หลิวอี้พึ่งจะเคยได้ยินชื่อของสำนักหมื่นดารา ก่อนที่เย่หลิงจะไปนางยังไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้กับเขามาก่อน
“ข้าหวังว่าทางที่เจ้าเลือกจะถูกต้อง”
หลิวอี้พูดคุยกับนางเสร็จเขากลับมาที่เรือนของเย่เอ๋อ เขากลับมายังเห็นนางนั่งฝึกหลอมโอสถเช่นเคย เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาพบเห็นตัวเองในชาติก่อน
“ข้าอยากจะฟังเจ้าดีดพิณ พวกเราไปที่ศาลาริมหน้าผากันเถอะ”
ทั้งสองออกไปนั่งที่ศาลา เย่เอ๋อนางเอาพิณวางลงนางกำลังจะนั่ง
“เจ้าอย่าพึ่งนั่ง”
หลิวอี้ห้ามนางเอาไว้จากนั้นเขาเดินไปนั่งที่ด้านหน้าของพิณ
“เจ้ามานั่งตรงนี้”หลิวอี้พูดขึ้นมาและชี้ไปที่ตักของเขา
เย่เอ๋อนางไม่รู้ว่าเขามีแผนอะไรนางได้แต่นั่งลงที่ตักของเขา
“ข้าอยากจะฟังเพลงที่เจ้าบรรเลงให้กับชายชู้ของเจ้าฟัง”
นางหันกลับมามองหน้าของเขา จากนั้นนางจึงหันกลับไปและเริ่มบรรเลงพิณ เสียงพิณที่ถูกเย่เอ๋อบรรเลงขึ้นมาช่างไพรเราะยิ่งนัก หลิวอี้ได้ฟังถึงกับแอบชื่นชมนางในใจ
ที่ตีนเขา องค์ชายลำดับที่หนึ่งกำลังเดินขึ้นมา เขากำลังจะไปพบกับเย่เอ๋อ ความจริงอีกสามวันจึงจะถึงเวลานัดของเขากับเย่เอ๋อ แต่เขามาก่อนเพื่อทำให้นางตกใจและเซอร์ไพรส์ เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆองค์ชายได้ยินเสียงพิณที่ดังขึ้น เขาจดจำได้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงโปรดของเขาที่เย่เอ๋อชอบเล่นให้ฟัง และนางยังบอกกับเขาอีกว่าเพลงนี้นางแต่งขึ้นมาเพื่อเขา
องค์ชายรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียงพิณ เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากนั้นเขาได้เห็นภาพที่เขาไม่เคยคิดเคยฝันว่าเขาจะได้พบเห็นมันมาก่อน เขามองเห็นหญิงงามกำลังนั่งบรรเลงพิณอยู่บนตักของบุรุษคนหนึ่ง แต่เขามองไม่เห็นใบหน้าของทั้งสองคน เขาได้แต่ภาวนาในใจ อย่าให้เป็นคนที่เขาคิดเอาไว้
หลิวอี้รู้ว่าเป้าหมายของเขามาถึงแล้วเขาจึงดำเนินแผนการ
“เย่เอ๋อจูบข้าที”หลิวอี้พูดขึ้นข้างหูของนาง
เย่เอ๋อหันหน้ากลับมาจากนั้นนางจูบไปที่ริมฝีปากของหลิวอี้ ทั้งสองจูบกันอย่างเร่าร้อน มือของหลิวอี้ลูบไล่ไปทุกส่วนของร่างกายนาง เสียงพิณได้หยุดลงไปแล้ว
องค์ชายลำดับที่หนึ่งเขาเห็นทุกอย่าง ในจังหวะที่เขาเห็นเย่เอ๋อหันหน้ากลับมาจูบบุรุษคนนั้น เขาถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น พร้อมกับหัวใจของเขาที่แตกสลาย ยิ่งเห็นมือของบุรุษคนนั้นที่ลูบไล่ไปทุกส่วนของร่างกายนาง หัวใจของเขาเหมือนกับถูกไฟที่ร้อนแรงแผดเผา เพราะว่าเขายังไม่เคยที่จะทำอย่างอื่นมากกว่าการจูบกับนางเพราะนางจะห้ามเขาเอาไว้ก่อน แต่กับบุรุษคนนี้นางกับไม่ห้ามเขาและเหมือนกับว่านางกำลังชื่นชอบกับการกระทำของเขา
องค์ชายทนไม่ไหวเขาถึงกับกระอัดเลือดออกมา เขาพยายามเดินหอบสังขารลงจากหุบเขา ศิษย์ที่เฝ้าประตูของสำนักเห็นองค์ชายเดินมาด้วยสภาพเหมือนคนที่มีอาการบาดเจ็บสาหัสพวกเขาจึงรีบเข้าไปพยุงตัวขององค์ชาย ผู้ติดตามขององค์ชายรีบเขามาดูอาการและสอบถาม
“ใครเป็นคนทำร้ายองค์ชาย”
องค์ชายตอนนี้น่าสงสารเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่าน้ำตาของเขากำลังจะไหลออกมา เขาจึงรีบให้ผู้ติดตามพาเขาออกไปจากที่แห่งนี้
หลิวอี้หยุดจูบกับเย่เอ๋อหลังจากที่เขาเห็นองค์ชายเดินจากไป ความจริงแล้วก่อนที่หลิวอี้จะขึ้นมายังหุบเขาที่เย่เอ๋อพัก เขาได้กางม่านพลังเอาไว้ทั่วทั้งหุบเขา หากมีใครเข้ามาเขาสามารถรับรู้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแผนการของเขาทั้งหมด เขาวางแผนหลอกล่อให้เย่เอ๋อไปที่ศาลากับเขา เขาบอกว่าอยากจะฟังนางบรรเลงพิณ และที่สำคัญเขายังให้นางบรรเลง เพลงพิณที่นางเคยบรรเลงให้กับองค์ชายฟังในครั้งก่อนให้เขาฟัง หลังจากที่หลิวอี้รับรู้ได้ว่าองค์ชายมองเห็นเขากับนาง เขาจึงสั่งให้นางจูบเขา เพื่อให้องค์ชายเห็นภาพบาดตาบาดใจ ให้เขาเห็นว่าเย่เอ๋อหันมาจูบเขาก่อน
เย่เอ๋อนางไม่รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วที่นางยอมหลิวอี้ทุกอย่างเป็นเพราะว่านางจะต้องทำให้เขาเชื่อนางและยอมให้นางติดตามเขา แต่ที่นางไม่คิดก็คือ นางไม่คิดว่าองค์ชายคนรักของนางจะมาเซอร์ไพรส์นางก่อนสามวัน และตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าองค์ชายเขาเห็นทุกอย่างทุกการกระทำของนางจนหมด
“เจ้าบรรเลงเพลงอื่นให้ข้าฟังด้วย”
นางยังคงนั่งบรรเลงพิณในอ้อมกอดของหลิวอี้ต่อไป
หลิวอี้ตอนนี้รู้สึกสะใจยิ่งนักที่ได้แก้แค้นชู้รักของเย่เอ๋อและที่เขาสะใจยิ่งกว่าคือนางไม่รู้ว่าองค์ชายถึงกับกระอักเลือดออกมาหลังจากที่ได้เห็นภาพเขาและนางจูบกัน