สาบคน

    บทที่ 27 ห้องเก็บของกลาง

           บทที่ 27 ห้องเก็บของกลาง

            “ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!” เสียงเดาะลิ้นรัวถี่ของไข่ ดังจากบนขื่อคานห้องโถง ดวงตารับแสงพิเศษของเขาเบิกกว้างจับจ้องไปยังเงามืดเหนือชานพักบันได

            “มาแล้ว! สี่คน ข้างบน!” สิ้นสัญญาณ ร่างผอมสูงในชุดสีกากีขาดวิ่นสี่ร่างก็พุ่งพรวดออกจากเงามืดของโถงบันไดชั้นสอง พวกมันไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเทาดำหยาบกร้าน นิ้วมือและนิ้วเท้าเหยียดยาวผิดรูป พวกมันคือ ตัวโดด พวกมันไม่ได้วิ่งลงบันได แต่กลับพุ่งทะยานข้ามราวเหล็ก ลอยละลิ่วกลางอากาศ ตรงดิ่งเข้าหาทุกคนที่ยืนอยู่ชั้นล่างทันที! 

            เปรี้ยง!  เปรี้ยง! 

            ก้อนหินขนาดเท่าลูกปิงปองสองก้อนจากมือขวาของเจ้าเหนือพุ่งลิ่วสวนทางขึ้นไปอย่างแม่นยำ ก้อนหนึ่งเจาะเข้าเบ้าตาขวาของตัวโดดคนแรกจนระเบิดออก อีกก้อนกระแทกเข้าแสกหน้าจนกะโหลกยุบ ร่างของมันเสียหลักม้วนกลิ้งกระแทกบันไดปูน ก่อนจะหล่นลงมากองกับพื้นชั้นล่าง แต่อีกสามคนที่เหลือใช้ความเร็วเหนือมนุษย์ เอี้ยวตัวหลบวิถีก้อนหินกลางอากาศได้อย่างหวุดหวิด มีสองคนดีดตัวเข้าหาหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลาง ส่วนอีกคนหนึ่งกางเล็บคมกริบโผดิ่งเข้าใส่ฝนซึ่งยืนถือ .38 อยู่แนวหลัง 

            “ระวัง!”

            ออดแผดเสียงลั่น พร้อมตวัดเรมิงตัน 870 ขึ้นประทับไหล่ แต่เพราะเขาอยู่ใกล้และตัวโดดก็เคลื่อนที่ไวเกินไปจนวาดปืนตามไม่ทัน

             ปัง! ปัง! ปัง!ปัง! ปัง!

             เสียงปืนในมือของนัทระเบิดขึ้นสามนัดซ้อน เสียงนั้นประสานซ้อนกับเสียงปืน .38 ลาม่า ของฝนที่เหนี่ยวไกส่งกระสุนหัวตะกั่วเข้าเจาะร่างตัวโดดที่พุ่งใส่ แรงปะทะของกระสุนปืนพกทั้งสองกระบอกทำลายจังหวะกลางอากาศของมัน ร่างนั้นร่วงกระแทกโต๊ะประชาสัมพันธ์สิบเวรกลางโถงจนแตกหัก เลือดสีเข้มสาดกระจายเต็มกองเอกสารเก่า 

            เด่นและกานต์ยิงพร้อมกันไปยังอีกคน

            ตูม! ตูม!

            ร่างมันกระเด็นผางกลางอากาศด้วยอานุภาพกระสุนลูกโดดทั้งสองนัด 

            คนสุดท้ายเห็นท่าไม่ดี มันดึงตัวเกาะคานเหล็กเหนือหัว เตรียมหนีขึ้นชั้นสอง ทว่าหอกประดิษฐ์ในมือของหนึ่งแทงสวบเข้าที่ยอดอกของมัน เมื่อเขากระชากหอกคืนมันก็ล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น ดอกขยับเข้ามาทันที ปลายกระบอกปืนจ่อกดลงที่ท้ายทอยของมัน 

            ปัง! 

            กระสุน 9 มม. นัดสุดท้ายในจังหวะนั้นเจาะทะลุก้านสมอง ปลิดชีพตัวโดดคนสุดท้ายลงอย่างเด็ดขาด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมโถงโรงพักอีกครั้ง มีเพียงเสียงหายใจและกลิ่นเขม่าดินปืนคละคลุ้งหนาแน่นจนแสบจมูก ฝ่าเท้าเปล่าของหนึ่งยังคงแนบสนิทกับพื้น เขารับรู้ได้ว่าแรงสั่นสะเทือนจากชั้นบน บัดนี้สงบนิ่งลงแล้ว 

            “ข้างบน ไม่มีพวกมันเหลือแล้วครับ” หนึ่งส่งจิตสำนึกร่วมบอกทุกคนพลางถอนหายใจยาว 

            การต่อสู้อาจดูเหมือนง่ายดายเพราะพวกเขามีปืน ถ้าใช้อาวุธประชิด เหตุการณ์สักครู่อาจเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในทางกลับกัน หากเป็นคนปกติที่ยังไม่กลายพันธุ์ ต่อให้มีอาวุธปืนแบบนี้ก็ยังกลายเป็นอาหารของพวกมันอยู่ดี ความจริงเจอแค่ตัวคลานก็ไม่มีทางสู้ได้แล้ว ปฏิกิริยาของมนุษย์ธรรมดา ตามความเร็วของพวกนี้ไม่ทัน

            “ทุกคนมาดูชั้นล่างกันก่อนเถอะ ห้องเก็บของกลาง มันน่าจะมีสมบัติเยอะทีเดียว” นัทพูดเสียงกระตือรือร้น


            แกร๊ก... เอี๊ยด...

            เด่นใช้ปลายมีดพร้า เสียบงัดลูกบิดประตูห้องเก็บของกลาง ที่อยู่ด้านในสุดของชั้นล่าง บานประตูไม้กึ่งเหล็กอ้าออกส่งเสียงเอี๊ยดยาว แสงสลัวจากไฟฉายของนัทและไนซ์ส่องกราดเข้าไปด้านใน 

            ความเงียบกริบเข้าปกคลุมกลุ่มแกนนำที่ยืนล้อมอยู่หน้าประตู สภาพที่เห็นทำให้ออดซึ่งยืนรั้งท้ายถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนไข่ลดปืนลูกซองลงพลางถอนหายใจยาว ภายในห้องเก็บของกลาง ขนาดราว ห้องแถวเล็ก ๆ ไม่มีอาวุธสงคราม ไม่มีกล่องกระสุนเรียงรายอย่างที่หลายคนจินตนาการไว้ในหัว 

            บนชั้นเหล็กมีเพียงฝุ่นหนาเตอะปกคลุมสิ่งของไม่กี่อย่าง ถังแกลลอนน้ำมันเครื่องเก่า ลำโพงเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่ถูกยึด เลื่อยยนต์ผุ ๆ สองเครื่องที่คาร์บูเรเตอร์พัง และกองไพ่พลาสติกกับกระดานพร้อมอุปกรณ์เล่นไฮโลอีกหลายกอง

            มุมห้องมีตู้เซฟเหล็กขนาดกลางตั้งอยู่เด่นชัด เด่นไม่รอช้า ขยับเข้าไปใช้ชะแลงที่อยู่ในห้องนั้น งัดกลไกประตูเปิดออกอย่างแรง แต่ด้านในกลับมีเพียงซองพลาสติกใส่ยาบ้าที่กลายเป็นผงเปื่อยยุ่ย ยาไอซ์ที่ละลายกลายเป็นคราบเหลืองแห้ง และปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์หักลำกล้อง สภาพสนิมเขรอะ กลไกติดตายใช้การไม่ได้อีกสองกระบอก

             “ปัดโธ่เอ๊ย! นึกว่าจะได้ปืนดีๆบ้าง” กานต์บ่นอุบ พลางใช้เท้าเขี่ยกองตู้ลำโพงเก่าอย่างหัวเสีย

            “ปืนลมสูบมือก็เยอะนะเนี่ย ชิ้นส่วนปืนแก๊ปพังๆก็เพียบเลย” ไนซ์มองดูซากปืนประดิษฐ์จากไม้ เหล็ก บ้างก็เป็นท่อพีวีซี

             “มีแต่ขยะกับของกลางคดีการพนันทั้งนั้นเลยพ่อ” 

            “มันก็ต้องแบบนี้แหละไอ้หนู” ออดขยับเข้ามาทรุดตัวนั่งยงโย่ ตรวจดูเลื่อยยนต์เก่า สลับกับบ่นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ 

            “โรงพักของอำเภอไกลปืนเที่ยง ของกลางที่ยึดจากชาวบ้านมันก็มีแค่นี้แหละ ยาเสพติดบ้าง ปืนเถื่อนห่วย ๆ บ้าง ถ้ายึดปืนดี ๆ ได้ ป่านนี้พวกจ่าพวกหมวดยืมไปใช้ จนหายไปหมดตั้งแต่วันแรก ๆ แล้ว!”

             ถึงจะผิดหวังกับห้องเก็บของกลาง แต่สัญชาตญาณความงกก็ยังทำงาน นัทขยับเข้าไปยกแกลลอนน้ำมันและเครื่องมือช่างเก่า ๆ ทยอยส่งออกไปให้ลูกทีมด้านนอก 

            “ช่างมัน อย่างน้อยเลื่อยยนต์สองตัวนี้เอาไปชำแหละทำอะไหล่ได้” นัทบอกทีมงาน 

            ไนซ์ยืนนิ่ง สายตาของเขาจ้องไปที่ชั้นวางของที่ดูไม่น่าสนใจ มันเป็นกล่องกระดาษลูกฟูกสีน้ำตาลยาว ห่อหุ้มมิดชิดแน่นหนา มีตัวหนังสือบอก เลขคดี วันเวลาที่ยึด สถานที่ ชื่อผู้ต้องหา และชื่อตำรวจผู้ยึด พร้อมลายเซ็นกำกับ มีอยู่หลายกล่องทีเดียว เมื่อแกะออกดู มันเป็นพวกอาวุธมีด ดาบ ที่มีคราบเลือดติด น่าจะเป็นหลักฐานที่ต้องส่งไปพิสูจน์ ไนซ์เห็นว่าล้วนเป็นอาวุธคุณภาพดี เขาส่งสัญญาณให้ทีมซีคนหนึ่งมาขนออกไปทั้งหมด

            ทุกคนเดินออกมาด้วยความผิดหวัง นัทที่เป็นคนต้นคิดและคาดหวังที่สุด จึงผิดหวังที่สุด เดินนำออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง จนกระทั่งได้พบกับหนึ่ง ที่ไม่ได้ตามเข้าไปในห้องเก็บของกลาง

            หนึ่งนั่งยอง เขาพลิกศพของตัวดัน และตัวโดดทุกศพ ที่เพิ่งปะทะกันเมื่อสักครู่ ในอ้อมแขนของเขาหอบปืนสั้นไว้หลายกระบอกทั้งยังมีกระสุนและซองกระสุนสำรอง เขาเงยหน้าขึ้นยิ้ม บอกกับทุกคนผ่านจิตสำนึกร่วม

            “ปืนติดตัวตำรวจที่ตาย ของดีทั้งนั้นเลย แต่ต้องเอาไปล้างใหม่ บางกระบอกสไลด์มันฝืดเพราะน้ำมันหล่อลื่นมันแห้งเป็นกาว ไนซ์ นัท กานต์ เหนือ ไปดูลิ้นชักตู้เหล็กหลังโต๊ะสิบเวรสิ มีมีดสวยๆ เยอะเลย”

            “ส่วนในตะกร้า ก็พอใช้ได้ เหมือนจะตั้งด่านแล้วยึดมาจากรถของชาวบ้านในสมัยก่อน”

            นัททำตาโต เธอถนัดใช้มีดที่สุด จึงเผ่นนำไปก่อนใคร

            หนึ่งส่งปืนในอ้อมแขนให้สมาชิกทีมซีรับไปที่ขบวนรถ แล้วเรียกทุกคน

            “ของดีมันอยู่ข้างบน”


            เสียงต่อสู้ปะทะกันของทีมดีที่คุ้มกันรอบนอก กับพวกตัวสั่นที่ได้ยินเสียงปืนได้เริ่มมีขึ้นประปราย การวิ่งมาตามเสียงปืนจากระยะทางที่ต่างกัน ใกล้บ้าง ไกลบ้าง พวกมันจึงมาถึงไม่พร้อมกัน ทำให้ทีมดี ที่ตอนนี้ดูแลโดยสอง ปุ๊ก และนุช ตั้งรับได้สบาย มีเสียงปืนดังมาบ้างเป็นบางครั้ง สองส่งจิตสำนึกร่วมบอกว่า 

            “เอาอยู่”

            เนื่องจากมีตัวโดดและตัวดันหลุดมาบ้างเป็นบางครั้ง จึงจำเป็นต้องยิงเพื่อตัดความเสี่ยงทิ้งไป


            ฝ่าเท้าเปล่าของหนึ่งเหยียบย่ำลงบนบันไดปูนสลับสีเลือดหมูทีละก้าว ยิ่งสูงขึ้นไป กลิ่นอายความตายยิ่งจางลง แต่กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นของปูนที่ถูกฝนกรดกัดเซาะ ควันปืนฉุนกึกจากชั้นล่างยังคงลอยอ้อยอิ่งตามขึ้นมา ผสมกับแสงสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างด้านบน ทำให้เงาของทุกคนทอดยาวไปตามผนัง

            ที่ปลายทางเดินชั้นสอง ถัดจากห้องผู้กำกับและห้องธุรการ มีประตูเหล็กดัดสีดำหนาเตอะกั้นอยู่อีกชั้น ด้านหลังลูกกรงเหล็กนั้นคือประตูไม้หนาที่มีป้ายแผ่นทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าเขียนไว้ว่า "ห้องคลังอาวุธ"

            "เด่น... งัดลูกกรงก่อน" ออดกระซิบเสียงต่ำ พลางส่องไฟฉายผ่านช่องลูกกรงเข้าไป

            เด่นไม่พูดอะไร ขยับเข้าประชิดแล้วใช้ชะแลงเหล็ก สอดเข้าขัดระหว่างแม่กุญแจตราโซโลตัวหนาที่ขึ้นสนิมแดงเขรอะ ออกแรงจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน

            แก๊ง!... เคร้ง!

            หูกุญแจเหล็กกล้าขาดสะบั้นร่วงกระดอนพื้นปูน จากนั้นเด่นใช้เท้าถีบโครมเข้าที่ประตูไม้ด้านหลังจนกลอนประตูหักกระเด็น บานประตูอ้าออกส่งเสียงเอี๊ยดยาว เปิดทางให้แสงไฟฉายจากมือนัทและไนซ์ส่องกราดเข้าไปด้านใน

    ภายในห้องคลังอาวุธ ไม่มีแสงสว่างจากภายนอก หน้าต่างทุกบานถูกปะด้วยแผ่นเหล็กเจาะรูตามมาตรฐานความปลอดภัยของทางการ สิ่งแรกที่เตะจมูกทุกคนไม่ใช่กลิ่นเลือด แต่เป็นกลิ่นน้ำมันชโลมปืนเก่า ผสมกับกลิ่นเหล็กแห้งๆ มันเป็นกลิ่นที่ทำให้ออดและไข่ถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น

    บนแผงเหล็กแนวตั้งที่ยึดติดกับผนัง มีอาวุธปืนยาวเรียงรายอยู่เป็นตับ ทว่าสภาพของมันแบ่งออกเป็นสองยุคอย่างชัดเจน 

    ฝั่งขวาคือ ปืนหลวงยุคเก่า  ปืนเล็กยาว HK33 ปลย.11 แบบที่ไนซ์สะพายอยู่ตอนนี้ และ M16A1 ด้ามพลาสติกสีดำ ตัวโครงปืนเป็นเหล็กผสมอลูมิเนียม ทิ้งไว้หลายปีอาจเพราะโดนความชื้นและฝุ่นหนาเตอะจับจนกลายเป็นสีเทา บนผิวลำกล้องเหล็กรมดำจึงมีสนิมแดงขุมขึ้นขรุขระเป็นหย่อม ๆ บางกระบอกกลไกคัดปลอกหรือชุดลูกเลื่อนติดตาย เพราะน้ำมันแห้งกรัง

            ฝั่งซ้ายคือ ปืนปราบปรามประจำสถานี มีปืนลูกซองยาว 5 นัด Remington 870 พานท้ายไม้และพานท้ายซินเธติกสีดำตั้งเรียงอยู่ประมาณ 5-6 กระบอก สภาพดีกว่าพวกปืนสงครามมาก เพราะผิวเคลือบสีของเรมิงตันช่วยกันความชื้นได้ดี แข็งแรงทนทานจนเด่นถึงกับเดินเข้าไปลูบคลำด้วยความถูกใจ

            ที่โต๊ะเหล็กกลางห้อง มีตู้เหล็กเก็บเอกสารสีเขียวขี้ม้าตั้งอยู่สองตู้ เมื่อนัทเดินเข้าไปดึงลิ้นชักเปิดออก เสียงเหล็กเสียดสีก็ดังลั่น ด้านในไม่ได้เก็บกระดาษเอกสาร แต่กลับเป็นซองปืนพกและกล่องกระดาษสีส้มคาดขาวของปืนสวัสดิการหลวง Sig Sauer P320 ที่ยังไม่ได้แจกจ่าย บรรจุอยู่ในซองพลาสติกกันความชื้นอย่างดีอีกประมาณ 4 กล่อง สภาพใหม่กิ๊กราวกับเพิ่งออกมาจากโรงงาน

            “ใช่รุ่นที่มันตกแล้วลั่นเองมั้ยเนี่ย... อา ไม่ใช่แฮะ นี่รุ่นแก้ไขแล้ว ไกบางกว่ารุ่นนั้น” ไนซ์ชะโงกหน้ามาวิจารณ์ 


    "อาเด่น... ดูนี่!" ไนซ์ร้องเรียกเสียงตื่นเต้นพลางส่องไฟฉายลงไปที่มุมห้องใต้โต๊ะทำงาน


    คล้ายกับเรื่องสาบคน ที่คุณอ่าน