“เ้ารู้ไหมว่านี่คืออะไร?”
เจียวซินแบมือต่อหน้าคนชุดดำที่ไร้ผ้าคลุมหัว เผยให้เห็นใบหน้าดุร้ายที่เต็มไปด้วยาแ มันจ้องมองยาเม็ดสีดำบนฝ่ามือเด็กหญิงตาไม่กะพริบ ในที่สุดมันก็หลับตาลง ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเช่นเคย
เอี้ยนเฟยซาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เวลาผ่านไปเกือบสองเค่อแล้ว พวกเขายังคงไม่สามารถทำให้คนผู้นี้อ้าปากกล่าววาจาได้ ไม่ว่าจะขู่ด้วยวาจา ลงมือทำร้าย ด่าทอยั่วยุสารพัด คนผู้นี้ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงหลับตาแล้วเงียบสงบเช่นนั้นตลอดมา
“นี่เป็ยาสลายชีพจร หากเ้ารับประทานเข้าไปจะสูญเสียพลังลมปราณทั้งหมด กลายเป็คนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์ผู้หนึ่ง หากยังไม่อ้าปากกล่าววาจา ข้าจะยัดมันเข้าไปในปากของเ้า”
ชายผู้นั้นยังคงเงียบสนิทเช่นเคย ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับแต่อย่างใด เจียวซินใช้มือบีบกรามคนผู้นั้นเพื่อเปิดปาก จากนั้นดีดยาเม็ดสลายชีพจรเข้าไปในปากของมัน ใช้พลังลมปราณบีบบังคับให้กลืนยาลงไป คนผู้นี้พยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็หมดเรี่ยวแรง ทำได้เพียงจ้องมองดูพวกเขาด้วยสายตาเคียดแค้นอาฆาต เชือกที่พันธนาการมันเอาไว้มัดได้แน่นยิ่ง
เจียวซินเดินมานั่งข้างๆ เอี้ยนเฟยซา นางกำลังรอ่เวลาพิเศษต่อจากนี้ ยามที่ฤทธิ์ยาทำงาน ไม่ว่าคนจะปากแข็งเพียงใด ก็ต้องยอมสยบต่อความเ็ปที่ได้รับ
เอี้ยนเฟยซายื่นหน้ามาถึงข้างหูเด็กหญิง กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุดว่า
“เ้าให้มันกินอะไร?”
“ยาชา”
“ยาชา? มันเป็เช่นไร?”
“ยาชาจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อความเ็ป ร่างกายอ่อนแรง ไม่สามารถเดินกำลังภายในได้ชั่วคราว”
เอี้ยนเฟยซาผงกศีรษะเป็เชิงเข้าใจ หากเป็ตัวเขาก่อนที่จะสูญเสียวรยุทธ์ คงไม่อาจต้านทานกระบวนท่านี้ของนางได้ อย่างน้อยต้องอ้อนวอนขอร้องก่อกวนสักรอบหนึ่ง การสูญเสียวรยุทธ์เป็สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับชาวยุทธ์แล้ว
ชายชุดดำเริ่มมีอาการแตกตื่น มันพยายามจะรวบรวมลมปราณเพื่อแสดงความเข้มแข็ง แต่เหมือนจะไม่ได้ผลตามที่้า มันเหลียวมองเจียวซินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เหมือนขอร้องให้ช่วยเหลือ แต่ไม่นานก็หลับตาลงเช่นเดิม มันหลับตาแล้วสงบนิ่งอีกครั้ง
เจียวซินเฝ้ารอให้คนชุดดำเอ่ยปาก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงใดออกจากปากคนผู้นี้ นางจึงหันมาสบตากับเอี้ยนเฟยซาที่กำลังอยู่ในอาการครุ่นคิด
“เหมือนมันจะไม่ได้ผล บางทีคนผู้นี้ไม่ได้เกรงกลัวความตาย ไม่เกรงกลัวการสูญเสียวรยุทธ์ หรือไม่ก็รู้ทันแผนการของพวกเรา”
“คงจะเป็อย่างหลัง คนผู้นี้โผล่มาก็จงใจทำร้ายข้า มาพร้อมกับโรคระบาดในหมู่บ้านที่ผิดฤดู บางทีเื่นี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน หรือว่ามันจงใจล่อลวงให้พวกเราออกมา เราต้องรีบลงมือแล้ว ในตลับยาของเ้ายังคงเหลือยากี่ชนิดที่ทำร้ายคนได้?”
เจียวซินหยิบตลับยาออกมาเปิดดูกล่าวว่า
“มีสอง...สามชนิด ชนิดแรกเป็ผงผลาญชีวี นี่เป็ตัวยาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสรอดชีวิตแล้ว อยู่ไปก็มีแต่ทุกข์ทรมาน หากคนเจ็บสมัครใจ เราจะใช้ยาผงชนิดนี้ส่งพวกเขาไปสู่สุคติ ชนิดที่สองเป็ยาทากำจัดเชื้อรา มันจะปวดแสบร้อนวูบวาบบริเวณที่ทาลงไป แต่เพียงเค่อเดียวก็หมดฤทธิ์แล้ว ชนิดสุดท้ายเป็ยาขับถ่ายพยาธิ มันจะเป็อันตรายก็ต่อเมื่อใช้ในปริมาณที่มากกว่าปกติ มันจะทำให้ขับถ่ายอย่างหนัก...”
“เอายาถ่ายมาให้หมด ข้ามีแผนการเปิดปากเ้าบ้านี่แล้ว”
เจียวซินส่งยาถ่ายทั้งสิบเม็ดให้กับเอี้ยนเฟยซา โดยปกติแล้วนางจะกินครั้งละหนึ่งเม็ด แต่หากเป็ผู้ใหญ่จะเพิ่มปริมาณเป็สองเม็ด จะเว้นระยะห่างในการกินหกสิบวัน ยาชนิดนี้มีส่วนผสมบางอย่างที่ร่างกายไม่ควรได้รับบ่อยครั้งเกินไป มันสามารถทำลายอวัยวะภายในบางส่วนได้
เอี้ยนเฟยซาไม่รอช้า เดินเข้าไปบีบคางคนชุดดำแล้วยัดยาถ่ายทั้งสิบเม็ดเข้าไปในปากของมัน จากก็กรอกน้ำตามเข้าไป แล้วกลับมานั่งอยู่ที่เดิมด้วยท่วงท่าเดิม คนชุดดำไม่เข้าใจเจตนาของเขา ไม่มีคำขู่เข็ญ ไม่มีคำหลอกล่อ คนเดินมากรอกยาเข้าปากแล้วจากไปทันที การกระทำเช่นนี้กลับขู่ขวัญผู้คนมากกว่าคำขู่เข็ญเสียอีก คลับคล้ายลักษณะนิสัยของฆาตกรเืเย็นผู้หนึ่งจริงๆ
“เ้าให้เขากินไปทั้งหมดนั่นเลยเหรอ? ไม่นะ ร่างกายผู้คนทั่วไปไม่อาจรับฤทธิ์ยาถ่ายของท่านอาจารย์ในปริมาณมากถึงเพียงนี้ได้”
เจียวซินหันมาพูดกับเอี้ยนเฟยซาด้วยสีหน้าสยดสยอง มีแต่นางผู้รู้ส่วนประกอบของตัวยาเท่านั้นที่บังเกิดความหวาดกลัว กลัวว่าคนรับประทานลงไปจะขับถ่ายจนเสียชีวิต
ชายชุดดำเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหญิง คนผู้นี้ผ่านโลกมาไม่น้อย ดูจากร่องรอยาแบนใบหน้าของมัน ย่อมมองออกว่าสีหน้าของเจียวซินไม่ได้เสแสร้งแกล้งดัด นางกำลังตื่นใและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ชายชุดดำเริ่มกระสับกระส่าย ใบหน้าบังเกิดความวิตกกังวลอย่างใหญ่หลวง แต่ถึงกระนั้นปากของมันยังคงปิดสนิท ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาออกมาแม้แต่คำเดียว
เอี้ยนเฟยซากำลังจะลุกไปเติมฟืน ก็ต้องเอามือมากุมที่หน้าท้องของตนเอง เขารู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนที่มาจากภายใน ต้องทรุดตัวนั่งลงที่เดิม เมื่อหันหน้าไปหาเจียวซินก็ต้องตื่นตระหนก เพราะนางทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นแล้ว เขาไม่มีหนทางอื่นนอกจากลุกขึ้นเดินไปเพื่อประคองเด็กหญิง แต่ก็ต้องทรุดลงไปอีกครั้งเมื่อก้าวไปข้างหน้าได้แค่สองก้าว อุจจาระกำลังจะพุ่งออกจากรูทวารของตนเอง
เอี้ยนเฟยซาขมิบกล้ามเนื้อส่วนนั้นอย่างสุดชีวิต ลูกผู้ชายไม่สมควรอุจจาระเรี่ยราด เมื่อมองดูเจียวซินก็พบว่านางมีอาการไม่ต่างจากตนเอง หรือว่าพวกเขาติดโรคระบาดมาจากในหมู่บ้าน นั่นเป็ไปไม่ได้ เพราะพวกเขาป้องกันตัวและดื่มยารักษาไปแล้ว ไฉนถึงติดเชื้อโรคระบาดนี้ได้
“ฮา ฮา เสร็จข้าจนได้ ต่อไปนี้เป็เวลาของข้าที่จะทรมานพวกเ้าบ้าง”
ชายชุดดำลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เชือกที่พันธนาการมันไว้ถูกตัดขาด คนผู้นี้เผยพลังฝีมือออกมาแล้ว มันดีดตัวลอยขึ้นจากพื้นด้วยท่วงท่าสง่างาม วิชาตัวเบาของมันสูงส่งยิ่ง ยาชาไม่สามารถทำอะไรมันได้ โดยปกติแล้วยาชาจะออกฤทธิ์ถึงครึ่งชั่วยาม ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นับจากที่มันกลืนกินยาชาลงไป
“เ้าแพร่เชื้อตอนไหนกัน?”
เจียวซินถามด้วยความร้อนรุ่ม นางรู้สึกเจ็บใจที่เสียทีให้กับคนผู้นี้ ตนเองเป็ถึงลูกศิษย์ของหมอเทวะผู้ยิ่งใหญ่ กลับต้องมาเสียท่าให้กับผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
“ข้าแพร่เชื้อผ่านอาหารของเ้าไง ไก่ตัวนั้นส่งกลิ่นหอมถึงเพียงนั้น ย่อมตกเป็เป้าหมายของเราั้แ่แรก การจู่โจมในตอนนั้นเป้าหมายหลักของเราคือการแพร่เชื้อ หาใช่ความตายของเ้าหนุ่มคนนี้ หากจะตาย พวกเ้าต้องตายด้วยโรคระบาดของเราเท่านั้น”
“เ้าเป็ใครกันแน่?”
“ฮา ฮาอยากรู้จักอย่างนั้นหรือ? จะบอกให้รับรู้ไว้ก็ได้ ไหน ๆ พวกเ้าก็ต้องตายด้วยน้ำมือของข้าแล้ว ผู้คนเรียกข้าว่าบิดาแห่งเชื้อโรคหลวนคุน ผู้ส่งสารจากพรรคมาร”
“พรรคมารอีกแล้วเหรอ?”
เอี้ยนเฟยซาะโออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ โชคชะตาของเขาต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือพรรคมารคนแล้วคนเล่า ครั้งแรกเกือบตายด้วยฝ่ามือโลกันต์ ครั้งนี้คงไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือหลวนคุน อาการท้องร่วงกำลังมาอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รู้ว่าเมื่อใดทำนบเขื่อนจะพังทลาย
หลวนคุนก้าวเดินมายังคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มอำมหิต การฆ่าคนเป็ความสุขของมันอย่างหนึ่ง ยิ่งตกตายอย่างทรมานเพราะเชื้อโรคของตนเอง ยิ่งทำให้มันสุขสมจนเนื้อเต้น เชื้อโรคในมือของมันยังคงมีอยู่มากมาย เด็กหญิงเบื้องหน้าต้องตายอย่างทรมานที่สุด อาจารย์ของนางเคยตามล่ามันจนต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน นี่เป็การล้างแค้นที่สมควร
หลวนคุนกำลังจะเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ต้องก้มตัวลงกุมหน้าท้องแล้วร้องออกมาด้วยความเ็ป ยาถ่ายเริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว ความเ็ปของมันแสดงออกบนใบหน้าจนหมดสิ้น มันล้มกลิ้งบนพื้นด้วยทุรนทุราย อาการปวดท้องจากการได้รับปริมาณยาที่เกินขนาด แม้แต่คนที่ต้านทานเชื้อโรคได้ทุกชนิดเช่นมัน ยังคงร้องคร่ำครวญถึงเพียงนี้
ในขณะที่เอี้ยนเฟยซากำลังอดกลั้นอย่างหนัก เพื่อหยุดอุจจาระไม่ให้ออกมา เขาหยิบดาบมาไว้ในมือ ขยับกายอย่างเชื่องช้าเข้าหาจ้าวพิษหลวนคุน เขาต้องชิงกำจัดบุคคลผู้นี้ก่อนที่มันจะฟื้นตัว มิฉะนั้นแล้วคนที่ตกตายจะต้องเป็พวกเขาเอง
ทันใดนั้น เสียงเป่าใบไม้ก็ดังขึ้นจากทางทิศใต้ สีหน้าของจอมพิษหลวนคุนบังเกิดความยินดียิ่ง มันรีบข่มความเ็ปเอาไว้ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบใบไม้ใบหนึ่งมาเป่าจนเกิดเสียงเช่นเดียวกับเสียงนั้น ผ่านไปไม่นานเสียงเป่าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงเป่าใบไม้หลายเสียงดังมาจากทางทิศใต้ แสดงว่าผู้มามีมากกว่าหนึ่งคน แน่นอนว่าผู้มาล้วนเป็พวกเดียวกันกับจ้าวพิษผู้นี้
เอี้ยนเฟยซาไม่รอให้มัจจุราชมาถึงกาย เขารีบแบกเจียวซินขึ้นหลัง ออกวิ่งด้วยสองเท้าอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยให้อุจจาระไหลหลั่งออกมาเนืองนองในกางเกง เขาไม่อาจจะหยุดวิ่ง ชีวิตของเจียวซินอยู่ในมือของตนเอง ในขณะที่ลืมตัววิ่งอย่างไม่คิดชีวิต พลังลมปราณที่แอบแฝงอยู่ตรงท้องน้อยหลั่งไหลไปตามชีพจรทุกเส้น มันกำลังหลอมรวมเข้ากับพลังชีวิตของชายหนุ่ม หากเป็เช่นนี้ต่อไป วรยุทธ์ที่สูญเสียไปจะฟื้นคืนกลับมา และพลังลมปราณต้องเพิ่มพูนมากกว่าเดิมหลายเท่า
เอี้ยนเฟยซาอับอายจนแทบร่ำไห้ออกมา อุจจาระไหลหลั่งเต็มร่างกายท่อนล่าง แต่คนยังไม่อาจหยุดวิ่ง เขาััได้ถึงความเคลื่อนไหวที่ยังคงติดตามมาจากด้านหลัง โชคดีที่พลังลมปราณจากดาบกำราบมารและโอสถนฤมิตเทวาคล้ายไม่มีวันเหือดแห้ง ร่างของชายหนุ่มจึงคงความเร็วได้ดังเดิม ด้วยความเร็วระดับนี้ เพียงสองชั่วยามเท่านั้นพวกเขาจะบรรลุถึงเขาต้าซาน