เทพราชันมังกรหวนคืน

    ตอนที่ 39 ฝึกฝนอย่างบ้างคลั่ง

    หลินเฟิงใช้เวลาฝึกฝนวรยุทธ์ป้องกัน [ ปราการเหล็ก ] ขั้น 5 เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น ทั้งนี้ต้องขอบคุณการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของหลินเฟิง เพราะมันทำให้หลินเฟิงฝึกฝนได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ลดระยะเวลาที่คิดเอาไว้มาก


    ดังนั้นหลินเฟิงจึงคิดว่า ใช้เวลาอย่างมากก็ 3 อาทิตย์ในการบรรลุวรยุทธ์ป้องกัน[ ปราการเหล็ก ] ขั้น 6 และมันก็ป็นเช่นที่เขาคาดการเอาไว้ มันใช้เวลาเพียง 2 อาทิตย์กว่าๆเท่านั้น ไม่ถึง 3 อาทิตย์ นี้ดีกว่าที่หลินเฟิงคิดไว้มาก และมันทำให้หลินเฟิงมีความสุขกับผลลัพธ์เช่นนี้อย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เขาจะลองทำโดยไม่มีใครแนะนำ จะทำให้หลินเฟิงสามารถพัฒนาได้มากขนาดนี้ หากเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นบางทีคงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่


    และนี้คือผลของการจุติร่างกาย ในตำนานที่ใครต่างก็ใฝ่ฝัน เพราะมันจะยกระดับคนๆนั้นขึ้นอีกมาก ถ้าเดิมหลินเฟิงมีพรสวรรค์มากในรอบ ร้อยปี ตอนนี้เขาก็มีพรสวรรค์มากในรอบพันปี แล้วเช่นนี้จะไม่ให้คนอื่นๆใฝ่ฝัน การจุติร่างกายได้อย่างไร


    แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่วนยุทธ์ป้องกันอย่าง [ ปราการเหล็ก ] เท่านั้น วรยุทธ์อื่นๆหลินเฟิงก็รู้สึกว่าหากเขาฝึกฝน เขาจะใช้เวลาน้อยลงอย่างมาก อย่างน้อยที่สุดก็ ลดลงครึ่งหนึ่งของเวลาที่คิดว่าจะต้องใช้ในการฝึกฝนวรยุทธ์ต่างๆ 


    หลินเฟิงฝึกฝนวรยุทธ์ป้องกัน [ ปราการเหล็ก ] เสร็จแล้วเขาก็ฝึกฝนวรยุทธ์ท่าร่างต่อทันที ตอนนี้หลินเฟิงกลายเป็นคนบ้าการฝึกฝนไปโดยปริยายโดยที่นอนเพียง 3 ชั่วยามเท่านั้น 1 ชั่วยามในการดูดซับเลือดสัตว์อสูร


    *** 1ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง****


     เขาไม่ได้ดูดซับทุกวัน เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาจะเกิดการชินกับเลือดสัตว์อสูรเร็วและทำให้เขาไม่สามารถใช้มันได้อย่างมีปสิทธืภาพสูงสุด ดังนั้นเขาใช้เพียงอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าเลือดสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้หายากและแพงมากๆ ทำให้เขาไม่สามารถซื้อและหามาได่นั่นเอง จึงทำให้เขาต้องคิดเช่นนี้


    ส่วนเวลาที่เหลือ นอกจากกินข้าวแล้ว หลินเฟิงก็ฝึกฝนเพียงอย่างเดียว หากคิดคร่าวๆแล้วละก็ หลินเฟิงฝึกฝนประมาณ 8 ชั่วยาม นี้ทำให้หลินเฟิงฝึกฝนได้รวดเร็วมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง แต่แน่นอนว่าร่างกายของเขาอ่อนล้าอย่างมากเช่นกัน แต่เขาก็คิดแล้ว่าหากเขาบรรลุระดับพื้นฐานขั้น 7 แล้วเขาจะพักสัก อาทิตย์หนึ่ง เพื่อฟื้นฟูร่างกาย 


    แน่นอนว่าบิดามารดาของหลินเฟิงรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาเข้าใจหลินเฟิงว่าทำไมถึงได้รีบร้อนฝึกฝน และยังไม่เข้าไปห้ามด้วย นี้คือทางเดินของหลินเฟิง หลินเฟิงจำเป็นต้องเลือกเดินและพยายามด้วยตัวเอง เพราะในอนาคตหลินเฟิงจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเอง 


    เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว นี้ก็เกือบจะ 3 เดือนตั้งแต่หลินเฟิงไปเมืองเมฆา ตอนนี้หลินเฟิงกำลังฝึกฝนพลังฝีมือของเขาอยู๋ และผ่านไปไม่นานหลินเฟิงก็หยุดฝึกฝนและมองขึ้นไปบนฟ้าเพื่อดูเวลา ตอนนี้ก็เกือบจะเย็นแล้ว


    “ในที่สุดก็ขั้น 7 เสียที คิดว่าจะไม่ทันแล้วเสียอีก” หลินเฟิงถอนหายใจ และพรึมพรำกับตัวเอง


    ตลอดระยะเวลาฝึกฝนหลินเฟิงไม่เคยแอบอู้แต่อย่างใด เขาทำเพียงฝึกฝน ฝึกฝนและ ฝึกฝนเท่านั้น แม้แต่หลินหลานที่มาชวนไปเมืองด้วยกันหลินเฟิงยังปฏิเสธที่จะไปด้วย แม้ว่าหลินเฟิงจะอยากไปมากขนาดไหนก็ตาม 


    หลินเฟิงใช้เวลาฝึกฝนวรยุทธ์ทั้งหมดไปถึงคอขวดโดยประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ส่วนที่เหลือจนถึงตอนนี้นั้น ฝึกฝนเพียงพลังฝีมือเท่านั้น เพราะเชาคิดว่าอาจจะใช้เวลาเพียง 2 อาทิตย์ก็จะบรรลุ ระดับพื้นฐานขั้น 7 แต่ใครจะคิดเล่าว่าต้องใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการบรรลุขั้น 7 หากเขาไม่ได้รับ การจุติร่างกาย เขาไม่มีทางฝึกฝนได้ทันภายใน 3 เดือนแน่นอน นี้คงต้องขอบคุณโชคของเขาที่บังเอิญได้รับมาผ่านการคิดอะไรแผงๆของหลินเฟิง


    หลังจากครุ่นคิดกับตัวเองได้สักพักหลินเฟิงก็ได้นั่งทำความเข้าใจกับพลังของตัวเองที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น แน่นอนว่าใช้เวลาเพียงไม่นานหลินเฟิงก็ทำความเข้าใจและรู้โดยละเอียดว่าร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรบ้าง นี้จะทำให้เขาสามารถดึงสักยภาพและประสิทธิภาพของฟละงของเขาออกมาได้อย่างถึงขีดสุด


    “ได้เวลาที่ต้องพักบ้างแล้วสินะ” หลินเฟิงพรึมพรำขณะเดินกลับบ้าน


    “เจ้าบรรลุขั้น 7 แล้วเช่นนั้นรึ” หลินเทียนกล่าวขณะเห็นหลินเฟิงเข้ามาในบ้าน เขาสามารถรู้ได้ทันทีจากประสบการณ์ของเขาว่าหลินเฟิงเพิ่งจะบรรลุได้ไม่นานมานี้เอง 


    “ใช่แล้วท่านพ่อ”หลินเฟิงกล่าวยืนยัน


    แม้ว่าหลินเทียนจะเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่เห็นหลินเฟิงเข้ามา แต่เมื่อหลินเฟิงยืนยันเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ 6 เดือน บรรลุจากระดับพื้นฐานขั้น 4 ไปยังระดับพื้นฐานขั้น 7 แถมยังเป็นการฝึกฝนที่เน้นการสร้างรากฐานให้มั่นคงแข็งแรงอีกต่างหาก ไม่ใช่ว่ามันต้องช้ากว่าคนอื่นๆราวๆเท่าตัวหรอกหรือ นี้มันเร็วกว่าคนอื่นๆฝึกฝนตั้งกี่เท่าก็ไม่รู้


    ต้องรู้ก่อนว่าหลินหลาน กับหลินฮุยใช้เวลาจาก ระดับพื้นฐานขั้น 6 ไปยังขั้น 7 นั้นใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่แข็งขันการประลองจบ แต่หลินเฟิงฝึกฝน 6 เดือน ข้ามจากขั้น 4 ไปยังขั้น 7 หากเขาเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังก็คงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่


    “เห้อ เด็กหนุ่มสมัยนี้ ช่างน่าอัศจรรย์เสียจริง” หลินเทียนถอนหายใจ ขณะคิดถึงเรื่องของตนเอง เขารู้สึกว่าตัวเขาด้อยค่าไปเลยเมื่อเทียบกับหลินเฟิง แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้อิจฉาใดๆ กลับกัน เขาภูมิใจในตัวบุตรของเขา เพราะไม่เพียงจะมากไปด้วยพรสวรรค์เท่านั้น ยังขยันมั่นเพียรในการฝึกฝน แม้จะฝึกหนักจนอาจจะทำให้ท้อได้ แต่บุตรของมันกับใจสู้ เด็ดเดี่ยว ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาเนั้น


    “เอาละ เจ้าไปพักเถิด เจ้าควรพักร่างกายเสียหน่อย อย่าได้ฝึกฝนจนกว่าจะถึงวันเข้ารับการทดสอบละ อีกไม่กี่วันเจ้าต้องเดินทางไปนิกายเมฆา เพื่อเข้ารับการทดสอบเป็นศิษย์นอก” หลินเทียนกล่าว เขารู้ว่าตอนนี้ร่างกาย กล้ามเนื้อของหลินเฟิงตึงเครียดมากขนาดไหนจากการฝึกฝนที่บ้าคลั่งเช่นนั้น 


    ดังนั้นเพื่อให้บุตรของมันได้พร้อมมากที่สุด จำเป็นต้องหยุ้พัดการฝึกฝนจนกว่าจะถึงวันเข้ารับการทดสอบ เพื่อพูดฟูและคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อของหลินเฟิง มันไม่ต้องการให้บุตรของมันไปสอบโดยไม่พร้อม


    “งั้นข้าขอตัวลา” หลินเฟิงกล่าวลาทันที


    หลินเฟิงรู้เรื่องนี้ดี และคิดเช่นเดียวกับหลินเทียนดังนั้นจึงไม่ค้านอะไร และอีกอย่างมันเองก็บรรลุเป้าหมายแล้วด้วย ไม่จำเป็นต้องฝืนต่อไป แต่นอนว่าหลินเฟิงยังแช่น้ำสมุนไพรต่อไป และหากถึงกำหนดเขาก็จะแช่เลือกสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน เขาพักการฝึกฝน ไม่ได้จำเป็นต้องหยุดพักการเสริมร่างกายเสียหน่อย


    “ลูกเราจะไม่เป็นไรใช่ไหม” เซี่ยหลัวกล่าวถามหลินเทียนหลังจากหลินเฟิงเข้าไปนอนพัก 


    “ลูกเราไม่เป็นไรแน่นอน เจ้าก็เห็นนิว่าลูกเรามากพรสวรรค์ และยังขยันมั่นเพียรฝึกฝนขนาดไหน หากเรารั้งเฟิงเอ๋อร์ไว้ ก็มีแต่ทำลายความใฝาฝัน และทำล้ายตัวเขาเสียเปล่าๆ เจ้าไม่ต้องคิดมากนักหรอก” หลินเทียนกล่าวปลอบเซี่ยหลัว


    เซี่ยหลัวไม่ได้กล่าวตอบใดๆ ทำเพียงมองไปยังทิศทางห้องของหลินเฟิงเท่านั้น แต่ในแววตาของนาง มันสะท้อนอารมณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเศร้าที่ต้องจากกับหลินเฟิง ความเป็นห่วงที่มีให้หลินเฟิง อารมณ์มากมายสะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน

    คล้ายกับเรื่องเทพราชันมังกรหวนคืน ที่คุณอ่าน