เวลา 5 โมงเย็น เซียวเฉิน กับ ซู่ฉิง ได้ออกมาจากบริษัทแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง
“วันนี้คุณไม่ต้องไปที่ห้องแล็บเหรอ? ไม่ต้องเลิกงานค่ำแล้วหรือไง?”
“อ้อ ไม่ต้องแล้วล่ะ ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์เกือบหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เหลือแค่การตรวจสอบและอนุมัติเท่านั้น”
“โอ้ มันยุ่งยากเหมือนกันแฮะ ไม่ใช่ว่ามีใบอนุญาตแล้วก็สามารถผลิตสินค้าได้เลยงั้นหรอกเหรอ?” เซียวเฉิน ถามขึ้นด้วยความสงสัย
ซู่ฉิง ส่ายหน้า “เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามทั่ว ๆ ไปก็สามารถผลิตได้เลย แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามจริง ๆ แล้วล่ะก็ จำเป็นจะต้องผ่านการตรวจสอบอีกคครั้งหนึ่งก่อน”
“อ๋อ”
เซียวเฉิน พยักหน้า เขาไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่เอ่ยถามอะไรออกมาอีก
“ฉันได้ยินพี่หลานพูดว่า วันนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการรับสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช่ไหม?”
“มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย แค่ เหรินคุน กับ หลิวต้าขุย มาก่อกวน แต่พวกมันก็ถูกผมไล่กลับไปแล้ว”
“งั้นก็ดี ว่าแต่พวกมันทั้ง 2 คนมารวมตัวกันได้ยังไง?”
“ฮ่าๆๆๆๆ เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้ อาจจะเป็นไปได้ว่า ‘ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรแท้’ ประมาณนั้นละมั้ง?”
ซู่ฉิง ฟัง เซียวเฉิน แล้วก็ยิ้มขึ้นพร้อมกล่าวต่อว่า “นายมาที่นี่แค่ไม่กี่วันก็สร้างศัตรูเอาไว้ไม่น้อยเลยนะ...”
“บางทีผมอาจจะหน้าตาหล่อเหลาเกินไป จึงทำให้คนมากมายอยากจะทำร้ายผม” เซียวเฉิน พูดอย่างหลงตัวเอง
“......”
“แต่ว่ายังมีเรื่องที่ผมแปลกใจอยู่ นั่นคือว่าทำไมแก๊งอินทรีถึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรอีก? ตามที่ผมเดา หลิวต้าขุย น่าจะลากแก๊งอินทรีเพื่อมาล้างแค้นสิถึงจะถูก...”
“เหมือนฉันจะได้ยินว่าภายในแก๊งอินทรีเกิดปัญหาภายในขึ้น”
“ปัญหาภายใน?” เซียวเฉิน นิ่งเงียบไป จากนั้นก็ยิ้มขึ้น “เพราะเป็นปัญหาภายในจึงไม่สามารถมาจัดการกับผมได้นี่เอง!”
“อะไร ดูนายพูดสิ เหมือนว่ารอให้พวกมันมาสร้างปัญหาให้ตัวเองไม่ไหวอย่างงั้นแหละ?”
“เปล่า ผมแค่ไม่ชอบที่จะถูกคนอื่นจดจำตัวผมได้… ไม่เคยได้ยินคำที่บอกว่า ไม่กลัวขโมย แต่กลัวขโมยคิดถึง มาก่อนงั้นเหรอ?”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ”
ระหว่างที่ทั้ง 2 พูดคุยอย่างสนุกสนานมาตลอดทาง พวกเขาก็มาถึงใจกลางเมืองเพื่อมารับ ซู่เสี่ยวเหมิง แล้ว
“ว้าว พี่เฉิน วันนี้พี่ดูหล่อจังเลย!”
เมื่อ ซู่เสี่ยวเหมิง ขึ้นมาบนรถ เธอก็เอ่ยพูดด้วยท่าทางที่ดูตกตะลึง
“......”
เซียวเฉิน และ ซู่ฉิง มองด้วยสายตาแปลก เด็กคนนี้ดูแปลกไปจากทุกที!
“พี่ พี่ไม่รู้เลยหรอว่า พี่เฉินนั้นหล่อมากขนาดไหน?”
“เสี่ยวเหมิง เธอไม่เป็นอะไรนะ? มีไข้หรือเปล่า?” ซู่ฉิง ยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของน้องสาวตัวเอง
“......”
เซียวเฉิน มองการกระทำของ ซู่ฉิง แล้วกลอกตามองบน นี่หมายความว่ายังไง แค่น้องสาวชมว่าฉันหล่อ ถึงกับต้องบอกว่าเธอเป็นไข้เลยงั้นเหรอ?!
ซู่ฉิง สังเกตเห็นการแสดงออกของ เซียวเฉิน เธอพูดขึ้นด้วยความก็รู้สึกเก้อเขินว่า “อะไร เซียวเฉิน ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ความจริงนายก็หล่อมาก… แต่ฉันรู้สึกว่าวันนี้เด็กคนนี้ดูผิดปกติไป!”
เซียวเฉิน ยิ้มมุมปาก เขารู้ในทันทีว่า ซู่เสี่ยวเหมิง เอ่ยชมตัวเองทำไม มันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าจะขอร้องให้ตัวเองไปช่วยเธอแข่งรถ!
แต่ว่าเรื่องนี้ ไม่สามารถบอก ซู่ฉิง ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้!
“พี่ ฉันไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลย วันนี้ฉันแค่คิดได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันทำตัวเกินเลยไปหน่อย สร้างความลำบากมากมายให้กับพี่เฉิน พี่เฉินมาเพื่อปกป้องพวกเรา พวกเราควรจะต้องขอบคุณเขาถึงจะถูก ใช่ไหม?”
“เสี่ยวเหมิง เธอพูดมาตรง ๆ ดีกว่า เธอวางแผนอะไรเอาไว้อยู่ใช่ไหม?” ซู่ฉิง รู้จักน้องสาวตัวเองดี เธอจึงจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายแล้วถามขึ้น
“แผนการอะไร ไม่มี๊∼∼!” ซู่เสี่ยวเหมิง สะดุ้ง หรือว่าเธอแสดงออกชัดเจนเกินไป?
“จริงเหรอ?” ซู่ฉิง พยายามจับพิรุธน้องสาวของตัวเอง “ฉันบอกเธอไว้ก่อนเลยนะ อย่าเที่ยวสร้างเรื่องไปทั่ว ได้ยินไหม?”
“ไอ้หยา นี่พี่ไม่เชื่อน้องสาวที่แสนน่ารักขนาดนี้ได้ยังไง?” ซู่เสี่ยวเหมิง ยิ้มขึ้น
“โอ้ ฉันเชื่อว่าเสี่ยวเหมิงเป็นคนที่ฉลาดที่สุด” ซู่ฉิง แย้มยิ้มขึ้น และลูบไปที่ผมของน้องสาว ”บอกกับฉันหน่อย ว่าวันนี้มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นที่โรงเรียนบ้างไหม?”
ซู่เสี่ยวเหมิง ลอบมองไปที่ เซียวเฉิน เธอแอบตัดสินใจ ไว้รอให้กลับถึงบ้านค่อยว่ากันอีกที จะต้องไม่ทำให้พี่ของตัวเองสงสัย!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็เปลี่ยนท่าทางกลับมาเป็นปกติ และเริ่มพูดถึงเรื่องที่โรงเรียน ทำให้ ซู่ฉิง ยิ้มออกมาเป็นครั้งคราว
หลังจากที่กลับมาที่วิลล่า ซู่ฉิง ได้เปลี่ยนชุดลงมาทำกับข้าว ส่วน เซียวเฉิน พยายามที่จะ หลีกเลี่ยง ซู่เสี่ยวเหมิง เขาจึงวิ่งไปที่ครัวเพื่อช่วยทำอาหาร
ที่เขาทำแบบนี้ทำให้ ซู่เสี่ยวเหมิง ต้องลอบกัดฟัน เจ้าบ้านี่สมควรตายจริง ๆ เขาจงใจอย่างแน่นอน!
แต่ว่าเมื่อนึกไปถึงการแข่งรถกับ หยินเหอ เธอก็ทำได้เพียงแค่สะกดข่มอารมณ์ลงไปเท่านั้น เรื่องนี้เธอจำเป็นต้องขอร้องเขา!
อาหารเย็นที่แสนน่ากินทั้ง 6 จานถูกจัดขึ้นบนโต๊ะเพื่อพวกเขาทั้ง 3 คนแล้ว
“พี่เฉิน ดื่มไวน์สักหน่อยไหม? พี่ทำงานมาทั้งวัน ควรจะผ่อนคลายบ้าง จริงไหม?”
ซู่เสี่ยวเหมิง หยิบไวน์แดงออกมา 1 ขวด แล้วเสนอขึ้นอย่างสุภาพ
ซู่ฉิง เห็น น้องสาวตัวเองหยิบไวน์แดงออกมา ก็หรี่สายตามองไป เจ้าเด็กคนนี้ตัดใจได้ลงจริงหรือ นี่เป็นไวน์แดงคอลเลคชั่นสะสมของ Romanee Conti ของเธอเชียวนะ!
“ Romanee Conti งั้นเหรอ? ทั้งยังเป็นแบบคอลเคลชั่นสะสมอีกด้วย? ” เซียวเฉิน รู้ได้ในทันที เขาประหลาดใจมาก
“ไวน์นี้เรียกว่า Romamee Conit งั้นเหรอ?” ซู่เสี่ยวเหมิง ก้มมองลงไป จากนั้นจงใจกะพริบตาให้ เซียวเฉิน “พี่เฉินคาดว่าไวน์นี้จะมีราคาไม่กี่พันหยวน พอจะได้ไหมพี่เฉิน?”
“......”
เซียวเฉิน และ ซู่ฉิง ปากกระตุกพร้อมกัน ไม่กี่พันหยวนงั้นเหรอ? ไม่กี่พันหยวนจะไปสามารถซื้อไวน์ขวดนี้ได้ยังไงกัน? แม้แต่จุกไวน์ก็ยังซื้อไม่ได้เลย!
“พวกพี่เป็นอะไรกัน? มันแพงมากเลยรึไง? มันคงไม่แพงกว่า Lafite ปี 82 ใช่ไหม?”
“เสี่ยวเหมิง ไวน์ที่อยู่ในมือของเธอ สามารถแลกเป็น Lafite ได้หลายขวดเลย...”
เซียวเฉิน แสดงท่าทางแปลก หากว่าเปิดไวน์ขวดนี้จริง ๆ คาดว่า ซู่ฉิง คงอยากจะจัดการกับเจ้าเด็กน้อยคนนี้แน่ ๆ ?
“มันแพงขนาดนั้นเลยเหรอ? กี่หยวนกัน?”
ซู่เสี่ยวเหมิง มองอย่างโง่งม จากนั้นหันไปถามพี่สาวตัวเอง
“หลายแสน”
“ห๊ะ? หลายแสน”
ซู่เสียวหมิง กลายเป็นแข็งค้าง เธอไม่คิดว่าไวน์แดงที่เธอหยิบมาจะมีราคาถึงหลายแสนหยวน? และหากว่าเธอนำออกมาแล้วคิดจะเก็บกลับไปอีกครั้ง มันย่อมดูแย่มากใช่ไหม?
“แค่ก ๆ เสี่ยวเหมิง พวกเราดื่มเบียร์กันเถอะ!”
เซียวเฉิน เปิดปากพูดขึ้น
ซู่เสี่ยวเหมิง ได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้สึกว่า เซียวเฉิน กลายเป็นคนดีขึ้นมาในพริบตา เธอเตรียมพยักหน้าและเก็บไวน์แดงขวดนี้กลับไป แต่ก็ได้ยินพี่สาวของตัวเองเปิดปากพูดขึ้น
“พวกเราดื่มไวน์ขวดนี้เถอะ”
ซู่ฉิง ยิ้มแล้วเดินไปหยิบไวน์แดงที่อยู่ในมือน้องสาวของเธอ
“พี่ ไวน์ขวดนี้มันแพงเกินไป...”
“ไวน์ราคาแพงก็เพื่อให้คนดื่มไม่ใช่รึไง? วางไว้เฉย ๆ มันจะมีความหมายอะไร?”
ซู่ฉิง หัวเราะเบาๆ จากนั้นไปหยิบที่เปิดไวน์มา เตรียมตัวที่จะเปิดไวน์มูลค่าหลายแสนนี้ออก
“ซู่ฉิง พอเถอะ วันนี้อากาศร้อนขนาดนี้ ผมว่าดื่มเบียร์เย็น ๆ น่าจะดีกว่านะ....”
เซียวเฉิน เปิดปากขึ้นด้วยความท้อแท้ แม้ว่าในสายตาของเขา ไวน์ขวดนี้จะไม่ได้มีค่าอะไร แต่การดื่มไวน์ราคาหลายแสนพร้อมกับอาหารเย็น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือย
“ฮ่าๆๆๆ พอดีฉันไม่ได้ดื่ม Romanee Conti มานานแล้ว จนเกือบจะลืมรสชาติของมันไป...นี่น่าจะเป็นขวดสุดท้าย พวกเรามาดื่มกันเถอะ”
ซู่ฉิง ยิ้มขึ้น แต่ทว่าในดวงตาลึก ๆ แล้วแว่บประกายขึ้นด้วยแสงแปลก ๆ การดื่มไวน์ขวดสุดท้ายนี้ เป็นเหมือนการจบลงอย่างสมบูรณ์!
เซียวเฉิน สังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของ ซู่ฉิง ในใจนึกสงสัย นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย...
“เสี่ยวเหมิง ไปหยิบแก้วไวน์มาให้หน่อย” ซู่ฉิง พูดแล้วเปิดไวน์ขวดนี้ออก
“พี่ จะดื่มมันจริง ๆ เหรอคะ?” ซู่เสี่ยวเหมิง พลันรู้สึกปวดใจ ให้ตายเถอะ ถ้าให้ เซียวเฉิน ได้ดื่มมันจะสิ้นเปลืองไปเปล่า ๆ !
“มันก็แค่ไวน์ขวดเดียวเท่านั้นเอง!”
“อืม”
Romanee Conti ค่อยๆถูกรินลงมาในแก้วไวน์ สีของมันเหมือนอัญมณีสีแดง กลิ่นของมันฟุ้งกระจายเชิญชวนให้คนมาลิ้มลอง...
“มาๆ ค่อย ๆ ดื่มนะ จะได้ไม่เมามาก”
เพียงไม่นาน ซู่ฉิง ก็รินเหล้าให้ เซียวเฉิน และ ซู่เสี่ยวเหมิง และเอ่ยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ซู่เสี่ยวเหมิง หยิบมันขึ้นมาแล้วจิบลงไป 1 อึก จากนั้นเลียริมฝีปากของตัวเอง “แค่อึกเดียวก็มีราคาหลายพันหยวนแล้ว! แต่มันอร่อยกว่าดื่มโคล่าขวดละไม่กี่หยวนยังไง?”
“.....”
เซียวเฉิน และ ซู่ฉิง อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า การให้ เสี่ยวเหมิง ได้ดื่มไวน์ขวดนี้มันเสียของจริงๆ!
พวกเขาต่างสังเกตเห็นปฏิกิริยาของกันและกันเอง จากนั้นก็ยิ้มขึ้น แล้วชนแก้ว จนไวน์แดงสั่นไหวไปมา...
เพราะว่ามีจักรพรรดิแห่งไวน์แดงทำให้มื้อค่ำนี้ ต้องกินช้าเป็นพิเศษ....
พี่น้องตระกูลซู่ดื่มไวน์จนใบหน้ารูปไข่ของคนทั้งคู่แดงขึ้น เผยให้เห็นเสน่ห์ที่แสนเย้ายวน สามารถมองเห็นได้ว่าแววตาของ เซียวเฉิน กลายเป็นว่างเปล่า และคอยเตือนสติตัวเองว่า นี่เป็นน้องสาวของเหล่าซู่!
แม้ว่าเหล่าซู่จะบอกเขาอยู่หลายครั้ง ว่าให้ตัวเขามาเป็นสามีของน้องสาวตัวเอง แต่เหล่าซู่ไม่ได้บอกว่าจะให้เขาเป็นน้องเขยคนแรกหรือน้องเขยคนที่ 2 !
หลังจากกินข้าวเก็บโต๊ะเสร็จ ซู่ฉิง ก็กลับห้องไปอาบน้ำ
“เสี่ยวเหมิง ดึกแล้วเธอรีบไปนอนไป อย่ามัวแต่ดูทีวีละ”
ก่อนที่จะขึ้นไป ซู่ฉิง หันไปพูดกับผู้เป็นน้อง
แม้ว่า ซู่เสี่ยวเหมิง อยากจะพูดคุยกับ เซียวเฉิน อีกสักหน่อย แต่ก็กลัวว่าพี่สาวของตัวเองสงสัย จึงทำได้เพียงแค่พยักหน้าและเดินขึ้นชั้นบนไป
เมื่อเห็น ซู่เสี่ยวเหมิง ขึ้นไปข้างบนแล้ว เซียวเฉิน พลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เด็กคนนี้ตัวติดเขาตลอดเวลาเลย ถ้าอย่างนั้นเขาคงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ !
หลังจากอยู่ที่ห้องรับแขกอีกสักพัก เขาก็กลับไปที่ห้องของตัวเอง และโทรไปหา หลี่หานโฮ่ว ถามถึงสถานการณ์ของ แม่ของเขาจากนั้นถอดเสื้อผ้าและเดินเข้าห้องน้ำไป
.......
“ฮัลโหล? กลับห้องหรือยัง?”
ซู่เสี่ยวเหมิง ออกจากห้องของเธอพร้อมกับสวมใส่ชุดนอน เมื่อเดินลงมาข้างนอกก็มองไปแล้วไม่เห็นใคร
เธอหันไปมองที่ห้องของพี่สาวตัวเอง และตัดสินใจว่าหลังจากที่พี่สาวเธอหลับแล้ว เธอจะค่อย ๆ ย่องลงมาข้างล่าง
“ หมอนั่นจะตอบตกลงหรือเปล่านะ? ถ้าไม่ตอบตกลงละ? แผนสาวงามนี่จะได้ผลจริง ๆ งั้นเหรอ?”
สีหน้า ซู่เสี่ยวเหมิง เต็มไปด้วยความลังเล แต่หลังจากที่คิดเกี่ยวกับมัน เธอก็กัดฟันพยายามเค้นแสดงท่าทางและใบหน้าที่ดูใจกว้างออกมา จากนั้นเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของ เซียวเฉิน
กึก
ซู่เสี่ยวเหมิง ค่อยๆ เ ปิดประตูห้องของ เซียวเฉิน ออกอย่างเบาๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก และค่อยๆก้าวเดินเข้าไป
“พี่...อ๊ะ? ไปไหนล่ะ?”
ซู่เสี่ยวเหมิง มองเห็นว่าห้องนี้กลับว่างเปล่า หรือว่าเขาออกไปแล้ว?
แต่ทันใดนั้น ดวงตาของเธอมองเห็นเสื้อผ้าที่ถูกถอดกองเอาไว้อยู่บนเตียง เธอนิ่งอึ้ง จากนั้นก็ตระหนักถึงบางสิ่งและมองไปที่ประตูห้องน้ำในทันที
กึก
ทันใดนั้นประตูห้องน้ำเปิดออก เซียวเฉิน ที่สวมเพียงแค่กางเกงในตัวใหม่ ฮัมเพลง ‘สัมผัส 18 ครั้ง’เดินออกมาจากประตู
ในขณะที่ เซียวเฉิน กำลังฮัมเพลงเสียงสูง ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็น ซู่เสี่ยวเหมิง ที่ยืนอยู่ข้างเตียงของเขา เขาก็หยุดฮัมเพลง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้?
ซู่เสี่ยวเหมิง นิ่งอึ้งยิ่งกว่า เธอมองเห็นร่างกายทุกส่วนของ เซียวเฉิน ที่สวมเพียงแค่กางเกงในตัวเดียว ฉับพลันสมองเธอกลายเป็นว่างเปล่า.....
แต่ในไม่ช้าเธอก็ได้สติขึ้นมา สีหน้าเปลี่ยนไป อ้าปากขึ้นเตรียมกรีดร้อง “อ๊า.....”
“อย่าร้อง!”
เซียวเฉิน มองเห็นท่าทีของ ซู่เสี่ยวเหมิง ก็รีบพุ่งเข้าไป หากว่าเธอกรี๊ดขึ้น จะทำให้ ซู่ฉิง ลงมา แล้วเขาจะอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไง?
วินาทีต่อมา เขารีบโถมตัวเข้าไป....