บทที่ 68
แก่นวิญญาณฟีนิกซ์
ไอเทมล้ำค่าตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า มันแผ่ซ่านออร่าอันแข็งแกร่งออกมาจากตัวของมัน พลังที่แผ่ซ่านออกมาเป็นมานาเปลวเพลิงอันแข็งแกร่ง
เอ็กซ์หลังจากที่หยิบไอเทมนั้นมาอยู่ภายในมือของตนเองได้ มุมปากของเขาเองก็ยกยิ้มขึ้น
“ นายท่านขอรับสิ่งนั้น.. ”
“ มันคือจิตวิญญาณของนกฟีนิกซ์ ”
“ ว่ากันว่ามันเป็นจิตวิญญาณโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่ในยุคสมัยก่อน ”
“ โดยตัวของมันนั้นมีคุณสมบัติพิเศษ ”
[ ชื่อไอเทม แก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์ ระดับ SS ]
[ แก่นวิญญาณที่สืบทอดมาตั้งแต่ภายในยุคสมัยโบราณ เป็นจิตวิญญาณของนกฟีนิกซ์ที่เกิดใหม่มากกว่า 9 ครั้งหลอมรวมเข้าหากัน พลังอันแข็งแกร่งในยามที่เกิดใหม่จะหลอมรวมออกมากลายเป็นแก่นวิญญาณ ที่เป็นตัวกักเก็บพลังในการใช้เพื่อเกิดใหม่ ]
“ นายท่านต้องการจะเอาของสิ่งนั้นไปทำอันใดขอรับ”
เอ็กซ์หันไปมองบรูค “ นายช่วยเฝ้าด้านหน้าถ้ำเอาไว้ให้หน่อยได้หรือเปล่า ”
“ อยากให้ใครเข้ามาบริเวณด้านใน ”
“ ฉันมีบางอย่างที่จำเป็นจะต้องทำในช่วงเวลานี้คงจะไม่สามารถขยับตัวได้สักพัก ”
“ เพราะแบบนั้นนายต้องเฝ้าบริเวณด้านหน้าเอาไว้ห้ามให้ใครเข้ามา ” เอ็กซ์สั่งการออกไปอย่างรวดเร็ว
บรูคที่ได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนายก้มศีรษะของตนเองลง “ เข้าใจแล้วขอรับนายท่าน ”
มันทำการขานรับพร้อมกับเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ไปเฝ้าอยู่บริเวณด้านหน้าถ้ำ เอ็กซ์ที่อยู่ด้านในถ้ำฟีนิกซ์หย่อนกายของตนเองนั่งลง
จากนั้นก็นำเอาแก่นวิญญาณฟินิกซ์ถือเอาไว้ภายในมือ ปลดปล่อยมานาออกมาจากร่างกายแทรกซึมเข้าไปภายในแก่นวิญญาณฟินิกที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับอัญมณี
ออร่าพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาห่อหุ้มแก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์
“ ถ้าเกิดว่าอยากจะทำการ ดูดซับมันจำเป็นจะต้องใช้มานาของตนเองดึงพลังของมันออกมา ”
“ ภายในนี้มันมีพลังจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการดึงพลังทั้งหมดออกมาและหลอมรวมเข้าไปกับร่างกาย ”
“ มันเป็นไอเทมชนิดพิเศษที่แตกต่างจากไอเทมอื่นๆ เพราะว่ามันจำเป็นจะต้องซึมซับเหมือนกับยาชนิดหนึ่งโดยจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว ”
เอ็กซ์ปลดปล่อยมานาเข้าไปแทรกแซงแก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์ จากนั้นพลังภายในแก่นวิญญาณที่มันมีรูปลักษณะเหมือนกับอัญมณีก็ค่อยๆถูกดูดออกมาเรื่อยๆ
พลังเปลวเพลิงอันแข็งแกร่งพวกนั้นเริ่มซึมซับเข้ามาภายในร่างกาย ตามคำบอกเล่าผู้คนบอกว่าเมื่อซึมซับมันเข้าไปความรู้สึกมันจะเหมือนกับกำลังโดนเปลวเพลิงแผดเผาร่างกาย
ทว่าเอ็กซ์เป็นตัวละครการดูดซับจึงไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้นส่งผ่านมาถึงร่างกายของภพ
คลื่นพลังที่ถูกซึมซับเข้ามาภายในร่างกายมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเปลวเพลิงจากแก่นวิญญาณฟินิกเริ่มห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
[ ท่านได้ทำการดูดทรัพย์แก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์ ]
[ ร่างกายกำลังปรับสภาพให้เข้ากับพลังที่ดูดซับเข้ามา ]
[ ดูดซับสำเร็จ 10% ]
[ ดูดซับสำเร็จ 20%]
ออร่าพลังมันแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ การดูดซับเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เอ็กซ์ร่างกายเริ่มห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังจำนวนมาก
มานาที่ไหลเข้ามาภายในร่างกายมันกำลังเพิ่มคุณสมบัติต่างๆภายในร่างกายให้สูงขึ้นเรื่อยๆ
ภพที่กำลังนั่งมองหน้าต่างของระบบมองเห็นค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
[ ร่างกายได้รับคุณสมบัติต้านทานเปลวเพลิงสมบูรณ์แบบ ]
[ ร่างกายได้รับคุณสมบัติควบคุมเปลวเพลิงสมบูรณ์แบบ ]
“ นี่คือผลที่ได้มาจากการที่กำลังจะดูดซับแก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์สินะ ” ภพมองเห็นข้อความจากระบบที่อยู่ด้านหน้า
ในขณะที่ตัวละครของเขากำลังดูดซับแก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์เข้าไปภายในร่างกายเขาเองก็กำลังตรวจดูหลายๆอย่าง
“ คาดการณ์แล้วนี่น่าจะผ่านมาสักประมาณ 40 นาทีได้แล้วหลังจากที่ดันเจี้ยนนั้นปรากฏออกมา ”
“ แสดงว่าทีมที่ 1 ของสำนักงานฮันเตอร์ก็กำลังจะมาถึงแล้วสินะ”
“ แต่ว่าถึงจะมาถึงแล้วกว่าที่จะสามารถพิชิตดันเจี้ยนได้ก็คงจะต้องใช้เวลาไม่มีอะไรจะต้องกังวล ”
“ เราคงจะดูดทรัพย์แก่นวิญญาณนกฟีนิกซ์เสร็จก่อน ”
ในขณะที่กำลังนั่งคำนวณหลายๆอย่างอยู่ อยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง “ ในขณะที่ผู้คนกำลังตื่นตระหนกแบบนี้ ”
“ กลับมีคนมานั่งสบายใจอยู่ภายในห้องและก็นั่งมองดันเจี้ยนที่อยู่ใจกลางเมืองด้วยท่าทางสงบนิ่งแบบนี้เนี่ยนะ ”
เสียงที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังเอ็กซ์เคยได้ยินมันมาก่อน เขาค่อยๆหันไปมองด้านหลังอย่างช้าๆ
พบเห็นชายที่สวมใส่ชุดสูทสีดำมาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหลังของเขาอีกครั้ง คนๆนี้ที่เขานั้นเคยพบเจออยู่บนเครื่องบิน
อีกฝ่ายมาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหลัง ด้วยรูปลักษณ์ที่มันไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย คนๆนั้นยืนมองตรงมาที่ภพ
อีกฝ่ายกำลังแสดงรอยยิ้ม “ ว่ายังไง.. ”
“ ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะบอกว่าทำไมถึงไม่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ ”
“ แถมยังนั่งมองดันเจี้ยนในระยะขนาดนี้โดยที่ไม่ได้แสดงท่าทางทุกข์ร้อนอะไรเลย ” ชายชุดดำใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจ้องมองมา
ภพยังคงแสดงใบหน้าเรียบเฉย เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน “ ผมนั่นแหละที่จำเป็นจะต้องถาม ”
“ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็อพยพออกไปหมดแล้วไม่ใช่หรอ ”
“ ฮ่าๆๆ ทางนั้นก็เหมือนกันแถมตัวของนายยังเป็นคนธรรมดาที่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อีก ” อีกฝ่ายประเมินด้วยสายตา
สายตาของมันสามารถตรวจจับได้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีพลังภายในร่างกายหรือไม่ จากที่มันประเมินเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้า เห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีมานาภายในร่างกาย
“ ตัวของฉันน่ะเป็นผู้อเวคก็จะอยู่ตรงเขตนี้มันก็ไม่แปลกอะไร ”
“ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้เอาเวคกลับนั่งมองดันเจี้ยนด้วยท่าทางที่ธรรมดาแบบนั้นนั่นแหละที่เป็นฝ่ายที่น่าสงสัย ”
ภพยังคงสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อันตรายจากชายผู้นี้ ภพไม่ได้ตอบกลับชายผู้ที่อยู่ด้านหน้า
จนอีกฝ่ายนั้นค่อยๆแสดงรอยยิ้มออกมาแล้วก็พูด “ จำได้หรือเปล่าที่ฉันเคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ”
“ ว่าถ้าเจอกันอีกฉันอาจจะต้องฆ่านายก็ได้ ”
ชายชุดดำย่อกายของตนเองต่ำลงมันแสดงท่าทีราวกับว่ากำลังจะกระโจนเข้ามาโจมตี
แต่ในขณะที่มันกำลังจะขยับขา ในตอนนั้นเองออร่ามานาจำนวนมากก็ปรากฏภายในจังหวัดนี้
ชายชุดดำคู่นั้นหยุดนิ่งดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้น มันเงยหน้ามองตรงออกไปบริเวณด้านนอก “ ชิ!! เจ้าพวกนั้นมาแล้ว ”
ชายชุดดำผู้นั้นลี่หันหลังแล้วก็วิ่งออกไปจากห้องนี้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้สนใจภพ ราวกับว่ามันมีเรื่องที่สำคัญอยู่กำลังรอมัน
ภพที่กำลังยืนอยู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ เกือบไปแล้ว.. ”
“ ว่าแต่คนที่มาก็คือ ” ภพมองตรงออกไปด้านนอก
ในตอนนี้กลุ่มคนกลุ่มนึงปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าดันเจี้ยน
“ หน่วยที่ 1 ”
จบบท