ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 54 สกิลใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้น

     

    หลังจากเดินทางไปที่สำนักทะเลทรายในคืนนั้น นี่ก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยเดินทางไปที่นั่น เขาได้ปลอมตัวเข้าไปและไม่ได้เปิดเผยตัวตน จึงไม่ได้ถูกคนของสำนักทะเลทรายจับตัวในตอนนั้น

     

    หลายวันมานี้เซี่ยฮุยมักจะออกจากที่พักในช่วงกลางดึก และเดินทางไปตามซอกหลืบของเมืองหลวงเพื่อตามหาสิ่งแปลกประหลาดและเก็บเกี่ยวแต้มเสริมความแข็งแกร่ง

     

    เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เขาเห็นจากภายนอกเลย

     

    ตอนที่เขาออกไปข้างนอกและเดินไปตามมุมที่เงียบสงบ เขาเจอสิ่งแปลกประหลาดจำนวนมากบริเวณสถานที่เหล่านั้น

     

    หลังจากที่เขาสังหารพวกมัน เขาก็ได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่งเป็นรางวัลตอบแทน

     

    ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกได้ถึงเรื่องเร่งด่วนขึ้นภายในใจ

     

    แม้แต่เมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ยเฟิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุด แต่กลับมีสิ่งแปลกประหลาดโผล่ออกมาให้เห็นมากมายขนาดนี้ สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

     

    ตึง!

     

    หลังจากที่มนุษย์หมาป่าตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ท้ายที่สุดมันก็ลงไปนอนม่องเท่งอยู่ที่พื้นภายใต้หมัดของเซี่ยฮุย อีกทั้งยังเกิดเสียงกระแทกดังขึ้นจนกึกก้องไปทั่ว

     

    ฝุ่นจากพื้นลอยฟุ้งกระจายขึ้นมาและเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นหนึ่งหลุม เซี่ยฮุยค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

     

    “ติ๊ง! ผู้เล่นเซี่ยฮุยสังหารมนุษย์หมาป่าขอบเขตพิเศษขั้น 6 ผู้เล่นจะได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่ง 600 แต้ม”

    “ติ๊ง! ผู้เล่นเซี่ยฮุยสังหารมนุษย์หมาป่าขอบเขตพิเศษขั้น 6 ผู้เล่นจะได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่ง 1,000 แต้ม”

     

    เซี่ยฮุยเปิดหน้าจอแสดงผล ตอนนี้แต้มเสริมความแข็งแกร่งของเขาสะสมได้มากถึง 30,000 กว่าแต้มแล้ว

     

    เขาใช้เท้าเหยียบร่างของมนุษย์หมาป่าเบา ๆ จากนั้นก็กระโดดขึ้นมาจากหลุม

     

    “ฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้แต้มเสริมความแข็งแกร่งเร็วกว่าจริง ๆ ด้วย”

     

    เซี่ยฮุยมองแต้มเสริมความแข็งแกร่งจำนวนมากของตัวเอง จากนั้นก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างเงียบ ๆ

     

    เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาบังเอิญเจอกับอิมป์โดยบังเอิญ หลังจากสังหารมัน เซี่ยฮุยก็พบว่าสัตว์ประหลาดที่มีเลเวลเดียวกับมนุษย์สามารถมอบแต้มเสริมความแข็งแกร่งได้มากกว่าถึงสิบเท่า

     

    หลังจากนั้นเซี่ยฮุยจึงออกตามหาสัตว์ประหลาดเหล่านั้นจนถึงตอนนี้ และไล่สังหารพวกมันตามท้องถนนที่เดินผ่าน

     

    การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างแตกต่างกันเหล่านั้น ทำให้เขาได้รับค่าประสบการณ์ในการต่อสู้และแต้มเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน

     

    “หืม?”

     

    มีคนมา!

     

    เซี่ยฮุยรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่คุ้นเคยกำลังขยับเข้ามาใกล้เขา

     

    เขารีบหมุนตัวและออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล

     

    หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง

     

    กลุ่มคนจำนวน 5 คนก็ปรากฏตัวข้าง ๆ หลุมที่เซี่ยฮุยยืนอยู่ก่อนหน้านี้

     

    “หัวหน้า เขาหนีไปอีกแล้วครับ”

     

    เมื่อเห็นศพของมนุษย์หมาป่าที่นอนอยู่ในหลุม ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นก็พูดขึ้นพร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาเขี่ยขี้มูก

     

    “เหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเลย ไม่ได้ทิ้งร่องรอยพลังปราณเท่าไหร่นัก ดังนั้นจึงไม่สามารถตามหาคนคนนั้นได้”

     

    “อืม”

     

    หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าทีมของพวกเขาพยักหน้า เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

     

    มนุษย์หมาป่าที่นอนอยู่ในหลุมถูกฆ่าตายด้วยหมัด ร่างกายของมันไม่ได้มีบาดแผลที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

     

    แต่อวัยวะภายในของมันกลับแตกกระจายราวกับถูกบด สายตาของเธอแอบประกายแสงแห่งความคิด

     

    “ดูเหมือนว่าพลังของเขาคนนั้นจะแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว”

     

    ช่างเป็นคนที่แปลกประหลาดจริง ๆ!

     

    หญิงสาวแอบรู้สึกสงสัยอยู่ภายในใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนคนนั้นจัดการกับปีศาจเหล่านี้อย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะหนีออกไป

     

    แม้ว่ามนุษย์หมาป่าตัวนี้จะไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาด แต่ก็อยู่ในรายชื่อที่หน่วยลาดตระเวนต้องการจับตัว เนื่องจากมันทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย

     

    อาชีพเดียวกันงั้นเหรอ?

     

    คนที่มีข้อมูลวงในได้แบบนี้ หญิงสาวจึงแอบคาดเดาอย่างเงียบ ๆ ว่าคนที่สังหารมันจะต้องเป็นคนที่ทำงานในหน่วยลาดตระเวนแน่ ๆ

     

    เมื่อคิดเช่นนี้ เธอก็หยุดคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้เพราะบนสายรัดข้อมือของเธอเกิดแสงสว่างขึ้นอีกครั้ง ภารกิจใหม่ถูกส่งมาถึงเธอแล้ว

     

    “กาวเสียวอวี่ เธอเก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย ส่วนคนอื่น ๆ ตามฉันมา!”

     

    พูดจบเธอและคนที่เหลือก็เดินตามออกไปทันที เหลือทิ้งไว้แค่เด็กสาวที่เป็นรุ่นน้องเพียงคนเดียว

     

    อีกด้านหนึ่ง

     

    หลังจากที่เซี่ยฮุยออกมาจากจุดเกิดเหตุ เขาก็มุ่งหน้ากลับโรงแรมทันที

     

    แม้ว่าแถบภารกิจจะมีแสงกะพริบแจ้งเตือนถึงภารกิจใหม่

     

    แต่เมื่อเขาเหลือบมองข้อมูลเหล่านั้น เขาก็ตัดสินใจที่จะเดินทางไปที่นั่น สถานที่ทำภารกิจอยู่ห่างไกลเกินไป และมันก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะไปพบกับกลุ่มคนเหล่านั้น

     

    ถ้าหากคนเหล่านั้นเจอเขาจนทำให้ความแข็งแกร่งของเขาถูกเปิดเผย คงเกิดความยุ่งยากขึ้นแน่ ๆ

     

    อีกอย่างตอนนี้แต้มเสริมความแข็งแกร่งก็มากพอแล้ว

     

    หลังจากกลับมาถึงห้องพักภายในโรงแรม เซี่ยฮุยก็รีบเรียกหน้าจอแสดงผลออกมา

     

    “แต้มเสริมความแข็งแกร่ง: 30,513”

     

    เขารีบใช้แต้มเหล่านี้เพื่อเพิ่มเลเวลของสกิลอย่างไม่ลังเล

     

    ใช่แล้ว...ระบบกลับมาดำเนินการแล้ว เลเวลของสกิลจึงปรากฏขึ้นอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้เซี่ยฮุยเริ่มปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย

     

    แต่เลเวลที่ปรากฏขึ้นก็ทำให้เขาสามารถควบคุมพลังของสกิลได้ ดังนั้นการโจมตีในแต่ละครั้งจึงไม่ใช่การปล่อยพลังทั้งหมดออกไป

     

    ด้านบนหน้าจอมีช่องสายกระบี่และสายหมัดแสดงผลอยู่ ซึ่งทั้งสองช่องมีไฟกะพริบเพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ LV.9 ในที่สุดความแข็งแกร่งที่หายไปนานก็กลับคืนมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

     

    เซี่ยฮุยรู้สึกได้ถึงความร้อนภายในร่างกายราวกับกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำร้อน พลังที่อบอุ่นหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย และไหลซึมเข้าไปทุกซอกทุกมุมของร่างกาย

     

    เพียงไม่นานความรู้สึกนั้นก็มลายหายไป เซี่ยฮุยกำหมัดแน่นและเขาก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งภายในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

     

    ในเวลาเดียวกัน สมองของเขาก็ประมวลผลและเข้าใจหลักการของสายหมัดและสายกระบี่ได้ในทันที อีกทั้งยังสามารถเข้าใจถึงสกิลอื่น ๆ ได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

     

    ฝ่ามือของเซี่ยฮุยเริ่มหนักอึ้ง จู่ ๆ กระบี่เงาคะนึงก็ปรากฏขึ้น เขากระชับด้ามจับและเริ่มแกว่งไปมาเบา ๆ

     

    “หลักการทลาย”

     

    ปราณแห่งกระบี่หนึ่งสายพุ่งทะยานสู่กลางอากาศเป็นเส้นโค้ง ปราณกระบี่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่นัก เพราะมันพุ่งตัวออกไปได้เพียงแค่ครึ่งเมตรก็มลายหายไป

     

    แม้ว่าปราณกระบี่จะหายไป แต่เซี่ยฮุยกลับพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

     

    หลักการทลายที่ถูกส่งออกไปเมื่อครู่ใช้พลังแรงกดดันที่ต่ำที่สุด แต่กลับมีพลังแหวกอากาศได้อีกทั้งยังเกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้นหลังจากที่ถูกส่งออกไปด้วย

     

    “ไม่เลวเลย ถ้าหากส่งออกไปด้วยพลังทั้งหมดที่มี คงสร้างแรงกดดันที่น่าทึ่งแน่นอน”

     

    เซี่ยฮุยสรุปการใช้งานของหลักการทลายเลเวล 9 ในใจ แค่นึกถึงฉากที่เปิดใช้งานสกิลที่น่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นอย่างที่คิดไว้ เขาก็ยิ้มกริ่มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

     

    ถ้างั้น...

     

    ภูตผีย่างก้าว!

     

    วินาทีต่อมาทุกอย่างก็เงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงและไม่มีแม้แต่เงา ร่างของเซี่ยฮุยได้หายไปจากจุดเดิมแล้ว

     

    วินาทีต่อมาภายในห้องแห่งนี้ก็ปรากฏร่างของเขาจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้น

     

    ภาพกะพริบติด ๆ ดับ ๆ อย่างต่อเนื่องราวกับเป็นเงาของภูตผี สิ่งนี้ทำให้มนุษย์ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าร่างไหนคือร่างจริงของเขา

     

    “เร็วเกินไปแล้ว!”

     

    เซี่ยฮุยแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา สกิลภูตผีย่างก้าวเลเวล 9 สามารถเทียบเท่ากับการใช้เทเลพอร์ตเลยได้เลย

     

    อีกอย่างการเคลื่อนไหวก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องภายในระยะรัศมีสิบเมตร ร่างของเขากะพริบอย่างไม่หยุดโดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับพื้นที่แม้แต่น้อย

     

    ความเร็วชนิดนี้ถ้าหากเสริมสกิลเงาคะนึงเข้ามาร่วมด้วย เซี่ยฮุยคิดว่าถ้าหากเผชิญหน้ากับจางต๋าอีกครั้ง อีกฝ่ายไม่มีทางจับตัวเขาได้แน่ ๆ ถึงเวลานั้นอีกฝ่ายคงทำได้เพียงแค่ยืนรอรับความตายเท่านั้น

     

    หลังจากผ่านไปได้ราว ๆ 5 นาที เซี่ยฮุยก็ยกเลิกการใช้งานภูตผีย่างก้าว

     

    เนื่องจากการเปิดใช้ผ่านจิตเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

     

    แม้ว่าสกิลนี้จะสามารถใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ทางด้านจิตวิญญาณก็ยังมีข้อจำกัดของมัน

     

    ถึงแม้ว่าเซี่ยฮุยจะสามารถเปิดใช้งานสกิลนี้ได้อีกครั้งและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัด แต่เนื่องจากจิตวิญญาณที่หมดลงทำให้ไม่สามารถควบคุมตำแหน่งที่จะเคลื่อนย้ายได้ ด้วยเหตุนี้เขาก็คงทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เทเลพอร์ตนี้เคลื่อนย้ายแบบสุ่มโดยไม่มีขีดจำกัด

     

    ถ้าหากทำเช่นนี้ก็มีโอกาสที่เขาอาจจะถูกศัตรูโจมตีจนถึงชีวิตได้

     

    ตอนที่เลเวลยังต่ำ เซี่ยฮุยจึงไม่ได้เปิดใช้สกิลภูตผีย่างก้าวเพราะการเปิดใช้สกิลนี้ใช้ได้เพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น หลังจากสิ้นสุดสิบวินาทีจิตวิญญาณของเขาก็ถูกใช้จนหมดเกลี้ยง

     

    แต่ตอนนี้เขาสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 5 นาที และมันก็เพียงพอที่จะใช้งานภายในสนามต่อสู้ได้แล้ว

     

    เซี่ยฮุยตัดสินใจที่จะใช้สกิลนี้เมื่ออยู่ในโหมดต่อสู้ หลังจากนั้นเขาก็หันไปสนใจบนหน้าจอแสดงผลอีกครั้ง

     

    ผู้เล่น : เซี่ยฮุย

    เลเวล :LV.9(0/90,000)

    แต้มเสริมความแข็งแกร่ง :500

    บัพ :

    พลังลมปราณ :LV. 9(0/9,000)

    วิญญาณ :LV.9(0/9,000)

    สกิล :

    สายหมัด :LV.9(0/9,000)

    สายกระบี่ :LV.9(0/9,000)

     

    “ต้องใช้แต้มเสริมความแข็งแกร่ง 90,000 แต้มเลยเหรอ”

     

    หลังจากเห็นสัญลักษณ์สำหรับเสริมความแข็งแกร่งปรากฏขึ้นด้านหลังเลเวล เซี่ยฮุยก็ถอนหายใจออกมา

     

    หลังจากที่ค่าสเตตัสอื่น ๆ ของเขาเพิ่มขึ้นถึง LV.9 แล้ว เลเวลจึงจะสามารถเพิ่มขึ้นไปยังเลเวลต่อไปได้ แต่ถ้าหากเขาไม่เพิ่มเลเวลก็จะไม่สามารถบรรลุได้

     

    หลังจากนี้การอัพเลเวลในแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้แต้มเสริมความแข็งแกร่งที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

     

    แต่เมื่อเซี่ยฮุยนึกถึงสิ่งนี้

     

    เขาก็คิดได้ว่ามันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ตราบใดที่มีแต้มเสริมความแข็งแกร่งมากเพียงพอ เขาก็สามารถที่จะอัพเลเวลของตัวเองให้สูงขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด

     

    แม้ว่าในช่วงแรก ๆ การดำเนินการจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ข้อดีก็คือบนโลกใบนี้ไม่ได้มีอุปสรรคในการอัพเลเวลของผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษ

     

    การบรรลุเข้าสู่ระดับต่อไปสำหรับเซี่ยฮุย เขามั่นใจว่าอุปสรรคเดียวที่ต้องเจอก็คือแต้มเสริมความแข็งแกร่งที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

     

    เขากดปิดหน้าจอและมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง

     

    ดวงดาราระยิบระยับและแสงจันทราเลือนรางที่สาดส่องลงมา

     

    ในเมื่อตัดสินใจที่จะไม่ออกไปทำภารกิจในค่ำคืนนี้ เซี่ยฮุยจึงเอนตัวนอนลงบนเตียงและเปิดโทรทัศน์เพื่อดูข่าวสารฆ่าเวลา

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน