ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง

    31 หนังสือหย่า

            ท่านอ๋องหนุ่มถอนหายใจ เขาเคยคิดว่าหลังจากตนเองแต่งงานกับเซียวหว่านแล้วก็จะไม่รับชายารอง จะพยายามใช้ชีวิตกับนางไปดีๆ

            แต่หลังจากถูกมัดมือชกให้แต่งกับหลี่หยวนหยวนและยังถูกบังคับให้ดื่มยาปลุกกำหนัดสูตรลับของสกุลหลี่เพื่อร่วมเตียงกับนางแล้ว เขาก็มีแต่ความขุ่นเคืองในหัวใจ เขาตกเป็นเบี้ยล่างของสกุลหลี่ด้วยความจำเป็นแท้ๆ

            สถานการณ์ในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่คิดว่าตนเองจำต้องรักษาความตั้งใจที่จะเป็นคู่รักยวนยางกับผู้ใดอีก ชายหนุ่มจึงได้พยักหน้า

            “หากว่าท่านแม่เห็นดีเห็นงาม และพวกนางยินดีแต่งเข้าจวนอ๋องก็แล้วแต่ท่านแม่เถิดขอรับ”

            ชายารองหลิ่วพลันนึกขึ้นได้ “ท่านอ๋อง จะไม่บอกกล่าวหวางเฟยสักหน่อยหรือ ถึงอย่างไรนางก็เป็นภรรยาเอก ถึงจะไม่สนใจความเห็นชอบ แต่ก็น่าจะบอกให้นางรู้ก่อน”

            หยางหลีเหว่ยหน้าบึ้ง “ไม่จำเป็น หากสกุลหลี่ไม่ใช้ความเป็นความตายของท่านแม่มาบีบบังคับ ข้าก็คงจะไม่แต่งนางและทำตามเงื่อนไขบ้าๆ ของป๋อหลี่จอมเจ้าเล่ห์นั่น”

            ครั้นนึกถึงตอนที่ตนต้องเดินทางไปจวนสกุลหลี่เพื่ออ้อนวอนให้หลี่เหวินจั๋วช่วยมอบยาให้ อ๋องหยางก็กำหมัดแน่น เขาแสดงท่าทีอ่อนน้อมจริงใจและยินดีจะมอบสิ่งที่คนผู้นั้นต้องการเพื่อแลกกับยาช่วยชีวิตมารดา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าสิ่งที่ท่านป๋อผู้นั้นต้องการกลับเป็นเรื่องที่ทำให้เขาต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนไร้สิ้นศักดิ์ศรี

            แม้คนส่วนหนึ่งจะมองว่าเขากตัญญูจึงต้องแต่งกับ หลี่หยวนหยวน แต่คนอีกส่วนหนึ่งก็มองว่าเขาใจร้ายใจดำที่ต้องทิ้งเซียวหว่าน

            เหตุการณ์นี้ที่แย่ที่สุด ก็คือ...เขาได้รู้ว่าสตรีทั้งสองต่างไม่มีผู้ใดจริงใจกับเขาเลย หลี่หยวนหยวนเป็นคนที่เสนาบดีชุยส่งมา ส่วนเซียวหว่านก็ใช้แผนการทำลายชื่อเสียงของเขา

            “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะเรียกแม่สื่อมาวันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน ท่านอ๋องต้องไปดูแลชาวบ้านอีกสักพัก กลับมาก็จะได้ยกเกี้ยวหามพวกนางเข้าจวนพอดี ว่าแต่จะแต่งเอาผู้ใดก่อนดีเล่า” ชายารองหลิ่วมีสีหน้าหนักใจ

            “แต่งทั้งคู่พร้อมกันเลย” หยางหลีเหว่ยกล่าว

            หยางไท่เฟยได้ยินก็ขัดขึ้น “ไม่ได้ๆ แต่งคนละวันก็แล้วกัน เอาเป็นว่าให้หนานกงมี่แต่งเข้ามาก่อน ผ่านไปสักสามวันค่อยรับหวางฉินหยุนมา”

            “ก็ได้ขอรับ” สีหน้าของชายหนุ่มยังคงราบเรียบ

            “แม่รู้ว่าเจ้าเคืองหลี่หยวนหยวน แต่เจ้าจะแต่งชายารองวันเดียวกันคงไม่เหมาะนัก ถึงอย่างไรตำแหน่งของใต้เท้าหนานกงก็สูงกว่าตุลาการหวาง”

            “แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ วันนี้ข้าเหนื่อยมากเหลือเกิน ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน”

     

             พอกลับไปถึงเรือนพัก หยางหลีเหว่ยกลับไม่เข้าห้องนอน เขาไปยังห้องตำราแล้วเรียกให้บ่าวรับใช้มาช่วยฝนหมึก

             ชายหนุ่มที่อารมณ์กรุ่นโกรธเพราะถูกรื้อฟื้นเรื่องที่ตนต้องแต่งหลี่หยวนหยวนด้วยความจำใจจึงระบายความคับแค้นด้วยการเขียนหนังสือหย่าแล้วพับไว้ในซอง วางไว้บนห้องหนังสือ

             “เช่นนี้ ข้าค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย”

             บ่าวรับใช้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้ว คล้ายสงสัยว่าท่านอ๋องต้องการพูดกับตนหรือไม่

             หยางหลีเหว่ยจึงโบกมือไล่ “ไม่มีอันใดแล้ว เจ้าออกไปได้ ข้าจะนอน”

             เขาเอนกายลงบนที่นอนได้ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ให้เห็นหลี่หยวนหยวนเลยนับตั้งแต่วันที่พานางเดินเข้าห้องโถงในเรือนรับแขก

             ‘ดีเหมือนกัน ไม่เห็นหน้าก็ไม่เสียอารมณ์ เอาไว้กลับมาแล้ว ค่อยเอาจดหมายหย่าให้นางก็แล้วกัน’

             ชายหนุ่มวางแผนไว้ในใจว่าจะส่งหลี่หยวนหยวนกับคนรับใช้ทั้งหมดของนางให้ไปอยู่บ้านเดิมของสกุลหลี่ที่ตำบลนอกเมือง รอเวลาเหมาะสมค่อยส่งนางกลับเมืองหลวง

             ตำแหน่งพระชายาของเขา เว้นเอาไว้ก่อน...วันหน้าพบสตรีที่เขาพึงใจและมีความเหมาะสมค่อยแต่งเข้ามา

             หลี่หยวนหยวนมัวแต่ตื่นเต้นกับยอดขายและกำไรของโรงน้ำชาจาเรอ นางจดบัญชีรายได้อย่างตื่นเต้น

             “ดีนะ ที่ข้าเรียนการดีดลูกคิดมาด้วย ไม่เช่นนั้นคงกดเป็นแต่เครื่องคิดเลข”

             ไป๋ซวงกับไป๋เยว่หันไปมองหน้ากัน

             “เครื่องคิดเลข คือสิ่งใดหรือเจ้าคะ” ไป๋เยว่ปากไว

             หลี่หยวนหยวนชะงัก นางลืมตัวไปอีกแล้ว “เอ่อ ข้าก็พูดไปเรื่อยน่ะ พวกเจ้าอย่าใส่ใจเลย”

             “หวางเฟย ท่านดูแปลกขึ้นทุกวันนะเจ้าคะ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าท่านไม่ใช่ท่านคนเดิม” ไป๋เยว่พูดหวาดๆ สายตานางสำรวจเนื้อตัวของหลี่หยวนหยวนคล้ายพยายามหาว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนไป

             “เจ้าก็พูดเพ้อเจ้อ ข้าก็คือข้านั่นล่ะ เพียงแต่ข้าไม่เพียงแต่ถูกคนลอบสังหารแต่รอดมาได้ ยังมาเจอกับสามีที่เกลียดชังตนเองเข้าอีก ความคิดอ่านและนิสัยก็ย่อมเปลี่ยนไปน่ะสิ”

             “เจ้าค่ะ” ไป๋เยว่พยักหน้ารับคำเสียงอ่อย

             หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมา “ช่างเถอะๆ อย่าพูดเรื่องนี้กันเลย”

             ซุนมามาเดินนำหน้าสาวใช้ที่ถือถาดขนมเข้ามาพอดี

             “หวางเฟยเจ้าคะ เมื่อเช้าข้าได้ยินพ่อบ้านให้บ่าวฝั่งโน้นเตรียมเรือนต้อนรับชายารองเจ้าค่ะ ได้ยินว่าท่านอ๋องจะแต่งชายารอง”

             หลี่หยวนหยวนชะงัก หลังจากอ๋องหยางพูดกับนางว่าระหว่างเขากับนางต่างคนต่างอยู่ไม่ข้องเกี่ยวกัน นางก็เลิกสนใจในตัวบุรุษผู้นั้นแล้ว

             “เขากับข้าก็มิได้คิดจะอยู่เป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว เขาจะนำผู้ใดเข้ามาในเรือนก็ช่างเขาเถิด”

             แม้ปากของนางจะพูดเช่นนั้น แต่ใจกลับปวดแปลบ หลี่หยวนหยวนยกมือขึ้นกุมหัวใจ นางรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมชื่นชมในตัวของหยางหลีเหว่ยยิ่งนัก หญิงสาวผู้นี้อยากเป็นภรรยาของอ๋องหยางจนยอมเดิมพันกับทุกอย่าง ส่วนติงหยวนหยวนก็คง...คงจะเจ็บปวดที่เห็นคนหน้าคล้ายหัวหน้าหยางทำเหมือนไม่ไยดี

             ‘เจ้าสองคน ล้วนแต่อกหักทั้งคู่เลยนะ หลี่หยวนหยวน ติงหยวนหยวน’

             ซุนมามาเห็นท่าทางของหลี่หยวนหยวนก็ตกใจ “หวางเฟย ท่านเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ”

             หญิงสาวค่อยๆ เอามือออกจากหน้าอก ใบหน้าที่ก้มต่ำเมื่อครู่ค่อยๆ เงยขึ้น “ช่างเถอะ”

             ไป๋เยว่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจจนแทบจะกระทืบเท้า “หวางเฟยเจ้าคะ ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะเจ้าคะ ท่านเป็นพระชายา เหตุใดท่านอ๋องจะรับชายารองแต่กลับไปแจ้งให้ท่านได้ทราบ”

             “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เช่นนี้ไม่ถูกต้อง”​ ซุนมามาสีหน้าขัดเคือง

             หลี่หยวนหยวนพยายามข่มใจ เพิ่งแต่งงานได้เพียงเดือนกว่า หยางหลีเหว่ยก็จะแต่งชายารองเข้าจวน แสดงให้เห็นว่านางมิได้มีความหมายอยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด

             ‘ก็ดี ข้าเตรียมตัวเอาไว้อยู่แล้ว ในเมื่อเขาคิดจะรับสตรีอื่นเข้ามา หลี่หยวนหยวนเจ้าจงจากไปเสียเถิด’

             ดูเหมือนดวงใจเจ้าของร่างจะรับรู้ถึงความสูญเสีย น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง วิญญาณที่เป็นติงหยวนหยวนไม่อาจจะระงับความเศร้าโศกนี้ไว้ได้

             สาวใช้สามคนพากันคุกเข่า สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก พวกนางต่างก็รู้ว่าอดีตคุณหนูรองหลี่ผู้นี้ ลุ่มหลงรักใคร่ในตัวอ๋องหยางมาก แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้ว กลับต้องถูกรังเกียจและทอดทิ้ง

             “หวางเฟย พวกเราจะอยู่เคียงข้างท่านนะเจ้าคะ”     ซุนมามาน้ำตารื้น สงสารคุณหนูของตนจับใจ

             ไป๋เยว่กับไป๋ซวงควักเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาของตน พวกนางสงสารนายหญิงจับใจ หลี่หยวนหยวนในสายตาผู้อื่นอาจจะดูไร้มารยาท ขาดคุณสมบัติเยี่ยงคุณหนูสกุลใจพึงมี แต่กับบ่าวรับใช้อย่างพวกนาง คุณหนูกลับมิเคยตระหนี่ และดูแลอย่างดียิ่ง

             ตอนนี้หลี่หยวนหยวนกลายเป็นคนใหม่ที่เฉลียวฉลาดและมิได้พยายามไปเกาะแกะกับอ๋องหยางเช่นแต่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจหนีพ้นความชิงชังรังเกียจของสามีไปได้

             ...การแต่งงานที่เต็มใจเพียงฝ่ายเดียว สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องเลวร้ายอยู่ดี...

              

    ***********