re zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง

    ตอนที่ 48 แผ่นดินไหว

    ตอนที่ 48 แผ่นดินไหว

    ก่อนหน้านั้นที่ทิศเหนือของค่าย101 ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ที่นี่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

    บนบัลลังกระดูกที่มีซอมบี้กลายพันธุ์คุมกันอย่างแน่นหนามีซอมบี้สติปัญญาสามตัวที่ตอนนี้กำลังนั่งกินเนื้อสด ๆจากถาดขนาดยักษ์ที่มีเด็กสาวร่างเล็กถูกวางไว้

    แขนขาของเธอถูกตัดออกจากร่างพร้อมกับหันเป็นชิ้นเล็กๆ ราวกับซาซิมิ

    ดวงดาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความกลัวและสิ้นหวังสายตาที่เศร้าหมองมองไปที่เนื้อของ๖นเองที่ถูกกินอย่างช้า

    เลือดที่ไหลออกจากร่างกายจนเหมือนกับเป็นน้ำจิ้มที่ถูกตักราดไปบนเนื้อสีแดงชมพู

    “เนื้อมนุษย์อร่อยมาก”ซอมบี้สติปัญญาตัวอ้วนผู้มีหมายเลข 0 อยู่บนหน้าผากพูดออกมา มันคือซอมบี้สติปัญญาขั้น 3 ที่มีพลังมากที่สุด

    “ใช่ไหมล่ะข้าจับมันมาเลี้ยงไว้อย่างดี”ซอมบี้สติหญิงสามที่ดูราวกับแม่เลี้ยงใจร้ายกล่าวออกมาด้วยความภูมิใจที่หน้าผากของเธอมีหมายเลข 2

    “พวกเจ้าจะพิธีมากไปทำไมก็แค่กิน ๆ มันไปตรง ๆ เลยก็จบ” ซอมบี้สติปัญญาที่ดูป่าเถือนที่มีเลข 1 อยู่บนหน้าผากใช้มือของมันแทงลงไปที่ท้องเด็กสาวและกระชากไส้ของเธออกมากินแบบสดๆ ในทันที

    “ไร้อารยธรรม”

    “ป่าเถือน”

    ทั้งสองตัวมองไปที่ซอมบี้สติปัญญาหมายเลข 1 อย่างรังเกียจ พวกมันใช้หมายเลขในการเรียกตัวอื่น ๆเนื่องจากการตั้งชื่อ เป็นสิ่งที่พวกมันขี้เกียจทำ ซอมบี้ทั้งสองก็ลงมือกินชิ้นเนื้อต่อในทันที

    “ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

    ทันใดนั้นพวกมันก็ได้ยินเสียงของซอมบี้สติปัญญาหมายเลข4 ที่ตายไป ซึ่งนี่เป็นคลื่นเสียงที่สติปัญญาแบบพวกมันสามารถได้ยินได้ไกลหลายสิบหลายร้อยกิโลเมตร แม้ว่าจะอยู่ห่างกัน

    หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ซอมบี้สติปัญญาทั้ง3 ตัวก็หมดอารมณ์กินทันที

    “บัดซบมนุษย์พวกนั้นฆ่าหมายเลข4 ไปแล้ว”

    “รีบเตือนให้หมายเลข 5โจมตีทางตะวันออกซะ และสั่งให้หมายเลย 3จัดการฝ่าเข้าไปในกำแพงของพวกมนุษย์ให้ได้”

    “พวกเราจะแก้แค้นฆ่ามนุษย์1 ล้านคนเพื่อสั่งเวยเลือดให้กับหมายเลข 4”

    ซอมบี้สติปัญญาทั้งสามตัวรีบสั่งการลงไปในทันทีแต่ก่อนนั้นมันก็เห็นมังกรที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพหลังจากนั้นก็หล่นลงตามมาด้วยเสียงที่ดังสนั่นแค่แรงสั่นสะเทือนพวกมันก็ขนลุกขึ้นมาในทันทีด้วยความหวาดกลัวถึงแบบนั้นพวกมันก็ไม่ได้ยินเสียงอกไรอีก

    “บัดซบนั้นมันอะไรน่ากินมาก”

    “มันตายหรือไม่”

    “มันคงเป็นสัตว์ที่หลงเข้ามาต่อสู้กันไม่ต้องไปสนใจฆ่ามนุษย์ดีกว่า”

    พวกมันไม่สนใจและจัดการฆ่ามนุษย์ผู้หญิงที่ถูกขังอยู่ในกรงกินเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยรอให้หมายเลข3 พังกำแพงและเมื่อนั้นจานหลังของพวกมันก็จะเริ่มขึ้น

    ที่ศูนย์บัญชาการกลางทุกคนกำลังมองดูภาพของมังกรที่ตัวยาวกว่า 600 เมตร ปีกที่กลางออกกว้างนับร้อย ๆเมตร กำลังจับไปที่จิ้งจกหางหอกที่ดิ้นไปมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหลือพื้นดินหลายกิโลเมตร

    ตอนนี้ไม่มีใครพูดออกมาแม้แต่คนเดียวเพราะภพที่อยู่ตรงหน้ามันเกินกว่าจินตนาการและทันใดนั้นมังกรและจิ้งจกยักษ์ก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ดังอุกกาบาตชนกับพื้นโลก

    บูม!!!!!!!!!!!!!!!!

    แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารทั้งหลังสั่นไหวในทันทีโชคดีที่อาคารนี้แข็งแรงมากไม่งั้นมันอาจจะถล่มลงมาได้

    พลตรีวินเซนต์มองไปที่ภาพของหลุมขนาดยักษที่เต็มไปด้วยฝุ่น“นี่มัน มังกรหรือ เด็กนั้นกลายเป็นมังกร หรือว่าความสามารถของเขาเป็น ร่างมังกร”

    “เรื่องนั้นเราไม่อาจรู้ได้แต่ที่แน่ ๆ เขามีความสามารถ ประเภทลึกลับแน่นอน ส่งภาพนี้ไปที่รัฐบาลกลางในทันทีเรื่องนี้ใหญ่เกินไป”

    “เด็กนั้นต้องถูกจัดอยู่ในรายชื่อความสามารถของเขาอันตรายเกินไป”

    “ท่านว่าความสามารถของเขาเป็นระดับS หรือไม่เพราะอย่างไรน้องสาวและปูของเขาก็มีพลังถึงระดับ S”

    พันเอกคนหนึ่งถามมาทันใดนั้นทั้งพลตรีวินเซนต์และรัฐมลตรีพาลเมอร์ก็เงียบไป

    ตัวตนที่มีพลังระดับ S เหมือนกับพวกหน่วยลับพวกนั้นนะหรือแต่ก็ไม่แน่ไนเรลอาจจะมีระดับ S ก็ได้ ไม่สิต้องพลังระดับ S แน่นอน

    พวกเขาอยากจะรู้จริง ๆถ้าไนเรลและคนพวกนั้นสู้กันจะเป็นอย่างไร

    ที่สำนักงานย่อยของบริษัทพาราซัสที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 9

    “มันเกิดอะไรขั้นรายงานเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”

    “เป็นเรื่องจริงชายที่ชื่อไนเรล อาโรเดีย ได้กลายร่างเป็นมังกรและฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ขั้น 4ด้วยตัวคนเดียวพร้อมกับซอมบี้นับแสนตัวที่สำคัญเขามีกองกำลังที่เป็นมนุษย์ชั้นสูงกว่า 80 คนที่รวมในการฆ่าซอมบี้ในครั้งนี้”

    “แจ้งเรื่องนี้ไปที่สำนักงานใหญ่และใส่รายชื่อเขาเป็นบุคคลอันตรายต่อบริษัทถ้าเราไม่สามารถชวนเขาเข้าร่วมกับบริษัทพาราซัสได้ก็กำจัดเขาไม่งั้นจะเป็นอันตรายต่อแผนของเราได้”

    ที่ประตูตะวันออกตอนนี้เอวาได้พาไนเรลกลับมาที่สมาพันธ์นักล่าแล้ว แต่ดูเหมือเขายังไม่ร้สึกตัวเธอได้ตามหมอที่เป็นเพื่อนกับหมอเฮนรี่มาช่วยดูอาการเนื่องจากหมอแฮนรี่ถูกส่งตัวไปที่เมืองหลวงใหม่แล้ว

    หลังจากที่ตรวจดูหมอคนนั้นก็ได้แต่ประหลาดใจเพราะว่าไนเรลไม่ได้เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ทั้งบาดแผลตามตัวก็ไม่มี เขาแค่หลับไปก็เท่านั้นไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอให้เขาฟื้นขึ้นมาเอง

    เอวานั่งเฝ้าอยู่ที่ด้านข้างเตียงและมองไปที่ไนเรลที่ตอนนี้กำลังหลับอยู่ลมหายใจของเขานั้นช้ามาก เขาแทบจะใจทุก ๆ 1 นาทีเท่านั้นมันเหมือนกับการจำศีลไม่มีผิด

    “ท่านเอวาผมได้สั่งให้คนเคลื่อนย้ายหางของจิ้งจกหางหอกเข้ามาเก็บที่สมาพันธ์แล้วส่วนการคุ้มกันรอบด้านก็ให้ผู้พิทักษ์คุ้มกันรอบด้านอย่างแน่นหน้าแล้ว”

    “อีกอย่างทหารทีประจำประตูตะวันออกต้องการพบกับท่านเพื่อถามเรื่องของท่านประธาน”

    “ฝากนายจัดการด้วย”เธอแค่ส่งเสียงตอบกลับไปเท่านั้น

    เซนเดินถอยออกไปอย่างเงียบๆ โดยไม่รบกวนไนเรลและเอวา

    หลังจากที่เซนเดินออกมาเขาก็ไปหาพลตรีวัยกลางคนก็เดินไปหาทันที “ว่าอย่างไรบ้าง”

    “เชิญท่านพลตรีกลับไปก่อนเนื่องจากตอนนี้ท่านเอวายังไม่สะดวกคุย หรือท่านจะรอก็ได้ แต่ว่าไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่ท่านเอวาจะออกมา”

    “คงจะไม่สามารถอยู่รอได้เพราะต้องไปสมทบกับประตูตะวันตก ถ้าไนเรลฟื้นก็บอกว่าพลตรีติอาโก้ฝากขอบคุณ”

    หลังจากนั้นพลตรีติอาโก้ก็พาทหารที่เหลืออยู่ไม่กี่สิบนายมุ่งหน้าไปสมทบกับประตูตะวันตกเนื่องจากที่ประตูตะวันออกนั้นไม่มีซอมบี้หลงเหลืออยู่แม้สักตัว

    อีกอย่างพวกกองกำลังตำรวจก็เข้ามาดูความเรียบร้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว

    เวลาเที่ยงคืนที่ทิศเหนือตอนนี้ซอมบี้บุกโจมตีมา 18 ชั่วโมงแล้วตอนนี้สถานการณ์ซอมบี้ทั้งทางฝั่งทิศเหนือน่าเป็นห่วงมากเนื่องจากซอมบี้จำนวนมากที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

    แต่กลับกันทหารที่ถอยกลับมาในกำแพงเพื่อใช้กำแพงต้านซอมบี้จำนวนหลายแสนตัวนี้

    ปัง! ปัง! ปัง!

    “ตายไปซะ”จ่าคูเปอร์ยิงไปที่ซอมบี้ด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าเป็นอย่างมากตอนนี้ตัวของเขามันปวดไปหมด จากการที่ยิงปืนทั้งวันแต่มันก็ยังดีกว่าบางคนที่ตายไป

    เขากำหมัดแน่นและนึกถึงคำสั่งที่ว่าต้องต้านไว้ให้ได้จนถึงเที่ยงคืนค่อยถอยกับมาที่กำแพงในขณะที่หน่วยดาบถอยกำลังกลับไปเพื่อรักษาพลังในการต่อสู้นั้นทำให้เขาเสียคนในหน่วยไปถึง 10 คนรวมถึงร้อยเอกที่สั่งการด้วย

    แต่คูเปอร์ก็ทำได้แค่เก็บความโกรธไว้เขารู้ว่าค่าของมนุษย์ชั้นสูงมีค่ามากกว่าทหารแบบพวกเขา

    ในตอนนั้นเองที่อยู่ ๆมีเสียงบินของสัตว์จำนวนมากที่ดังมาจากบนท้องฟ้า ทหารหลายคนก็ชี้ไปที่บนท้องฟ้า

    “นั้นมันอะไรซอมบี้ปีกใช่หรือไม่”

    “ไม่ใช่นั้นมันนกไม่ใช่แค่นก แต่ยังมีสัตว์กลายพันธุ์ขนาดเล็กที่บินได้จำนวนมาก”

    “ดูที่พื้นเร็วมันมีแมลงและสัตว์ขนาดเล็กเต็มไปหมดเลย”

    “พวกมันจะอพยบไปไหนกัน”

    ทหารทุกคนเริ่มใจไม่ดีไม่ใช่แค่ทหารแต่เป็นทุกคนที่อยู่ในค่ายลี้ภัย รวมถึงเมืองหลวงใหม่และค่ายอื่น ๆด้วยเช่นกัน

    เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในทุกที่พร้อมกับเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวที่ยังคงทำงานก็วัดค่าพลังงานจากใต้พิภพอย่างต่อเนื่องได้ถึง 10.5 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์ในดินแดนที่ไม่รู้จักห่างออกไปจากประเทศมิสทาลหลายแสนกิโลเมตรมันส่งผลกระทบต่อทั้ง 7 ประเทศในทันที

    จ่าคูเปอร์ถึงกลับกลัวขึ้นมาในทันทีเพราะอยู่ ๆ ก็มีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง

    คลื่นๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    “หลบเร็วหาที่หลบ”

    “แผ่นดินไหว ๆ หนีไปจากตรงนี้เร็วมีรอยแยก”

    “วิ่งกำแพงกำลังจะถล่มลงมา”

    “นี่มัน...”คูเปอร์มองไปที่ผืนดินที่กำลังจะยุบลงพร้อมกับกำแพงที่พังทลายลง รถถัง ปืนใหญ่และอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ทางประตูทิศเหนือร่วงหล่นลงตามผืนดินที่ยุบลงไป

    รอยแยกของพื้นดินตัดผ่านกลางค่ายลี้ภัย101ตั้งแต่ทิศเหนือไปทางตะวันตกกินพื้นที่หลายสิบกิโลเมตรหลุมที่ลึกตั้งแต่ไม่กี่สิบเมตรจนไปถึงร้อยเมตร

    แรงสั่นสะเทือนกินเวลาไม่กี่นาทีแต่ที่ตามมาคือ อาฟเตอร์ ช็อค อีกหลายครั้ง บ้านเลือนผู้คนจำนวนมากได้รับความเสียหายโชคยังดีที่ค่ายลี้ภัยนั้นมีตึกสูงไม่มากส่วนใหญ่จะเป็นบ้านและอาคารเดี่ยว

    แต่มันก็ทำให้คนตายไปทันทีนับพันและบาดเจ็บนับหมื่นในทันที

    ทางฝั่งของซอมบี้เองก็เช่นเดียวกันพวกมันได้รับความเสียหายและตายเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าแนวกำแพงเหล็กได้หล่นทับมันลงมาใส่ซอมบี้หรือไม่ก็ตกตายลงไปตามรอยแยก ทำให้มีซอมบี้ที่ประตูทิศเหนือตายไปนับแสน

    จ่าคูเปอร์ที่รอดตายมาได้มองไปที่กำแพงที่พังลง

    “นี่มัน...หายนะ”เขามองไปที่ซอมบี้ที่มังไม่ตายเดินเข้ามาในกำแพงพวกมันร้องคำรามและตรงไปจัดการกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บทหารบางคนที่ติดอยู่ตามซากปรักหักพังซึ่งไม่สามารถหนีได้ก็ถูกรุมกินในทันที

    ทหารจำนวนมากตายลงไปในเพียงไปกี่นาทีตและตามมาด้วยประชาชนที่อยู่ด้านใน

    การตายของทหารจากซอมบี้มากกว่าแผ่นดินไหวซะอีกเพราะพวกเขาเป็นด่านแรกที่ซอมบี้

    “ตายซะ ตายซะ ตายซะ”จ่าคูเปอร์ไม่สนใจอีกแล้วว่าเขาจะตายหรือไม่ เพราะตอนนี้เขาบาดเจ็บที่ขาจะหนีก็ไม่ทันแล้ว

    เขาสู้จนกระทั่งกระสุนนัดสุดท้ายและหายไปในทะเลซอมบี้ แต่ก่อนตายเขาก็ยังใช้ปากกัดซอมบี้จนตัวตายเช่นกัน

    ซอมบี้จำนวนกว่า 2แสนที่ยังเหลือรอดบุกเข้ามาในทางทิศเหนือ ฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนอย่างบ้าคลั่ง

    เนื่องจากที่เขตทางทิศเหนือเป็นประตูหลักเข้าสู่ค่ายดังนั้นจึงมีผู้คนรวมตัวอาศัยกันอยู่เยอะที่สุดมันมีกว่า 6 แสนคน นั้นทำให้คนตายเป็นจำนวนมากและเชื้อซอมบี้ก็แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

    ผู้ที่ประตูทิศเหนือคนหนีตายอย่างสุดชีวิตไปที่ตะวันออกในทันทีเพราะว่าประตูตะวันตกก็มีซอมบี้จำนวนมหาศาลเช่นกัน

    ตอนนี้มีแค่ทางตะวันออกและทางใต้ของค่ายที่ยังคงปลอดภัยอยู่