"ท่านอาจารย์ศิษย์เข้าใจสามส่วนขอรับ"
"ส่วนศิษย์เข้าใจราวๆ ห้าส่วนขอรับ มีขั้นตอนการขึ้นรูปและใช้ไฟหลายส่วนที่ศิษย์ยังไม่เข้าใจ" จ้าวสุนและจ้าวส่วนพูดกันเป็นลำดับ
เซี่ยซีหานพยักหน้ารับเบาๆ คล้ายเป็นท่านอาจารย์ที่มากความสามารถและใส่ใจลูกศิษย์ของตัวเอง ก่อนจะบอกกับทั้งสองว่าเดี๋ยวข้าจะสอนพวกเจ้าอย่างใส่ใจในวันพรุ่งนี้ และทุกเรื่องที่พวกเจ้าไม่รู้ให้ถามข้าทันที ข้าจะบอกพวกเจ้าอย่างละเอียด
เมื่อจ้าวสุนและจ้าวส่วนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาทั้งสองก็ปรากฏดวงตาเป็นประกาย และรู้สึกว่าเซี่ยซีหานแตกต่างจากช่างหลอมผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่คิดจะบอกใครในเคล็ดลับการหลอมสร้างของตัวเอง
ในฐานะที่เป็นช่างหลอมมายี่สิบกว่าปี สองพี่น้องรู้ดีว่า ไม่มีช่างหลอมคนใด ที่จะสอนทักษะของตัวเองโดยไม่ปกปิด
แต่พวกเขาพบว่าอาจารย์ของตัวเองไม่ใช่คนแบบนั้น ดวงตาของทั้งสองเป็นประกายและเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง และเอาแต่พูดว่า การได้ติดตามท่านอาจารย์เซี่ยซีหานคือวาสนาสูงสุดของพวกข้า
ในใจเซี่ยซีหานได้ยินก็ปลื้มปริ่มเช่นกัน 'พวกเจ้าสองตัวและบิดาของพวกเจ้าอีกตัว ปลื้มปริ่มบิดากันให้มากๆ เข้าไป การมาที่แห่งนี้ พวกเอ็งทั้งสามคือดอกผลอันยิ่งใหญ่ที่สุดของบิดา ผู้ยิ่งใหญ่เก่งแค่คนเดียวไม่ได้ บิดายังต้องมีขี้ข้าที่ช่วยบิดาหาเงินอีกมาก พวกเอ็งชะตาขาดแล้วที่เจอบิดา ตลอดชีวิตนี้อย่าหวังไปไหน จงอยู่เป็นหัวหน้าโรงงานทาสของบิดาตลอดไปเถอะนะคิกคิก'
ตอนนี้ในใจของเซี่ยซีหานกำลังคิดถึงภาพตัวเองนั่งนับเงิน ขณะที่คนอื่นๆ กำลังทำงานแทนตัวเขา
เซี่ยซีหานมีทัศนคติในการทำงานที่ต่างกับคนอื่นๆ ในโลกใบนี้ เขามีหัวก้าวหน้าและพร้อมใช้งานคนอื่นเป็นทาสในอุตสาหกรรม คล้ายโมเดลการทำงานของศตวรรษที่ 1950 ถึง ปี 2000
การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้โลกเปลี่ยนไป และเซี่ยซีหานต้องการทำเช่นนั้นกับโลกใบนี้ ดังนั้นเขาต้องการรวบรวมคนเก่ง
ในระหว่างเดินพูดคุยกัน ระหว่างเดินทางกลับไปพักผ่อน
เซี่ยซีหานสังเกตเห็นเหล่าคนแคระ ใบหน้าเซี่ยซีหานเปื้อนยิ้มมองไปที่เหล่าคนแคระ เมื่อเหล่าคนแคระเห็นเซี่ยซีหานพวกเขาต่างยิ้มอย่างมีความสุข สำหรับเหล่าคนแคระ เซี่ยซีหานคือมนุษย์ที่ใจดีที่สุดที่ให้อาหารพวกเขาฟรีๆ
แต่ในขณะที่ใบหน้าเซี่ยซีหานยิ้มอยู่ เขาสังเกตเห็นใบหน้าของคนแคระหญิงคนหนึ่งแปลกๆ คนแคระหญิงมองเซี่ยซีหานด้วยสายตาหวาดกลัว สองมือกอดร่างตัวเองแน่น
ส่วนข้างๆ นางมีคนแคระหนุ่มที่ดูกล้าหาญ เวลาเขามองเซี่ยซีหานสองมือกำหมัด ดวงตาราวกับมีไฟลุก
'ทำไมข้ามองคนแคระชายหญิงคู่นี้และข้ารู้สึกแปลกๆ' เซี่ยซีหานไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงเวลานี้เขาไม่ค่อยมีเวลาดักฟังสิ่งที่เหล่าคนแคระพูดเลย เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกร่างกายและพัฒนาทักษะช่างหลอมของตัวเอง เซี่ยซีเกาแก้มและเดินอย่างเขินอายจากไป อย่างไม่เข้าใจคนแคระหนุ่มสาวคู่นี้
...
วันเวลาค่อยๆ เก้าผ่านอีกครั้ง...
เมืองหลวงแห่งอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง หนึ่งวันก่อนงานประมูลบ้านเร้นลับจะเริ่ม
โรงสุราผู้คนมากมายเดินกันวกไปเวียนมา เสียงหัวเราะ ด่าว่า เหล่สายตาเจ้าชู้มองสาวสวย ไม่ว่าโลกใดถ้ามีสุราและที่เที่ยวเวลาค่ำคืน มันคงเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด
เคอซวนนั่งยกสุราดื่ม วันนี้เขาแต่งกายอย่างสง่างาม เส้นผมถูกจัดแต่ง เขาดูสูงส่งและลึกลับ ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุม เขายื่นบางอย่างให้เคอซวน จากนั้นพูดคุยกันเพียงครู่สั้นๆ ก็จากไป เคอซวนหยิบของที่ชายลึกลับทิ้งไว้ให้เขา มันเป็นป้ายไม้ที่มีอักษรเวทย์ปรากฏอยู่
เคอซวนสัมผัสมันจากนั้นเขาก็หลับตา ข้อมูลต่างๆ หลั่งใหลเข้าไปสู่ห้วงสำนึกของเขามากมาย พร้อมกับป้ายไม้ที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองไฟคล้ายหมกไหม้ เมื่อเคอซวนได้รับรู้สิ่งต่างๆ จนหมดสิ้น เขาถอนหายใจ ยกสุราขึ้นและดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปช้าๆ โดยเขาไม่ได้ลุกไปไหนจากที่นั่งของเขา คล้ายเขารอใครบางคน
...
"ในที่สุดก็มาถึง" เซี่ยซีหานมาถึงหน้าโรงสุราที่แสนหรูหราที่เขานัดกับเคอซวนไว้ และเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาภายใน เขาเกือบต้องกลืนน้ำลายหลายอึก
คนเมาย่อมไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยซีหานสนใจ แต่สาวๆ ส่งสุราที่นี่มันช่าง... 'อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวมันควรเรียกว่าโป๊เปลือย'
เซี่ยซีหานแอบรู้สึกแปลกแยกเล็กๆ แม้เขาจะชินกับหลายๆ อย่างของโลกใบนี้ แต่การเห็นสาวๆ ที่เกือบๆ โป๊เปลือยที่ใบหน้าสวยงามจำนวนมาก ยิ้ม รื่นเริงไปกับบรรยากาศอันมอมเมา ตัวเขายังไม่ชินเท่าไหร่ ในโลกก่อนเซี่ยซีหานก็ไม่ใช่ชายหนุ่มที่ชำนาญราตรี
แต่เขามักปากเก่ง ว่าเขารู้ทุกอย่างในเรื่องพวกนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเขาไม่รู้อะไรเลย
"พี่ชายท่านดื่มอะไรหน่อยไหมเจ้าคะ ท่านมีโต๊ะนั่งแล้วหรือยัง" หญิงสาวคนหนึ่งเดินมากอดแขนเซี่ยซีหาน อกขาวของเธอที่แนบไปกับแขนของเซี่ยซีหานนั้น ทำให้ตัวเซี่ยซีหานแอบใจหวิว เขากลืนน้ำลายเบาๆ หลายครั้ง
เป็นอีกครั้งที่เซี่ยซีหานต้องร้องเตือนตัวเองในใจว่า เขาคือพระเอกของโลกใบนี้ และเขาต้องเป็นผู้ชายที่เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อน้องสาวและลูกสาวแสนน่ารักของตัวเอง
ทีท่าของเซี่ยซีหานสงบและเขารีบมองหาเคอซวน แต่มือที่ต้องดึงออกจากหน้าอกนิ่มๆ ของหญิงสาวมันช่างยากลำบากเหลือเกิน
"ข้ามีธุระกับสหายที่นี่ เขาน่าจะรอข้าที่นี่แล้ว" เซี่ยซีหานรีบพูด และทำเป็นชายจิตใจเข้มแข็ง เขาเดินไปโดยพยายามไม่ให้สายตาสั่นและมองหญิงสาวที่แสนวาบหวิวทั้งหลาย
และเขาก็เห็นเคอซวน
สายตาของเซี่ยซีหานจำต้องหลี่เล็ก เขาแทบไม่มั่นใจว่า ชายที่เขาเห็นใช่เคอซวนใช่หรือไม่ เหตุใดชายแก่หงำที่เคยดูน่าสมเพชอเนจอนาถ ถึงได้ดูดีและสง่างามขึ้นได้มากขนาดนี้
แต่ครู่สั้นๆ เพียงอึดใจ เซี่ยซีหานก็คิดได้ 'นี่คือพลังแห่งเงินตราสินะ การได้ปล้นกองกำลังหมาล่าเนื้อ ไอ้แก่เคอซวนคงร่ำรวยไม่น้อย เขาคงมีเงินที่จะดูและตัวเอง ไม่รู้ในโลกใบนี้มีการเข้าสปาและไปเสริมหล่อรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ข้าคิดว่าไอ้แก่เคอซวนเขาน่าจะเอาเงินไปซื้อยาวิเศษ เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนังหน้าตัวเองแน่ๆ และดูนั่น จุจุจุ ไอ้แก่ทำผมใหม่ เสยผมซะเท่เชียวนะ นอกจากนั้นเสื้อผ้าเอ็งทำไมดูแพงเว่อร์วังจังฟระ ไม่ต่างจากไอ้พวกผู้วิเศษแก่หงำในป้อมปราการลับนั่นเลยล่ะ'
เซี่ยซีหานนินทาเคอซวนอย่างสนุกในใจ ก่อนจะรีบปรับอารมณ์ของตัวเอง ไปเป็นชายหนุ่มใสซื่ออย่างรวดเร็ว
"ท่านเคอซวน" เสียงเซี่ยซีหานดัง พร้อมการโบกไม้โบกมือเบาๆ ที่หน้าโต๊ะ
เคอซวนออกจากภวังค์แห่งความคิด และยังไม่ทันที่เคอซวนจะพูดอะไร เซี่ยซีหานก็พูดบางอย่าง อย่างเร่งรีบ
"ท่านผู้วิเศษเคอซวน แย่แล้ว แย่แล้ว ข้าพบสหายตัวเล็กที่น่าสงสารและข้าอยากช่วยพวกเขา"
เคอซวนนิ่ง เขาคล้ายคิดอะไรอยู่ครู่สั้นๆ ก่อนอยู่ๆ ดวงตาคล้ายวูบไหวช่วงสั้นๆ คล้ายเขาเข้าใจความคิดของเซี่ยซีหาน ได้จากคำพูดสั้นๆ ได้ในทันที
"เจ้าต้องการช่วยผู้มุดอยู่ในดินรึ"
"ท่านรู้ได้อย่างไร?" เซี่ยซีหานงงงัน แค่ตัวเขาบอกเบาะแสเล็กๆ อย่าง 'สหายตัวเล็ก' เคอซวนก็เดาออกเลยเหรอ เขาจะฉลาดไปแล้ว
"ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไร และคิดว่าข้ารู้ได้อย่างไร หนึ่ง.เพราะข้ารู้จักนิสัยนำปัญหาของเจ้าดี เจ้าไปที่ไหนก็พบปัญหามากมาย นั่นเพราะนิสัยแย่ๆ ของเจ้า ที่มักชอบเข้าไปวุ่นวายกับปัญหาของคนอื่นมากเกินไป สอง.ที่ที่เจ้าเข้าไป สถานที่ลึกลับที่ใช้สร้างของสิ่งนั้น หากข้าเดาไม่ผิด มันต้องเป็นป้อมปราการที่ใช้สำหรับทำเหมืองแร่ขนาดใหญ่ นั่นเพราะของ 'สิ่งนั้น' ข้ามั่นใจ มันไม่สามารถสร้างได้โดยใช้แร่เล็กน้อยแน่นอน"
"สาม.ในโลกใบนี้เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ชำนาญในการขุดและหาสายแร่หายาก และเข้าใจปฐพีราวกับว่ามันคือบ้านของตัวเองคือเหล่าผู้มุดอยู่ในดิน และเมื่อเจ้าไปที่นั่นเจ้าก็ได้พบพวกเขา สหายตัวเล็กที่น่าสงสารที่เจ้าพูดถึง ทำไมข้าจะเดาสิ่งที่เจ้าคิดง่ายๆ ไม่ได้ไอ้เด็กน้อย"
"สี่. ในตอนที่เจ้าพบสหายตัวเล็ก ข้ามั่นใจ! เจ้าคงเห็นพวกเขาในสภาพที่ไม่ดี ในโลกใบนี้ ในหลายอาณาจักร นอกจากดินแดนที่หลงเหลืออยู่ของผู้มุดอยู่ในดิน รึแดนใต้สมุทรของเหล่าเงือก ชาวพงไพร มนุษย์ต้นไม้ มีอีกแค่ไม่กี่เผ่าพันธุ์เท่านั้น ที่จะปฏิบัติต่อผู้มุดอยู่ในดินอย่างสหายและมองพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่ให้เกียรติ ไม่ใช่สัตว์ โดยทั่วไปเผ่าพันธุ์ใดๆ เห็นพวกเขา ก็จะจับพวกเขาไปเลี้ยงและทำกับพวกเขาไม่ต่างจากทาส หรือแรงงานที่เอาไว้ขุดสมบัติ"
"จากสี่ข้อนี้ไม่รวมข้อที่ห้า หก เจ็ด ที่ข้าไม่อยากพูดถึงข้อเสียของเจ้า ข้าก็เดาได้แล้วว่า เจ้าจะนำปัญหาอะไรมาให้ข้า"
เซี่ยซีหานเกาแก้มอย่างเขินอาย นี่ข้าเป็นตัวนำปัญหาอย่างงั้นเหรอ ไม่ใช่ไม่ใช่ เซี่ยซีหานพยายามปฏิเสธ เขาคือคนที่รักความสงบที่สุดของโลกใบนี้แล้ว เซี่ยซีหานพยายามให้เหตุผลกับตัวเอง ก่อนจะรีบยื่นหน้าและเอามือบังปาก พูดกับเคอซวนด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน
ในใจลึกๆ เซี่ยซีหานรู้ตัวดีเขามาอย่างรีบร้อนหาเคอซวนเพราะเรื่องนี้จริงๆ