ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 จุติลงมาดั่งเทพ

           คนที่มีแสงจ้ารอบกายพูดออกมาเสียงดังอีกครั้งลมปราณดุดันแผ่ไปทั่วฟ้าดินเมื่อพูดจบลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวปริมาณมากก็โถมกระหน่ำออกมา อสูรทั้งหลายต่างร้องคำรามอย่างหวาดกลัวเสียงดังเกิดลมพัดโชยไปทั่วทั้งบริเวณฟ้าและดิน

           “ฮ่าๆ บังอาจมาว่าบุตรหญิงบุตรชายของข้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา! ใครว่าฟ้าผ่าเพราะความอัปมงคลเห็นได้ชัดว่าเป็นปรากฏการณ์ของเทพที่จุติลงมา เป็นลางบอกเหตุถึงการกำเนิดของมนุษย์ดังเทพที่น่าเกรงขามที่สุด!”

           ข้างกายของสตรีชุดแม่ชีนางนี้มีบุรุษวัยรุ่นท่าทางสง่าและองอาจหัวเราะอย่างเยาะเย้ยและเอ่ยปากร่วมวงสนทนาด้วย

           บุรุษท่าทางสูงสง่าคนนี้สวมชุดต่อสู้ทั้งสองมือกำแน่น สีหน้าตั้งมั่น ดวงตาดุดันแต่ส่องประกาย คิ้วดกดำดั่งย้อมมาอกผายไหล่ผึ่ง ชายเสื้อของเขาพลิ้วไหวตามลม บนตัวมีรัศมีของบุรุษที่ทรงพลังไร้เทียมทานเขากล่าวต่อไปว่า “พวกเจ้าใครกล้าแตะต้องบุตรหญิงบุตรชายของข้าคงต้องมาทักทายกับ “มังกรสายฟ้า” ในมือข้าถามมันดูว่ามันยอมหรือไม่!”

           เมื่อพูดจบในมือของชายหนุ่มสูงสง่าก็มีหอกยาวปรากฏขึ้นบนหอกยาวมีพลังไฟฟ้าไหลเวียน มีเสียงดังโครมๆ โฉ่งฉ่างขึ้นมาก้องท้องฟ้า

           “ตู้ถิงเซวียน วันนี้ก็จัดการเจ้าไปด้วยเลยแล้วกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าพวกเจ้าสามพ่อลูกไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แต่แรกแล้ว ฆ่าให้หมด!”

           เสียงพูดดังราวกับฟ้าผ่าน้ำเสียงเย็นชาดุดัน เมื่อพูดจบคนจำนวนมากที่เปล่งแสงราวกับดวงดาราในมือพวกเขาแต่ละคนคว้าอาวุธขั้นเทพและกระโจนเข้ามาหาหญิงชายคู่นี้

           “เอ้าถง ดูแลเซ่าฝู่กับเซ่าจิ่งให้ดี” ตู้ถิงเซวียนพูดอย่างฉะฉานน้ำเสียงตั้งมั่น

           เมื่อพูดจบเงาของคนส่องประกายมากมายก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าแล้วแต่ละคนส่งพลังปราณออกมาอย่างเต็มที่

           “แค่พวกเจ้าไม่กี่คนคิดว่าจะทำอะไรข้าตู้ถิงเซวียนได้หรือ ไสหัวไปซะ!”

           ตู้ถิงเซวียนเคลื่อนตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศอย่างพลิ้วไหวราชสีห์ที่ใช้ชีวิตใต้ฟ้าจะมาสู้ปี่เซียะที่พลังเหนือกว่าได้อย่างไร ในมือตู้ถิงเซวียนถือหอกยาวสายฟ้าชายเสื้อพลิ้วไหว ท่าทางของเขาเสมือนเทพแห่งสงครามก็ไม่ปาน

           “ตึงโครม!”

           หอกยาวพุ่งแหวกอากาศ ตู้ถิงเซวียนเหวี่ยงหอกยาวร่ายรำไปมาจากนั้นอักษรยันต์ก็พุ่งออกมาพร้อมกับประกายสายฟ้าส่องออกมาด้วยกลางอากาศเกิดเมฆครึ้มที่เกิดพายุฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น

           ร่างของคนเปล่งแสงจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาถูกหอกยาวเหวี่ยงกระเด็นแต่ละคนบาดเจ็บจนมีโลหิตพุ่งออกมาจากทางปาก ตัวอาบโลหิตทั้งร่าง จากนั้นแสงรอบกายก็ดับลงอักษรยันต์แตกสลายหายไป สุดท้ายก็ล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนทำให้ภูเขาสั่นไหวแต่ละคนเมื่อเห็นก็รู้สึกสยองขวัญขึ้นมา

           “ย่าๆ!”

           ทารกสองคนที่อยู่ในอ้อมอกของสตรีชุดแม่ชีเมื่อเห็นบิดาของตนกำลังต่อสู้อย่างอาจหาญก็ร้องย่าๆออกมาด้วยสัญชาตญาณ ท่าทางดูสนุกสนานตื่นเต้น

           ทว่าสตรีชุดแม่ชีนางนี้เมื่อมองไปที่ทารกสองคนในอ้อมอกก็คิ้วขมวดสีหน้าเคร่งเครียด

           “ไม่เลวนี่ตู้ถิงเซวียน แต่เสียใจด้วยเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

           มีเงาของชายคนหนึ่งกระโจนออกมา แสงรอบกายเขาจ้าจนแสบตามากมีอักษรยันต์พลุ่งพล่านทะยานทั่วฟ้า จากนั้นก็มีอสูรโบราณร่างยักษ์ปรากฏกายออกมามันอ้าปากแยกเขี้ยว เขี้ยวอันแหลมคมของมันกรีดอากาศพุ่งทะยานใส่ตู้ถิงเซวียนท่าทางราวกับอยากจะฉีกร่างของตู้ถิงเซวียนเป็นๆ

           “แล้วจะทำไมล่ะ อย่าริบังอาจแตะต้องภรรยากับบุตรชายของข้าข้ามศพข้าไปให้ได้ก่อนเถิด!”

           ร่างของตู้ถิงเซวียนลอยขึ้นไปเหยียบอากาศยืนตระหง่านลำพังราวกับยอดเขาสูง เขาพ่นโลหิตสกัดจากในปากใส่ “มังกรสายฟ้า”อาวุธบนมือเขา จากนั้น “มังกรสายฟ้า” ก็เกิดอักษรยันต์เปล่งแสงปรากฏขึ้นมา

           “กรรซ์!”

           ทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องสนั่น เกิดเมฆฝนครึ้มก่อตัวและหอกยาวก็กลายรูปร่างเป็นมังกรสายฟ้าร่างมหึมาจริงๆพลังอานุภาพของมันแข็งแกร่งสะเทือนฟ้า เสียงคำรามของมันดังสะเทือนดั่งฟ้าผ่าจากนั้นมันก็พุ่งเข้าไปปะทะกับร่างเงาของอสูรโบราณตัวนั้น

           “โครม!”

           ฟ้าดินสั่นไหวทุกอย่างบริเวณรอบยอดเขาระเบิดโครมเป็นชิ้นๆ ต้นไม้และหินยักษ์รอบๆถูกบดขยี้เป็นผุยผงจากพลังงานอันน่ากลัวจากการปะทะเมื่อสักครู่นี้

           “ตึงๆ!”

           ร่างเปล่งแสงจ้าเซถอยหลังพร้อมกับเสียงตึงๆรัศมีแสงจ้ารอบกายดูขมุกขมัวลงไม่น้อย สีหน้าซีดเซียวและดูโทรมลงแววตาของเขาเปี่ยมด้วยความประหลาดใจ

           เขานึกไม่ถึงว่าตู้ถิงเซวียนที่มีระดับฌานสู้เขาไม่ได้กลับระเบิดพละกำลังที่น่ากลัวออกมาได้อย่างสักครู่นี้ พลังสมกับเป็นยอดฝีมือมีพรสวรรค์ที่มีชื่อเขาคิดว่าหรือว่าเพราะความปรารถนาที่อยากจะปกป้องภรรยาทำให้เขาระเบิดพลังออกมาได้มากจนน่ากลัวเช่นนี้

           “ “มังกรสายฟ้า” คือสุดยอดแห่งสมบัติไม่เหมาะสมที่จะไปตกอยู่ในมือของคนธรรมดาๆ เช่นเจ้า วันนี้ข้าขอริบไว้เลยแล้วกัน”

           ชายที่มีประกายแสงจ้าที่สุดเริ่มเคลื่อนไหวบ้างแล้วมีลูกประคำเส้นหนึ่งถูกโยนออกมา บนลูกประคำมีแสงลึกลับลอยขึ้นฟ้าวิชาลับนี้สร้างอักษรยันต์ออกมาจำนวนมากสุดท้ายอักษรยันต์กลายเป็นวงแสงขนาดยักษ์ที่ลอยเขาไปรอบมังกรสายฟ้าเสมือนจะพยายามจะพันธนาการมันไว้

           “กรรซ์!”

           มังกรสายฟ้าคำรามมันพยายามขัดขืนการพันธนาการของอักษรยันต์แสงพิศวงนั้นทว่าสุดท้ายก็ต่อสู้กับพลังนั้นไม่ไหว ก็เลยกลายรูปร่างกลับเป็นหอกยาวแสงรอบกายดูมืดสลัวลง

           ชายที่มีแสงจ้าปรากฏกายต่อหน้าตู้ถิงเซวียนแล้วมีพลังฝ่ามือราวกับมือศักดิ์แห่งองค์พระพุทธเจ้าส่งออกมาอักษรยันต์แสงแห่งเทพแผ่ซ่าน เกิดพลังลมปราณอันแข็งแกร่งโอบล้อมทั่วอากาศทันใดนั้นต่างพุ่งเข้าไปแผ่คลุมตู้ถิงเซวียนไว้

           “ทำลายมันซะ!”

           ตู้ถิงเซวียนตะโกนออกมาเสียงดังชุดต่อสู้ที่เขาสวมสั่นไหว พลังลมปราณของเขาเริ่มเคลื่อนไหวมีโลหิตไหลออกจากมุมปาก ราวกับว่าขณะนี้เขาจะทุ่มพลังเต็มที่แล้ว เขาเบิ่งตาโตเริ่มมีโลหิตไหลเปรอะชุดของเขา เขาร่ายพลังหมัดที่สร้างเสียงดังราวกับฟ้าผ่าส่งออกไปปะละพลังฝ่ามือยักษ์นั้น

           “คนธรรมดานอกสาย สุดท้ายก็ไม่มีทางเข้าสู่ตำหนักอันทรงเกียรติได้หรอกแหลกไปเสียเถิด!”

           หลังจากที่ตะโกนขู่เสียงดังพลังฝ่ามือยักษ์ที่มีอักษรยันต์แห่งเทพห่อหุ้มก็ประทับไปที่กลางอกตู้ถิงเซวียนฝ่ามือจริงหายไป เหลือเพียงเศษเงาที่โจมตีมา

           “ฟู่ด!”

           ตู้ถิงเซวียนพ่นโลหิตสีแดงสดออกมาอักษรยันต์ที่ห่อหุ้มรอบกายของเขาแตกสลาย ร่างที่อยู่บนฟ้าตกลงสู่ผืนดิน

           “ถิงเซวียน……”

           สตรีชุดแม่ชีนางนั้นตกใจเมื่อเห็นจนร้องเสียงหลง

           ในขณะนั้นเอง กลุ่มชายที่มีแสงจ้าปกคลุมก็มาปรากฏรอบๆสตรีชุดแม่ชีนางนั้นพวกเขาปล่อยลมปราณโถมออกมาจนเกิดประกายแสงจ้าแสบตาพร้อมกับอักษรยันต์จำนวนมาก

           หากเป็นเมื่อสมัยก่อนที่นางตั้งครรภ์ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของนางนางอาจจะไม่เกรงกลัวยอดฝีมือเหล่านี้ทว่านางเพิ่งคลอดบุตรมาไม่นาน สภาพร่างกายยังคงอ่อนแอมากขณะนี้ยังไม่ค่อยมีกำลังมาต่อกรศัตรูเท่าไร

           “ปึง!”

           หลังจากการประมือในเวลาอันสั้นสตรีที่เป็นมารดาคนนี้ก็ตั้งรับศัตรูต่อไม่ไหว เพราะต้องอุ้มทารกสองคนเหลือเพียงมือเดียวใช้สำหรับต่อสู้ทันใดนั้นก็มีมือมือหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้แขนซ้ายนางและฉวยโอกาสตอนต่อสู้แย่งทารกไปคนหนึ่งทารกน้อยอยู่ในมือของชายพลังแสงจ้าคนหนึ่งแล้ว

           สตรีชุดแม่ชีนางนั้นตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนทารกน้อยที่นางกอดไว้แน่นอีกคนอีกนิดก็เกือบถูกชิงไปแล้ว นางกรีดร้องเสียงแหลม “เอาลูกชายข้าคืนมานะ ถิงเซวียน ช่วยเซ่าฝู่เร็ว”

           “บังอาจแตะต้องภรรยากับบุตรของข้าแกต้องตาย!”

           ตู้ถิงเซวียนตั้งสติรีบร่ายพลังสายฟ้าเขาพ่นโลหิตออกมาจากทางปากใช้วิชาลับสร้างพลังแห่งสายฟ้าส่งไปโจมตีที่ร่างของชายรัศมีแสงจ้าคนนั้นพร้อมกับใช้สายฟ้าทำลายวงแสงพลังยันต์ จนแตกสลายและกลายเป็นเสี้ยวอักษรยันต์เล็กๆเป็นแสงสีระยิบระยับราวกับดอกไม้ไฟ

           “ซูมๆ ๆ!”

           จากนั้นก็มีร่างของชายรัศมีแสงจ้าอีกคนถูกซัดกระเด็นลอยไปอย่างแรงและสำลักโลหิตออกมามีละอองเลือดออกมาจากรัศมีแสงจ้า

           “ฟู่ด!”

           สุดท้ายทารกน้อยก็ถูกชิงคืนมาอยู่ในอ้อมอกของตู้ถิงเซวียนท่ามกลางสงครามอันดุเดือดเช่นนี้ ทารกน้อยไม่มีสายตาที่เกรงกลัวแต่อย่างใดแววตาของเขายังส่องประกายสดใสอยู่ตลอด ดวงตาคู่นี้จับจ้องไปที่บิดาของตนเองเขายังคงแกว่งมือแกว่งแขนไปมาอย่างสนุกสนานราวกับกำลังให้กำลังใจบิดาที่กำลังสู้รบอยู่!

           “เซ่าฝู่มีพ่ออยู่ เจ้าก็ไม่มีทางเป็นอะไรแน่!”

           ตู้ถิงเซวียนพูดกับทารกน้อยในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบาทั้งกายเขามีเลือดท่วมเลอะเสื้อ ชุดที่สวมเปรอะเปื้อนมีรอยฉีกขาด แม้สภาพจะดูโทรมแต่สีหน้าท่าทางยังคงดูสง่าและทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงกลัวได้ แต่ทว่าเขาได้ใช้พลังลมปราณเฮือกสุดท้ายในการช่วยบุตรชายคนแทบหมดสิ้นแล้ว

           “ตึง!”

           เกิดเสียงทุ้มต่ำดังสนั่นขึ้นมีแรงมหาศาลพุ่งเข้ามากระแทกที่หลังของตู้ถิงเซวียนอย่างจัง ทำให้ร่างของเขากระเด็นลอยเป็นระยะทางเกือบสิบจั้งเขากระอักโลหิตออกมาจำนวนมาก เมื่อร่างตกกำลังจะกระแทกพื้นอย่างจังเขาก็ยังโอบกอดลูกน้อยไว้อย่างแน่นไม่ให้ได้รับบาดเจ็บใดๆ

           “สายเลือดผสมพวกนี้ห้ามปล่อยให้มีชีวิตรอด”

           เมื่อชายรัศมีแสงจ้าคนหนึ่งพูดจบก็มีพลังอานุภาพมหาศาลโถมกระหน่ำอีกครั้งทารกน้อยถูกดูดเข้าไปด้านหน้าวงรัศมีแสงของเขาแล้ว

           ตู้ถิงเซวียนบาดเจ็บสาหัสโลหิตท่วมร่าง ไม่มีแรงที่จะขยับสู้ได้อีกแล้ว ภายในรัศมีแสงจ้าของชายคนนั้นเขากำลังจะส่งพลังฝ่ามือใส่ทารกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกไปได้ไม่นานอย่างเลือดเย็น

           “ปึง!”

           ฝ่ามือส่งไปใกล้ทารกน้อยขนาดเพียงไม่กี่นิ้วเขาไม่ทันได้ร้องไห้ สายตามองไปที่เงาคนจางๆ ที่อยู่ในวงรัศมีแสงจ้าจากนั้นทั้งสองตาก็ปิดสนิท หัวใจน้อยๆ ก็ไร้คลื่นตัวๆ หยุดเต้นในฉับพลัน

           “เซ่าฝู่!”

           เสียงร้องดังราวกับหัวใจจะแตกสลายดังขึ้นมาจากตู้ถิงเซวียนและสตรีชุดแม่ชีนางนั้นทั้งสองร้องไห้น้ำตาอาบหน้า

           คนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสไม่อาจทำอะไรได้เลยแค่จะขยับตัวก็ลำบากแล้ว อีกคนหนึ่งถูกยอดฝีมือในตระกูลจับกุมไว้แล้วขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทำได้เพียงจ้องมองทารกน้อยๆถูกพลังฝ่ามือปลิดชีวิตอย่างน่าอนาถทั้งสองที่เป็นพ่อแม่รู้สึกราวกับหัวใจจะหยุดเต้นตาม

           “เจ้าสายเลือดผสมแต่เดิมก็ไม่สมควรกำเนิดขึ้นมาอยู่แล้ว!”

           ทารกน้อยที่หัวใจหยุดเต้นถูกวางกองไว้บนพื้นชายรัศมีแสงจ้าดั่งตะวันร่ายพลังฝ่ามืออีกครั้ง ครั้งนี้หันไปทางตู้ถิงเซวียนที่บาดเจ็บสาหัส

           “ผู้รักษาที่เก้า หากเจ้าฆ่าเขา ข้าจะฆ่าตัวตาย เจ้ากลับตระกูลไปน่าจะพูดรายงานไม่ออกนะ”

           หากถูกโจมตีด้วยพลังฝ่ามืออีกครั้ง เกรงว่าตู้ถิงเซวียนจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วสตรีชุดแม่ชีนางนั้นตั้งสติทั้งทั้งที่กำลังเจ็บปวดแทบขาดใจรีบเอ่ยห้ามการกระทำของชายคนนั้น

           พลังฝ่ามือนี้หยุดชะงักที่เหนือศีรษะของตู้ถิงเซวียนจากนั้นพลังนั้นก็หายไป มีเสียงออกมาจากรัศมีแสงจ้า กล่าวว่า “เอ้าถง เจ้าข่มขู่ข้าไม่ได้ พวกเขาสามคนจำเป็นต้องตาย”

           “อย่างนั้นข้าก็ขอตายด้วย!” สตรีชุดแม่ชีนางนั้นตะโกนเสียงดัง

           ชายภายในรัศมีแสงจ้าเงียบไปสักครู่จากนั้นกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้าอยากตายก็ตายไม่ได้หรอกกลับตระกูลไปแล้วค่อยว่ากัน”

           เมื่อพูดจบ ก็มีอักษรยันต์พุ่งเข้าหาตู้ถิงเซวียนอย่างเร็วปานสายฟ้าออกมาจากก้อนแสงจ้าก้อนนั้น

           “เฮ้อ……”

           มีเสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากฟ้าบนท้องฟ้าจู่ๆ ก็มีแสงจ้าอันโชติช่วงส่องสว่างราวกับดวงตะวันปรากฏ

           “ฟิ่ว!”

           ขณะที่อักษรยันต์กำลังพุ่งเข้าไปโจมตีตู้ถิงเซวียนก็มีอักษรยันต์อีกสายหนึ่งพุ่งเข้าไปสกัดไว้จากนั้นทั้งสองพลังก็ถูกทำลายสลายหายไปพร้อมกันทั้งคู่

           “คารวะท่านเจ้าอาวาส”

           ชายที่ปกคลุมด้วยรัศมีแสงจ้าทุกคนหันไปหาและทำการก้มคำนับคารวะ

           อสูรร้ายกาจมากมายที่อยู่รอบๆต่างก็ก้มหมอบแสดงความเคารพ ไม่กล้าแม้แต่แหงนหน้ามองหน้าชายคนนี้

           “ท่านเจ้าอาวาส ได้โปรดช่วยปล่อยพวกเราไปด้วย” สตรีชุดแม่ชีนางนั้นแหงนหน้ามองแสดงสีหน้าท่าทางอ้อนวอนอย่างจริงใจ