มีลมฝนพัดผ่านตลอดจนตัวสั่นสะท้านไปยันกระดูกจะกลับไปยังหมู่บ้านก็กลัวสัตว์ประหลาดได้แต่นั่งกอดกันกลมรอให้เมฆฝนผ่านพ้นไปเสียก่อน
"อีกไม่นานหรอกลมแรงแบบนี้เดี๋ยวฝนก็หยุดแล้ว" ลักซ์โอบกอดนาธาไว้มอบความอบอุ่นให้แก่กันและกันเท่าที่จะทำได้ แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงต้นไม้ล้มละเนละนาดเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
"..." แววตาสีแดงเคลื่อนผ่านพวกเธอไปทำเอาขนลุกสู้ไปทั้งตัวได้แต่กัดฟันเงียบเสียงไว้ให้ได้มากที่สุด
"อะ" เพียงครู่เดียวหลังจากที่หลับตาผ่อนคลายก็ได้เห็นดวงตาสีแดงกลมโตคู่นั้นจ้องเข้ามาหาพวกเธอ กรงเล็บที่ง้างขึ้นสูงกำลังจะตะปบฟาดลงใส่ ทั้งลักซ์และนาธากลิ้งหลบไปอีกฝั่งก่อนจะวิ่งหนีอีกครั้งแต่ด้วยสภาพอากาศที่ย่ำแย่ทำให้วิสัยทัศน์ทั้งหมดลดลง ลมฝนที่พักกระแทกเข้าตาแค่ต้นไม้ในระยะห้าหรือหกเมตรก็มองไม่ชัดเสียแล้ว
"มันใกล้เข้ามาแล้วขืนไปต่อแบบนี้เราไม่รอดแน่" นาธาเหลือบสายตามองกลับไปด้านหลังเห็นถึงความน่าเกลียดน่ากลัวของมันได้อย่างชัดเจนแต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือแสงสว่างแปลก ๆ ที่อยู่ตรงปาก มันกำลังอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
"ระวัง !" ด้วยสัญชาตญาณของเขาจึงผลักลักซ์ออกไปอีกทางพอดีกับแสงสีขาวที่พุ่งทะลุระหว่างกลางพอดี ขณะที่ลักซ์ยังมึนงงอยู่เจ้าสัตว์ประหลาดก็เข้าประชิดตัวเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายตาที่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองจากอุ้งเท้าขนาดใหญ่เสียยิ่งกว่าตัวของเธอ แผงคอสีส้มปลิวไสวตามลมจนได้เห็นคมเขี้ยวจำนวนมากเหมือนกำลังยิ้มอย่างมีความสุข
"หนีเร็วลักซ์ !" เพียงคำพูดที่ตะโกนออกมาสุดเสียงไม่สามารถทำให้มันสนใจได้เลย นาธาใช้เวทมนตร์ด้วยมานาอันน้อยนิดสร้างเวทมานาบอลให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้อัดกระแทกไปที่หลังของมันเต็ม ๆ
"ไม่นะ" มันหันหลังกลับไปหานาธาแทนขณะที่เขาค่อย ๆ หมดแรงแข้งขาอ่อนร่วงลงไปนอนกับพื้น
"หยุดนะ !" ลักซ์ใช้มีดแทงเข้าไปที่ขาของมันแต่เพียงแค่สะบัดขาออกก็ทำให้เธอกระเด็นออกไปได้แล้ว อีกทั้งมันยังไม่สนใจเธอเอาแต่มุ่งตรงไปหานาธาลูกเดียวเลย
"หนีไปลักซ์ไม่ต้องสนใจฉัน" รอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ส่งให้พร้อมกับน้ำตาที่เอ้อล้นออกมาไม่หยุด ฟันอันแหลมคมจากปากที่เปิดกว้างสามารถกัดเขาได้ในทีเดียวกำลังจะเข้าถึงตัวเขาแล้ว
"หยุดนะ !" มานาเฮือกสุดท้ายของลักซ์ที่ตวัดมีดปาเข้าใส่หัวของมันแทงจนเลือดออกมาแต่ชั่วพริบตานั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนกับหยุดนิ่งไป
"นาธา..." ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่มันก็มีจังหวะให้ช่วยนาธาออกมาได้ ปากที่กำลังจะกัดลำตัวของเขาหยุดอยู่นิ่งเช่นเดียวกับน้ำลายและเลือดของมันด้วย
"ลักซ์นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?" นาธาที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างน้อยก็กลับมายืนได้อีกครั้งพวกเขาช่วยกันพยุงตัวกันและกันออกมาจากจุดนั้นแต่ไม่ทันไรก็มีเสียงดังโครม เจ้าสัตว์ประหลาดกัดไปต้นไม้ตรงหน้าแทนทำให้ต้นไม้ต้นนั้นล้มลงมาทับตัวมันช่วยให้มีจังหวะหนีมากขึ้น
"ฉันรู้สึกเหมือน..." เสียงอันอ่อนแรงของลักซ์ค่อย ๆ รวยริน แม้นาธาจะเป็นผู้ชายแต่ก็ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นเขาทำได้แค่ลากตัวเธอไปด้วย ไม่มีแรงแบกหรือทำอะไรได้มากกว่านี้ขณะเดียวกับเจ้าสัตว์ประหลาดที่กำลังเข้ามาใกล้
"ลักซ์..." แสงสีขาวสว่างขึ้นตอนที่มันอ้าปากอีกครั้งนาธายิ้มออกมาทันทีแต่มันกลับดูเศร้ายิ่งนักก่อนจะโผเข้ากอดลักซ์ไว้เอาตัวบังลำแสงสีขาวที่กำลังจะพุ่งมาทั้งน้ำตา เธอเองก็คงคิดว่าไม่รอดแล้วทำเพียงแค่เอื้อมมือไปสวมกอดนาธาเช่นเดียวกัน
"..." แสงสีขาวสว่างพุ่งเข้าใส่พวกเธอตรง ๆ แต่ทันใดนั้นก็มีใครบางคนโผล่ออกมาป้องกันมันไว้
"เจอมันแล้วส่งสัญญาณให้ทุกหน่วยเดี๋ยวนี้" ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำนาธาและลักซ์เห็นเพียงแผ่นหลังที่เป็นเสื้อสีเขียวขจีพร้อมกับโล่ขนาดใหญ่ในมือที่ป้องกันลำแสงสีขาว
"ทราบ !" เสียงมากมายที่ดังขึ้นพร้อม ๆ กันก่อนจะมีเสียงพลุดังและแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ไม่นานนักทหารมากมายก็กรูกันเข้ามาต่อสู้กับเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น
"พวกเธอสองคนไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ?" นายทหารคนหนึ่งเดินถอยออกมาถามไถ่พวกลักซ์
"บาดเจ็บนิดหน่อยครับแต่มานาพวกเราจะหมดแล้ว" นายทหารคนนั้นยื่นขวดยาให้กับพวกเธอหลังจากดื่มมันเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้นทันที
"ในป่ามันอันตรายนะไม่ควรเข้ามาแบบนี้แถมฝนยังตกอีก" เขายังคงพูดจาสุภาพเรียบร้อยแทนที่จะโกรธอีกทั้งยังลูบหัวพวกเธอให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นก่อนจะพากลับไปที่หมู่บ้านปล่อยให้ทหารหลายสิบนายจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนั้น
"ขอโทษแทนลูก ๆ ด้วยนะคะ" คุณแม่ของลักซ์ก้มหัวยกใหญ่แทบจะกราบเท้าเลยด้วยซ้ำเช่นเดียวกับพวกเธอที่นั่งนิ่งเงียบไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงอะไร
"ไม่เป็นอะไรครับยังไงมันก็เป็นความผิดของพวกเราด้วยส่วนหนึ่งที่ทำให้มันหลุดออกมา อืมว่าแต่เจ้าหนูอยากจะเป็นทหารไหม ?" เขานั่งลงในระดับเดียวกันจ้องมองทั้งลักซ์และนาธาพร้อมกับยิ้มมุมปาก
"ฉันอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหารนะถ้ามาเมื่อไหร่ก็แวะมาทักทายได้เสมอ" เขาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะจากไปเช่นเดียวกับฝนที่เริ่มซาลงแล้ว
วันเดือนผ่านไปช่วงเวลาอันเลวร้ายเป็นแรงผลักดันทำให้ลักซ์ยิ่งฝึกฝนหนักขึ้นในทุก ๆ วัน
"เร็วเข้าสินาธา" ดาบไม้ที่กวัดแกว่งใส่หุ่นกระบอกสำหรับใช้ฝึก แรงสั่นจากแรงปะทะทำเอามือของเขาพองเป็นตุ่มใส ๆ แต่ถึงกระนั้นลักซ์ก็ยังคงบังคับให้ฝืนต่อไป
"เออน่าไม่ต้องย้ำนักหรอก" สีหน้าท่าทางที่ยิ้มเยาะราวกับกำลังสนุกกับการฝึกนี้อยู่ ขณะที่พวกเขาจดจ่ออยู่กับการฝึกโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนเดินเข้ามา
"เจ้าลูกสาวตัวน้อย" ลักซ์หันขวับอย่างไวเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เธอกระโดดกอดรัดด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"เฮ้ย ๆ ตราสัญลักษณ์แบบนั้นมัน...เขาคือหัวหน้าองครักษ์อย่างงั้นเหรอ ?"
"คนใหญ่คนโตมาทำอะไรในที่แบบนี้ล่ะเนี่ย ?" เสียงชาวบ้านที่มองดูอยู่ไกล ๆ กระซิบคุยกันด้วยความสงสัย
"ที่รัก..." เสียงสั่นสะอื้นจากแม่ของลักซ์ที่เดินออกมาจากบ้าน เธอวิ่งพรวดพราดเข้ามาโผเข้ากอดเช่นเดียวกัน
"ในที่สุดคุณก็กลับมา" น้ำตาแห่งความสุขไหลล้นลงบนอ้อมอกของชายคนนั้น เขายิ้มฉีกกว้างหุบไม่ลงจนมีน้ำตาไหลออกมาจากชายชาตรีคนนี้
"ตัวเอง...เราได้พักตั้งหนึ่งเดือนนะ" เสียงอันออดอ้อนของชายวัยกลางคนที่ดูทะมัดทะแมงภายใต้ชุดเกราะอัศวิน
"ฉันจำแทบไม่ได้เลยว่าเราอยู่ด้วยกันเมื่อไหร่" สองสามีภรรยากำลังพลอดรักโดยไม่สนใจนาธาที่เป็นคนนอกเลยสักนิดเหมือนกับไม่อยู่ในสายตา
"หนูคิดถึงพ่อมาก..." เสียงสะอื้นขัดจังหวะการพูดของเธอจนแทบจะฟังไม่ออก เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงด้านนี้ออกมาให้เห็น
"ลูกพ่อ...พ่อขอโทษจริง ๆ ที่หายไปนาน" ด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ความสุขในเวลาเดียวกันทำให้น้ำตาพวกนั้นดูไม่ออกเลยว่ามาจากความรู้สึกส่วนไหน
"แล้วเจ้าหนูนั่นใครเหรอลูก ?"
"สวัสดีครับผมนาธา" เด็กหนุ่มคนนี้ยังคงมีมารยาทก้มโค้งตัวเล็กน้อยพอเป็นพิธี
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับไม่อยากรบกวนเวลาของครอบครัว" นาธากล่าวคำทิ้งท้ายก่อนจะกลับไปยังบ้านของตัวเอง ครอบครัวที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานก็ได้เดินกลับไปด้วยกันและเย็นวันนั้นก็มีการสังสรรค์กันยกใหญ่พร้อมกับชวนชาวบ้านใกล้ ๆ มาร่วมด้วย อาหารการกินมากมายที่กินเท่าไหร่ก็ไม่หมดรวมถึงเหล้าเบียร์ก็มีให้ดื่มไม่อั้นจนคืนแห่งการฉลองผ่านพ้นไปมีเหล่าลุง ๆ ป้า ๆ นอนสลบอยู่ตรงจุดที่กินกันตั้งแต่เมื่อคืน
"นาธาตื่นหรือยัง !" เสียงเดิมที่คุ้นเคยตะโกนเรียกจากข้างนอกบ้านของนาธา
"วันนี้เธอไม่อยู่กับที่บ้านเหรอ ?" นาธาเปิดประตูหน้าบ้านออกไปถึงได้เห็นลักซ์กับเสื้อผ้าชุดใหม่ดูจากการออกแบบแล้วต้องเป็นช่างฝีมือระดับสูงแน่ ๆ รายละเอียดของลวดลายดูมีเสน่ห์ เนื้อผ้าเองก็นุ่มและยืดหยุ่นทนทาน
"มานี่ !" ไม่ทันที่นาธาจะได้เชยชมความสวยงามก็ถูกลักซ์ลากตัวไปที่บ้านของเธอเสียก่อน
"นี่คือนาธาเป็นแฟนของลูกเอง" ลักซ์ยืนยิ้มต่อหน้าพ่อและแม่ของเธอแต่นาธากลับหน้าซีดเซียว
"ว่ายังไงนะแฟนอย่างงั้นเหรอ !" เสียงตะคอกดังลั่นทำเอานาธากลัวจนหัวหดแววตาอันดุร้ายจ้องมองลงมายังเบื้องล่างพร้อมด้วยจิตสังหาร
"ล้อเล่นน่าพ่อฮ่าฮ่าฮ่า"
"อ๋อ แล้วไปลูกไม่ควรจะหยอกพ่อแบบนี้เลยดูแม่สิช็อกไปแล้ว" เสียงหัวเราะขบขันของลักซ์กับเรื่องล้อเล่นที่ทำนาธาเกือบจะลงไปคุยกับรากมะม่วง
"เขาเป็นเพื่อนลูกเอง พวกเราฝึกซ้อมกันทั้งดาบและเวทมนตร์ด้วยกันถึงจะยังไม่คืบหน้านักแต่ก็รู้สึกได้เลยว่าแข็งแรงกว่าเมื่อก่อน"
"ฝึกซ้อมกันอย่างงั้นเหรอ ? สมกับเป็นลูกพ่อจริง ๆ "
"พ่อช่วยสอนให้ลูกได้ไหมแม่เล่าว่าพ่อเป็นอัศวินสุดแกร่งที่คอยปกป้องอาณาจักร พ่อต้องเก่งมากแน่ ๆ "
"ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องมุ่งมั่นแบบนี้สิถึงควรค่าแก่การสอน" พ่อลูกสองคนคุยเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็มีเพียงแค่นาธาที่ยิ้มเจื่อนอยู่คนเดียว
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่พ่อของลักซ์อยู่ เขาฝึกฝนสอนสิ่งต่าง ๆ ให้มากมายถึงจะเคร่งขัดไปบ้างแต่พวกเขาก็ดูจะสนุกไปด้วย
"พ่อต้องไปแล้วนะลูก" หลังจากบอกลากันเสร็จสับช่วงเวลาของความสุขช่างผ่านไปไวยิ่งนัก
หลังจากที่ทั้งลักซ์และนาธาฝึกฝนร่วมกันรวมไปถึงการเรียนหนังสือจนในที่สุดทั้งคู่ก็เป็นเด็กวัยรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านละแวกนั้นแล้ว แม้แต่พวกผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถสู้ได้ใคร ๆ ก็พูดกันว่าพวกเขาทั้งสองคนควรจะไปที่ที่ดีกว่านี้ ที่ที่มีการศึกษาอันก้าวหน้ามีอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมสถานที่ที่เจริญรุ่งเรือง
"ที่นี่คือเมืองหลวงสินะ แล้วกรมทหารไปทางไหนล่ะเนี่ย ?" ลักซ์ที่ยิ่งโตก็ยิ่งสวยแม้การแต่งตัวจะไม่ได้ดูเป็นกุลสตรีนักแต่มันก็ดึงดูดสายตาของชาวเมืองได้เป็นอย่างดี
"ถ้าตามที่พ่อของฉันบอกดูเหมือนมันจะอยู่ใกล้ ๆ กับโรงเรียนเตรียมทหารห่างจากราชวังประมาณสิบกิโลเมตร ทันทีที่เข้ามาทางประตูเมืองฝั่งใต้เราต้องเลี้ยวซ้ายไปทางตะวันตกเรื่อย ๆ แล้วจะเห็นตึกสีขาวขนาดใหญ่ที่ห่างไกลจากเขตที่อยู่อาศัยของชาวเมือง" นาธาเปิดแผนที่ที่ทางบ้านให้มาด้วยขณะที่ลักซ์เดินไปมาตื่นตาตื่นใจกับเมืองแห่งนี้
"ไปได้แล้วน่าลักซ์" นาธาดึงหูของเธอเพื่อดึงสติให้กลับมาเดินทางต่อขณะที่มีสายตามากมายจับจ้องมาที่พวกเขา
"พวกบ้านนอกอีกแล้วสินะ"
"อืม ถึงพวกเขาจะมาจากบ้านนอกแต่นังผู้หญิงคนนั้นใช้ได้เลยนะ คิดว่าบอสน่าจะชอบ" กลุ่มคนแปลกหน้าภายใต้ชุดเกราะอันบอบบางไม่เหมือนกับเกราะของลุงโทลที่แข็งแกร่งและมีสง่าราศีจับ
"ว่าไงสาวน้อยหลงทางอยู่หรือเปล่า ? ให้พี่ ๆ ช่วยนำทางให้ไหม" รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัยหวังร้ายอย่างชัดเจน
"ขอบคุณค่ะ คิดว่ายังไม่หลงนะคะแต่ถ้าได้คนช่วยนำทางให้ก็ดีค่ะ" ลักซ์ตอบตกลงไปโดยไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อยมีเพียงนาธาที่ดูเกร็ง ๆ คอยมองสาดส่องพรรคพวกของมันไว้ตลอด
"ที่นี่มันที่ไหนคะ ?" ทางเข้าป่าที่แทบจะไม่มีบ้านคนอยู่ด้วยความน่าสงสัยนาธาชักมีดออกมาในทันที
"ที่ที่จะเป็นสวรรค์ยังไงล่ะ" รอบยิ้มที่แสยะออกทำให้ลักซ์ตั้งสติรู้ตัวได้แต่นาธาก็ถูกพวกมันเล่นงานจับกดลงกับพื้นไปเรียบร้อยแล้ว
"ลักซ์หนีไปแจ้งพวกทหารยามซะ แถวทางเข้าก่อนหน้านี้ฉันเห็นอยู่ อ้าก !" แขนที่ถูกบิดไปข้างหลังกดตัวนาธาลงกับพื้นก่อนจะมีพรรคพวกคนอื่นรุมทำร้ายเตะต่อยไม่ยั้งมือ
"พวกแก !" ลักซ์ชักดาบออกจากฟักด้วยความโมโหพุ่งเข้าใส่ชายตรงหน้าในทันที
"เฮ้ย !" เสียงอุทานด้วยความตกใจที่ปลายดาบมาจ่อที่คอโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย นั่นทำให้พรรคพวกของเขายืนมองตกตะลึงในสิ่งที่เห็นพร้อมกับหยุดการทำร้ายนาธาแล้วชักมีดและดาบออกมาเพื่อมาจัดการกับลักซ์
"หยุด ! ปล่อยพวกเราไปซะไม่งั้นคอแกได้หลุดจากบ่าแน่ ๆ" ปลายดาบที่จ่ออยู่ที่คอของชายคนนั้นยังคงนิ่งสุขุม จิตใจตั้งมั่นที่พร้อมจะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อทำเอาพรรคพวกของชายคนนั้นหยุดก่อนจะเข้ามาถึงตัว
"ก็ได้ ๆ พวกแกวางอาวุธลงซะ" หลังจากที่ทุกคนค่อย ๆ วางอาวุธของตัวเองลงลักซ์ก็เดินกลับไปหานาธาที่นอนอยู่บนพื้น
"นาธาลุกไหวไหมเดี๋ยวฉันจะพาไปทำแผลแต่ก่อนอื่นก็ [ฮีล]" ทันทีที่ลักซ์เผลอละสายตาไปจากเหล่าชายฉกรรจ์มันก็แว้งเข้าด้านหลัง
"ฉันคิดอยู่แล้วจะไม่ปล่อยพวกแก" การวาดดาบที่ฟันฟาดใส่พวกเขาทุกคนอย่างรวดเร็วและเธอยังใช้เวทมนตร์เฉพาะตัวทำให้พวกมันถูกหยุดนิ่งอยู่กับที่ไร้ซึ่งการโต้ตอบใด ๆ
"โวะ เธอใช้พลังนั่นได้ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย" ลักซ์ช่วยพยุงนาธาลุกขึ้นยืนขณะที่เขามองดูเหล่าชายฉกรรจ์ที่หยุดนิ่งพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมาให้ลักซ์เห็น
"ขโมยของพวกมันมาให้หมดเลยดีกว่า"
"เป็นความคิดที่ดีงั้นต้องรีบหน่อยแล้ว เพราะฉันถ้าใช้พลังกับคนห้าคนคงได้ไม่นานนัก" พวกเธอรีบค้นตัวโดยเล็งไปที่กระเป๋าเงินและของมีค่าที่ไม่เกะกะก่อนจะรีบชิ่งหนีหายไป
"หน็อย เจ้าพวกเด็กเวรนั่น" หลังจากออกจากสถานะหยุดนิ่งแล้วพวกเขาก็ต้องหัวเสียกันมาก ๆ ตะโกนด่าทอไม่หยุดแต่ก็ไม่รู้จะตามหาตัวได้ที่ไหน
ในที่สุดพวกเธอก็ไปถึงกรมทหาร หลังจากที่ทำการตรวจสอบคุณสมบัติและสเตตัสสำเร็จก็สามารถเข้ารับการฝึกในโรงเรียนเตรียมทหาร
"ฉันได้อยู่ห้องหนึ่งแล้วนายล่ะ ?" ลักซ์กำลังดีใจยกใหญ่ขณะที่มองดูป้ายที่ติดอยู่บนกระดานข้างล่างตึกเรียนภาพทฤษฎี
"ห้องหนึ่งเหมือนกัน"
"ต้องแบบนี้สิฮ่าฮ่า"ลักซ์กระโดดกอดนาธาท่ามกลางสายตาของนักเรียนคนอื่น ๆ ไม่อายใครก็มีนาธาเนี่ยแหละที่รู้สึกอายแทน
พวกเขาได้เข้าไปเรียนในห้องเรียนอันดับหนึ่งที่รวมคนที่ได้คะแนนการทดสอบสูงไว้ทั้งสิบห้าคน ส่วนห้องอื่น ๆ จะมีคนอยู่จำนวนมากถึงห้าสิบคนโชคดีแค่ไหนที่นาธาอยู่อันดับที่สิบห้าพอดีเกือบหล่นไปห้องอื่น
"ในส่วนของปีแรกเราจะสอนระเบียบต่าง ๆ การฝึกฝนร่างกายและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ในทุกเช้าหากได้ยินเสียงเป่านกหวีดแล้วสามครั้งใครก็ตามที่มาไม่ทันจะถือว่าสายและถูกทำโทษ"
เหล่านักเรียนในห้องหนึ่งทุกคนต่างก็ตั้งใจเรียนซึ่งแต่ละคนก็ดูมีฐานะพอสมควร อีกทั้งรูปร่างสัดส่วนก็ดูดีแข็งแรงกว่าคนทั่ว ๆ ไป
"สวัสดีครับผมเลวาธาน...ไม่ทราบว่าคุณพอจะไปกินข้าวกับพวกผมไหมครับ ?" สายตาที่ดูถูกดูแคลนจ้องมองลงมายังนาธาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลักซ์ เหมือนกับกำลังข่มให้ถอยออกห่างไป
"ได้สิกินข้าวกันเยอะ ๆ ก็สนุกดีเนอะนาธา" ลักซ์ไม่ได้รู้เลยว่าจุดประสงค์ของเขานั้นต่างออกไปแต่เลวาธานก็ยอมให้นาธาตามไปด้วยอย่างไม่เต็มใจ
ช่วงเวลานานวันเข้าพวกเลวาธานก็ยิ่งเข้ามาตีสนิทลักซ์อีกทั้งยังพยายามกรีดกันนาธาออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบปีแรกมีการจัดลำดับห้องใหม่ทำให้นาธาถูกปัดตกไปอยู่ห้องหลัง ๆ แยกกับลักซ์เสียแล้ว
"ฉันต้องไปเข้าเรียนภาคปฏิบัติแล้วไว้เจอกันหลังเลิกฝึกนะ" เสียงอันอ่อนหวานพร้อมกับรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์สิ่งเดียวที่ยังทำให้นาธาพยายามต่อไปได้
"ว่าไงไอ้กร๊วก" สถานะภาพของเขาอยู่ในจุดที่ตกต่ำเพราะพวกผู้มีอำนาจอย่างเลวาธานและพรรคพวกของเขาต่างก็ไม่ชอบหน้าทำให้การใช้ชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหารช่างหนักหน่วง แต่เขาก็ยอมเงียบไว้เพราะไม่อาจทานอำนาจพวกเขาได้ เพื่อนร่วมห้องที่มีความตั้งมั่นขยันขันแข็งคนหนึ่งก็ถูกมันใส่ร้ายโยนความผิดจนหาเรื่องไล่ออกจากโรงเรียนไปได้
"อ้าก !" รอยประทับฝ่าเท้าที่ถีบเข้าที่กลางหลังของนาธาจนหน้าคว่ำ
"อะอ้าวโทษทีพื้นมันลื่น" เสียงหัวเราะคิกคักรวมไปถึงเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็สนุกขบขันตามไปด้วย
"ไม่เป็นไรแค่นี้เอง" รอยยิ้มฝืน ๆ ที่แสดงออกมาให้รอดพ้นจากสถานการณ์นั้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร การรังแกแกล้งกันยิ่งหนักขึ้นทุกวันตั้งแต่เปลี่ยนน้ำดื่มในขวดเป็นน้ำส้วม ใส่แมลงตะขาบกิ้งกือสารพัดลงไปในกระเป๋าเป้ไปยันการขัดแข้งขัดขาตอนกำลังฝึกเกือบจะได้พลาดท่าลงไปนอนหยอดข้าวต้มแล้ว อีกทั้งยังมีรอยแผลช้ำและแผลถลอกมากมายตามเนื้อตัวถึงลักซ์จะถามก็ตามแต่นาธาก็จะบอกแค่ว่าได้มาตอนฝึกแต่ด้วยสีหน้าอันเศร้าหมองดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนกับซากศพเดินได้เสียมากกว่าทำให้ลักซ์รู้สึกไม่สบายใจ
ตลอดการฝึกสามปีสุดทรหดแทบจะไม่ได้พักอย่างน้อยช่วงหลัง ๆ ก็เริ่มแกล้งน้อยลงแล้วเพราะเวลาแค่เตรียมตัวฝึกหรือพักผ่อนของตัวเองก็น้อยนิดอยู่แล้วกลายเป็นว่าพวกเขาต่างคนต่างอยู่ เอาตัวเองให้รอดจากปีสุดท้ายก่อนจะได้บรรจุเป็นทหารของอาณาจักรจริง ๆ
"นาธา !" ลักซ์กระโดดกอดเขาต่อหน้าคนจำนวนมากรวมถึงพวกเลวาธานด้วยถึงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้
"ในที่สุดแล้วก็จะได้เป็นทหารของอาณาจักรแล้วนายดีใจไหม ?"
"อา...ก็ดีอยู่หรอกที่จบแล้ว" เขาแทบจะเบือนหน้าหนีเมื่อมองไปที่สายตาของผู้คนรอบตัว
"จากนี้เราจะได้ไม่ต้องแยกกันสักทีหวังว่าจะได้อยู่หน่วยเดียวกันนะ" เธอโอบกอดเขาอีกครั้งแรงของลักซ์รัดแน่นพอที่จะทำให้นาธาทรมานได้เลยทีเดียว
"งานเลี้ยงจบทั้งทีมาสนุกให้เต็-" ไม่ทันได้พูดเสร็จเลวาธานก็เพื่อน ๆ ของเธอที่อยู่ห้องหนึ่งก็เข้ามารุมล้อมพร้อมกับชวนเธอไปฉลอง ดูเหมือนต่อหน้าเธอพวกเขาก็เหมือนกับเพื่อนร่วมห้องปกติแต่สำหรับนาธานั้นมันเหมือนฝันร้ายที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องทนทุกข์ทรมาน สุดท้ายพวกเขาก็ไปนั่งร่วมโต๊ะกันอีกครั้งเหมือนกับเมื่อก่อนและนาธาก็ยังคงเหมือนอากาศธาตุที่ถูกทุก ๆ คนเมินเฉย
"ต่อไปนี้จะเป็นรายชื่อของผู้ที่จะได้ไปทำงานในหน่วยต่าง ๆ นะครับ" ในที่สุดก็มีการประกาศหน่วยที่ต้องไปสังกัดแล้ว ด้วยจำนวนนักเรียนหลายร้อยคนที่ถูกเรียกออกไปเรื่อย ๆ
"ต่อไปลักซ์ เอเลนเซอร์ ก้าวออกมา" เสียงปรบมือฮือฮากันด้วยความตื่นเต้น
"ร้อยโทสังกัดหน่วยองครักษ์ราชวงศ์" ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องก็ดังลั่นไปทั่วห้องโถงอันกว้างใหญ่ใคร ๆ ก็ปลื้มปีติยินดีกับความสำเร็จของเธอ
"นาธา จาโอซาน" หลังจากที่ลักซ์นั่งลงไปทุกอย่างก็กลับมาเงียบกริบ
"สิบโทสังกัดหน่วยลาดตระเวน" ลักซ์ที่ได้ยินก็ลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะหายไปทันทีท่ามกลางสายตาอันงงงวยของผู้คนในงาน นาธาจึงรีบวิ่งตามออกไปแต่ก็หาไม่เจอเสียแล้ว
"ลักซ์ ! เธอเป็นอะไรไป ?" นาธาเดินหาจนทั่วแล้วแต่ก็ยังหาไม่เจอ
"โกลเด้นคุง !"
"ฉันไม่ใช่หมานะ !" เสียงตะคอกกลับดังลั่นจากข้างบน เมื่อนาธาเงยหน้ามองก็เห็นลักซ์ที่อยู่บนหลังคาตึกสูงหลายเมตร
"อยู่ตรงนี้นี่เอง" นาธาปีนตามขึ้นมาได้ไม่ยากนัก พวกเขานั่งห้อยขาลงจากข้างบนราวกับนั่งอยู่บนกิ่งไม้
"เธอเป็นอะไรไ-" ไม่ทันพูดจบลักซ์ก็ตบหน้านาธาถึงจะมีเสียงแต่ก็ไม่แรงมากนัก
"ฉันอดทนมาตลอดฉันตั้งใจฝึกตั้งใจเรียนทุก ๆ อย่างอุตส่าห์คิดว่าจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่ทำไม ! ทำไมนายถึงได้ไปอยู่ลาดตระเวนหน่วยที่แทบจะ..." เสียงสะอื้นพร้อมน้ำตาไหลพลั่กขณะที่ลักซ์โผเข้ากอดนาธาไว้
"ไม่ต้องร้องนะ ยังไงฉันก็จะหาเวลากลับมาหาเธอให้ได้" เธอเงยหน้าขึ้นจูบไปที่ปากของนาธาทีเผลอเล่นซะเขาทำตัวไม่ถูกไปเลย
"ฉันรักนายนะนาธา..." แววตาอันอ่อนหวานจ้องมองนาธาตาไม่กะพริบ
"ฉันก็รักเธอเหมือนกัน" ริมฝีปากบางเบาที่ได้สัมผัสกลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำหวานจากดอกไม้กับบรรยากาศกลางคืนที่มีแสงเดือนดาวระยิบระยับราวกับเป็นสัญญาณของความปีติยินดีในความรักของทั้งคู่
"เรื่องมันก็ประมาณนี้แหละครับ" ลุงโทลที่นั่งฟังเรื่องของนาธาเสร็จก็ยิ้มออกมาได้
"เป็นเรื่องราวที่ดีไม่นึกเลยว่าเจ้าลูกสาวจะเป็นคนรุกใส่นายก่อน"
"ฮ่าฮ่าฮ่าตอนแรกผมก็ตกใจเหมือนกันเล่นเอาตัวแข็งทื่อไปเลย แต่สักพักผมก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นความสบายใจที่ได้อยู่กับลักซ์จู่ ๆ ร่างกายมันก็ทำตามสัญชาตญาณไปเอง"
"แต่ก็นะยิ่งได้ฟังก็ยิ่งเศร้าไปใหญ่" ลุงโทลนอนลงบนเตียงเก่า ๆ จนแทบจะรับน้ำหนักเขาไม่ได้แล้ว
"ผมก็หวังว่าเธอหาคนใหม่ได้ ขอแค่เธออย่ากังวลหรือยึดติดกับผมเลย" นาธาเองก็นอนลงบนเตียงเช่นกันและแล้วเสียงทั้งหมดก็เงียบลงเหลือเพียงเสียงจากพวกแมลงบินไปมาเท่านั้น