ตอนที่ 19 วอชเชอร์ประหลาดใจ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
วอชเชอร์สาวไม่ใช่เวเนเตอร์สายต่อสู้ แต่ไอเทมสปีริตของเธอมีความสามารถใช้การป้องกันที่ยอดเยี่ยม
ด้วยการบ่มเพาะดาราขาวหกแฉกของเธอสามารถต้านทานการโจมตีของมอนสเตอร์ในอบิสระดับนี้สี่ถึงห้าตัวได้อย่างสบายๆ
แต่ใครจะคิดเล่าว่าตอนนี้มีมอนสเตอร์มากกว่าสิบตัวที่หลุดรอดออกมาจากการโจมตีของเก่งกาจ
จนกระทั่ง
เพล้ง!
ม่านพลังของเธอแตกสลาย มันไม่สามารถต้านการโจมตีของมอนสเตอร์ได้อีกต่อไป
“เฟิร์สวันรีบหนีเร็วเข้า!”
วอชเชอร์สาวส่งให้เด็กหนุ่มถอยออกจากที่นี่ทันที
แต่ทว่าไม่ทันแล้ว มอนสเตอร์เหล่านี้รวดเร็วยิ่ง รยางค์สีแดงของมันดุจคมมีดสายลม โจมตีคนทั้งสองไม่ต่างจากเคียวมัจจุราชที่พาดอยู่บนคอ
วอชเชอร์สาวหน้าซีดในทันที แม้แต่เธอในตอนนี้ก็ลำบากที่จะป้องกันตัว ผ้าคลุมของเธอโบกสะบัดเพื่อป้องกันการโจมตีเ่าั้อย่างทุลักทุเล
แต่ความสามารถของเธอในตอนนี้มีกำลังแค่เพียงป้องกันตนเองเท่านั้น
แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นเล่า!
ทว่า
ในตอนนั้นเองภาพเบื้องหน้าก็ทำให้วอชเชอร์สาวตื่นตะลึง
เมื่อภาพที่เธอเห็นคือภาพของเด็กหนุ่มกำลังใช้ซากของสัตว์ประหลาดที่ตายไปมาเป็อาวุธ
รยางค์สีแดงที่ถูกเก่งกาจฟันเป็ชิ้นๆ ตอนนี้เศษส่วนหนึ่งที่มีความยาวสามฟุตกำลังอยู่ในมือของเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มผู้มีรูปร่างผอมเพรียว สวมเสื้อผ้าอันหลวมโพล่ง ท่าทางของเขาดูอ่อนแอเหมือนเด็กติดเกมส์ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับดูคล่องแคล่วปราดเปรียว
รยางค์สีแดงที่ดูเหมือนกับเศษเนื้อ บัดนี้กลับถูกเด็กหนุ่มถือบังคับให้มันตั้งตรง ทำให้รูปร่างของมันไม่ต่างกับดาบยาวเล่มหนึ่งเลยแม้แต่น้อย
โดยปกติแล้วนิวโฮปมักจะนำเศษซากของมอนสเตอร์ไปทำเป็อาวุธเพื่อให้เวเนเตอร์ที่ถนัดอาวุธนั้นๆ ใช้ หรือนำไปขายให้กับผู้ที่มีความ้าจนได้กำไรเป็กอบเป็กำ
แต่นั่นก็เป็ชิ้นส่วนที่สามารถนำไปใช้ทำอาวุธได้ ซึ่งรยางค์สีแดงนั้นมีสภาพเหมือนหนวดปลาหมึกไม่สามารถจินตนาการได้ว่าจะเอาไปใช้เป็อาวุธได้เลย หากมันถูกใช้โดยมอนสเตอร์เ้าของร่าง
แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับทำให้วอชเชอร์สาวอย่างเธอตกตะลึง
ปัง! ปัง! ปัง!
เฟิร์สใช้ท่ารางย่างก้าวกระบี่ปัดป้องรยางค์สีแดงมากมายที่พุ่งเข้ามา
การออกกระบี่ของเขาในแต่ละครั้งสามารถปะทะกับรยางค์สีแดงเ่าั้ได้อย่างแม่นยำ
แต่ทว่าสีหน้าของเขากลับดูไม่ดีนัก
‘มอนสเตอร์เหล่านี้แข็งแกร่งเกินไป ด้วยพลังบ่มเพาะของฉันในตอนนี้ไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้’ เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโอดครวญในใจ
แม้เขาจะสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์เหล่านี้ได้ แต่ก็ไม่มีความสามารถที่จะคุกคามพวกมันได้
สิ่งที่เขาทำได้คือการป้องกันเท่านั้น!
“พวกเราต้องรีบหนีไปจากที่นี่แล้ว” เฟิร์สกล่าวกับวอชเชอร์สาว ก่อนที่เขาจะใช้กระบวนท่าโจมตีทับซ้อน
ตูม!
เฟิร์สใช้กระบวนท่าโจมตีทับซ้อนออกไป โดยที่เขาไม่แม้แต่จะดูผลลัพธ์ของมัน
ร่างอันผอมบางเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว โฉบเอาร่างของหญิงสาววอชเชอร์หอบกลับไปด้วย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หญิงสาวไม่แม้แต่จะมีเวลาคิดด้วยซ้ำ เธอก็ถูกเด็กหนุ่มที่เธอต้องปกป้องรวบเอวพุ่งหนีตามกันไปแล้ว
“นี่มันอะไรกัน?” วอชเชอร์สาวเอ่ยอย่างไม่มีสติ
แม้เธอจะรู้ว่าผู้มีความสามารถพิเศษนั้นร้ายกาจมาก แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าผู้มีความสามารถพิเศษคนไหนจะร้ายกาจั้แ่การตื่นจากนิทรา
เฟิร์สนำหญิงสาวหลบหนีออกมาอย่างว่องไว ด้วยความร้ายกาจของท่าร่างเดินชมจันทร์ แม้จะมีหญิงสาวเป็ภาระแต่ก็สามารถหลบหนีจากมอนสเตอร์ที่ไล่ตามได้อย่างทิ้งห่าง
นั่นจึงทำให้หญิงสาวต้องอึ้งจนอ้าปากค้างจนทำอะไรไม่ถูก
จากคนที่ต้องปกป้องกลับถูกปกป้องเสียอีก เื่นี้พลิกคว่ำความคิดของเธอไปหมด
แต่ในตอนนั้นเองเสียงคำรามของชายหนุ่มผู้ถือขวานั์ก็ดังขึ้น
“สะบั้นพิภพ!”
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
ตูมมมมมมมม
ไอพลังสีแดงกวาดผ่านรอบด้าน กลายเป็การโจมตีหมู่จนทำให้เหล่ามอนสเตอร์ตายกันเป็เบือ
ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!
“เฟิร์สวัน วอชเชอร์ พวกคุณไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
เก่งกาจหรือเวเนเตอร์เดวิดปรากฏกายออกมาท่ามกลางซากมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วน เขาไล่ตามคนทั้งสองมาอย่างรีบร้อน อีกทั้งยังกวาดผ่านเหล่ามอนสเตอร์ที่ไล่ล่าคนทั้งสองจนเกลี้ยงอีกด้วย
วอชเชอร์สาวได้สติขึ้นมาและเอ่ยขึ้น “คุณจัดการพวกมันหมดแล้วหรอ?”
“ใช่ ผมจัดการพวกมันหมดแล้ว ดูเหมือนว่าด้านในจะมีสิ่งผิดปกติ”
“ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็รัง” วอชเชอร์สาวกล่าว
“รังอย่างนั้นหรอ?” ดวงตาของชายหนุ่มพลันเป็ประกายขึ้นมา
แม้แต่เฟิร์สเองก็ยังมีท่าทีที่สนใจ
‘รัง ที่นั่นเป็สถานที่ต้นกำเนิดของมอนสเตอร์ มันมีนางพญาที่ร้ายกาจทำหน้าที่ผลิตมอนสเตอร์ ตามข้อมูลที่ฉันค้นหาในอินเตอร์เน็ต การจะพบกับรังนั้นมีโอกาสน้อยมาก ซึ่งใช่ว่าอบิสทุกแห่งจะมีรังอยู่ทุกที่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือสถานที่ที่เรียกว่ารังจะพบผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึง อย่างเช่นมณีทักษะ หรือสมบัติล้ำค่า’ เด็กหนุ่มคิดในใจ
สำหรับมณีทักษะแล้ว มันเหมือนกับตำราเล่มหนึ่งที่ใช้เพิ่มความสามารถของเวเนเตอร์ แต่มณีทักษะนี้ก็เป็เพียงตำราเท่านั้น มันไม่สามารถใช้งานได้อย่างปุ๊บปั๊บเหมือนตำราสกิลในเกมส์ เวเนเตอร์ต้องทำการศึกษาและฝึกฝนด้วยตนเอง ซึ่งทั้งนี้ก็ใช่ว่าทักษะในมณีจะเหมาะสมกับเวเนเตอร์ทุกคน
แต่ถึงอย่างนั้นมณีทักษะก็มีราคาแพงมาก เพราะมันใช้ได้ครั้งเดียวคราเดียวเท่านั้น ข้อมูลในมณีทักษะจะแทรกซึมเข้าไปในความรู้ความเข้าใจของแต่ละบุคคล พวกเขาไม่สามารถอธิบายความรู้เ่าั้ออกมาเป็ลายลักษณ์อักษร หรือสอนให้กับคนอื่นได้
เช่นเดียวกันกับไอเทมสปีริตของเวเนเตอร์แต่ละคน ไอเทมสปีริตแต่ละชิ้นจะมีทักษะติดแฝงมาด้วย แม้จะมีการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นแต่หากไม่ใส่ใจในการฝึกฝนทักษะนั้นๆ มันก็จะเป็แค่เพียงสิ่งของไร้ประโยชน์
นี่คือความลึกลับของทักษะสปีริต
ปัจจุบันมนุษย์โลกยังไม่สามารถค้นหาความลับการมีอยู่ของไอเทมสปีริตและทักษะเหล่านี้ได้ แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือพวกมันสามารถช่วยให้โลกพ้นจากหายนะได้
“อย่างนั้นพวกเราควรเรียกระดมพลก่อนเป็อันดับแรก แล้วบุกรังของที่นี่” เก่งกาจเอ่ย
“วอชเชอร์รบกวนคุณแล้ว”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วรีบแจ้งทุกคนให้มารวมกันที่นี่ทันที
แน่นอนว่าเื่การมีอยู่ของรังจะต้องทำให้ทุกคนกระตือรือร้น
ไม่นานทุกคนก็มาปรากฏตัวที่นี่
“พวกคุณเจอรังจริงๆ หรอ?”
“มันอยู่ที่นี่?”
ท่าทางของแต่ละคนดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก พวกเขาแทบจะทนรอไม่ไหวกับการเผชิญหน้ากับรัง
“พวกคุณทุกคนต้องระวังตัวด้วย จะเป็โชคที่ดีหรือโชคร้ายก็ขึ้นอยู่กับพวกทุกคนแล้ว” เก่งกาจกล่าว
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกับเฟิร์สวันดีครับคุณเดวิด?”
ชายคนหนึ่งเอ่ยถาม
แล้วสายตาทั้งหมดก็มารวมที่เด็กหนุ่ม
แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีการบ่มเพาะที่ต่ำที่สุด ย่อมเป็ภาระกับการปฏิบัติการนี้
รังเป็สถานที่ที่มีมอนสเตอร์มารวมกันมากที่สุด มิหนำซ้ำยังมีนางพญาที่เป็บอสอาศัยอยู่ที่นั่น
ตอนนี้รังได้ปรากฏขึ้นแล้ว หากพวกเขาพลาดโอกาสนี้มอนสเตอร์จะย้ายรังหนีและพวกเขาจะไม่มีทางหาพวกมันเจออีกครั้ง
“พวกคุณวางใจเถอะ เขาสามารถรักษาชีวิตของตัวเองได้”
ไม่ใช่เก่งกาจที่เป็คนตอบ แต่เป็วอชเชอร์สาวออกมายืนยัน
ก่อนหน้านี้เธออาจจะตื่นเต้นเื่เจอรัง แต่เธอก็ไม่ลืมในความสามารถของเด็กหนุ่มผู้นี้
“ใช่ เขาจะไม่เป็ปัญหา” เก่งกาจเอ่ยยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
“ถ้าพวกคุณยืนยันแบบนั้นพวกเราก็วางใจ”
ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ห่วงในความปลอดภัยของเฟิร์สเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาเป็ห่วงในอิทธิพลของเก่งกาจมากกว่า
หากเ้าตัวยืนยันด้วยตัวเอง เช่นนั้นพวกเขาก็สบายใจ
“ไปกันเถอะ”
ทันทีที่สิ้นเสียงกลุ่มคนทั้งสิบห้าคนก็เคลื่อนที่ไปด้านหน้าทันที
จุดหมายของพวกเขาคือ “รัง”