บนเส้นทางระหว่างชายแดนเขตเหนือซึ่งห่างไกลความเจริญอันเป็ 1 ในอาณาเขตแห่งเมืองฟ้าอำพัน ปรากฎเสียงเด็กทารกร้องดังสนั่นทั่วทั้งพื้นที่ และเนื่องจากเป็เขตเส้นทางระหว่างชายแดนของเมืองฟ้าอำพันและเมืองวารีหวนซึ่งเป็เขตห่างไกลจากตัวเมืองทำให้มีสัตว์อสูรลมปราณมากมายอยู่บริเวณสองข้างทาง ชาวบ้านผู้ไม่ได้เข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตนมักหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ และถึงแม้จะเป็ผู้ฝึกตนแต่หากยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปราณแรกกำเนิดขั้นที่ 3 จะเลือกที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้เช่นกัน
ท่านหยางจ้าว ข้าน้อยว่าพวกเราไม่ควรจะหยุดพักแถวนี้ เขตแถวนี้นอกจากจะเป็ชัยภูมิที่มีแต่ป่าแล้วยังเป็ที่ลอบเล้นดักปล้นได้ดีของพวกรังโจรมายาสมุทรอีกด้วยนะขอรับนายท่าน เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นด้วยความกระวนกระวายอย่างทึ่สุด
หึ! เื่ที่เ้าคิดได้ คิดว่าข้าผู้ที่เป็าุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางจะคิดไม่ได้เช่นนั้น หรือว่าเ้ากำลังดูถูกสติปัญญาของข้ากันหยางสือ เสียงดังลอดออกมาจากาุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางเจือปนด้วยโทสะในน้ำเสียงเด่นชัดยิ่ง
ขะ ขะ... ข้าน้อยไม่มีเจตนาอย่างที่นายท่านหยางจ้าวว่ามาเลยขอรับ ข้าน้อยเพียงแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของท่านหยางจ้าวเพียงเท่านั้น ไม่มีจิตคิดว่าท่านมิมีความคิดเท่าบ่าวผู้ต่ำต้อยเลยขอรับ โปรอภัยให้บ่าวรับใช้ผู้ต้อยต่ำด้วย หยางสือเร่งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่ลนลานยิ่งกว่าเก่า ทั้งมันยังหมอบคลานต่ำลงพื้นพร้อมโขกหัวของตนเองเพื่อขออภัยแก่หยางจ้าว เนื่องด้วยเกรงว่าตัวมันเองอาจตกตายไปโดยไม่รู้ตัวจากโทสะของหยางจ้าว
หึ ! หยางจ้าวพ่นลมหายใจหากแต่ไม่ได้ใส่ใจต่อหยางสือบ่าวรับใช้ข้างกายอีกต่อไป กลับกล่าววาจาต่อบ่าวรับใช้หญิงข้างกายนางหนึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หยางซูเ้าได้ยินเสียงอันใดหรือไม่ เหมือนว่าข้าจะได้ยินเสียงเด็กน้อยเฉกเช่นทารกใกล้ๆนี้ คำกล่าวนี้เต็มไปด้วยความโอนโยน ชัดเจนว่าอ่อนโยนกว่าที่ระดับผู้โอวุโสแห่งตระกูลจะสมควรมีให้แก่สาวน้อยบ่าวรับใช้ผู้หนึ่ง
ตอนแรกข้าคิดว่าข้าเพียงหูฝาดได้ยินเสียงทารกร้องในป่าเขตชายแดนระหว่างเมือง ไม่คิดว่านายท่านหยางจ้าวจะได้ยินเช่นเดียวกับบ่าว คำกล่าวของหยางซูเต็มไปด้วยความเคารพและนอบน้อม อ่อนช้อยจนผู้ใดได้ฟังไม่สามารถหักห้ามใจมิให้เคลิ้มตามเสียงราวกับการเล่นพิณแห่งสรวง์ของดรุณีนางนี้ได้เลย
หยางจ้าว เดินตามหาต้นตอของเสียงเด็กทารกเข้าไปเรื่อยๆ จนทำให้ต้องเดินเข้าไปทางป่าแขตชายแดนลึกขึ้น นั่นทำให้ทั้งหยางสือและ หยางซูอดแสดงสีหน้าหวาดวิตกออกมาไม่ได้และเป็อีกครั้งที่หยางสือรวบรวมความกล้ากล่าวเตือนผู้เป็นายอีกครั้ง
นะ นะ... นายท่านหยางจ้าวนี่เรากำลังเดินเข้าเขตส่วนลึกของป่าชายแดนกันแล้วนะขอรับ บ่าวว่าหากเราเข้าไปลึกกว่านี้จะไม่เป็การดีอาจเกิดอันตรายจากการโดนสัตว์อสูรลมปราณระดับสูงจู่โจมเข้าได้นะขอรับ ขะ ขะ.... ข้าน้อยว่าเรารีบถอยห่างจากที่แห่งนี้เพื่อความปลอดภัยของนายท่านเถอะขอรับ หยางสือกล่าวออกโดยแสดงความหวาดกลัวบนใบหน้า เนื่องจากระหว่างทางมีเสียงสัตว์อสูรคำรามเป็ระยะๆและดังขึ้นเรื่อยๆยิ่งทั้งสามเดินทางเข้าไปลุกเท่าใดเสียงคำรามก้องป่าเขตชายแดนยิ่งดังขึ้นเท่านั้น
เ้าเป็ห่วงข้าหรือตัวเ้าเองกัน อย่าพูดมากอันใดอีกรีบตามข้ามาหากพวกเ้ายังไม่อยากตกเป็ของบำรุงกระเพราะของสัตว์อสูรแม้ว่าคำกล่าวของหยางจ้าวจะดูหนักแน่นเพียงใดแต่การแสดงออกทางสีหน้านั้นกลับต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อที่เริ่มไหลอาบทั่วหน้าและสีหน้าที่ดูกังวลจนไม่อาจผ่อนคลายได้ปรากฎออกมามิได้หยุด
เป็เวลาเกือบครึ่งชั่วยามที่ทั้งสามเดินตามเสียงเด็กทารกจนพบกับทารกเข้าที่ใต้ต้นไม้ บนร่างทารกเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของคนหรือสัตว์อสูรก็ไม่ทราบได้ ทว่าบนร่างของทารกกับมีกระดาษฝังด้วยตัวอักษรแห่งลมปราณแห่งชีวิตไว้ 2 พยางค์ว่า
“ หยางเทียน “ ด้วยปราณตัวอักษรนี้กระทั่งหยางจ้าว ยังสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็ตระหนกยิ่ง เนื่องด้วยปราณชีวิตที่ใช้เขียนตัวอักษรขึ้นมานั้นลึกล้ำเกินกว่าที่หยางจ้าวจะััพลังแห่งปราณได้ นอกจากนี้ลมปราณแห่งชีวิตนั้นหากใช้ออกจะลดและบั่นทอนอายุขัยตนเองลงเป็จำนวนมากอย่างเลี่ยงไม่ได้
นายท่านเด็กคนนี้ดูมีกลิ่นอายประหลาดยิ่งนักบ่าวผู้ต่ำต้อยแม้ฝึกฝนหนทางผู้ฝึกตนเพียงเข้าขั้นที่ 3 แห่งปราณแรกกำเนิดทว่ากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายลึกลับแข็งกร้าวจากเด็กผู้นี้ บ่าวขอบังอาจชี้แนะความคิดเห็นว่าท่านควรนำเขากลับไปยังตระกูลเพื่อฝึกฝนให้กลายเป็บุตรบุญธรรมของท่าน ภายภาคหน้าเด็กคนนี้ย่อมต้องนำพายุแห่งโชคลาภลูกใหญ่กลับมาให้ท่านได้อย่างแน่นอนเลยเ้าค่ะ หยางซูกล่าวออกด้วยเสียงไพเราะอ่อนหวานชวนหลงไหลเช่นเดิม ขณะที่หน้าของนางประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม
ในขณะที่หยางจ้าวกำลังจะกล่าววาจา หยางสือพลันส่งเสียงออกมาด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย หยางซู เ้าจะให้นายท่านเก็บเด็กผู้นี้ไปเลี้ยงได้อย่างไร เป็เืเนื้อผู้ใดก็ไม่มีใครรู้ได้ จากคราบเืที่ตัวและผ้าที่ห่อเด็กแล้ว ดูท่ามันจะนำพามหันตภัยร้ายแรงมาสู่ตระกูลและตัวนายท่านเสียมากกว่า นายท่านหยางจ้าวโปรดอย่าได้ฟังคำของหยางซู ปล่อยให้เ้าเด็กน้อยผู้นี้เผชิญเวรกรรมตามสิ่งที่สมควรจะเป็เถิดขอรับ
ขณะที่หยางซูกำลังจะเปิดปากเพื่อประชันศึกโต้เถียงกับหยางสืออยู่นั้น หยางจ้าวกลับถอนหายใจและจ้องไปยังเด็กน้อยแสนไร้เดียงสาที่ปลดปล่ยอกลิ่นอายให้ความลึกลับ เ้าเด็กผู้นี้ดวงตาเปล่งประกายผิวกายเกลี้ยงเกลารูปลักษณ์เหมาะจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ภายภาคหน้าหากเติบใหญ่อาจมีวรยุทธ์แข็งแกร่งเทียบเท่าท่านหัวหน้าตระกูล ความคิดภายใจของหยางจ้าวปะทุออกมาไม่มีหยุด ก่อนกล่าวออกด้วยสีหน้าสงสารปนคาดหวังไม่น้อยแก่ทารก “นี่คงเป็ชะตาฟ้าลิขิตให้พวกเรามาเจอเด็กนี่ ชื่อแซ่ของเ้าทารกน้อยเป็เช่นเดียวกับตระกูลหยาง ข้าจะนำพาเด็กผู้นี้กลับไปยังตระกูลในฐานะบุตรบุญธรรมของข้าหยางจ้าวผู้าุโลำดับ5 แห่งตระกูลหยาง หวังว่าเ้าทารกน้อยผู้นี่จะเป็ไปดั่งที่ข้าคาดหวังไว้
นะ นายท่านโปรดทบทวนดูอี . ก . . . หยางสือกำลังจะเปิดปากกล่าววาจาต่อพลันต้องหยุดลงจากรังสีฆ่าฟันของหยางจ้าว หากเ้ายังไม่หยุดพ้นวาจาไร้สาระข้าจะฝังเ้าไว้ใต้ต้นไม้นี้ให้ดูแลปกปักษ์ป่าชายแดนเมืองฟ้าอำพันเป็อย่างไร คำกล่าวนี่ชัดเจนว่าหมดความอดทนต่อหยางสือโดยสิ้นเชิง
หยางสือพลันหุบวาจาไม่กล่าวสิ่งใดอีกตลอดเวลาที่เดินทางออกจากอาณาป่าของเขตชายแดนเมืองฟ้าอำพัน