ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ปรมาจารย์เต้า

            เมื่อเห็นว่าปิงเสวี่ยจ้องมองไปยังต้าหมิงอยู่นานจักรพรรดิจิ้งจอกจึงไอขึ้นมา นางไม่คิดว่าหญิงสาวที่เย็นชาแบบปิงเสวี่ยจะรู้สึกสนใจต้าหมิงอย่างแน่นอน

            “สมกับเป็นศิษย์ของราชินีเหมันต์สายต้าชั่งเฉียบแหลมจริงๆพริบตาก็พบจุดบอดของต้าหมิงได้” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว

            “ปิงเสวี่ยต้องขออภัยที่เสียมารยาท” ปิงเสวี่นที่รู้สึกตัวว่าจ้องมองต้าหมิงมากเกินไปจึงก้มหัวขอโทษทันที

            “ไม่เป็นไรอสูรคลั่งของข้าเขาไม่ถือหรอก” จักรพรรดิจิ้งจอกล่าว

            “โอ้ ที่แท้นี่คืออสูรคลั่งในข่าวลือ ว่ากันว่าอัจฉริยะของครึ่งอสูรล้วนแต่พ่ายให้กับเขา” ชายชราด้านหลังปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าสนใจ

            ถ้ามองดูดีๆต้าหมิงในตอนนี้ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลยเพียงแต่กลิ่นอายของอสูรที่ปลดปล่อยออกมานั้นเป็นของจริงไม่ผิดอย่างแน่นอน

            “เอาละช่วยพาข้าไปพบกับปรมาจารย์นักหลอมคนนั้นทีอสูรคลั่งของข้าอยากจะยกระดับอุปกรณ์ของเขา” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว

            “แน่นอนเชิญตามปิงเสวี่ยมาได้เลย” ปิงเสวี่ยกล่าว

            ปิงเสวี่ยพาพวกต้าหมิงไปยังภูเขาขนาดใหญ่ลูกหนึ่งซึ่งมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่เมื่อเข้าไปอากาศที่หนาวเหน็บกลับเปลี่ยนไปทันที อากาศด้านในกลับร้อนจนเสื้อของต้าหมิงชุ่มด้วยเหงื่อ

            “นี่มันอะไรกัน” ต้าหมิงกล่าวออกมาเป็นครั้งแรกหลังมาอาณาจักรเหมันต์

            “ข้างในถ้ำแห่งนี้มีเปลวเพลิงที่ร้อนแรงอยู่ซึ่งเปลวเพลิงที่ปรากฎในภูเขาแห่งนี้เป็นเปลวเพลิงธรรมชาติซึ่งหลายพันปีก่อนอยู่ๆภูเขาลูกนี้ก็เกิดการระเบิดขึ้นในตอนนั้นอาณาจักรได้รับความเสียหายอย่างมาก หลังจากตรวจสอบอยู่นานพวกเราก็พบเปลวเพลิงธรรมชาติที่อยู่ในภูเขาแห่งนี้ และต่อมาเราก็ได้ทำการควบคุมเปลวเพลิงธรรมชาติเพื่อไม่ให้มันคลั่งขึ้นมาและเกิดการระเบิดอีก” ปิงเสวี่ยกล่าว

            “แบบนี้นี่เองและเปลวเพลิงชนิดนี้ก็เหมาะแก้การหลอมอุปกรณ์ที่สุดสินะ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว

            “ท่านปรมาจารย์อยู่ด้านหน้าแล้ว” ปิงเสวี่ยกล่าว

            เมื่อเข้าไปด้านในก็ได้ยินเสียงตีเหล็กดังออกมาเป็นจังหวะ พวกต้าหมิงตามเสียงนั่นไปก็ไปถึงที่พักแห่งหนึ่งที่เรียบง่ายและมีชายวัยกลางคนและชายชรากำลังตีสร้างอุปกรณ์เวทอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย

            “ท่านผู้อาวุโสข้าพาแขกมาพบแล้ว” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ

            “โอ้ ขอบใจเจ้ามากเสวี่ยน้อย หืมไม่พบหน้ากันนานเลยนะจักรพรรดิจิ้งจอก” ชายชราเดินเข้ามาและกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            “ไม่เจอกันนานเลยท่านปรมาจารย์เต้า” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

            “ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับชายชราเช่นข้าขนาดนั้น แล้ววันนี้จักรพรรดิเช่นเจ้ามาหาชายชราต้องการให้ข้าหลอมอุปกรณ์เวทแบบใหนงั้นหรือ” ชายชราเต้ากล่าว

            “วันนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากท่านปรมาจารย์ไม่ใช่ข้าแต่เป็นเขา” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวและหันไปทางต้าหมิง

            “อสูรคลั่งทำความเคารพผู้อาวุโส” ต้าหมิงก้าวออกไปและคารวีอกฝ่ายทันที

            “เป็นสายเลือดที่บริสุทธิ์ยิ่งแถมพลังกล้ามเนื้อที่แผ่ออกมานั้นกลับแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าใช่ครึ่งอสูรจริงๆรึ” ผู้อาวุโสเต้ากล่าวด้วย

            “ข้าเป็นครึ่งอสูรแน่นอน” ต้าหมิงกล่าว

            หลังจากตรวจสอบดีๆจะพบว่าในร่างของต้าหมิงมีสายเลือดของอสูรแค่ครึ่งเดียวและสายเลือดมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

            “แล้วเจ้าต้องการให้ชายชราช่วยเรื่องอะไรละ” ชายชราเต้ากล่าวด้วยสีหน้าสงบ

            “ข้ามีอุปกรณ์เวทระดับสีม่วงอยู่และข้าต้องการจะยกระดับมันให้เป็นระดับสีส้มไม่ทราบว่าผู้อาวุโสสามารถช่วยข้าได้หรือไม่” ต้าหมิงกล่าว

            ชายชราเต้ายื่นมือไปรับธนูเวทย์ของต้าหมิงมาและพิจารณาอย่างระเอียดทันที หลังจากนั้นไม่นานใบหน้าของชายชราเต้าก็เผยถึงความพึงพอใจ

            “ไม่เลวเจ้านั้นเป็นพวกที่ไม่ทิ้งของเก่าเมื่อได้ของใหม่ เจ้าธนูเวทย์นี้เห็นได้ชัดว่าผูกพันธ์กับเจ้ามากซึ่งในบรรดาจอมเวทย์คนแบบเจ้าถือว่าหายากอย่างมากและถ้าให้พูดตามความจริงการยกระดับอุปกรณ์เวทของเจ้านั่นสิ้นเปลือกมากกว่าสร้างใหม่เสียอีก แต่เจ้ากลับเต็มใจที่จะยอมเสียทรัพยากรจำนวนมากเพื่อยกระดับมันทำให้ชายชราคนนี้ชื่นชมเจ้าอย่างมาก

            แต่ว่าแร่ที่จำเป็นต้องใช้กลับมีความยุ่งยากมากเกินไปซึ่งตัวข้าในตอนนี้ไม่มีแรงมากพอที่จะหลอมมันเพราะงั้นถ้าเจ้าต้องการจะยกระดับอุปกรณ์เวทของเจ้า เจ้าจะต้องอยู่ช่วยข้าหลอมแร่หายากพวกนี้” ชายชราเต้ากล่าว

            “แต่ข้าไม่รู้จักวิธีการหลอม” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “หาพูดเกินไปหน่อยเจ้าไม่จำเป็นต้องปลอมแค่ช่วยข้าออกแรงเท่านั้นเอง” ชายชราเต้ากล่าว

            “ช่วยออกแรง???” ต้าหมิงแสดงสีหน้างุนงง

            “เอานี่ รองถือค้อนอันนี้ดูและไปตีเจ้าแท่งเหล็กตรงนั้นให้สุดแรง” ชายชราเต้ากล่าวพร้อมกับโยนค้อนขนาดใหญ่ให้กับต้าหมิงและชี้ไปยังแท่งเหล็กที่ชายชรายังตีไม่เสร็จ

            ต้าหมิงรับค้อนมาอย่างสบายๆทำให้ชายวัยกลางคนที่อยู่กับชายชราต้องอ้าปากค้าง ต้องรู้ก่อนว่าสำหรับมนุษย์เจ้าค้อนที่ต้าหมิงถืออยู่นั้นหนักอย่างมากและแม้แต่ชายวัยกลางคนยังไม่สามารถือแบบสบายๆแบบต้าหมิงได้เลย

            “เอาละตีมันลงไปให้สุดแรงของเจ้า” ชายชราเต้ากล่าว

            ในขณะที่คนพากันสนใจต้าหมิงที่ถือค้อนเดินไปยังแท่งเหล็ก ไม่มีใครสนใจปิงเสวี่ยที่ยืนด้วยร่างสั่นสะท้านเลย ทันทีที่ปิงเสวี่ยเห็นธนูเวทย์ที่ต้าหมิงหยิบออกมานางก็จดจำได้ทันทีเพราะในครั้งหนึ่งต้าหมิงใช้ธนูเวทย์อันนี้เพื่อช่วยเหลือนาง

            “เป็นไปไม่ได้ ใหนอาจารย์บอกว่าต้าหมิงตกลงไปในเหวผนึกอสูรแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วธนูนั่นจะมาปรากฎที่แห่งนี้ได้อย่างไร” ปิงเสวี่ยกล่าวในใจและจ้องมองไปยังร่างของต้าหมิงทันที

            ต้าหมิงไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าตอนนี้ปิงเสวี่ยกำลังจ้องมองตนด้วยสายตาสับสนอย่างมาก ต้าหมิงไม่รอช้าใช้พลังกายทั้งหมดยกค้อนขึ้นก่อนจะตีลงมาอย่างสุดแรง

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”

            ความรุนแรงของการลงค้อนครั้งนี้ทำให้เกิดคลื่นเสียงที่ทรงพลัง ชายชราเต้าเผยสีหน้ายินดีออกมาอย่างปิดไม่อยู่ก่อนจะวิ่งเข้าไปมองดูแท่งเหล็กที่ตอนนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

            “เป็นไปไม่ได้” ชายวัยกลางคนถึงกับตื่นตระหนกและเบิกตากว้าง

            คนอื่นอาจไม่รู้แต่เขารู้ดี ว่าเจ้าแท่งเหล็กสีดำนี้คือหนึ่งในสุดยอดแร่หายากที่ชายชราเต้าค้นพบโดยบังเอิญ และชายชราเต้าใช้เวลา 10 ปีในการหลอมเจ้าแท่งเหล็กชิ้นนี้แต่ก็ไม่สามารถทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะลงแรงตีไปเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลอมมันได้เลย แต่วันนี้ด้วยการตีครั้งเดียวของต้าหมิงกลับทำให้เจ้าแท่งเหล็กกลับเริ่มเปลี่ยนแปลง

            “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำได้ขนาดนี้ เอาละ ถ้าเจ้าช่วยข้าหลอมเจ้าแท่งเหล็กนี่ข้าจะช่วยยกระดับอุปกรณ์ของเจ้าให้ฟรี เจ้าคิดว่ายังไง” ชายชราเต้ากล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            “ถ้ามันช่วยให้ข้ายกระดับอุปกรณ์เวทย์ของข้าได้ข้าก็ยินดี” ต้าหมิงกล่าว

            “ดีมาก หลังจากนี้เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่เลยก็แล้วกันจนกว่าจะยกระดับอุปกรณ์เวทย์ของเจ้าเสร็จ” ชายชราเต้ากล่าว

            จักรพรรดิจิ้งจอกเองก็รู้สึกยินดีที่นางไม่จ้องจ่ายค่ายกระดับอุปกรณ์ใดๆ ต้องรู้ก่อนว่าการที่จะให้ชายชราเต้าช่วยสร้างอุปกรณ์ระดับสีส้มให้จำเป็นต้องจ่ายในราคาที่มหาศาลจนแม้แต่ระดับจักรพรรดิยังต้องคิดหนัก

            แต่ตอนนี้ต้าหมิงกลับโชคดีแค่ช่วยงานเล็กน้อยก็สามารถยกระดับอุปกรณ์สีส้มได้ฟรีๆ

            “เอาละถ้างั้นข้าจะไม่รบกวนและไปพักผ่อนอยู่ในเมืองหลวงสักระยะ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวพร้อมกับเดินออกไป

            ปิงเสวี่ยนั้นมองไปยังต้าหมิงด้วยสายตาสับสนก่อนจะถอนหายใจและเดินตามจักรพรรดิจิ้งจอกไป ถึงแม้ปิงเสวี่ยต้องการจะยืนยันตัวตนของต้าหมิงในตอนนี้แต่ก็ไม่สามารถทำได้และต้องรอไปก่อน