ตูม! เฮ...! โครม! เฮ...! ปัง! เฮ...!
มีเสียงโห่ร้องยินดีประกอบทุกการโจมตีของอสูรจักรราศีพฤษภ ไม่ว่าจะต่อย เตะ ฟัน หรือปล่อยพลัง ม่านพลังป้องกันกะพริบทุกครั้งที่ถูกโจมตีใส่ มันสร้างความแรงสั่นสะเทือนไปทั้งเมืองธารสวรรค์ตลอดที่ถูกโจมตีโดยอสูรครึ่งวัวครึ่งคน ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันเวทมนตร์ของเมืองธารสวรรค์ลงได้ อย่างไรก็ตามม่านพลังป้องกันเวทมนตร์เป็นเหมือนฟองสบู่ที่คลุมเมืองธารสวรรค์ที่พร้อมจะแตกออกได้ทุกเมื่อ
“มันจะแข็งนักหนาว่ะ” องค์รัชทายาทภูผาหงุดหงิด “รีบ ๆ เอาไอ้ม่านพลังป้องกันเวรนี้ลงสักที”
องค์รัชทายาทเร่งเร้าเจ้าพระยามณีเดชที่ได้รับมอบหมายเป็นคนอัญเชิญอสูรจักรราศีพฤษภ ก่อนหน้านี้เขาไม่มั่นใจนักว่าการอัญเชิญจะประสบความสำเร็จ เขาจึงมอบหมายให้เจ้าพระยามณีเดชเป็นคนทำพิธีสังเวยเลือดเพื่ออัญเชิญอสูรจักรราศีพฤษภแทน แม้เจ้าพระยามณีเดชจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อเป็นคำสั่งจากองค์รัชทายาท เขาจึงปฏิเสธไม่ได้
แม้ว่าเจ้าพระยามณีเดชจะอัญเชิญอสูรจักรราศีพฤษภได้สำเร็จ แต่ความรู้เกี่ยวกับอสูรจักรราศีพฤษภของเขาค่อนข้างน้อย เขาไม่รู้เลยว่าอสูรจักรราศีพฤษภทำอะไรได้บ้าง จากทำหมดทำเพียงใช้ขวาน หมัดต่อย เท้ากระทืบจนเกิดคลื่นดินกระแทกเท่านั้น ทุกทักษะที่เขาใช้มันดูไม่รุนแรงเท่าที่ควร
เมื่อถูกองค์รัชทายาทเร่งรัดให้จัดการม่านพลังป้องกันที่ขวางทางอยู่ เขาจึงไม่รู้จะทำเช่นไรนอกจากที่เขาทำได้แล้ว
แรงกดดันพลังนี่มันอะไรกัน!? ใจของเราไม่เคยสั่นไหวขนาดนี้มานานแล้ว มันกำลังพุ่งมาทางนี้ด้วย ทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตราย! ต้องรีบให้ทุกคนอพยพ!
“ไม่ได้เลยค่ะ” ปลายฝนพูดออกมาอย่างสิ้นหวัง
ตลอดที่อสูรจักรราศีพฤษภกำลังพยายามทำลายม่านพลังป้องกันเวทมนตร์ ปลายฝนก็กำลังพยายามอัญเชิญอสูรจักรราศีกุมภ์เช่นกัน แต่ดูเหมือนมันไร้ผล สำหรับทุกคนนี่ถือเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่ที่จะใช้ต่อกรกับอสูรจักรราศีพฤษภ ความกดดันจึงมาตกอยู่ที่ปลายฝนทั้งหมด
เมื่อเห็นปลายฝนพยายามเค้นทุกสิ่งทุกอย่างจนหน้าดำหน้าแดง ดารินรู้สึกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงพูดปลอบโยนปลายฝนเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง “ไม่ต้องรีบก็ได้เจ้าหญิง ศัตรูยังตีฝ่าม่านพลังป้องกันไม่ได้ ค่อย ๆ นึก ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ สัมผัสถึงมัน”
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับดาริน พระราชาเองก็เสริมสิ่งที่ดารินพูด “ใช่แล้วลูกธารารินทร์ ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนก็ได้ ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงธาตุในตัวลูกมันก็ไม่ตรงกับธาตุของอสูรจักรราศีกุมภ์อยู่แล้ว ถ้าจะทำไม่ได้ก็คงไม่แปลกอะไร”
หลังได้ยินคำพูดของพระราชา มันช่วยไม่ได้ที่ดารินจะต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอไม่คิดที่จะใช้วิธีนี้เลย เพราะเธอคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป หากควบคุมไม่อยู่มันจะเป็นดาบสองคมที่อาจหันมาทำร้ายตัวเองได้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“เทพไท เธอช่วยไปตามเก้าและเกตมาพบฉันหน่อยได้ไหม?” ดารินพูดกับเทพไท
เทพไทมองหน้าอาจารย์ของเขาอย่างสับสน ในเวลาเช่นนี้เหตุใดถึงได้ตามตัวสองพี่น้องนี้มาด้วย เขาเป็นคนไปส่งสองพี่น้องให้ไปหลบอยู่ในหลุมหลบภัยโดยคำสั่งก็มาจากดารินนั่นเอง แต่ตอนนี้อาจารย์ของเขากลับให้นำทั้งสองมาหา ไม่แม้แต่เทพไทที่สงสัย ทุกคนก็สงสัย ดารินจะนำเด็กอายุสิบเอ็ดขวบกับเจ็ดขวบมาที่นี่ในเวลาแบบนี้เพื่ออะไรกัน?
เทพไทอยากจะถามแต่ตอนนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และอาจารย์ของเขาต้องมีเหตุผลที่ดีอย่างแน่นอนถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้ เทพไทจึงเลือกที่จะทำตามคำสั่งโดยไร้คำถาม
“ทุกคนหนีไป! ออกจากที่นี่ เร็ว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คุ้นหูตะโกนดังลั่น เมื่อทุกคนหันมองทางที่มาของเสียง ปรากฏรอยยิ้มเริ่มเปื้อนหน้ากันเกือบทุกคนยกเว้นธัญญ่าและพระราชา อานนท์ผู้เป็นดั่งแสงแห่งความหวังในสายตาทุกคนกำลังวิ่งมาทางพวกเขาอยู่ไกล ๆ
พวกเขาได้ยินเสียงที่อานนท์ตะโกนก็จริง แต่ก็ไม่มีใครฟังได้ชัด เนื่องจากเสียงแห่งสงคราม การระเบิดของกระสุนปืนใหญ่เวทมนตร์ยังคงดังสลับกับการโจมตีจากอสูรจักรราศีพฤษภอยู่ตลอด
“นายว่าไงนะ!” เทพไทตะโกนตอบ เขายกเลิกการไปตามตัวเก้ากับเกตอย่างกะทันหัน “จะมาช่วยแล้วใช่ไหม?”