เช้าวันต่อมา ลั่วอู่หลินและซีอวิ้นนอนกอดกันอย่างกลมราวกับสามีภรรยาที่รักไคร่กันมานาน ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาทันใดนั้นเขาก็บรรจงจูบที่หน้าผากของหญิงงามอย่างแผ่วเบา
"อื้อ ไม่ไหวแล้ว ให้ข้าพักเถอะ"นางเมื่อสัมผัสได้ถึงรอยจูบที่หน้าผากก็พลันกล่าวออกมาอย่างอ่อนเพลีย จนลั่วอู่หลินอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ เมื่อคืนนี้หญิงสาวคนนี้เร้าร้อนมากแต่ทว่าเมื่อความกระหายไคร่หายไปนางกลับทำตัวคล้ายกับลูกจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
แต่ทว่าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่นางกล่าวออกมาว่า 'ไม่อยากตั้งครรภ์' ชายหนุ่มก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ลูกคือสิ่งที่เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ไม่ใช่หรือเหตุใดนางถึงไม่ต้องการมีลูกกับเขากัน
"พี่สาวท่านพอจะมีคำตอบหรือไม่"ลั่วอู่หลินเมื่อจนปัญญาที่จะคิดเขาจึงกล่าวถามไฉ่เยว่เอ่อร์ออกไป
"เรื่องนี้ง่ายดายมาก นั่นเพราะทุกเผ่าพันธุ์ต่างไม่ค่อยให้การยอมรับสายเลือดผสม ไม่เช่นนั้นนางจะมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเมืองเล็กๆเช่นนั้นได้อย่างไร ยิ่งหากมีกับเจ้าบุตรที่เกิดมาย่อมไม่ใช่มนุษย์ ปีศาจ หรือสัตว์อสูร ยิ่งไม่เป็นที่ยอมรับเข้าไปใหญ่ มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่นางจะไม่อยากมีบุตร"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวเพื่อไขความกระจ่าง ทว่าลั่วอู่หลินกับทำหน้าอึ้งงันในทันใด เมื่อคืนเขาไม่ได้สนใจคำขอของนางเลยสักนิดและทำตามใจของตนเองไปเสียได้
"แต่ลูกผสมก็ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป ด้วยตัวเจ้าเองก็มีพรสวรรค์มากมายอยู่แล้วบวกกับนางเองก็มีสายเลือดไม่ธรรมดา เด็กที่ออกมาแน่นอนว่าย่อมต้องมากไปด้วยพรสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินก็พลันรู้สึกสบายใจมากขึ้นเล็กน้อย
หากถามว่าทำไมลั่วอู่หลินถึงได้ดูกังวลเกี่ยวกับลูกขนาดนนั้น เหตุผลช่างง่ายดาย นั่นเพราะในระหว่างที่ร่วมรักกับซีอวิ้น นางได้บอกเอาไว้ จิ้งจอกในช่วงติดสัดตั้งครรภ์ง่ายมาก อีกทั้งเขาและนางยังเร้าร้อนปานนั้นมันจึงทำให้โอกาสที่นางตั้งครรภ์นั้นสูงมากขึ้นไปอีก
"ขอบคุณพี่สาวที่ให้ความกระจ่าง"ลั่วอู่หลินกล่าวขอบคุณและนอนข้างซีอวิ้นตามเดิม จนกระทั้งสองชั่วยามนางก็ตื่นมาด้วยสภาพที่งัวเงียในอ้อมกอดของเขา
"อื้อ~"
"ตื่นแล้วหรือ จิ้งจอกน้อย"ลั่วอู่หลินกล่าวทักทายแกมหยอกล้อ ซีอวิ้นที่ได้ยินก็หันหน้าไปทางชายหนุ่มก่อนที่จะนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ภาพความทรงจำที่น่าอับอายเมื่อคืนค่อยๆเข้ามาในหัวจนทำให้ใบหน้าของนางค่อยๆแดงระเรื้อออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กๆของนางจับไปที่ท้องของตัวเองอย่างแผ่วเบาและทะนุทนอมยิ่งประดุจคนที่กำลังท้องอ่อนๆอย่างไรอย่างนั้น
"หืม เจ้าจับที่ท้องเช่นนี้ จิ้งจอกนี่กระบวนการตั้งครรภ์รวดเร็วปานนั้นเชียว"ลั่วอู่หลินเอ่ยปากหยอกเย้า ทว่ากลับโดนซีอวิ้นถลึงตาใส่และใช้มือทุกตีในทันที
"ทำเป็นพูดดี เจ้าไม่คิดถึงผลที่ตามมาเลยหรือไร ข้าเป็นครึ่งปีศาจและครึ่งอสูร ส่วนเจ้าเป็นมนุษย์หากเด็กเกิดมาจริงๆเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมใดได้"นางอดบ่นชายไร้ความรับผิดชอบคนนี้ไม่ได้
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พลันจับมือนางไว้และทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาในทันที "จะไม่มีใครกล้าที่จะตั้งคำถามกับลูกของเราหากเขากำเนิดมา เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"
หญิงงามเมื่อเห็นความจริงจังบนใบหน้าของชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งในทันใด แน่นอนการเป็นครึ่งอสูรครึ่งปีศาจทำให้นางมีประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก่อนนางจึงไม่อยากจะให้บุตรที่เกิดมาต้องมาเป็นเช่นตัวนางในอดีต ทว่าเมื่อได้ยินลั่วอู่หลินกล่าวออกมาเช่นนี้น่าแปลกยิ่งที่นางรู้สึกอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"หึ ใครจะรู้กัน เมื่อเจ้าเบื่อข้าเมื่อไรอาจจะขับไล่ไสส่งพวกเราแม่ลูกก็ได้ ข้าไม่หลงกลคำลวงของมนุษย์ง่ายๆหรอกนะ"ซีอวิ้นเบือนหน้าหนี ชายหนุ่มเมื่อได้ยินก็พลันคิ้วกระตุกในทันที ผู้หญิงคนนี้เห็นเขาเป็นตัวเลวร้ายปานนั้นเชียว
"หุหุ เช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด จิ้งจอกน้อยเช่นเจ้าทั้งชาตินี้ข้าไม่มีทางปล่อยไปไหน ตอนนี้เจ้าไม่ใช่สาวใช้ของข้าอีกต่อไปแต่เป็นผู้หญิงของข้าและคือหนึ่งในภรรยาของข้า"ลั่วอู่หลินดึงนางเข้ามากอด คำพูดนี้ของเขาทำให้จิ้งจอกสาวที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวราวกับได้รับการเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ
หญิงงามเอาหน้าซุกไปที่อกของชายหนุ่มและกอดเขาคืนโดยพลันนี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่มีคนยอมรับนางทั้งที่เป็นสายเลือดผสมที่ทุกคนต่างพารังเกียจ ไม่เว้นแม้แต่บิดามารดาของนางเองก็ตาม แล้วจะไม่ให้นางอบอุ่นหัวใจได้อย่างไร
"เจ้าพูดความจริงใช่หรือไม่?? เจ้าจะไม่ทิ้งข้าใช่ไหม??"
"แน่นอน ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า กลับกันนับจากนี้แม้เจ้าจะไปอยากไปจากข้า ข้าก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไปเข้าใจไหม"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับลูบเส้นผมสีดำของนางอย่างแผ่วเบา เนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนในใจนาง
หลังจากผ่านมาได้สักพักลั่วอู่หลินก็อุ้มซีวิ้นไปอาบน้ำด้วยกัน แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ได้ทำแค่อาบน้ำชำระร่างกาย เสียงคราญครางดังก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์พักใหญ่ เมื่อทั้งสองออกมาและและแต่งกายให้กันจนเสร็จสิ้น ก็เป็นซีอวิ้นที่ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวของนางเอง
เนื่องจากตบะของหญิงงามก้าวข้ามมาถึงบรรพชนชั้นเก้าเทียบเท่าลั่วอู่หลินอีกทั้งยังได้รับปราณหยินมาด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก แม้ปราณหยินที่นางได้รับจะด้อยกว่าของลั่วอู่หลินผู้เป็นต้นกำเนิดก็ตาม แต่ถึงอย่างไรมันก็คือปราณหยินซึ่งเข้ากับพลังสายเลือดจิ้งจอกเก้าหางและปีศาจจิ้งจอกทมิฬสามเนตรของนางได้เป็นอย่างดี
"นี่เกิดขึ้นเพราะเจ้า!"นางกล่าวด้วยท่าทีตื่นตะลึง
ชายหนุ่มพลันพยักหน้าให้ "ผสานหยิน เป็นทักษะที่จะทำให้เหล่าผู้หญิงของข้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ต่อไปนี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องใช้การใช้พลังครึ่งๆกลางๆอีกต่อไป เพราะธาตุหยินจะทำให้เจ้าใช้พลังสายเลือดทั้งสองอย่างได้เต็มสิบส่วนไม่ต่างอะไรกับพวกสายเลือดบริสุทธิ์"
ซีอวิ้นกระโดดเข้ากอดชายหนุ่มทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เหตุที่สายเลือดผสมถูกรังเกียจและมีชนชั้นต่ำกว่าสายเลือดบริสุทธิ์ก็เพราะไม่สามารถสำแดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ได้ แต่ในเวลานี้สามีของนางได้ทะลายจุดด้อยนี้ไปจนหมดสิ้น
ซีอวิ้นจึงมิใช่ผู้อ่อนแอของเผ่าพันธุ์จิ้งจอกเก้าหางหรือปีศาจจิ้งจอกทมิฬสามเนตรอีกต่อไป แต่นางกลับกลายเป็นผู้กุมความได้เปรียบของทั้งสองเผ่าพันธุ์เอาไว้และในอนาคตหากนางมีพลังมากพอก็จะสามารถอยู่เหนือทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่ว่าได้อย่างไม่ยากเย็น
"ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ"ซีอวิ้นกล่าวอย่างจริงใจ
"หืม เจ้างั้นหรือ?? เจ้าควรจะเรียกข้าว่าอะไร จะให้ทวนความจรงจำหรือไม่"ชายหนุ่มกล่าวพร้อมหยิกแก้มนางเบาๆ ซีอวิ้นรีบดึงหน้าออกมาในทันทีและก้มลงด้วยความเขินอาย
"ขะ ขอบคุณสามี"
"ดีมาก เช่นนั้นข้าออกไปก่อนนะ อีกอย่างข้าเปิดหอคอยทุกชั้นให้เจ้าแล้ว หากอยากเดินเที่ยวหรือศึกษาอะไรก็ทำได้ แต่ชั้นสี่นั้นเจ้าต้องระวังนิดหน่อยเพราะพี่หญิงน้องหญิงของเจ้ากำลังปิดด่านอยู่ แต่หากอยากปิดด่านอีกคนก็ยังมีขุนเขาอีกหลายลูกในชั้นสี่ให้เจ้าได้เลือกสรรค์"ลั่วอู่หลินกล่าวกับนาง ซีอวิ้นได้ยินก็พลันหูตาตื่นในทันทีไม่คิดว่าที่นี่ยังมีชั้นอื่นอยู่ด้วย
"เข้าใจแล้ว แต่หากพวกนางออกจากด่านออกมาแล้วไม่รับข้าเข้ากลุ่มของพวกนางจะทำอย่างไร"ซีอวิ้นกล่าวอย่างกังวลใจ ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้เช่นเดียวกัน
"คิดมากไปแล้ว พวกนางล้วนแต่เป็นคนดี ขอแค่หญิงสาวที่ข้าพามาไม่สร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวก็เป็นอันใช้ได้ เจ้าเองก็ไม่ได้สร้างความร้าวฉานเสียหน่อยแล้วจะกลัวไปทำไมกัน พวกนางน่าจะชื่นชอบเจ้าเสียด้วยซ้ำ ไม่แน่พอเจ้าได้รวมกลุ่มกับพวกนางอาจจะลืมข้าผู้เป็นสามีไปเลยก็เป็นได้"
"หึ ใครจะทำเช่นนั้นกัน"ซีอวิ้นกล่าว เมื่อเห็นนางคลายความกังวลใจแล้วเขาก็ลูบผมนางอย่างแผ่วเบาและเดินออกไปจากหอคอยมหาสมบัติในทันที
ในเวลานี้เป็นช่วงเที่ยงของวัน ในเวลาเดียวกันนั้นทั้งหลี่อิงและหยางเหม่ยกุ้ยก็พลันพากันออกจากด่านมาพร้อมกันจนทำให้ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้ จึงได้เดินไปเพื่อกล่าวถาม
"ศิษย์พี่เหตุใดพวกท่านถึงได้ปิดด่านเร็วนัก ปกติมันต้องเป็นปีไม่ใช่หรือ"
"อ๊ะ ศิษย์น้องนี่เอง ไม่มีอะไรมากหรอกข้าทรัพยากรหมดน่ะ"เป็นหยางเหม่ยกุ้ยที่กล่าวตอบเป็นคนแรก
"ส่วนข้าไม่สามารถผ่านคอขวดได้ก็เลยไม่อยากจะฝืนและออกมาสูดอากาศก้เท่านั้น"หลี่อิงกล่าวด้วยท่าทีเย็นชาเช่นเดิม
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ คนหนึ่งทรัพยากรณ์หมดก็ไม่น่าแปลกอะไรเพราะนางใกล้จะบรรลุระดับบรรพชนแล้วจึงต้องใช้ทรัพยากรณ์มหาศาล ส่วนศิษย์พี่รองอย่างหลี่อิงนั้นคงจะมีอะไรค้างคาใจเป็นแน่ถึงได้ไม่สามารถผ่านคอขวดไปได้ ซึ่งเขาก็ไม่อาจจะเสียมารยาทไปถามไถ่ได้
ในขณะที่ทั้งสามกำลังยืนพูดคุยอยู่นั้นเสียงระฆังดังลั่นขึ้นมาหนึ่งครั้งกังวาลไปทั่วนิกาย ทั้งหยางเหม่ยกุ้ย หลี่อิง และลั่วอู่หลินไม่รอช้ารีบมุ่งตรงไปที่ขุนเขาของศิษย์สายนอกในทันที เสียงระฆังหนึ่งครั้งนี้คือการเรียกรวมศิษย์สายนอกให้มารวมตัวกันอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อมาถึงทั่วทั้งขุนเขาเต็มไปด้วยศิษย์สานนอกของนิกาย ด้านบนท้องฟ้าเหนือศิษย์ทั้งหลายปรากฏร่างของชายวัยกลางคนสิบคนด้วยกันและนั่นคือเหล่าผู้อาวุโสระดับจอมปราชญ์ทั้งสิ้น ใจกลางของผุ้อาวุโสเหล่านั้นคือชายชุดแดงที่ท่าทางสง่างามด้านหลังของเขามีหญิงงามหนึ่งคนยืนอยู่ นั่นไม่ใช่ใครนอกจากประมุขตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงและหลินชิงหลวนผู้เป็นอาจารย์ของทั้งหยางเหมยกุ้ย หลี่อิง และลั่วอู่หลินนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าศิษย์มากันหน้าตาแล้วประมุขนิกายก้เริ่มกล่าวถึงเป้าหมายที่เรียกรวมตัวกันในทันที "ที่ลั่นระฆังเรียกพวกเจ้ามารวมกันในวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้พวกเจ้าได้รับรู้ ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ กำลังจะเปิดขึ้นอีกครั้งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า พวกเจ้าเตรียมตัวกันเอาไว้เพราะสถานที่แห่งนั้นคือสวรรค์ของเหล่ารุ่นเยาว์เลยก็ว่าได้"
กล่าวจบประมุขนิกายและบรรดาผู้อาวุโสก็ทะยานร่างกลับสู่ขุนเขาของผู้อาวุโสในทันที ทิ้งให้ขุนเขาของศิษย์สายนอกเกิดเสียงฮือฮากันยกใหญ่ ดินแดนบรรพบุรุษชื่อนี้หากเป็นศิษย์ของนิกายระดับสูงแน่นอนว่าย่อมต้องรู้จักอย่างแน่นอนเพราะมันคือสรวงสวรรค์ของรุ่นเยาว์อย่างแท้จริงเพราะมันจำกัดการเข้าเอาไว้ที่อายุหนึ่งร้อยปี อีกทั้งด้านในยังมีมรดกมากมายเพื่อให้คนที่เข้าไปได้ค้นหา
แต่ทว่ามันก็ไม่ได้เปิดเพียงแค่ดินแดนระดับสูงเท่านั้นแต่จะเปิดทุกดินแดน ไม่เว้นดินแดนสัตว์อสูร และดินแดนปีศาจเองก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าเป็นสงครามแย่งชิงทรัพยากรขนาดย่อมๆของทั้งสามเผ่าพันธุ์เลยก็ว่าได้
หากจะพูดอีกอย่างแม้ว่ามันจะเป็นสรวงสวรรค์ขนาดใหญ่ในการแสวงหาโชคลาภ แต่หากประมาทก็มีเพียงแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่