ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 101 ทุนสนับสนุน

    หลังจากพูดคุยแนะนำตัวกัน รุ่นพี่ประธานชมรมก็หยิบเอกสารมาให้ปึกนึง เป็นเอกสารขอทุนของนักศึกษาในคณะของออสเอง น่าจะมีสักสี่สิบกว่าคนได้โดยที่มีตั้งแต่ปี1-4

     

    แต่ที่น่าแปลกใจคือที่มากที่สุดไม่ใช่ปี1แต่เป็นปี4 เนื่องจากปี4นั้นในปีนี้ต้องทำโปรเจคจบทำให้พวกเขาต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก งานของแต่ละคนนั้นถ้าทำออกมาได้ดี ตอนแสดงผลงานเข้าตาบริษัทต่างๆที่มาดูก็อาจจะทำให้ได้งานบริษัทดีๆได้ทุกคนจึงพยายามกันเต็มที่

     

    หลังจากนั่งดูอยู่ไม่นานออสก็สังเกตุความผิดปกติ ในเอกสารไม่มีปี1สาขาการตลาดเลยแม้แต่คนเดียวที่ส่งมา พอลองคิดดูแล้วเพื่อนๆเขาเองก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องชมรมนี้เลย แม้แต่อิงค์หรือปลายที่ฐานะทางบ้านไม่ได้ดีนัก ขนาดคมที่รู้แทบทุกสิ่งก็ยังไม่รู้ เพราะชมรมนี้มันอยู่ด้วยการบอกกันเองในหมู่นักศึกษาไม่มีอะไรบอกอย่างเป็นทางการ

     

     ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าชมรมนี้นั้นส่วนใหญ่จะรู้ว่ามีผ่านทางรุ่นพี่แต่ พวกปี2นั้นไม่ได้บอกรุ่นของเขาเลยทำให้ไม่มีใครรู้

     

    เอาเหอะยังไงตอนนี้ก็ไม่มีใครเดือดร้อนขนาดที่จะต้องมาขอทุน แต่ถ้าเกิดวันนึงมีใครเดือดร้อนจริงๆออสก็สามารถช่วยพวกเขาโดยตรง ไม่จำเป็นต้องผ่านชมรม

     

    หลังจากนั่งดูข้อมูลออสก็เลือกนักศึกษาออกมา2คนเป็นปี1กับปี4อย่างละคนแน่นอนว่าทั้งสองคนนั้นเป็นผู้หญิง ก็นะในเมื่อมีตัวเลือกเป็นผู้หญิงทำไมต้องช่วยผู้ชายที่ไม่รู้จักด้วยหละ

     

    หลังจากติดต่อทั้งสองคนไปแล้วเขาก็เดินเข้าห้องประชุมเล็กไปนั่งเล่นระหว่างรอทั้งสองคนมา

     

    "เธอมาที่นี่บ่อยหรอ"ออสถามจูนที่เดินตามเข้ามา

     

    "อือว่างๆก็แวะมานะ นี่ฉันพึ่งจะช่วยชมรมเพื่อนสี่ขาไป2แสนหละ"จูนเล่า ชมรมเพื่อนสี่ขาคือชมรมที่คอยช่วยหมาแมวจรจัดที่บาดเจ็บโดยการพามารักษาแล้วหาบ้านให้  เป็นชมรมที่ได้รับการสนันสนุนจากคณะสัตว์แพทย์ของครอส สามารถใช้ห้องปฏิบัติการในคณะได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาอยู่ในอาคารกิจกรรมทำให้สะดวกต่อการทำงาน

     

    "อ่าฮะ"

     

    พอออสตอบจูนเสร็จ เธอก็ค่อยๆโน้มตัวลงมานอนที่ตักออส ก่อนสาวร่างเล็กจะหลับไปทั้งอย่างนั้น

     

    "น่ารักจริงๆนั่นแหละ"ออสพูดขึ้นเบาพลางลูบใบหน้าเนียนขาวของจูน พอได้ยินจูนก็หัวเราะคิกๆเบาๆ

     

    ดูเหมือนเธอจะไม่ได้หลับจริงๆสิเนี่ย

     

    เวลาผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเนื่องจากหนึ่งในสองคนมาถึงแล้ว

     

    คนที่มาคือรุ่นพี่ปี4จากสาขาโลจิสติก เธอเป็นสาวรูปร่างหน้าตาธรรมดาๆใส่แว่นท่าทางน่าจะเรียนเก่ง เนื่องจากปี4นั้นแทบจะไม่มีเรียนแล้วทำให้เธอใส่ชุดไปรเวทมา ออสไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่แล้ว

     

    ออสปลุกจูนให้ออกไปรอข้างนอก เพื่อที่จะคุยรายละเอียดเรื่องที่จะให้เงินสนับสนุน

     

    "สวัสดีผมออสครับ"

     

    "สวัสดีจ้ะฉันแฟง"

     

    "งั้นผมขอทราบรายละเอียดหน่อยครับว่าโปรเจคพี่ทำอะไร"

     

    หลังจากที่ได้ยินสาวรุ่นพี่ก็รีบอธิบายโปรเจคของของเธอให้ออสฟังอย่างกระตือรือล้น เหมือนเธอน่าจะตั้งใจทำโปรเจคนี้มากๆ ไม่ใช่แค่เพราะอยากเรียนจบแต่น่าจะชอบที่จะทำด้วย

     

    "ก็แบบนี้แหละ ถ้าพวกบริษัทที่รับจ้างขนส่งข้ามเมืองวางโปรแกรมแบบนี้ไว้จะลดความผิดพลาดไปได้เยอะเลย"

     

    พอเธออธิบายจบออสก็พยักหน้ารับ สมกับเป็นครอสผู้หญิงตรงหน้านี่ไม่ใช่แค่เรียนเก่งแต่ยังนำเสนอได้ดีด้วยนี่ขนาดออสนั้นไม่ได้เรียนโลจิสติกแถมยังอยู่แค่ปี1ยังฟังพอเข้าใจเลย

     

    พอมองดูข้อมูลที่เธอส่งมาดีๆก็พบว่าเกรดของเธอคือ4.00ตลอด3ปีที่ผ่านมา ถ้าปี4เธอยังเรียนได้เหมือนเดิมผู้หญิงตรงหน้าคือคนที่ได้ท๊อปของรุ่น ออสแค่จิ้มมามั่วๆเท่านั้นเองแท้ๆ

     

    เธอเล่าว่าที่บ้านเธอนั้นพ่อเธอเป็นค่าราชการระดับล่างๆส่วนแม่เธอนั้นเรียนไม่จบตอนนี้ก็แค่ขายน้ำผลไม้ตอนเช้าแล้วก็เป็นแม่บ้านเท่านั้นเธอต้องการให้ช่วยค่าใช้จ่ายในการจ้างเขียนโปรแกรมสำหรับการขนส่งซึ่งเป็นโปรเจคจบของเธอจำนวน50,000ยูนิต

     

    ออสไม่มีปัญหาให้เรื่องนั้นอยู่แล้วจึงตอบตกลงไปก่อนจะให้เซ็นสัญญาว่าเรียนจบแล้วเธอจะไปทำงานที่บริษัทที่ออสกำหนดอย่างน้อย3ปีซึ่งเขาก็เลือกบริษัทที่อิกดราซิลเป็นเจ้าของมา2แห่งแล้วให้เธอเลือกเองระหว่างบริษัทขนส่งสินค้าแบบที่สามารถใช้งานโปรแกรมของเธอได้กับบริษัทซุปเปอร์มาเก็ตชื่อดังซึ่งมีแผนกสำหรับงานโลจิสติก

     

    เธอเลือกบริษัทขนส่งแบบไม่ลังเลเลยสักนิด

     

    บริษัทที่ออสให้เธอไปทำงานต่างก็เป็นบริษัทใหญ่จึงไม่จำเป็นต้องลังเลเลย ยังไงสิ่งสำคัญสำหรับเด็กจบใหม่คือประสบการณ์ไม่ใช่เงิน ยิ่งได้ทำงานบริษัทใหญ่ยิ่งดีกับตัวเธอ ทำให้แฟงได้ประโยชน์การเรื่องนี้ไปอีกข้อคือเธอไม่ต้องดิ้นรนหางานดีๆเอง

     

    หลังจากที่เธอตกลงพร้อมกับเซ็นเอกสารเธอก็เดินออกไป

     

    สำหรับเอกสารนั้นมันมีแบบฟอร์มอยู่แล้วแค่แก้ตรงบริษัทที่จะให้เธอไปทำงานด้วยกับเงินที่ต้องการ

     

    พอรุ่นพี่สาวออกไป นักศึกษาสาวชั้น1ก็เดินเข้ามา เธออยู่ในชุดไปรเวทเหมือนกัน ออสประหลาดใจไม่น้อยเพราะในเอกสารมันไม่ได้มีรูป แต่คนที่เดินเข้ามาเนี่ยสวยพอจะเข้าไปอยู่ในบ้านเขาได้เลยนะ

     

    "เอ่อสวัสดีค่ะฉันต้องทำอะไรบ้างงั้นหรอ"นักศึกษาสาวที่เข้ามาถามขึ้น เธอไม่เหมือนปี4เมื่อครู่เพราะรายนั้นอยู่มานานจะรู้จักคนที่เคยขอความช่วยเหลือจากชมรมนี้มาแล้วเธออะไรๆก็เลยง่ายไปหมด

     

    "ฉันออสอยู่ปี1เหมือนกันนั่งแล้วแนะนำตัวก่อนแล้วกัน"

     

    ฟู่ เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะยิ้มอย่างร่าเริงก่อนจะเดินไปนั่ง

     

    "อยู่ปีเดียวกันหรอค่อยยังชั่ว ฉันนึกว่าเป็นรุ่นพี่หนะสาขาฉันยังไม่รับรุ่นเลย ฉันก็เลยเกร็งมาก"

     

    "ฉันเข้าใจแต่สาขาการตลาดไม่ได้รับน้องแล้วหละ"ออสตอบ

     

    "เอ๋ทำไมอะ"พอได้ยินเธอก็ถามกลับด้วยความสงสัย เหมือนว่าเรื่องของสาขาเขาจะยังไม่กระจายไปยังสาขาอื่นๆเท่าไหร่นัก

     

    "อ๋อใช่ฉันทรายนะเรียนบริหารคนหนะ"เธอแนะนำตัว

     

    สาขาการจัดการทรัพยาการมนุษย์นั้นที่นี่จะเรียกสั้นๆว่าบริหารคน

     

    หลังจากนั้นออสก็เล่าสถานการณ์คร่าวๆให้เธอฟังทำให้เธอมีแววตาเป็นประกาย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งเทอมแล้วพอเข้าช่วงกีฬาก็ไม่ค่อยจะมีการเรียกตัวเข้าห้องเชียร์แล้ว พอปิดเทอมทุกอย่างก็จบไม่มีทางที่เพื่อนๆของเธอจะมาต่อต้านรุ่นพี่เอาตอนนี้

     

    "ดีจังที่พวกศิษย์เก่าตามๆกันมาแถมยังมีอาจารย์ด้วย พวกฉันเนี่ยมีแต่พวกปี2น่ารำคาญสุดๆ ถึงจะมีคนไม่พอใจแต่ก็คงไม่มีใครกล้าแตกแถวหรอก"ทรายเล่าให้ออสฟังด้วยรอบยิ้ม เหมือนว่าเธอจะเป็นพวกอารมณ์ดีแล้วก็ขี้เล่นอยู่ตลอดเวลา

     

    สายตาที่ทรายมองมาที่ออสดูขี้เล่นอย่างบอกไม่ถูก พอโดนสาวหน้าตาน่ารักจ้องมาด้วยสายตาแบบนั้นออสก็มีอาการเขินเล็กน้อยเหมือนกัน

     

    "อะแฮ่ม เอาหละเรากลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า"พอเห็นว่าเริ่มจะออกนอกเรื่องแล้วเขาก็ตัดสินใจดึงเธอกลับมาเร่ืองการขอทุนเรียน

    คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน