ตอนที่ 51
แม้ไป๋เหมยเซี่ยนให้คำรับรองแล้ว ว่าไป๋กุนหลางจะปลอดภัย แต่ปินปินก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ จึงมานั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ
"ใกล้จะค่ำแล้ว ยังมานั่งริมน้ำ เดี๋ยวยุงกัดเอานะ"
!!! "องค์ชายเพคะ!!"
เมื่อปินปินพบหน้าบุรุษที่ตนเองเฝ้าห่วงมาตลอด ก็ลืมความเป็นกุลสตรี วิ่งไปกระโดดกอดคอไป๋กุนหลาง และร้องไห้ออกมา
ไป๋กุนหลางยื่นมือไปซับน้ำตาปินปิน แล้วปลอบ "โอ๋ๆ...อย่าร้องๆ ข้ากลับมาแล้ว คิดถึงข้ามากขนาดนี้เลยรึ?"
"ไม่ใช่ซะหน่อยเพคะ" ปินปินส่ายหน้าด้วยความเขิน "หม่อมฉันแค่เป็นห่วงนิดหน่อยเท่านั้น เพราะชูหลิงบอกว่า พระองค์บาดเจ็บกลับมา"
ปินปินเหลือบตามองไปที่แขนขวาของไป๋กุนหลาง เมื่อเห็นว่าส่วนที่โผล่ออกมาไม่มีรอยแผลนางจึงโล่งใจ
"อ้าาา…" ไป๋กุนหลางยกมือกุมอกซ้าย ทำท่าเศร้าใจ "ข้ารู้สึกปวดใจยิ่ง กลับเป็นข้าฝ่ายเดียว ที่คิดถึงเจ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน"
ปินปินหรี่ตามอง "แต่หม่อมฉันได้ยินคนเขาพูดกันว่า พระองค์ใช้เงินหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทอง เหมาสิบสองนารีแห่งเมืองไผ่งาม มาค้างด้วยถึง สามวันสามคืน"
"ฮึก!!..." ไป๋กุนหลางสำลักลมหายใจ
"แหม...ผู้ชายอย่างข้าอาจจะแวะกินอาหารว่างข้างทางบ้าง แต่ข้าก็คิดถึงอาหารหลักที่บ้านอยู่ตลอดเลยนะ" ไป๋กุนหลางกล่าวแก้ตัวพร้อมเลื่อนมือที่โอบหลังปินปิน ลงไปลูบไล้บีบเค้นส่วนที่เขาชื่นชอบ
"ฮึ!..หม่อมฉันไม่เชื่อท่านหรอก อย่ามาแตะต้องตัวหม่อมฉันนะเพคะ" ปากกล่าวอย่างนั้น แต่ปินปินก็ไม่ได้ปฏิเสธการลวนลามของไป๋กุนหลาง แถมยังเอนตัวไปพิงอกเขาอีกด้วย
"อะแฮ่มๆ.." ในระหว่างที่ไป๋กุนหลางกำลังใช้วิชามือมารอย่างเพลิดเพลิน ก็มีเสียงกะแอมดังเข้าหู พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นไป๋เหมยเซี่ยนที่สองแก้มปรากฏสีแดงเรื้อยืนมองพวกเขาอยู่ ด้านข้างนางมีชูหลิงที่ก้มหน้างุด สองมือบิดชายเสื้อไปมาด้วยความขวยเขิน ทิศทางที่พวกนางเดินมาอยู่เยื้องไปด้านหลังของปินปิน จึงทำให้พวกนางมองเห็นสองมือมารของไป๋กุนหลาง ขยี้ขยำสะโพกของปินปิน จนมันเปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างชัดเจน
"ข้ารู้ว่าพวกท่านคิดถึงกันมาก แต่เรื่องบางเรื่องก็ควรจะทำในที่ลับตาคน ไม่ใช่กลางศาลาริมน้ำอย่างนี้นะ พี่กุนหลาง" ไป๋เหมยเซี่ยนสอน
พอไป๋เหมยเซี่ยนกล่าวจบปินปินที่กำลังติดสตั้นอยู่ก็ได้สติ ปัดมือไป๋กุนหลางออกจากสะโพก อย่างร้อนรน
"องค์ชายบ้าที่สุด!" ปินปินว่าพร้อมวิ่งไปหลบหลังไป๋เหมยเซี่ยน แล้วก้มหน้างุดด้วยความอับอายอีกคน
"ฮ่าๆๆ…" ไป๋กุนหลางหัวเราะแก้เขิน แล้วเดินไปหาไป๋เหมยเซี่ยน..."พี่กลับมาแล้ว" เขากล่าวพร้อมดึงไป๋เหมยเซี่ยนเข้ามากอด และจูบกระหม่อมนาง ซึ่งไป๋เหมยเซี่ยนก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ทักทายน้องสาวเสร็จ ไป๋กุนหลางก็ไปมองชูหลิง นางยังก้มหน้าอยู่ ไป๋กุนหลางจึงยี้นมือไปเชยคางนางขึ้นมา แล้วกล่าวว่า "ข้าได้ยินว่ามีเด็กแสบคนหนึ่ง เที่ยวบอกทุกคนไปทั่วว่าข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าว่าเด็กแสบคนนั้นควรถูกทำโทษยังไงดีหือ...ชูหลิง"
ชูหลิงหลับตาปี๋ กล่าวแก้ตัว "ก็พวกทหารเขาพูดกันอย่างนั้น เรื่องนี้โทษหม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ"
เห็นปากเล็กๆขมุบขมิบ ไป๋กุนหลางใจสั่นสะท้าน รู้สึกอยากใช้ริมฝีปากของตนบดขยี้ริมฝีปากเรียวบางสีชมพูชุ่มน้ำอันนี้ในบันดล
ปินปินกับชูหลิงมีอายุห่างกันไม่ถึงปี ในขณะที่รูปร่างของปินปินแต่กเนื้อสาวอย่างเต็มที่แล้ว แต่รูปร่างของชูหลิงกลับเหมือนถูกสต๊าฟไว้ ด้วยความสูงไม่เกิน 150เซนติเมตร และรูปกายผอมบาง ทำให้ชูหลิงกลายเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันอยากมีไว้ในอ้อมกอด ไม่เว้นแม้กระทั่งไป๋กุนหลาง
"อะแฮ่มๆ…" ไป๋กุนหลางกะแอมยับยั้งอารมณ์ของตน และปล่อยคางของชูหลิงให้เป็นอิสระ
"แล้วตกลงท่านพี่บาดเจ็บรึเปล่าล่ะเจ้าคะ?" ไป๋เหมยเซี่ยนกล่าว แล้วดึงแขนเสื้อไป๋กุนหลางขึ้น "อ่าว...ก็ไม่มีแผลนิ พวกทหารกล้าเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นหรือ? เดี๋ยวข้าจะไปสั่งลงโทษเสียให้เข็ด"
"ไม่ต้อง...พวกเขาไม่ได้ล้อเล่น ตอนแรกพี่บาดเจ็บจริง" ไป๋กุนหลางจึงอธิบายเรื่องโฮ่วตงให้ สาวๆทั้งสามฟัง
"พี่กุนหลางพี่ช่างโชคดีจริงๆ" ไป๋เหมยเซี่ยนยินดีกับพี่ชายมาก ที่เขาได้มีโอกาสทำความรู้จักกับยอดคนแห่งยุค
แต่ไป๋กุนหลางกลับถอนหายใจอย่างระอา "ข้าไม่รู้จะเรียกมันว่าโชคดี ดีรึเปล่า"
"เออนี่ข้ามีของมาฝากพวกเจ้าด้วยนะ" ไป๋กุนหลางกล่าว แล้วปรบมือ ก็มีขันทียกกล่องเข้ามา ไป๋กุนหลางจึงหยิบของที่เตรียมไว้แจกจ่ายให้ทั้งสาม
"เห...สร้อยนี่ราคาไม่น่าจะเกินสิบเหรียญทอง" ชูหลิงข้องใจกับของฝาก หันมามองไป๋กุนหลางแล้วทำหน้าตาเหลอหลา "องค์ชายห้าเพคะท่านจนขนาดนี้เลยเหรอ?"
ไป๋กุนหลางได้ยินถึงกับสะอึก
"หนอยแน่ะยัยเด็กนี่...เรื่องเมื่อกี้ก็ยังไม่จบ กลับมาหาว่าข้าเป็นองค์ชายยาจกอีก สงสัยคงต้องจับฟาดก้นให้เข็ดซะหน่อยแล้ว" ไป๋กุนหลางกล่าว พร้อมถกแขนเสื้อขึ้นทำท่าจะลากชูหลิงมาตีก้นจริงๆ ความจริงไม่ใช่ว่าเขาอยากจะซื้อของถูกกลับมา แต่เรื่องนี้มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เขาไม่อยากให้พวกนางรู้ จึงรีบโมโหกลบเกลื่อน
ชูหลิงเห็นไป๋กุนหลางจะตีนางจริงๆ ก็รีบถอยห่าง พร้อมกล่าวตัดพ้อ "โธ่...องค์ชายห้าหม่อมฉันแค่สงสัยเท่านั้นเอง ไม่ได้ว่าอะไรพระองค์ซะหน่อยเพคะ"
ชูหลิงเบนสายตามองมือทั้งสองข้างของไป๋กุนหลาง เมื่อกี้นางเห็นเต็มสองตาเลย ว่าสะโพกของปินปินถูกมือแกร่งคู่นี้ บีบจนมันเป็นยังไง สะโพกของนางเล็กกว่าปินปินตั้งเยอะ ขืนถูกมันฟาดเข้าไปล่ะก็ สะโพกของนางได้หักกันพอดี
จะว่าไปชูหลิงก็พิศวงตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนอย่าว่าแต่พูดคุยเลย แค่ยืนอยู่ใกล้ๆไป๋กุนหลางก็ทำให้นางกลัวจนขาสั่นแล้ว แต่ตอนนี้ แม้ไป๋กุนหลางจะยังคงโผงผาง ไม่มีสง่าราศีของราชนิกุลชั้นสูงอยู่เหมือนเดิม แต่ชูหลิงกลับรู้สึกสนิทสนมมากขึ้น จนกระทั่งเผลอกล่าววาจาหยอกล้อออกไป
"องค์ชายห้าไม่ขาดเงินหรอกชูหลิง" ได้ยินปินปินกล่าวแก้ต่างให้ตน ไป๋กุนหลางก็ยิ้มหน้าระรื่น แต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นหน้าเจือนในทันใด เพราะประโยคต่อมาของปินปิน คือ "พระองค์แค่แจกจ่ายเงินให้สตรีตามรายทางไปจนหมด"
ฉึก!!
เสียงหัวใจดำๆ ดวงน้อยๆ ของไป๋กุนหลางโดนแทง
"พวกเจ้าพอเถอะ" ไป๋เหมยเซี่ยนเห็นพี่ชายโดนสองสาวใช้ สลับกันทุบจนจะนิ่มเป็นแป้งโรตีสดอยู่แล้ว จึงกล่าวช่วยเหลือ "พวกเราก็รู้กันอยู่ว่า สันดานเจ้าชู้ของพี่กุนหลางไม่มีวันรักษาหาย เพราะฉะนั้นอย่าเก็บมาใส่ใจเลย" แต่ก็ไม่วายทิ่มไป๋กุนหลางอีกแผลหนึ่ง
ไป๋กุนหลางโชกเลือดแล้ว
_______________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน