THE ONE

    ตอนที่ 108 หรือว่าเขาจะเป็น ....


            เมื่อตัดสินใจให้เทียนคงจัดการแล้วซินเหยียนก็ลากคุณหนูโจวที่เดินตามติดเทียนคงอยู่ไม่ห่าง ให้ออกมานั่งชมรออยู่ไกลๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเทียนคงซึ่งเทียนคงก็ได้พยักหน้าให้ซินเหยียนเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณที่พาตัววุ่นวายนี้ออกไปได้เสียที

                  

            ไม่นานนักเทียนคงก็เลือกโลหะและชิ้นส่วนอสูรออกมาหลายสิบชิ้น จัดวางเรียงกันอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เริ่มขีดเขียนอะไรบางอย่างบนกระดานดำที่วางไว้อยู่ข้าง ๆ

                  

            คุณหนูโจวที่อดทนรอไม่ไหวเห็นเทียนคงร่างอะไรบางอย่างก็เด้งตัวหมายจะออกไปดูว่าเทียนคงคิดจะตีอาวุธอะไรให้กับนางแต่ก็ถูกหยุดไว้โดยซินเหยียน

                  

            “หากเจ้ายังไม่หยุดวุ่นวายล่ะก็ข้าจะพาเจ้ากลับเดี๋ยวนี้เลยนะ” มือหนึ่งจับแขนคุณหนูโจวไว้พร้อมกับสายตาสุดเย็นชา ที่น้อยครั้งจะแสดงให้ใครเห็นจนคุณหนูโจวเสียวสันหลังวาบแล้วค่อย ๆหย่อนก้นลงนั่งไปยังจุดเดิม

                  

            “ก็ได้ๆ ข้าเข้าใจแล้ว ... ไม่เห็นจะต้องดุขนาดนี้ก็ได้นี่นา ท่านหึงข้าขนาดนั้นเลยรึ...... โอ้ยยยยย .... ไม่พูดแล้ว ๆ เจ็บ ๆๆ” เมื่อนั่งลงแล้วก็ไม่วายเอ่ยปากล้อเล่นดั่งเคยจนถูกซินเหยียนหยิกเข้าไปที่ต้นขาอ่อน แล้วร้องเสียงหลงออกมา

                  

            เมื่อความคิดในการสรรสร้างพลันโลดแล่นเทียนคงก็ไม่ได้สนใจสองหญิงงามแห่งดวงดาวเลยแม้แต่น้อยสองมือปล่อยพลังเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆหลายสิบชิ้น ให้เคลื่อนไหวและทำงานกันอย่างพร้อมเพรียงเกิดเป็นภาพสุดแสนน่าทึ่ง ที่คงไม่ได้เห็นกันได้บ่อย ๆ

                  

            การตีอาวุธและการกระทำต่าง ๆแบบนี้ แทบจะทุกสาขาวิชาชีพ มักจะทำในพื้นที่ส่วนตัวและเป็นความลับ ซึ่งจะมีเพียงแต่คนของตระกูล และศิษย์ของสำนักบางคนเท่านั้นที่จะสามารถเข้าชมและศึกษาการกระทำอะไรบางอย่างของเหล่าช่างฝีมือของแต่ละสายอาชีพ

            

            สองหญิงงาม แม้จะเคยเห็นการตีอาวุธมาบ้าง แต่ก็เพราะพวกนางมีระดับชนชั้นที่สูงจึงมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมการตีอาวุธของช่างฝีมือระดับสูงมาบ้างแต่ก็เพียงการตีอาวุธระดับธรรมดาทั่วไป ในการตีอาวุธระดับสูงแบบนี้ แม้แต่พวกนางก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ความลับและเทคนิคการตีอาวุธ จึงเกิดความสนใจใคร่รู้กันอย่างมากกับการกระทำต่าง ๆในตอนนี้ของเทียนคง

            

            “ซู่อิ๋งเจ้าเคยเห็นอาวุโสเฟิงตีอาวุธระดับ 5 ขั้นสูงนี่นา เปรียบเทียบกับเทียนคงแล้วคิดว่าพอเทียบชั้นกันได้ไหม”

            

            “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าองค์หญิง แม้ข้าจะเคยเห็น แต่ก็ใช่จะมีความรู้เรื่องการตีอาวุธนะ ...”

            

            “เอ้างั้นรึ เห็นเจ้าชื่นชอบอาวุธขนาดนั้น นึกว่าจะรู้อะไรสักหน่อย น่าผิดหวังจริงๆเชียว”

            

            “ข้าชอบใช้ไม่ได้ชอบสร้างนี่นา ..... หากท่านสงสัยนัก เช่นนั้นนนน ... เราเข้าไปดูกันใกล้ๆสักหน่อย ดีหรือไม่ล่ะ”

            

            “ไม่ได้.... นั่งดูอยู่ตรงนี้แหละ พวกเราเข้าไป มีแต่จะรบกวนเขาเกิดพวกเรารบกวนเทียนคงจนเขาทำพลาดขึ้นมา เดี๋ยวเจ้าก็จะโวยวายอีก ...”

            

            “เชอะก็ได้ ๆ ....”

            

            เวลาผ่านไปร่วม3 ชั่วโมง เทียนคงยังไม่มีวี่แววว่าจะตีอาวุธเสร็จ สองหญิงสาวก็เริ่มไม่ไหวแล้วโดยเฉพาะคุณหนูโจว ที่ตอนนี้ท้องนางได้เกิดการประท้วงกันยกใหญ่โดยซินเหยียนเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน

            

            เทียนคงที่เพิ่งเตรียมวัสดุต่างๆเสร็จ จึงตัดสินใจพักสักครู่หนึ่ง และตอนนี้เอง ที่เขาก็นึกขึ้นได้ที่ได้ละเลยหญิงสาวทั้งสองนางเข้าเสียแล้ว จึงรีบวางทุกอย่างลงแล้วเดินดุ่มไปที่สองหญิงสาวทันที

            

            “เอ่ออแม่นางทั้งสอง .... หิวไหม”

            

            “หิวสิ... เจ้าบ้า แล้วก็รีบคลายค่ายกลบ้านี่เดี๋ยวนี้เลยนะ ข้าปวดท้องจะแย่แล้ว”คุณหนูโจวที่ทั้งหิวและปวดเบา ลุกขึ้นมาโวยวายทันที ที่เทียนคงเดินเข้ามาหา

            

            เทียนคงโค้งรับและเกาหัวแกรกก่อนจะเปิดประตูมิติขึ้นที่สองหญิงสาว จนสองนางโผล่ขึ้นไปที่ผิวดินแต่ก็ยังอยู่ในอนาเขตของม่านลวงตาชั้นนอกจากนั้นก็จัดแจงกระโจมหลังเดิมที่เคยบริการทั้งสองนางนี้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าต้องเตรียมอาหารด้วย

            

            กลิ่นหอมของอาหารมื้อค่ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ และในครั้งนี้สิ่งที่ลอยเตะจมูกไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมของเนื้อย่างแต่มีกลิ่นของชาด้วย เป็นชาที่เทียนคงได้มาจากโรงน้ำชา

            

            “เจ้าไปเอาชานี้มาได้ยังไงน่ะ”ซินเหยียนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

            

            “อ้อ... คนรู้จักให้ข้ามาน่ะ” เทียนคงรีบตอบทันควันเพราะชานี้เขาแอบหยิบมาจากโรงน้ำชาที่คุณหนูเหยาได้พาเขาไป ไม่ใช่เพราะนางให้มาแต่อย่างใด

            

            “จะโกหกก็ให้มันเนียนกว่านี้หน่อยสิเจ้าบ้า... ชานี้มันเป็นชาประจำตระกูลเหยา และพวกเขาไม่เคยมอบชานี้ให้ใคร และจะชงเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือนตระกูลเพียงเท่านั้นเจ้าไปเอาชานี้มาได้ยังไง บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ” ซินเหยียนจับโกหกได้ทันที เพราะนางรู้จักชาชนิดนี้เป็นอย่างดีมันเป็นชาที่บิดาของนางชอบเป็นที่สุด และจะต้องหาโอกาสต่าง ๆนาๆเพื่อเข้าพบเจ้าสำนักเหยาเพียงเพื่อที่จะจิบชานี้ และนางก็มีโอกาสอยู่บ่อยครั้งที่ได้ไปเยือนสำนักนพเก้า จึงมีโอกาสได้ลิ้มรสชานี้อยู่บ้างและนี่ก็เป็นโอกาสที่จะเค้นเอาตัวตนของเทียนคงออกมาได้สักเล็กน้อย

            

            เทียนคงเมื่อได้ยินที่ซินเหยียนกล่าวก็อึ้งเป็นไก่ตาแตกไปเขาจะไปคิดได้อย่างไร ว่าชาที่แอบหยิบมาจากคุณหนูเหยา จะเป็นชาประจำตระกูลเหยาเห็นว่าเป็นชาจากโรงชา ก็คิดว่าเป็นชาทั่วไป จึงกระแอ่มไอเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

            

            “อะเอ่อ คนรู้จักข้าเป็นคนวงในของวงในตระกูลเหยาน่ะ อย่าคิดมากเลยน่า กินเถอะ ๆ ...”เทียนคงรีบโบกไม้โบกมือ เขาไม่อยากบอกซินเหยียนว่ารู้จักกับคุณหนูเหยาและเจ้าสำนักเหยาเพียงแค่เรื่องที่เขาสอบผ่านจนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดอัจฉริยะในรอบร้อยปีก็มากเกินพอแล้ว

            

            แต่ดูเหมือนว่าในครั้งนี้เทียนคงจะไม่สามารถหลบเลี่ยงการวิเคราะห์อันเฉียบขาดของซินเหยียนไปได้เมื่อซินเหยียนได้ยินคำแก้ตัวน้ำขุ่น ๆของเทียนคง จึงขยับเข้ามาใกล้เทียนคงจ้องตาเขาเขม่งราวกับจะจับทุกสิ่งที่อาจผิดสังเกต แล้วพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ว่า

            

            “หรือแท้จริงแล้วเจ้าจะเป็นคนของตระกูลเหยา ........ ไม่สิ หรืออาจจะเป็นแขกของตระกูลเหยา .....ต้องใช่แน่ ๆ ..... ซึ่งถ้าหากเจ้าเป็นแขกของตระกูลเหยาที่สามารถนำชาประจำตระกูลเหยาออกมาได้แสดงว่าต้องมีฐานะไม่ธรรมดา ที่ไม่ต่ำกว่าตระกูลเหยาและคนที่จะมีฐานะไม่ต่ำกว่าตระกูลเหยาที่ดาววิหคครามนี้ ก็มีเพียงตระกูลกัวซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของดาวเท่านั้น ซึ่งเจ้าก็ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์อีกเมื่อรวมกับการที่เจ้ามากความสามารถขนาดนี้ แถมยังมายุ่งวุ่นวายเรื่องต่างๆของดวงดาวในหลาย ๆเรื่องอีก หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าเป็นคนของผู้คุมกฏแห่งแสงที่มาสืบเรื่องในดวงดาว ใช่หรือไม่ หือออออออ ......”

            

            “......................อุ๊ฟฟฟฟ ฮ่า ๆๆๆๆๆ” เทียนคงอึ้งกับการวิเคราะห์นี้จนพูดอะไรไม่ออกเขาเงียบไปหลายนาที พร้อม ๆกับที่มองตาซินเหยียนที่จ้องมองตาเขาแทบไม่กระพริบจากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา เพราะสิ่งที่ซินเหยียนคิดนั้น ดันไปคล้ายคลึงกับที่เจ้าสำนักเหยาเข้าใจเขาผิดไปไม่มีผิดแม้จะเรียกกลุ่มคนแตกต่างกัน แต่ผู้คุมกฏแห่งแสงนั้น ก็คือหนึ่งในสมาคมของพวกตระกูลข้ารับใช้นั่นแหละนะ

            

            “ขำอะไร... เจ้าทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน เพราะข้าคาดเดาตัวตนของเจ้าได้ถูกต้องใช่หรือไม่” ซินเหยียนไม่ยอมแพ้และขยับหน้าเข้าไปใกล้เทียนคงอีกจนหน้าเกือบจะติดกันอยู่แล้ว

            

            เทียนคงไม่อยากเสวนาเรื่องไร้สาระพวกนี้ต่อและไม่คิดที่จะแก้ตัวใด ๆด้วย ไม่ว่าคนพวกนี้จะคิดว่าเขาเป็นใครมาจากไหนต่าง ๆนา ๆก็สุดแล้วแต่พวกเขาเลย เพราะสิ่งที่เป็นความจริง ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบเลยจึงเอ่ยตอบเสียงเรียบว่า

            

            “แล้วแต่ท่านเถอะอยากให้ข้าเป็นใครมาจากไหนก็ตามแต่ใจท่านเถอะ ... ข้าไปตีอาวุธต่อแล้วพวกท่านก็พักผ่อนกันเสียเถอะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาเรียกพวกท่านให้มาดูอาวุธที่ข้าตีขึ้น ไปนะ ....”พูดจบไม่รอให้สองหญิงสาวกล่าวอะไรต่ออีกเทียนคงก็หายวับไปจากสายตาของทั้งคู่ในทันทีอีกเช่นเคย

            

            “...องค์หญิง นี่ท่านคิดว่าเขาเป็นคนของผู้คุมกฏจริง ๆน่ะหรือ ..... และพวกเรามิใช่ล่วงเกินเขาไปไม่น้อยใช่หรือไม่มีหวังท่านกับข้าคอขาดกันแน่ ๆ ......” คุณหนูโจวตั้งแต่ที่ซินเหยียนพูดวิเคราะห์ว่าเทียนคงอาจเป็นคนของผู้คุมกฏก็ตะลึงจนเคี้ยวเนื้อต่อไปไม่ไหว ได้แต่คาบมันไว้อย่างนั้น รอจนเทียนคงจากไปแล้วถึงจะกล้าพูดกับซินเหยียน

            

            “เจ้าใช้คำว่าพวกเราไม่ได้นะ เพราะมันแค่เจ้าน่ะสิ ที่ล่วงเกินเขา ไม่ใช่ข้าเสียหน่อยหากจะต้องถูกตัดคอจริง ๆก็มีแค่เจ้านั่นแหละ ....”

            

            “มะไม่นะ องค์หญิง ท่านต้องช่วยข้านะ ข้ายังเด็กอยู่เลย คนรักก็ยังไม่มีแต่งงานก็ยังไม่ได้แต่ง แถมยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ข้ายังไม่อยากถูกตัดคอ ฮืออออออ....” คุณหนูโจวไม่เหลือสติใด ๆอีกต่อไป เพราะคำของผู้คุมกฏนั้นเป็นดั่งประกาศิตต่อผู้ใต้อาณัติซึ่งมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์บนดาววิหคครามนี้ ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใด ๆหากสั่งให้ตาย ก็ต้องตาย

            

            ซินเหยียนเพิ่งจะเคยเห็นคุณหนูโจวดูร้อนรนก็คราวนี้ ดูท่านางจะกลัวเทียนคงเข้าแล้วจริง ๆแต่เอาจริง ๆก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะนางเติบโตมาในตระกูลองครักษ์ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้คุมกฏแห่งแสงดังนั้นกฏคำสั่งของผู้คุมกฏต่อตระกูลองครักษ์ย่อมเด็ดขาดเสียยิ่งกว่าคนทั่วไป และโทษก็จะหนักกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว

            

            “คิกกกก... เจ้าจะกลัวอะไรเล่า มิใช่ว่าเจ้ากำลังทานอาหารที่เขาลงมือทำให้เจ้าอยู่หรือไงแถมตอนนี้เขายังลงแรงตีอาวุธระดับ 5 ขั้นสูงสุดให้เจ้าอีกแล้วเจ้ายังคิดว่าเขาจะคิดเจ็บแค้นเรื่องเล็กน้อยหรือ .... อย่าห่วงไปเลยน่าอีกอย่างข้าก็แค่คาดเดา ใช่ว่าเขาจะเป็นคนของผู้คุมกฏอย่างที่ข้าคิดเสียหน่อย”

            

            “จริงนะ.... แต่ถ้าหากว่าเขาเป็นผู้คุมกฏอย่างที่ท่านคิดจริง ๆล่ะ .... โอ้ยยยย ...เจ็บนะ ...” คุณหนูโจวได้ยินที่ซินเหยียนอธิบาย ก็เบาใจลงไปเล็กน้อยแต่ก็ยังมีความกังวลอยู่ในใจ และเมื่อกังวลไม่เลิกจึงโดนหยิกเอวเรียกสติไปหนึ่งที

            

            “บอกว่าไม่ต้องกังวล ก็อย่าได้กังวลไปสิ นี่นะหรือองครักษ์ส่วนตัวของข้าหญิงแกร่งแห่งตระกูลโจวคนนั้นหายไปไหนแล้ว ..... เดี๋ยวนะจะว่าไปเจ้าเริ่มทำตัวแปลก ๆตั้งแต่ได้รู้จักเทียนคง .......ไม่ใช่ว่าเจ้า.......”

            

            “ไม่ใช่นะข้าไม่ได้ชอบเขาเสียหน่อย” คุณหนูโจวกระเด้งตัวขึ้นทันที สองมือโบกไปมาเมื่อซินเหยียนทำท่าว่าจะพูดเรื่องนี้

            

            “ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าเจ้าชอบเขา.... แต่เอาเถอะ เจ้าก็เป็นสตรีนี่นะ จะชมชอบบุรุษก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร จริงไหม”

            

            “ข้า.... ข้า ......” เมื่อคำพูดของซินเหยียนจี้ใจดำ คุณหนูโจวก็ไม่สามารถตอบโต้ใดๆได้อีก ได้แต่อ้ำอึ้งไม่ตอบคำ หนึ่งก็คือ นางเองก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ในใจนั้นเรียกว่าชอบแบบหนุ่มสาวได้หรือไม่ซึ่งก็ไม่ใช่ประเด็นเท่าไหร่ แต่ที่นางไม่อยากยอมรับว่านางชอบเขาเพราะนางได้รับปากซินเหยียนไว้แล้ว ว่าจะไม่ชอบบุรุษคนเดียวกันกับซินเหยียนแน่นอนแต่ตอนนี้ ....

            

            ซินเหยียนแน่นอนว่ารู้ความคิดและความกังวลนี้ของคุณหนูโจว จึงยิ้มอย่างอบอุ่นแล้วพูดเบาๆว่า “ทั้งเจ้าและข้าก็ได้แต่ชอบพอเขาข้างเดียวเท่านั้นแหละเจ้าไม่เห็นหรือว่าหมอนั่นไม่เคยสนใจทั้งข้าและเจ้าเลย เผลอ ๆไม่แน่นะเขาอาจจะไม่ได้ชมชอบสตรีก็เป็นได้ ....”

            

            “ห๊ะ..... จะ เจ้าจะบอกว่าเขาเป็นเกย์หรือ ........” คุณหนูโจวเบิกตาโตด้วยความตกใจไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินเลยสักนิด ...

    คล้ายกับเรื่องTHE ONE ที่คุณอ่าน