เช้าวันนั้น เมืองยังไม่ตื่นเต็มที่
แสงอาทิตย์สีทองเพิ่งพ้นแนวกำแพงเมือง ขณะที่ถนนสายหลักเริ่มเต็มไปด้วยผู้คน นักล่าหลายคนกำลังมุ่งหน้าไปยังกิลด์ บางคนเพิ่งกลับจากภารกิจตลอดคืน บางคนกำลังเตรียมอาวุธเพื่อออกไปทำงานตั้งแต่เช้า
ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น นัทกับมาร์โกเดินออกมาจากที่พักพร้อมกัน
วันนี้ทั้งสองไม่มีภารกิจเกี่ยวกับผลึก
ไม่มีเรื่องผู้อมตะ
ไม่มีการเรียนอักขระ
และไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งลึกลับที่พวกเขาเพิ่งพบก่อนหน้านี้
เป็นเพียงภารกิจจากกิลด์ธรรมดา ๆ
สำรวจเส้นทางทางตะวันตกของเมือง
ตรวจสอบสภาพถนน ตรวจดูจุดพัก และสำรวจว่ามีอสูรเข้ามารบกวนเส้นทางหรือไม่
จากนั้นนำข้อมูลกลับมารายงาน
ภารกิจที่ควรใช้เวลาเพียงวันเดียว
อย่างมากก็กลับถึงเมืองก่อนค่ำ
นัทเดินพลางตรวจอุปกรณ์ของตัวเองไปด้วย
ช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองเริ่มตระหนักมากขึ้นว่าการเดินทางด้วยชุดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกแล้ว
บริเวณไหล่ของนัทมีแผ่นเกราะขนาดเล็กติดอยู่
แขนมีอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ไม่ได้หนาหรือหนักจนถึงขั้นเป็นเกราะเต็มตัว
แต่เพียงพอที่จะป้องกันจุดสำคัญของร่างกายได้
มาร์โกเองก็เริ่มมีอุปกรณ์ลักษณะเดียวกัน
เขายกแขนขึ้นหมุนข้อมือไปมา
“ยังไม่ชิน”
นัทเหลือบมอง
“เกราะแขน?”
“อืม เวลาขยับมีดคู่มันติดนิดหน่อย”
“กลับไปค่อยแก้”
“คิดเหมือนกัน”
มาร์โกปล่อยแขนลง
“แต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มี”
นัทพยักหน้า
“อย่างน้อยถ้าโดนฟันก็ยังมีอะไรรับไว้บ้าง”
มาร์โกหัวเราะ
“นายคิดเรื่องตายตลอดเลยหรือไง?”
“ก็ผมยังอยากอยู่ต่อ”
“เหตุผลดี”
ทั้งสองเดินต่อไป
ภารกิจสำรวจ
กิลด์ในช่วงเช้าค่อนข้างวุ่นวาย
เมื่อทั้งสองไปถึง เจ้าหน้าที่ประจำภารกิจก็ยื่นเอกสารให้มาร์โก
“เส้นทางนี้ค่ะ”
มาร์โกรับมาแล้วกางออก
นัทขยับเข้ามาดูด้วย
บนกระดาษเป็นเส้นทางเก่าที่ทอดออกไปทางตะวันตก ผ่านพื้นที่ป่าและเนินเขาหลายแห่ง
“จุดหมายอยู่ตรงไหน?”
มาร์โกถาม
เจ้าหน้าที่ชี้ลงบนแผนที่
“จุดพักเก่าแห่งนี้ค่ะ สมัยก่อนใช้เป็นจุดพักสำหรับคนที่ขนทรัพยากรจากพื้นที่ตะวันตกเข้ามาในเมือง”
“ยังมีคนใช้เส้นทางนี้อยู่ไหม?”
“มีเป็นบางครั้งค่ะ แต่ช่วงหลังนักเดินทางใช้เส้นทางอื่นมากกว่า”
นัทถาม
“เพราะอะไร?”
“มีรายงานว่าอสูรเริ่มเข้ามาใกล้ถนนมากขึ้น”
นัทมองมาร์โก
มาร์โกถามต่อ
“ระดับไหน?”
“ยังไม่พบรายงานอสูรระดับสูงค่ะ”
นัทพยักหน้า
ฟังดูไม่ใช่เรื่องใหญ่
เจ้าหน้าที่พูดต่อ
“ขอเพียงตรวจสอบสภาพเส้นทางกับจุดพัก หากพบสิ่งผิดปกติก็ทำเครื่องหมายไว้แล้วกลับมารายงานค่ะ”
มาร์โกรับเอกสาร
“เข้าใจแล้ว”
ทั้งสองออกจากกิลด์
นัทเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เปิดระบบแผนที่ขึ้นมา
เส้นทางจากเมืองไปยังจุดหมายแสดงอยู่ชัดเจน
ตำแหน่งของเขากับมาร์โกปรากฏอยู่บนแผนที่
ทุกอย่างเป็นปกติ
ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องกังวล
นัทปิดระบบ
“วันนี้กลับได้สบาย”
มาร์โกหันมาทันที
“อย่าพูด”
นัทชะงัก
“อะไร?”
“ประโยคเมื่อกี้”
“ทำไม?”
“นายพูดแบบนี้ทีไร มีเรื่องทุกที”
นัทหัวเราะ
“พี่จำแต่เรื่องไม่ดี”
“เพราะมันจำง่าย”
ถนนสายตะวันตก
ช่วงแรกของการเดินทางไม่มีอะไรผิดปกติ
ถนนดินทอดยาวผ่านพื้นที่เนินต่ำ
สองข้างทางเป็นป่าโปร่ง มีร่องรอยของเกวียนและคนเดินทางอยู่เป็นระยะ
นัทเปิดแผนที่ตรวจสอบเป็นครั้งคราว
ตำแหน่งยังตรง
เส้นทางยังตรง
ไม่มีทางหลงอย่างแน่นอน
ผ่านไปประมาณสองชั่วโมง ทั้งสองเริ่มเข้าใกล้พื้นที่ป่าที่หนาแน่นขึ้น
ต้นไม้สูงกว่าเดิม
แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นเส้น
ลมเย็นกว่าด้านนอกเล็กน้อย
นัทเปิดแผนที่อีกครั้ง
“อีกประมาณสามกิโลเมตร”
มาร์โกพยักหน้า
“ไปต่อ”
ทั้งสองเดินไปตามถนน
จนกระทั่ง—
กรอบ
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านข้าง
นัทหยุด
มาร์โกก็หยุด
ไม่มีใครพูด
กรอบ...
เสียงดังอีกครั้ง
คราวนี้ใกล้กว่าเดิม
มาร์โกวางมือบนอาวุธ
นัทกำด้ามแน่น
พุ่มไม้ด้านข้างสั่น
แล้วร่างสีดำก็พุ่งออกมา
ฟ้าว!
อสูรขนาดกลางกระโจนเข้าใส่นัท
กรงเล็บฟาดตรงเข้าหาหน้าอก
นัทก้าวถอย
เกราะจิตถูกเรียกขึ้นทันที
ตูม!
แรงกระแทกทำให้เขาถอยไปหลายเมตร
แต่เท้ายังคงยืนอยู่บนพื้น
มาร์โกพุ่งเข้าจากด้านข้าง
มีดคู่ฟันเข้าใส่ขาหน้าของอสูร
ฉัวะ!
เลือดสาด
อสูรหันกลับ
แต่ก่อนที่มันจะตามมาร์โก—
ร่างของเขาก็หายเข้าไปในเงาของต้นไม้
เงาแฝงร่าง
อสูรหันซ้ายขวา
หาเป้าหมายไม่พบ
นัทใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าไป
ปราณไหลผ่านร่าง
อาวุธในมือถูกยกขึ้น
อสูรยกแขนขึ้นป้องกัน
แต่คมอาวุธของนัทเปลี่ยนทิศกลางทาง
สับบดขยี้ไร้แบบแผน!
ฉัวะ!
คมอาวุธฟันผ่านช่องว่างตรงรอยต่อของเกราะ
อสูรเสียหลัก
นัทหมุนตัวตามแรง
วงล้อศัสตราพายุหมุน!
คมอาวุธกวาดออกเป็นวง
แรงปะทะกระแทกร่างอสูรจนกระเด็นไปชนต้นไม้
ตูม!
อสูรยังพยายามลุก
เงาดำปรากฏขึ้นด้านหลัง
มาร์โกโผล่ออกจากเงา
มีดคู่แทงเข้าจุดอ่อน
ฉึก!
ร่างของมันกระตุก
แล้วล้มลง
ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว
นัทมองซากอสูร
“ตัวเดียว”
มาร์โกไม่ตอบ
เขากำลังมองพื้น
นัทจึงมองตาม
มีรอยเท้าอยู่หลายชุด
มากกว่าที่ควรจะมีจากอสูรตัวเดียว
รอยเท้าทั้งหมดมุ่งไปทางตะวันตก
ลึกเข้าไปในป่า
มาร์โกพูดเบา ๆ
“มันไม่ได้อยู่ตัวเดียว”
นัทมองรอยเท้า
“แต่พวกมันไม่ได้ตามเรามา”
“ใช่”
“งั้นก็ไปต่อ”
มาร์โกพยักหน้า
ช่วงบ่าย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยน
เมฆดำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลมแรงพัดผ่านป่า
ใบไม้จำนวนมากปลิวกระจาย
มาร์โกมองท้องฟ้า
“ฝนกำลังมา”
นัทเปิดแผนที่
“ถ้าเรากลับตอนนี้ อีกประมาณสองชั่วโมงถึงเมือง”
“ยังทัน”
ทั้งสองจึงตัดสินใจย้อนกลับ
แต่หลังจากเดินได้ไม่นาน—
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น
ฝนตกลงมาอย่างรุนแรง
แทบจะทันที
ถนนดินเริ่มกลายเป็นโคลน
น้ำไหลลงจากเนินอย่างรวดเร็ว
นัทเดินช้าลง
“ลำบากแล้ว”
มาร์โกมองไปข้างหน้า
“แต่ยังเดินได้”
ทั้งสองยังคงเดินต่อ
จนกระทั่ง—
ครืน!
เสียงดังสนั่นมาจากด้านหน้า
พื้นดินสั่นสะเทือน
ต้นไม้หลายต้นล้มลงพร้อมกัน
นัทกับมาร์โกหยุด
ไม่กี่วินาทีต่อมา ดินจำนวนมหาศาลก็ถล่มลงมาจากเนินเขา
ตูมมม!
ถนนทั้งสายถูกกลบ
ก้อนหิน ต้นไม้ และโคลนไหลลงมาทับเส้นทางจนไม่เหลือทางเดิน
นัทเปิดแผนที่ทันที
จุดของพวกเขายังอยู่
เส้นทางกลับเมืองยังชัดเจน
แต่ถนนตรงหน้าถูกปิด
มาร์โกมอง
“อ้อมได้ไหม?”
นัทเลื่อนแผนที่
“ได้”
“ทางไหน?”
“ต้องขึ้นเหนือ แล้วอ้อมกลับทางตะวันออก”
“ไกล?”
นัทมองระยะทาง
“ประมาณเจ็ดกิโลเมตร”
มาร์โกถอนหายใจ
“ยังพอได้”
ทั้งสองเปลี่ยนเส้นทาง
แต่ก่อนที่จะเดินไปได้ไกล—
เสียงคำรามดังขึ้นจากด้านหลัง
กรรรรร...
นัทหยุด
มาร์โกหันกลับ
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงเดียว
กรรร!
กรรรรร!
กรรรรรร!
นัทเปิดแผนที่
จุดจำนวนมากกำลังเคลื่อนเข้ามา
และพวกมันกำลังมุ่งมาทางพวกเขา
“ฝูงอสูร”
มาร์โกมองด้านหลัง
“เยอะ?”
นัทมองแผนที่
“เยอะมาก”
“ทางกลับ?”
“อยู่ด้านหลังฝูง”
ทั้งสองมองหน้ากัน
มาร์โกพูด
“งั้นเรากลับไม่ได้แล้ว”
นัทพยักหน้า
“ต้องอ้อมอีกทาง”
“ทางไหน?”
นัทเลื่อนแผนที่
ทางตะวันออกถูกตัด
ทางใต้เป็นหน้าผา
ด้านหลังเป็นฝูงอสูร
เหลือเพียงทางเหนือ
พื้นที่ป่าที่ไม่มีถนน
นัทมองแผนที่
“ทางนี้”
มาร์โกมองป่า
“เข้าไป?”
“ไม่มีทางอื่น”
มาร์โกไม่ถามต่อ
ทั้งสองวิ่งเข้าไปในป่า
ทั้งสองวิ่งอยู่เกือบชั่วโมง
เสียงอสูรค่อย ๆ ห่างออกไป
แต่ฝนยังตก
ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมป่า
ในที่สุดมาร์โกพบโพรงหินเล็ก ๆ ใต้หน้าผา
“ตรงนั้น”
นัทตามเข้าไป
โพรงไม่ลึกมาก
แต่พอให้สองคนหลบฝนได้
มาร์โกมองออกไปด้านนอก
ไม่มีเงาอสูร
นัทนั่งลง
“คืนนี้คงต้องพัก”
“อืม”
นัทเปิดแผนที่
ตำแหน่งยังแสดงอยู่
เขามองเส้นทางกลับเมือง
“พรุ่งนี้เช้าค่อยหาทางออก”
มาร์โกพยักหน้า
“พรุ่งนี้”
ไม่มีใครคิดว่าคำนี้จะถูกพูดซ้ำอีกหลายครั้ง
ฝนหยุดในตอนเช้า
พื้นป่าเต็มไปด้วยน้ำ
โคลนเกาะรองเท้าทั้งสองจนหนัก
นัทเปิดแผนที่
เมืองอยู่ทางตะวันออก
จุดของทั้งสองยังอยู่
“ถ้าไปทางนี้ เราน่าจะกลับเข้าถนนได้”
มาร์โกมอง
“งั้นไป”
พวกเขาเริ่มเดิน
ระหว่างทางพบลำธารสายหนึ่ง
สะพานไม้ที่เคยอยู่ในตำแหน่งตามข้อมูลเก่าถูกน้ำพัดหายไปแล้ว
นัทมองอีกฝั่ง
“ต้องอ้อม”
มาร์โกพยักหน้า
ทั้งสองเดินเลียบลำธารไป
ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะพบจุดที่ข้ามได้
แต่เมื่อข้ามไปแล้ว...
กลับพบหน้าผาขวางเส้นทาง
นัทเปิดแผนที่
“ทางเดิมไปต่อไม่ได้”
มาร์โกมองเขา
“มีทางอื่น?”
“มี”
“ไกลไหม?”
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
“ประมาณห้ากิโลเมตร”
มาร์โกถอนหายใจ
“ไป”
ค่ายพักเก่า
ช่วงบ่าย พวกเขาพบร่องรอยบางอย่างใต้ต้นไม้ใหญ่
กองหินที่จัดเป็นวง
เศษไม้
และภาชนะเก่าที่ถูกทิ้งไว้
มาร์โกก้มลงตรวจ
“เคยมีคนพัก”
นัทเดินไปรอบ ๆ
“นานแล้ว”
ไม่มีตรากิลด์
ไม่มีเครื่องหมายของเมือง
แต่เห็นได้ชัดว่าเคยมีมนุษย์ใช้พื้นที่นี้
นัทพบเศษโลหะชิ้นหนึ่ง
มันมีรอยสึกมาก
มาร์โกมอง
“อาจเป็นของนักล่า”
นัทพยักหน้า
“ถ้ามีคนเคยผ่าน แสดงว่าต้องมีเส้นทาง”
พวกเขาจึงค้นหาร่องรอยรอบค่าย
จนพบทางเล็ก ๆ ระหว่างต้นไม้
มันไม่ใช่ถนน
แต่เป็นทางที่มีร่องรอยคนเดิน
นัทเปิดแผนที่
ทางนี้ไม่มีอยู่ในระบบ
แต่ตำแหน่งของพวกเขายังอยู่ครบ
“ลองตามไหม?”
มาร์โกพยักหน้า
“ตาม”
เส้นทางนั้นพาพวกเขาเข้าสู่พื้นที่ลึกขึ้น
ต้นไม้หนาแน่น
พื้นลาดลงเรื่อย ๆ
แสงอาทิตย์เริ่มหายไป
นัทเปิดแผนที่เป็นระยะ
ยังทำงานตามปกติ
แม้เส้นทางนี้ไม่มีข้อมูล
ระบบก็ยังบอกตำแหน่งของเขาได้
ดังนั้นทั้งสองจึงไม่กังวลเรื่องการหลง
อย่างมากก็แค่ต้องย้อนกลับ
แต่ยิ่งเดิน...
เส้นทางกลับยิ่งไม่เหมือนเดิม
ในที่สุดทั้งสองพบช่องเขาแคบ ๆ
มาร์โกมองเข้าไป
“ทางนี้ไปได้”
นัทเปิดแผนที่
“ไปต่อได้”
พวกเขาจึงเดินเข้าไป
วันที่สาม
เช้าวันที่สาม
ทั้งสองยังไม่กลับเมือง
เสบียงเริ่มลดลง
แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
น้ำยังหาได้
อาหารยังพอหาได้
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ...
เส้นทางกลับ
นัทมองแผนที่
“ถ้าเดินตามเส้นนี้ เราต้องอ้อมอีก”
มาร์โกมอง
“อีกกี่วัน?”
นัทนิ่งไป
“ถ้าตามเส้นทางที่ระบบรู้...ประมาณสองวัน”
มาร์โกถอนหายใจ
“รวมวันนี้ก็เกือบห้าวัน”
“ใช่”
ทั้งสองเงียบ
แต่ก็ยังไม่มีเหตุผลให้ตื่นตระหนก
เพราะอย่างน้อย...
พวกเขายังรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน
ช่วงสาย
นัทหยุดเดิน
มาร์โกหันมา
“อะไร?”
นัทชี้พื้น
รอยเท้าขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนดิน
สามนิ้ว
แต่ละรอยลึกลงไปหลายเซนติเมตร
มาร์โกก้มลง
“ใหญ่กว่าตัวที่เราเจอวันแรก”
นัทมองรอยต่อกัน
มันไม่ได้มีแค่รอยเดียว
มีหลายรอย
และทั้งหมดมุ่งไปทางเดียวกัน
ขึ้นเขา
นัทเปิดแผนที่
พื้นที่ด้านหน้ายังมีข้อมูล
“มันไปทางภูเขา”
มาร์โกมองรอย
“เราต้องผ่านทางนั้น?”
นัทเลื่อนดู
“ถ้าอ้อม จะเสียเวลาอีกมาก”
มาร์โกคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“งั้นระวังให้มากขึ้น”
ทั้งสองเดินต่อ
ภูเขา
ช่วงบ่าย
ต้นไม้เริ่มบางลง
หน้าผาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหน้า
เส้นทางที่ระบบแสดงไว้บังคับให้พวกเขาอ้อมไปทางเหนือ
แต่ตรงฐานหน้าผา...
มีช่องมืดขนาดใหญ่
นัทหยุด
มาร์โกเดินเข้ามา
“ถ้ำ?”
“น่าจะ”
ลมเย็นพัดออกมาจากด้านใน
นัทเดินเข้าไปใกล้
พื้นด้านหน้ามีร่องรอยคน
ไม่ชัดมาก
แต่ดูเหมือนมีบางอย่างผ่านเข้าออกมานานแล้ว
มาร์โกก้มลง
“มีคนเคยมาที่นี่”
นัทมองเข้าไป
“ถ้าเข้าไปได้ อาจทะลุภูเขา”
มาร์โกเปิดแผนที่ของตัวเองตามความเคยชิน
“ในระบบมีทางนี้ไหม?”
นัทเปิดแผนที่
ไม่มีเส้นทาง
แต่ยังมีตำแหน่งของพวกเขา
เขาขยายพื้นที่
ถ้ำไม่ปรากฏ
แต่ก็ไม่แปลก
เพราะระบบอาจไม่ได้ทำเครื่องหมายถ้ำเล็ก ๆ
นัทจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
“ไม่มีข้อมูล”
มาร์โกมองเข้าไปในความมืด
“ถ้าเราเข้าไป แล้วมันตัน?”
“ก็กลับออกมา”
“ถ้าเจออสูร?”
นัทจับอาวุธ
“ก็จัดการ”
มาร์โกยิ้มบาง ๆ
“ยังตอบเหมือนเดิม”
นัทหัวเราะ
“แล้วจะให้ตอบว่าอะไร?”
ทั้งสองยืนอยู่หน้าปากถ้ำ
ด้านหลังคือป่าที่พวกเขาใช้เวลาหลายวันเดินทางผ่าน
ด้านหน้าเป็นความมืดที่ไม่รู้ว่าลึกเพียงใด
นัทหันกลับไปมองแผนที่อีกครั้ง
ตำแหน่งของเขาและมาร์โกยังชัดเจน
เมืองยังอยู่ทางตะวันออก
เขายังสามารถกลับได้
อย่างน้อย...
เขายังเชื่ออย่างนั้น
นัทเก็บระบบลง
“ไปกันเถอะ”
มาร์โกพยักหน้า
“ไป”
ทั้งสองก้าวเข้าไปในถ้ำ
ก้าวแรก
ก้าวที่สอง
ก้าวที่สาม
แสงจากด้านนอกค่อย ๆ หายไปด้านหลัง
เสียงป่าค่อย ๆ เบาลง
และเมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ...
ไม่มีใครสังเกตว่า
ตำแหน่งบนแผนที่ของนัทกำลังเริ่มคลาดเคลื่อนทีละน้อย
มันยังไม่หายไป
ยังไม่เกิดความผิดปกติชัดเจน
เพียงแค่...
จุดที่ควรอยู่ตรงหน้าพวกเขา
กลับขยับไปด้านข้างเล็กน้อย
นัทไม่ได้สังเกต
มาร์โกก็ไม่ได้สังเกต
เพราะสำหรับทั้งสองแล้ว
สถานที่แห่งนี้ยังเป็นเพียง...
ถ้ำธรรมดาที่อาจช่วยให้พวกเขากลับเมืองได้เร็วขึ้น
และพวกเขายังไม่รู้เลยว่า
เส้นทางที่กำลังเดินเข้าไปนั้น
กำลังพาพวกเขาออกจากพื้นที่ที่ระบบสามารถอ่านได้ทีละน้อย
จนในที่สุด...
สถานที่แห่งหนึ่งจะกลายเป็นพื้นที่แรก
ที่แม้แต่แผนที่ของระบบ
ก็ไม่สามารถบอกพวกเขาได้ว่าอยู่ที่ไหน