ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 164 ข้ารับเกือกม้าแทนฮ่องเต้ เป็นเกียรติมาก

            “กระหม่อมไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ” แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บคอจะตายอยู่แล้ว แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเคยฝึกวรยุทธ์ ถ้าหากว่าแสดงสีหน้าความเจ็บปวดออกมาเกรงว่าคงถูกหัวเราะเยาะเป็นแน่

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงเลือดไหลเพราะถูกเกือกม้ากระแทกใส่โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ที่คอเริ่มไม่มีความรู้สึกอะไร มิเช่นนั้นคงได้ล้มลงไปกองกับพื้น ฮ่องเต้จึงรีบนำเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับที่พัก

            เมื่อเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วบอกว่าไม่เป็นอะไร ฮ่องเต้จึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “เฮ้อ เจ้าทำให้ข้าตกใจ เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!”

            เมื่อแม่ทัพเยี่ยนไปถึงสนามแข่ง ผลักคนที่ยืนมุงดูออกแล้ววรีบไปหาฮ่องเต้ คุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้โดยที่ไม่หันมาสนใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วลูกสาวตัวเอง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกโกรธมากกว่าเจ็บแผลที่คอเสียอีก

            “ฝ่าบาทกระหม่อมมาช้าเกินไป โปรดไว้ชีวิตด้วย!” ความซื่อสัตย์ของแม่ทัพเยี่ยนทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจ ไม่คิดว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ ท่านควรมาดูลูกสาวผู้น่ารักที่กำลังบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ? ถึงอย่างไรฮ่องเต้ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ ทำไมถึงคุกเข่าให้ฮ่องเต้ล่ะ?!

            แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะเต็มไปด้วยความสงสัยและบ่นในใจไม่หยุด แต่ยังไงนี่ก็เป็นบิดานางอยู่ดี ถ้าหากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกล้าแข็งข้อกับแม่ทัพเยี่ยน ถึงจะถือว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วโตแล้วจริงๆ

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกล้าบ่นอยู่แต่ในใจ หลังจากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าอย่างยากลำบากโดยที่ไม่รู้ว่าใครยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ และนำมาปิดบาดแผลที่คอของตน นางคิดในใจว่าช่างแปลกนัก ในสนามมีแต่พวกผู้ชาย ยังมีสตรีอื่นนอกจากตนอีกหรือ?

            ถ้าไม่มีแล้วใครพกผ้าเช็ดหน้ามา!

            “คุณชายเยี่ยน คุณชายเยี่ยน!” ในขณะที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงผู้หญิงข้างๆ ทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจจึงค่อยหันไปดู และถึงได้เห็นชัดๆ ว่าคนที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้คือใคร คนนั้นก็คือชุ่ยเชี่ยว คนของเยวี่ยเจาหราน!

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขมวดคิ้วด้วยความตกใจและแปลกใจ หันกลับมาแอบมองฮ่องเต้และบิดาของตัวเอง ทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน จากที่เห็น คงลืมไปแล้วว่านางได้รับบาดเจ็บอยู่

            “ชุ่ยเชี่ยวหรือ? เจ้ามาได้อย่างไร แล้วเยวี่ยเจาหรานเป็นอย่างไรบ้าง?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอ่ยถามในขณะที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดบาดแผลของตัวเอง ชุ่ยเชี่ยวส่ายหัวเบาๆ “เขาไม่เป็นไร เขาเป็นห่วงท่านมากกว่า แต่มาที่นี่ด้วยตัวเองไม่ได้ จึงสั่งให้บ่าวมาแทน”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้รู้คำตอบของชุ่ยเชี่ยวจึงพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดต่อว่า “ข้าไม่เป็นไร แผลไม่ลึกขนาดนั้น แผลไม่ลึกเท่าตอนฝึกฟันดาบสมัยเด็กเลย”

            “เฮ้อ...ทำไมท่านไม่ดูแลตัวเองให้ดี!” ชุ่ยเชี่ยวรู้เรื่องก็อดยิ้มจากใจไม่ได้ ทุกทีตอนที่อยู่เรือน เจ้านายนางมักจะคิดว่าการมีเรื่องกังวลนั้นช่างเสียดายเวลา ไม่ว่าอย่างไรคนคนนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องตัวเองก็จะไม่สนใจ แต่ตอนนี้ตัวเยวี่ยเจาหรานไม่ได้รับบาดเจ็บสักหน่อย ทำไมเขาต้องกระวนกระวายขนาดนี้เล่า?

            แต่ชุ่ยเชี่ยวมีฐานะเป็นแค่สาวใช้ แน่นอนว่าคงไม่กล้าที่จะเอาเรื่องน่าอายของเจ้านายตนมาเป็นหัวข้อสนทนาหลังอาหารค่ำให้เป็นเรื่องเอิกเกริก จึงทำได้เพียงพูดแทนเจ้านายเพื่อเรียกสติ “คุณชายบอกว่าให้ระวังตัวเอง อย่าให้ท่านหมอรู้ตัวตนในตอนนี้ของท่านเจ้าค่ะ!”

            แม้ว่าเสียงของชุ่ยเชี่ยวจะเบา แต่กลับทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจจนใจเกือบสติหลุด งานใหญ่เกือบพังเสียแล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ทุ่มเทให้กับขี่ม้าตีคลีจนลืมสิ่งสำคัญไป ไม่ว่าอย่างไรสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปกป้องตัวเองจากเรื่องนี้ โชคดีที่บิดานางกำลังคุยกับฮ่องเต้อย่างสนุกสนาน

            แน่นอนว่าหมอหลวงของฮ่องเต้ต้องมารักษาให้นางแน่ จะรอให้ตัวตนถูกเปิดเผยอย่างนั้นหรือ?

            “กลับไปหาเจ้านายของเจ้าเถอะ ข้ารับรู้แล้ว อย่าตกใจไป” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หันมาคุยกับชุ่ยเชี่ยว ในใจนางมีแผนรับมือแล้วจึงหันไปทางชุ่ยเชี่ยวแล้วพยักหน้า และมองชุ่ยเชี่ยวเดินกลับไป

            ทางด้านแม่ทัพเยี่ยนที่เพิ่งคุยกับฮ่องเต้เสร็จเรียบร้อย ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่า ‘ผู้กระทำความผิด’ รองแม่ทัพหลินเวยที่กำลังนั่งคุกเข่า และ ‘ผู้ได้รับบาดเจ็บ’ ที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดแผลอย่างน่าสงสาร ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์อีกครั้งเพื่อยืนยันว่า “เยี่ยนชิงเจ้าแน่ใจหรือว่าไม่เป็นอะไร? ต้องการให้หมอหลวงตรวจสักหน่อยหรือไม่?”


            “ไม่ ไม่ ไม่ ไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงใจฝ่าบาท!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตื่นตระหนก จากนั้นค่อยๆ ข่มความรู้สึกไว้และเอ่ยต่อ “ไม่เป็นไรจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมผ่านการฝึกมา รอยฟกช้ำและบาดแผลล้วนเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ ไม่ต้องใช้หมอหลวง”

            หากเป็นหมอหลวงจะยิ่งมีอันตรายมากกว่าเดิม

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ได้โง่ขนาดจะพูดประโยคหลังออกมา ยิ่งเห็นสายตาของบิดานางจ้องมาจากด้านหลังฮ่องเต้ ยิ่งจึงทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจจนพูดตะกุกตะกัก

            เมื่อถูกสายตาของบิดาจ้องมองมา เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเหมือนโชคเข้าข้างจึงฉวยโอกาสตอนฮ่องเต้พยักหน้าอย่างปลื้มใจ รีบยกมือคำนับมาด้านหน้า แล้วพูดว่า “การที่กระหม่อมได้ช่วยเหลือฝ่าบาทย่อมถือว่ามีความชอบ กระหม่อมมีสิ่งหนึ่งที่ต้องการ ขอฝ่าบาทได้โปรดทรงอนุญาต”

            “โอ้ เยี่ยนชิง เยี่ยนชิง เจ้าดูลูกรักของเจ้าสิ ช่างประจบเก่งจริงเชียว” เมื่อฮ่องเต้ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา ทันใดนั้นก็หันมาหัวเราะกับแม่ทัพเยี่ยน และหลังจากนั้นไม่นานก็ลูบหนวดตัวเอง แล้วพูดอย่างช้าๆ ว่า “ในเมื่อเจ้าช่วยเหลือข้า ข้าจะลองฟังคำขอเจ้า”

            “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขอบคุณด้วยท่าทางนอบน้อม แล้วพูดต่อว่า “กระหม่อมทราบว่าเหตุการณ์เมื่อครู่รองแม่ทัพหลินเวยเกือบจะทำให้ฝ่าบาทได้รับบาดเจ็บ แต่ในตอนนี้กระหม่อมอยากจะขอยกเว้นโทษให้กับรองแม่ทัพหลินเวยพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรในสนามแข่งอาจจะมองไม่เห็น อีกทั้งเป็นการต่อสู้กันทั้งสองกลุ่มซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้รับบาดเจ็บ คิดดูแล้วท่านรองแม่ทัพหลินคงไม่ได้ตั้งใจ และพระวรกายของฝ่าบาทก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ฝ่าบาททรงเห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดจบ ไม่ลืมที่จะเหลือบตามองบิดา แต่ยังไงแม่ทัพเยี่ยนก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ราวกับว่าไม่พอใจกับการกระทำของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว นับประสาอะไรกับเรื่องให้รางวัล มีบางครั้งที่ความรู้สึกของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากจะถอยเหมือนกัน เพื่อเลี่ยงตัวเองให้พ้นจากปัญหา รู้อย่างนี้ข้าขอรางวัลให้ตัวเองได้รีบกลับที่พักเสียดีกว่า!

            ถึงแม้ว่าคำพูดไร้สาระของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ได้ทำให้แม่ทัพเยี่ยนพอใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่ว่าอย่างน้อยฮ่องเต้ก็พยักหน้าเห็นด้วย แล้วตรัสว่า “จริงๆ แล้วถ้าเยี่ยนชิงไม่ร้องขอ ข้าก็ไม่ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก แต่อย่าพูดว่าเพราะรองแม่ทัพหลินไม่ได้ทำข้าบาดเจ็บ แม้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บจริง แต่เกิดเรื่องในสนามแข่งขันมักจะเป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นข้าจึงไม่ใส่ใจมากนัก”

            แม้ว่าฮ่องเต้จะกล้าพูดเช่นนี้  แล้วในการแข่งขันครั้งหน้าใครจะกล้าไม่ตั้งใจแบบนี้กับฮ่องเต้อีก? ไม่รู้ว่าจะเจอท่านพญายมในภพไหน

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405