ตอนที่ 203 จัดหนักวันเลขเบิ้ล
“แล้วแบบนี้ แผนของพวกเราที่จะจัดโปรโมชั่น ตบหน้ามันจะเอายังไง? ยังจะจัดอยู่ไหมหรือจะปล่อยผ่าน” หลังจากฟังการโต้เถียงกันระหว่างเจมส์และเอเดน เหลียงอยู่นาน ในที่สุดคลาร่า กู CFO ทางด้านการเงิน ก็ได้พูดแทรกเพื่อยุติการโต้เถียงระหว่าง CEO ทั้งสองคนแล้ว
“จัดต่อไป!!” เจมส์และเอเดน หันมามองคลาร่าและพูดเป็นเสียงเดียวกัน…ถึงพีทจะไม่พูดโปรโมตแอปฯและไม่สามารถนำมาใช้เป็นวาทกรรมโจมตีอีกฝ่ายได้ ตัวของเจมส์และเอเดน ก็ไม่มีอะไรพิเศษที่จะไปเล่นงานแอปฯ Easy Food ได้อีกแล้ว นอกจากจัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำต่อไป
พวกเขาไม่มีช่องว่างให้เอามาข่มแอปฯ Easy Food ได้เลย นอกจากเงินทุน เพียงอย่างเดียว
เนื่องด้วยศักยภาพของแอปฯ ที่เป็นรอง ระบบไรเดอร์ก็ไม่มีประสิทธิภาพจนลูกค้าออกมาโวยวายอยู่บ่อยๆ อีกทั้งการขนส่งอาหารก็มีปัญหา กล่องที่พวกเขาแจกจ่ายให้กับไรเดอร์ ไม่สามารถรักษาสภาพของอาหารให้น่ารับประทานได้เหมือนตอนออกมาจากร้านใหม่ๆ
อาจจะเพราะด้วยไรเดอร์ขับขี่รถด้วยความฉวัดเฉวียน จนกล่องใส่อาหารต้องโคลงเคลงไปมา สุดท้ายแม้จะตักเตือนและติดสินบนตำรวจในท้องที่ต่างๆ ไปมา แต่อาหารที่ถึงมือลูกค้าก็มีสภาพที่ยับเยินอยู่ดี
แน่นอนเจมส์และเอเดน เหลียง ก็คิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้แล้ว แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาพัฒนา เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีรากฐานที่มั่นคงเหมือนกับแอปฯ Easy ที่มีการจัดอบรมไรเดอร์ มีการออกแบบกล่องใส่อาหารที่ช่วยรักษาอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น
และยังได้ติดต่อไปหา ร้านของเฮียอมรพาณิชย์ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเสนอเงินไปแค่ไหน ฝ่ายการตลาดที่ถูกส่งไปจัดซื้อ ก็ถูกไล่ตะเพิดออกมาจากร้านอยู่ดี โดยร้านที่ผลิตและส่งกล่องใส่อาหารให้กับบริษัท Easy Food อย่างร้านของเฮียอมรพาณิชย์ นั้นปฏิเสธที่จะทำการซื้อขายสินค้าพวกนี้กับพวกเขาด้วยเหตุผลที่ว่า นี้คือการออกแบบของพีท ไม่สามารถนำมาผลิตและขายให้กับผู้อื่นได้
ดังนั้นต่อให้พวกเขามีเงิน หรือปลอมตัวไปซื้อ ทั้งในนามบริษัทและในนามของคนทั่วไป สิ่งที่ได้รับกลับมาจากร้านของเฮียอมรพาณิชย์ ก็คือ ‘ไม่ขาย’ เพียงคำเดียว
ทั้งนี้พูดถึงระบบ เจมส์และเอเดน ได้ระดมทีมนักพัฒนาเข้ามาเพิ่มเติมในบริษัทอีกหลายอัตรา แต่ความคืบหน้าของแอปฯ ที่ตามหลัง Easy Food ก็ยังห่างกันอีกไกล
คาดการณ์กันว่ากว่าเวอร์ชันใหม่จะมีระบบที่เพียบพร้อมเท่ากับแอปฯ Easy อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ ถึงจะเพิ่มระบบให้คะแนนไรเดอร์และบริการร้านอาหาร หรือ ปรับให้แอปนั้นลื่นไหลได้เหมือนกับอีกฝ่ายนั่นเอง
มันเป็นโจทย์ที่ถึงจะมีเงิน ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ได้โดยเร็ว…ตอนนี้นักพัฒนาแอปฯ ยังมีไม่มาก แถมยังต้องจ้างนักพัฒนาระหว่างฝั่ง uOS และ Andriod เป็นสองทีม เพื่อพัฒนาควบคู่ไปอีกต่างหาก
เจมส์และเอเดนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าทีมไอทีของบริษัท Easy มันเก่งขนาดไหนกัน ถึงได้พัฒนาแอปฯ ได้ล้ำหน้ากว่าชาวบ้านขนาดนี้
แน่นอนทั้งสองได้พูดคุยเรื่องนี้กับอาจารย์อมรที่เคยทำงานกับบริษัท Victory ที่ตอนนี้ถูกควบรวมและกลายเป็นหนึ่งในเครือของบริษัท Easy ไปแล้ว
“ยอดและทีมไอทีของเขานะเหรอ? เฮ้อ! คุณจ้างเด็กจบใหม่จากมหาลัยชั้นนำ ยังดูเก่งกว่าพวกเขาเป็นไหน…ผมทำงานกับพวกเขาอยู่หลายเดือน แค่ไวรัสยังจัดการไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับพัฒนาแอปฯ ถ้าหากคุณคิดจะดึงตัวนักพัฒนาของอีกฝ่ายมา ผมว่าไม่น่าจะใช่กลุ่มนี้ ต้องเป็นทีมไอทีจากกลุ่มที่รดา ส่งมาช่วยอย่างแน่นอน” นี้คือความคิดเห็นของอาจารย์อมร ที่มีต่อหัวหน้าไอทีอย่างเช่นพี่ยอดและทีมไอทีของบริษัท Easy Shop
อาจารย์อมรดูแคลนพี่ยอดเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้พี่ยอดจากฝ่ายไอทีของบริษัท Easy Shop นั้นล้ำหน้าไปไกลแล้ว จากการถูกพีทกดดันและเคี่ยวเข็ญจากไวรัสแพนด้ายิ้ม จนวันนี้แข็งแกร่งมากๆ
‘พี่ยอด ทำไมคูปองส่งฟรีถึงมีลูกค้าแจ้งว่ายังใช้ไม่ได้ พี่ช่วยดูให้หน่อยค่ะ’
‘พี่ยอดส่งทีมมาดูคอมพิวเตอร์ให้หน่อยค่ะ ดูเหมือนว่าจอคอมจะมีปัญหา สีเพี้ยน ทีมกราฟิกออกแบบโปสเตอร์ไม่ตรงตามโจทย์เลยค่ะ’
‘พี่ยอดเครื่องทำน้ำร้อนเสีย ขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของทีมไอทีอีกแล้ว เดี๋ยวหนูโทรหาทีมบริการและแจ้งประกันเองค่ะ ขอโทษค่ะพี่’
ตอนนี้พี่ยอดและทีมไอทีของเขาเนื้อหอมมาก หลังจากมีการวางระบบการทำงานใหม่ยกบริษัท ทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้นมากในแบบที่ประธานวรชัย ที่มาทำงานทุกวันก็ยังต้องอึ้ง
ไม่คิดว่าพนักงานจากบริษัทของตัวเอง จะทำงานกันคล่องแคล่วและเก่งกันมากขนาดนี้?!
สิ่งที่ประธานวรชัยคิดไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน พนักงานจากบริษัท Victory ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นพนักงานของบริษัท Easy นั้นดูเอาจริงเอาจังกับการทำงานมากๆ
อาจจะเพราะด้วยสวัสดิการที่โดดเด่น มีกาแฟขนมให้กินฟรีตลอดทั้งวัน มีห้องนอนพักผ่อน มีการจ่ายค่าโอทีที่ตรงตามกำหนดและมั่นคง โดยมีระบบของพีทประเมินการทำงาน หากผ่านการประเมินก็จะได้รับโบนัสพิเศษ หากไม่ผ่านการประเมินจะถูกใบเตือนและอดเงินโบนัส และหากสะสมการประเมินไม่ผ่านหลายๆ ครั้ง ก็จะถูกเลิกจ้าง ฉะนั้นมีหรือที่พนักงานจะกล้าทำตัวเหยาะแหยะ หรือทำงานไปวันๆ เหมือนแต่ก่อนอีก
“คูปองส่งฟรีที่ลูกค้าใช้ไม่ได้ ก็เพราะยังไม่ถึงเวลาที่กำหนด…ตอนนี้พี่ส่งน้องในทีมไปดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะไฟในห้องทำงานของทีมกราฟิกสว่างเกินไป ทำให้พวกเขาลงสีภาพได้ยาก ตอนนี้พี่ให้ทีมไปจัดแสงไฟให้เหมาะกับทีมกราฟิกแล้ว” พี่ยอดรับสายจากแผนกต่างๆ จนหัวปั่น แต่มันเป็นความวุ่นวายที่สนุกสำหรับพี่ยอดและทีมไอทีมากๆ
เพราะนั้นหมายความว่าพวกเขามีตัวตนมากขึ้นในบริษัท แถมภาระเงินก็ไม่มั่วซั่วเหมือนกับตอนที่อยู่กับประธานวรชัยอีกด้วย ที่ไอทีต้องไปจับซากหนูตายในแอร์ หรือ จะเป็นการเปลี่ยนหลอดไฟ ที่หลายๆ บริษัทมักจะเรียกใช้ทีมไอที แทบทั้งหมด
ทั้งนี้พี่ยอดยังกำกับดูแลระบบ Easy Shop ด้วยตัวเอง ตลอดเวลาอีกด้วย เวลาฝ่ายการเงินต้องการตัวเลขเพื่อปิดยอดในแต่ละวัน เพื่อเอาไปใช้ลงข้อมูล พี่ยอดก็สามารถดึงตัวเลขให้ในทันที
แอปฯดี ระบบเซิร์ฟเวอร์ล้ำหน้า นี่มันสวรรค์ของทีมไอทีชัดๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ทีมไอทีของพี่ยอดจะมีความสุขในการทำงานและด้วยสภาวะการทำงานที่เอื้อต่อพวกเขาเช่นนี้ ก็ทำให้ทีมไอทีของพี่ยอดมีเวลามาศึกษาเล่าเรียนระบบเพิ่มเติมจากโปรแกรม LeveIUP ที่พีทได้สั่งให้พนักงานในบริษัทต้องผ่านหลักสูตรเบื้องต้นของโปรแกรมทุกคน
“วันนี้บอสพีทให้สัมภาษณ์ได้ดีมากเลยนะคะ พี่แพรคิดว่ายังไงบ้าง? ฉันฟังอยู่ในรถยังแอบยิ้มตามเลย” นาราได้เข้ามาหาพี่แพรที่สำนักงานใหญ่แอปฯ Easy Food บ้าง ซึ่งเป็นไปตามปกติที่ทุกสัปดาห์ ทั้งสองจะต้องมาประชุมกันเพื่อหาแนวทางและโปรโมชั่นให้กับแอปฯ Easy Food และวันนี้ ก็มีพีทและรดาในฐานะผู้ถือหุ้นจะเข้าร่วมการประชุมใหญ่นี้ด้วย
“ก็ดีอยู่หรอก แต่พี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ฉวยโอกาสโปรโมตแอปของพวกเราสักหน่อย น่าเสียดายจริงๆ” พี่แพรกับนารา ได้มารอพีทอยู่ที่ห้องประชุมก่อนแล้ว จึงถือโอกาสนี้พูดถึงน้องชายของตัวเองสักหน่อย ที่ในระหว่างสัมภาษณ์แทบไม่ได้พูดถึงแอป Easy Food เลยนั่นเอง
“นั้นสิคะ ฉันก็สงสัยเหมือนอยู่เหมือนกัน…พี่แพรรู้ไหมว่ายอดคนดูและยอดคนฟังในวันนี้ สูงที่สุดประจำเดือนนี้เลยนะคะ” นาราทำงานกับพี่แพรมาหลายเดือนแล้ว จึงค่อนข้างที่จะสนิทสนมด้วย ถึงพวกเขาจะถูกแยกให้ประจำคนละจังหวัด แต่พอได้มาประชุมและเจอกันที่ไร ก็คุยกันสนุกสนานเหมือนเช่นที่เคยทำงานด้วยกัน
ไม่นานนัก เมื่อถึงเวลาเข้าร่วมประชุม พีทกับรดา ก็ได้มาถึงบริษัทแล้ว พวกเขาเดินทักทายพนักงานตามปกติ พลางซื้อน้ำผลไม้ต่างๆ ที่ค่อนข้างมีรสชาติที่ดี เข้ามาฝากพนักงานในบริษัทกันทุกคน
ซึ่งสวัสดิการบริษัท Easy Food ก็ไม่ได้แตกต่างจากบริษัท Easy Shop เท่าไร ทุกคนมีขนมและของกินให้กินไม่อั้น แต่การที่พีทยังซื้อน้ำผลไม้มาให้ ก็ยังทำให้พนักงานรู้สึกดีอยู่เสมอๆ
พีทยิ้มและทักทายกับพนักงาน พูดคุยอย่างเป็นกันเอง พลางเรียกชื่อเล่นของทุกคนได้อย่างแม่นยำ ไม่มีพลาด แม้ในตอนนี้บริษัท Easy Food สำนักงานใหญ่จะมีพนักงานในแต่ละแผนกไม่ต่ำกว่าร้อยคนแล้วก็ตาม
แต่กระนั้นพีทก็ยังจำทุกคนได้ แม้กระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ยันแม่บ้านทำความสะอาดเลยทีเดียว
พีทมาถึงห้องประชุมแล้ว พร้อมกับช่วยเปิดประตูให้กับรดา ซึ่งรดาก็ยิ้มและทักทายพี่แพรด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เนื่องด้วยพี่แพรเคยทำงานกับรดามาก่อนที่บริษัทสยามโนวากรุป สถานะคือเจ้านายกับลูกน้อง
แต่ทว่าตอนนี้สถานะของทั้งสองกลับพลิกผัน เล่นตลก พี่แพรกำลังจะกลายเป็นพี่สะใภ้ของรดา มันเลยทำให้ทั้งสองจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ถึงจะชินกับความสัมพันธ์นี้นั่นเอง
พีทยังคงสไตล์การทำงานแบบเดิม เขาให้ทุกฝ่ายเข้ามารายงานถึงสภาพการทำงานที่เกิดขึ้นก่อนว่าตอนนี้ที่บริษัทมีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแข่งขันกับแอปฯ Winner Food เสียมากกว่า
ที่อีกฝ่ายใช้เงินทุนจำนวนมาก ดึงดูดลูกค้าจากพวกเขาไป…หากแต่ในช่วงสองสามวันนี้ ยอดการขายของแอปฯ Easy Food นั้นดีขึ้นมาก จากเรื่องของพีทที่กำลังกลายเป็นประเด็นแต่นั่นเป็นเพียงกระแสที่อยู่ไม่นาน มาแล้วก็ไป
ดังนั้นทุกคนจึงมองว่า อยากจะรีบฉวยโอกาสนี้สร้างกระแสให้ได้มากกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อเพิ่มยอดขาย หากแต่ทุกคนกลับหยุดความคิดนั้นไว้เมื่อพีทได้เปิดภาพในสิ่งที่เขาได้เตรียมมา ให้กับทุกคนในห้องประชุมได้ดู
[จัดหนักวันเลขเบิ้ล!]
นี้คือหัวข้อที่พีทได้ชูขึ้นมาในการประชุมที่กำลังดำเนินไป ทุกคนในห้องประชุมล้วนหันมามองภาพหน้าจอที่พีทแสดงด้วยความงุนงง อะไรคือวันเลขเบิ้ล?!
“ก่อนอื่น ผมรู้ว่าทุกคนนั้นมีคำถามอยู่ในใจว่าทำไมผมถึงไม่ยอมพูดโปรโมตแอปของพวกเราสักหน่อยในการสัมภาษณ์…ซึ่งผมมองว่า ผมไม่จำเป็นต้องโฆษณาในรายการ เพราะที่ผ่านมาทางรายการได้โฆษณาให้กับเราไปมากแล้ว จากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะมีการสัมภาษณ์ หากผมยังดึงดันที่จะโปรโมตโฆษณาแอปฯ ต่อไปอาจทำให้รายการที่ควรจะมีสาระ กลายเป็นรายการขายของไปแล้วและมันอาจทำให้ผมผิดใจกับพิธีกรสรพงศ์ได้ รวมไปถึงยัดเหยียดการโฆษณาให้กับผู้ชมมากเกินไป ผมเลยไม่อยากพูดถึงแอปของเรามากนัก ให้พวกเขาได้รู้ถึงจุดประสงค์และความตั้งใจของพวกเราก็พอ เพียงเท่านี้ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม โดยที่ไม่ต้องยัดเยียดได้แล้ว” คำตอบของพีททำให้ทุกคนในห้องประชุมกระจ่างแล้วและพีทก็ได้ย้อนกลับมายังหัวข้อที่เขาได้ขึ้นสไลด์เอาไว้ให้กับทุกคน
เพื่อพูดถึง แคมเปญ ‘จัดหนักวันเลขเบิ้ล’
“ทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของเราไม่อาจ ทุ่มเงินไม่อั้นเหมือนกับแอปฯ Winner Food ได้…แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะพ่ายแพ้ให้กับพวกเขาในเรื่องนี้เสมอไป เราสู้ในสนามที่เรากำหนดขึ้นมาเองได้และในทุกๆ วัน มันจะกลายเป็นภาพจำให้แก่ผู้คนในประเทศ หากนึกถึงวันเลขเบิ้ล ก็จะนึกถึงแอปฯ Easy เป็นอันดับแรก” พีทได้บอกเล่าถึงวันเลขเบิ้ลให้กับทุกคน
‘1เดือน1 , 2 เดือน 2 , 3 เดือน 3…ไปจนถึง 12 เดือน 12’ นี้คือวันเลขเบิ้ลที่พีทหมายถึง
ซึ่งทุกคนในห้องประชุมได้ยินแบบนี้ก็เข้าใจกันอย่างง่ายดาย เพราะวันพวกนี้จำกันง่ายมากๆ
คนบางคนอาจจะลืมวันลืมคืน หลงลทมว่าวันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคาร ไปได้บ้าง
แต่ไม่มีใครลืมวันที่ตัวเลขมันตรงกับเดือนได้อย่างแน่นอน ยิ่งมีแคมเปญของพีทมาเป็นตัวกระตุ้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้วันนี้เหล่านี้เป็นภาพจำของผู้ใช้งานทุกคนได้ง่ายๆ
“วันเลขเบิ้ลพวกนี้ เราจะจัดโปรโมชั่นลดราคาอาหารและสินค้าในเครือ Easy ทั้งหมด อาหารลดไปเลย 20% สินค้าลดไปเลย 20% หรือจะเชิญชวนร้านไหนที่จะเข้าร่วมแคมเปญกับเราให้จัด แฟลชเซลล์ลดราคาพิเศษเข้าไปอีกก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้วันนี้คือวันแห่งการจับจ่ายใช้สอย” ยิ่งพีทอธิบาย ทุกคนในที่ประชุมก็ยิ่งเห็นภาพกว้างขึ้น พวกเขาต่างยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย ด้วยความตื่นเต้น
เพราะทันทีที่พีทได้เปิดประตูบานนี้ ด้วยการแนะนำแคมเปญวันเลขเบิ้ลมันก็ทำให้ เหล่านักการตลาดทั้งหลาย หัวแล่น ไฟลุก จนอยากที่จะลงมือทำกันแล้ว
และนี้ถือเป็นไม้ตายเด็ดที่แอปฯของพวกเขา จะใช้ตอบโต้แอปฯ Winner Food ที่เป็นคู่แข่งให้ได้รู้ว่า บริษัทของพวกเขาก็เล่นสงครามราคาได้เหมือนกัน หากแต่เล่นในสงครามของตัวเอง ไม่เล่นตามเกมอัดโปรโมชั่นแบบบ้าคลั่งทุกวันแบบนี้
จะทุ่มเงินทั้งที่ ต้องทุ่มเงินในวันที่พิเศษหน่อย…และวันเลขเบิ้ลนี้แหละคือวันที่พิเศษ สำหรับทุกคนในทุกๆ เดือน
“แคมเปญนี้ดี ฉันเห็นด้วย” พี่แพรที่ดูแลและเป็นหัวเรือใหญ่ของแอปฯ Easy Food เห็นด้วย ซึ่งพอเธอเห็นด้วยก็ไม่มีใครกล้าขัดอีก ทุกคนยกมือสนับสนุนเห็นด้วย
แต่กระนั้นสิ่งหนึ่งที่พวกเขายังมองว่าเป็นปัญหา เห็นจะเป็นเรื่องของบริษัท Easy Shop เสียมากกว่า วันนี้คือวันสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดให้กับแอปฯ Easy Shop มากที่สุด แต่ตลอดจนถึงตอนนี้
แอปฯ Easy Shop ยังไม่มีหัวเรือใหญ่ที่คอยทำหน้าที่จัดการดูแลในส่วนนี้เลย จะให้ประธานวรชัยนั่งแท่นตำแหน่งนี้ ตามหลักมันก็ทำได้…เพราะวัยวุฒิและประสบการณ์ของประธานวรชัยก็มีไม่น้อย แต่ที่ทำให้ทุกคนตะขิดตะขวงใจว่าประธานวรชัยไม่เหมาะ ก็คงเป็นเพราะประธานวรชัย ดูจะปรับตัวตามการตลาดในยุคใหม่ไม่ทันแล้ว
“คงต้องหาคนเหมาะๆ มารับงานนี้แล้วล่ะ” รดาพูดกับพีท “คุณพอจะมีใครแนะนำไหมครับ?” พีทถาม
“จะว่ามีก็มีอยู่หรอก แต่ไม่มั่นใจว่าจะดึงตัวเธอมาได้ไหม ไว้ฉันจะลองติดต่อให้”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 2 ทุ่มนะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy