ตอนที่27 หัวหน้าครูฝึกกองกำลังพิเศษ
เวลาบ่ายโมงที่ศาลาริมน้ำข้างสนามเด็กเล่น
หลิวเย่รับโทรศัพท์จากหานจงที่กำลังจะมาหาเขาเพื่อเซ็นสัญญาโอนหุ้นเขาได้แจ้งพิกัดนัดหมายที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย
เขาหยิบหนังสือคอมพิวเตอร์มาอ่านรอเวลานัดหมายต่อไป
เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายหลิวเย่เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินออกไปยังร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย
เมื่อหลิวเย่มาถึงร้านกาแฟในมุมด้านในสุดของร้านมีหานจงและผู้คุ้มกันสองคนอยู่ใกล้ๆกัน
หลิวเย่เดินไปนั่งตรงข้ามกับหานจงพลางสำรวจผู้คุ้มกันทั้งสองคนเขาพบว่าพวกเขามีระดับศิลปะการต่อสู้ที่สูงมากกว่าผู้คุ้มกันของครอบครัวหยางิ
แต่ผู้คุ้มกันทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใดเมื่อพบหลิวเย่เป็เพราะว่าเขาไม่ได้ปล่อยออร่าออกมา
“สวัสดีหมอหลิว”หานจงยื่นมือทักทายหลิวเย่
“สวัสดีท่านประธานหาน”หลิวเย่ทักทายตอบกลับ
วันนี้หานจงมีสีหน้าสดชื่นขึ้นมากกว่าวันก่อนอาจเป็เพราะเขาสบายใจเื่สุขภาพของหานเล่ยหรือเขาอาจจะทำใจได้เื่การเสียเืเนื้อให้กับหลิวเย่แต่ไม่ว่าจะเป็เื่ใดล้วนมีผลดีกับหลิวเย่ทั้งสิ้น
“หมอหลิวลองอ่านสัญญาดูว่ามีข้อสงสัยอะไรไหม?”หานจงยื่นเอกสารไปตรงหน้าเขาและถาม “หมอหลิวจะทานเครื่องดื่มอะไรดี?”
ผู้คุ้มกันของหานจงได้เรียกบริกรให้มารับคำสั่ง
“กาแฟร้อนสักถ้วยแล้วกัน”หลิวเย่ตอบโดยไม่เงยหน้า เขาหยิบเอกสารออกมาอ่านด้วยความสนใจ
เมื่อหลิวเย่เห็นว่าเอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเขาหยิบขวดน้ำอมฤตและกระดาษสูตรเสริมความงามวางไว้บนโต๊ะก่อนลงนามในสัญญานั้น
หานจงที่เหลือบมองเห็นขวดน้ำอมฤตในขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสองขวดและกระดาษหนึ่งแผ่นเขาให้ความสนใจเป็อย่างมาก แววตามีความกระหายใคร่รู้ เขาไม่รอให้หลิวเย่เอ่ยปากอนุญาตเขาหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านโดยตรง
หลิวเย่กำลังจ้องมองไปยังหานจงที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่โดยหานจงมีมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาจิบกาแฟรออย่างใจเย็น
“เอ่อ.....หมอหลิวสูตรความงามอันนี้ต้องใช้น้ำอมฤตและบัวหิมะเป็ส่วนประกอบสำคัญมันราคาแพงและหายากมากนะ” หานจงท้วงติงอย่างจนใจ
“.....” หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยและไม่ตอบคำถามเขาเพียงเอื้อมมือไปหยิบบัวหิมะในกล่องไม้จากกระเป๋าเป้
“มันไม่ได้ใส่เยอะมากมายฉันสามารถหามาให้คุณได้ตราบเท่าที่มันขายได้” หลิวเย่ตอบอย่างสบายใจเขาไม่มีความกังวลแต่อย่างใด อย่าลืมว่าในโลกโบราณนั้นมีสมุนไพรหายากและราคาแพงสำหรับที่นี่แต่ที่โลกโบราณกลับหาง่ายและราคาถูก
จากนั้นหลิวเย่อธิบายเพิ่มเติม“ขวดฝาสีขาวนี้คือน้ำอมฤตสำหรับผสมในสูตรความงาม และขวดฝาสีดำคือน้ำอมฤตสำหรับปรุงยาอายุวัฒนะซึ่งสามารถปรุงได้เพียง10 เม็ดต่อเดือนเท่านั้น”
ความหมายของหลิวเย่นั่นคือเขา้านำเสนอสมุนไพรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสูตรยาเสริมความงามและยาอายุวัฒนะ
“นี่! นี่!นี่มันเยี่ยมยอดมากหมอหลิว!”เมื่อหานจงได้ยินเช่นนั้นเขาตื่นเต้นยินดี แววตาประกายแสงจ้าด้วยความพอใจอย่างยิ่ง
“คุณช่วยฉันจัดหาสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับการปรุงยาอายุวัฒนะให้ทีฉันจะได้ทำให้” หลิวเย่มอบหมายงานให้กับหานจง
“ไม่มีปัญหา!”หานจงตบอกตัวเองแล้วรับปากด้วยความมั่นใจ
หลิวเย่้าทดสอบประสิทธิภาพการปรุงสูตรยาเสริมความงามของบริษัทเม่ยลี่ฟาร์มาซูติคอลว่าจะสามารถทำได้มีคุณภาพหรือไม่?
“แล้วราคา?” หานจงถามเสียงเข้มต่ำ
“อืม.....คุณลองคำนวณต้นทุนดูว่าจะมากน้อยเพียงใดส่วนราคาขายนั้น เราสามารถขายราคาแพงได้ แน่นอนฉันรับรองในประสิทธิภาพของมันหากปรุงได้ถูกต้องตามสูตร”หลิวเย่ตอบกลับอย่างไม่กังวลกับสถานการณ์
การพูดคุยทางธุรกิจของพวกเขาในครั้งนี้เป็ไปด้วยดี
หลิวเย่กลับมาอ่านหนังสือต่อที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย
ในตอนนี้เขาได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์หมดทุกเล่มแล้ว
ที่เขาสามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วเป็เพราะว่าในมุมของหนังสือเหล่านี้ไม่มีใครมาอ่านเลยทำให้เขาสามารถใช้ัั์ได้อย่างเต็มที่
เวลา 22.30 น. บนเตียงนอนในหอพักห้อง505
หลิวเย่ยังคงฝึกฝนทักษะพลังจิตตามแบบหนังสือลึกลับที่เขาพบในห้องสมุดคืนนี้เขาสามารถบังคับใช้พลังจิตทำให้เหรียญทั้งแปดเหรียญขยับยกขึ้นขนานกับพื้นโดยตรงและสามารถขยับไปซ้าย-ขวา-หน้า-หลังได้อย่างอิสระ
เขารู้สึกมีความสุขที่ประสบความสำเร็จจนอีกเพียงครึ่งก้าวจะถึงขอบเขตศิลปะขั้นสูงแล้ว
เหลืออีกเพียงครึ่งก้าวเดียวเท่านั้นหากเขาสามารถบังคับให้เหรียญเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตามห้วงความคิดนั่นหมายความว่าขอบเขตขั้นสูงสุดของศิลปะการรักษาโรคทางกระดูกก็พร้อมแล้วที่จะเพียงแค่คิดก็สามารถสมานกระดูกหรือทำลายกระดูกได้
นั่นเป็เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุขจากการขาดแคลนพลังฉีของโลกใบนี้
ตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียนหลิวเย่แวะไปหาอาจารย์กู่ที่ห้องสมุด เขาขอลาฝึกงานในเย็นวันนี้เนื่องจากเขามีนัดไปค่ายทหารเทียนจิน เขากังวลว่าจะกลับมาช้าเกินไป
เมื่อหลิวเย่ทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วเขารีบหลบทุกคนออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเดินทางไปยังค่ายทหารเทียนจิน
หน้าค่ายทหารเทียนจิน
หลิวเย่ลงจากรถแท็กซี่แล้วเดินไปหาทหารที่หน้าประตูมีชายผิวเข้มรูปร่างกำยำจ้องมองเขาอยู่ด้วยสายตาคมกริบ
“สวัสดีฉันชื่อหลิวเย่ มีนัดกับครูฝึกหูตง” หลิวเย่แจ้งชื่อของเขาโดยตรงกับชายตรงหน้า
ฉีสุ่ยเขาจำชื่อนี้ได้ดีเมื่อครูฝึกหูตงมาแจ้งเขาเมื่อวันก่อน เขาสงสัยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะมีทักษะการต่อสู้มากแค่ไหนถึงกับทำให้ครูฝึกหูตงงดเว้นกฎระเบียบสำหรับสมาชิกใหม่ได้ขนาดนี้แต่เขาเป็เพียงทหารทั่วไป เขาจึงทำได้แค่พยักหน้ารับทราบและเดินนำหลิวเย่เข้าไปข้างใน
พื้นที่ของค่ายทหารเมืองเทียนจินกว้างใหญ่ราว100 เอเคอร์ อาคารสถานที่มีการจัดวางเป็ระเบียบเรียบร้อย
หลิวเย่ใช้ัั์สำรวจโดยรอบของค่ายทหารแห่งนี้เขาพบป่าด้านหลังพื้นที่ค่ายทหารที่น่าสนใจ มันเป็ูเาสูงสามลูกและมีหน้าผาสูงชัน
ในตอนนี้เขาพบว่ามีคนราวสิบกว่าคนรอเขาอยู่ในห้องประชุม
เมื่อฉีสุ่ยนำหลิวเย่เข้าไปในห้องประชุม
หลิวเย่พบสายตาคมกริบจากหลายคนจ้องมองมาที่เขาโดยตรงมีทั้งสายตาที่สงสัยเคลือบแคลง สายตาที่ดูถูก สายตาที่กังวลและสายตาคมที่เหมือนอ่านได้ลึกทะลุปรุโปร่งซึ่งมันมาจากชายหนุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนคนหนึ่งที่เขานั่งเป็ประธานในห้องประชุมแห่งนี้
หูตงลุกขึ้นเดินมาทักทายหลิวเย่และนำเขาไปนั่งยังที่นั่งว่างข้างๆเขา
เล่อหมินจ้องมองหลิวเย่ั้แ่เขาเดินเข้ามาในห้องประชุม เขาพยักหน้าพอใจเล็กน้อยที่ไม่พบความหวาดกลัวหรือกังวลใจจากหลิวเย่
“สวัสดีทุกคน”เล่อหมินเอ่ยขึ้นทำลายเสียงที่เริ่มกระซิบพูดคุยกันของผู้เข้าร่วมประชุมในห้อง
“วันนี้ที่เรียกทุกคนมาประชุมฉันมีเื่สำคัญจะแจ้งให้ทราบ ให้คนมาใหม่แนะนำตัวก่อน”เล่อหมินหันหน้ามามองหลิวเย่และพยักหน้าเบาๆ
“สวัสดีทุกคนฉันชื่อหลิวเย่ เป็นักศึกษามหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจินปีหนึ่ง” หลิวเย่เข้าใจกับท่าทางของเล่อหมินและเขาได้เริ่มแนะนำตัวเอง
จากนั้นหูตงทำหน้าที่แนะนำหัวหน้าแผนกต่างๆของกองกำลังพิเศษซึ่งประกอบด้วย
“หัวหน้าแผนกข่าวกรองโจวหง” ซึ่งโจวหงพยักหน้าเบาๆให้หลิวเย่
“หัวหน้าแผนกสืบข่าวว่านเต๋อฉี” ชายหนุ่มใบหน้าบูดบึ้งเ็า เขาเพียงแค่สบตาหลิวเย่แล้วไม่ได้กล่าวอะไร
“หัวหน้าแผนกยุทโธปกรณ์เสว่จงกวน” ชายวัยกลางคนท่าทางหงุดหงิดจ้องมองหลิวเย่อย่างไม่สนใจ
“หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และการสื่อสารฉีจูเอ๋อ” หญิงสาวสวยผมยาวรวบผมเป็หางม้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวสะดุดตาจ้องมองหลิวเย่ด้วยสายตาขี้เล่นและร้อนแรง
“สำหรับฉัน หูตงรักษาการหัวหน้าแผนกฝึกทหาร” หูตงหันมาแนะนำตัวกับหลิวเย่อีกครั้ง
“และนี่คือกัปตันทีมหัวหน้าของพวกเราทุกคน กัปตันเล่อหมิน”สุดท้ายหูตงเอ่ยแนะนำเล่อหมินด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“.....”หลิวเย่เหลือบมองแต่ละคนด้วยความสนใจกับพฤติกรรมการแสดงออกของพวกเขา
“หลิวเย่มาในวันนี้เพื่อเข้ารับหน้าที่เป็หัวหน้าแผนกฝึกทหารแทนหูตง”เมื่อเล่อหมินกล่าวจบเกิดเสียงฮือฮาในที่ประชุมทันที
ในเวลานี้ว่านเต๋อฉีได้กล่าวทำลายเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นมา“หัวหน้าแผนกฝึกทหาร ไม่ใช่ว่าจะจับใครมาเป็ก็ได้” น้ำเสียงที่
ไม่แยแสนั้นดึงดูดหลายคนที่นั่งในที่ประชุมพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วถ้าฉันบอกว่าหลิวเย่สามารถเอาชนะฉันได้อย่างง่ายดายล่ะ”หูตงทนไม่ไหวกับท่าทีเ่าั้ เขาจึงโพล่งความน่าละอายของตัวเขาเองโดยตรง
“.....” ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องหลายคนมีสีหน้าไม่เชื่อในคำกล่าวนั้น
“ตอนนี้สนามฝึกของเราก็ว่างอยู่พวกเราออกไปชมการแสดงกันเถอะ” เล่อหมินกล่าวเสียงเรียบตัดบทและเดินนำหน้าทุกคนออกจากห้องประชุม
แต่ละคนต่างมองหน้ากันและกันแล้วพากันทยอยเดินออกจากห้องประชุมไปยังสนามฝึกซ้อม
ในระหว่างเดินไปสนามฝึกซ้อมหลิวเย่สังเกตเห็นหัวหน้าแผนกต่างๆมีทักษะการต่อสู้ขั้นสูงสุดทุกคน แต่กัปตันทีมมีความแข็งแกร่งมากกว่าทุกคนแต่ถึงอย่างนั้นกัปตันทีมก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หลิวเย่เดินอย่างองอาจไปยังภายในสนามฝึกซ้อมเขาหันหน้ามาสบตากับทุกคนอย่างท้าทาย
ว่านเต๋อฉีเป็คนแรกที่ะโเข้าไปยืนประจันหน้ากับหลิวเย่
เขายังคงไม่เชื่อในทักษะการต่อสู้ของหลิวเย่แต่อย่างใด
หูตงและโจวหงที่เคยเห็นทักษะของหลิวเย่แล้วพวกเขาสบตากันแล้วยิ้มอย่างสนุกสนาน
ว่านเต๋อฉีไม่ได้ให้โอกาสกับหลิวเย่เขาพุ่งเข้าหาหลิวเย่ทันที
แต่อนิจจา!!!
เขาเปรียบเสมือนวัวพุ่งชนกำแพงเหล็ก
“อ๊ากก.....ผลุ๊บบ”ชั่วพริบตา ว่านเต๋อฉีกระเด็นลอยไปคลุกฝุ่นในสนาม
หลิวเย่ยังคงยืนนิ่งอย่างสงบเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ขยับส่วนใดๆของร่างกาย
“ย๊าก.....” ในเวลานี้เสว่จงกวนและฉีจูเอ๋อที่พวกเขาสบตากันแล้วพุ่งเข้าใส่หลิวเย่
“อ๊ากก....อุ๊บ....ผลุ๊บบ”ยังคงเป็เช่นเดิม ในชั่วพริบตาทั้งสองคนต่างกระเด็นลอยไปคลุกฝุ่นในสนามกันคนละทาง
ถึงตอนนี้ผู้คนทั่วทั้งสนามฝึกต่างพากันนิ่งเงียบและอ้าปากค้างด้วยความตื่นใ
เล่อหมินมีเหงื่อชุมเต็มแผ่นหลังกล้ามเนื้อร่างกายหดเกร็งด้วยความหวาดกลัว หากเป็เขาที่พุ่งเข้าใส่หลิวเย่ก็อาจมีจุดจบเช่นเดียวกับทั้งสามคนนั้น
“ดี! ดี!เยี่ยม!” เล่อหมินประกาศเสียงดังก้อง
ทุกคนได้ตื่นขึ้นมามีสติกันแล้วพวกเขาต่างพากันตัวสั่นเล็กน้อย บางคนกำหมัดและมีแววตาที่มุ่งมั่นมากกว่าเดิม
“ดีมากหลิวเย่ในเมื่อคุณมีทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ฉันหวังว่าคุณจะสามารถทำภารกิจสำคัญแทนฉันได้”เล่อหมิน กล่าวอย่างมีความสุข อันที่จริงเขา้าปลดระวางหน้าที่ตรงนี้มานานแล้วภรรยาและลูกชายของเขาต่างพูดคุยกันเื่นี้บ่อยครั้ง ครั้งนี้เขาเห็นคนที่จะสามารถมาทำหน้าที่แทนเขาได้แล้วย่อมทำให้เขาพึงพอใจมาก
ตอนนี้ไม่มีเสียงคัดค้านหรือไม่พอใจจากแต่ละคนพวกเขาได้เห็นแล้วว่าหลิวเย่มีทักษะสูงเพียงใด
ทางฝ่ายหูตงและโจวหงต่างพากันอมยิ้มด้วยความพอใจ
เล่อหมินมอบหมายให้หูตงนำหลิวเย่ไปเซ็นสัญญารับแต่งตั้งและส่งมอบงานหัวหน้าแผนกฝึกทหารให้กับหลิวเย่
ขณะที่หูตงและหลิวเย่เดินและสลับกับนั่งรถสำรวจรอบค่ายทหารแห่งนี้
หลิวเย่ได้มีโอกาสเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ของแผนกข่าวกรองของโจวหงเขาเห็นชายหนุ่มรูปร่างอวบอ้วนใส่แว่นตากำลังพิมพ์คำสั่งในคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วดูเหมือนสายน้ำไหลเขาให้ความสนใจกับข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โผล่ขึ้นมารวดเร็วเกินสายตาคนทั่วไปจะอ่านได้ทันแต่หลิวเย่เป็ผู้ฝึกฝน ดังนั้นมันอาจจะเร็วสำหรับคนอื่น แต่ในสายตาของหลิวเย่มันช้ามากจนเขาอ่านได้ทันทุกอักษรทุกบรรทัด แต่เขาพบว่ามีบางข้อความที่เขาไม่เข้าใจ
เมื่อเ้าอ้วนพิมพ์ข้อความคำสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาหันหน้ามาจ้องหลิวเย่และถามว่า “เพื่อน.....นายสนใจเหรอ?” โม่หยานไป๋ขยับแว่นตาแล้วมองหลิวเย่ด้วยความสนใจเขาเป็แฮ็คเกอร์มือฉมังของค่ายทหารแห่งนี้และเป็อันดับสามของโลกแฮ็คเกอร์เขาไม่ค่อยมีเพื่อนคุย เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเขาจะอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
“ฉันไม่เข้าใจบางคำ”หลิวเย่พยักหน้าตอบและถามกลับ
“โอ้.....นั่นนายอ่านทันเหรอ?” เ้าอ้วนถามอย่างสนใจ
“ใช่” หลิวเย่ยอมรับตามความจริง
“ไหนลองพิมพ์ดูสินายไม่เข้าใจตรงไหน?”เ้าอ้วนชี้มือไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์อีกอันที่อยู่ข้างๆเขา
หลิวเย่นั่งลงและพิมพ์ข้อความที่เขาไม่เข้าใจนั้นด้วยความเร็วมือของเขาเทียบเท่าได้กับเ้าอ้วน ทำให้เ้าอ้วนยิ่งมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีส่วนหูตงและโจวหงต่างพากันสบตากัน พวกเขาดูเหมือนจะเข้าใจตรงกันว่าทักษะความสามารถของหลิวเย่ยังมีอะไรแอบซ่อนอยู่อีกบ้าง?
เ้าอ้วนพยักหน้าเข้าใจในคำถามของหลิวเย่จากนั้นเขาชี้นิ้วไปที่ตู้หนังสืออีกด้านหนึ่ง บนชั้นมีหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่เป็ฉบับภาษาอังกฤษทั้งหมดราว60 เล่ม “ถ้านายอ่านเข้าใจได้ทั้งหมด นายจะสามารถทำได้มาก แต่แน่นอนว่าจะไม่เท่าฉัน”เ้าอ้วนตอบพลางเชิดคางขึ้นยิ้มอย่างภาคภูมิใจตนเอง ต้องเข้าใจว่ากว่าเขาจะมายืนในจุดนี้ได้นั้นเขาต้องต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคกับแฮ็คเกอร์จากทุกมุมโลกมามากกว่าสิบปีสมญานามของเขาคือ MoX
หลิวเย่เดินไปดูชั้นหนังสือเ่าั้เขาพบว่าหนังสือพวกนี้เป็ฉบับความรู้ขั้นสูงมากกว่าที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่เขามี
นั่นทำให้เขาตื่นเต้นยินดีเขาไม่ต้องเสียเวลาไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้ว
“ฉันยืมไปอ่านได้ไหม?” หลิวเย่หันมาถามเ้าอ้วนและโจวหง
เ้าอ้วนหันหน้าไปมองโจวหงเชิงปรึกษา
โจวหงเห็นความตั้งใจจริงของหลิวเย่เขาพยักหน้าตกลง
ในเวลานี้หูตงพาหลิวเย่มาดูขั้นตอนการฝึกทหารในรูปแบบต่างๆหลิวเย่เห็นแล้วเขาได้แต่ส่ายหัวเบาๆ เป็เพราะว่ารูปแบบการฝึกนั้นมันเน้นเพียงกำลังจากกล้ามเนื้อโดยตรงซึ่งจะทำให้เกิดการาเ็ได้โดยง่ายและหากมีการาเ็แล้วจะทำให้ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ลดลงไปมาก
หลิวเย่ได้ทบทวนขั้นตอนการฝึกฝนของเขาและภูมิปัญญาของเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่มาประยุกต์เข้ากับรูปแบบการฝึกทหารซึ่งเขาพบว่าต้องปรับปรุงในขั้นปรับแต่งร่างกาย ซึ่งขั้นเหล่านี้เป็พื้นฐานก่อนการรวบรวมพลังฉีมันเหมาะสมสำหรับการฝึกฝนความแข็งแกร่งของทหาร ซึ่งจะทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งทั้งภายในและภายนอกอย่างแท้จริงแต่กระบวนการฝึกนั้น แน่นอนว่าเ็ปและโหดร้ายมาก หากฝึกได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ยิ่งเกินจินตนาการความแข็งแกร่งของทหารในปัจจุบันนี้แน่นอน
หูตงที่เห็นรูปแบบการฝึกของหลิวเย่เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางโอดครวญในใจกับความอนาถของบรรดาทหารที่จะเข้ารับการฝึกใหม่นี้
ในขณะที่หลิวเย่นั่งอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ที่ยืมมาจากเ้าอ้วนในมุมอับกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของแผนก
ฝ่ายหูตงได้นำรูปแบบการฝึกของหลิวเย่ไปเสนอต่อกัปตันเล่อหมินเมื่อเขาเห็นรูปแบบการฝึกนั้นเขาได้แต่ยิ้มเ้าเล่ห์
“อืม....รูปแบบใหม่น่าสนใจ ดำเนินการตามนั้น” เขาตอบกลับพลางตบไหล่ปลอบใจหูตงที่ต้องทำหน้าที่ประสาน งานการฝึกนี้แทนหลิวเย่
“รับทราบ!” หูตงรับคำอย่างจนใจ เขามองเห็นภาพในอนาคตที่ทหารเข้ารับการฝึกมีสภาพน่าอนาถเพียงใด!?!
เล่อหมินหยิบโทรศัพท์หาภรรยาเขา“ที่รัก คุณจะเลี้ยงข้าวผมวันไหนดี?”เสียงอารมณ์ดีของเขาทำให้ภรรยาเขาแปลกใจ
“วันนี้คุณเป็อะไร? ไม่สบาย?”เธอถามด้วยความงุนงง
“ฉันอยากทานข้าวด้วยกันกับพวกคุณสองแม่ลูกพวกเราไม่ได้ทานด้วยกันนานแล้วนะ” เล่อหมินยิ้มกับสาย โทรศัพท์
“โอ้....นั่นเป็เื่จริงดีเลย พวกเราจะรอคุณอยู่ที่บ้าน” เป่ยหงม่านรับคำอย่างพอใจ
จากนั้นเล่อหมินพิมพ์ข้อความในคอมพิวเตอร์เพื่อส่งอีเมล์ถึงผู้บังคับบัญชาของเขาที่เมืองหลวงปักกิ่งเขากำลังจะขอ
อนุมัติการปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานและเขายังบรรยายถึงประสิทธิภาพของหัวหน้าแผนกฝึกทหารคนใหม่อย่างสวยหรูพลางยิ้มอย่างพึงพอใจกับข้อความที่เขาบรรจงปั้นแต่งขึ้นมา