ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    หลันเฟย

    หลันเฟย

               ชิงเถาที่มานอนเล่นที่เปลผ้าใต้ต้นบ๊วยที่ออกผลเล็กๆให้ได้เห็นแล้ว ตอนนี้นางกำลังคิดชื่อให้เจ้านกตัวนี้อยู่

    “ชื่ออะไรดีนะ”ชิงเถาพูดออกมาคนเดียวแล้วก็จ้องนกน้อยนี้ไปด้วยเจ้านกมันก็จ้องมองนางอยู่อย่างพิจารณาเช่นกัน

    “ชื่อสั้นๆซักหนึ่งหรือก็สองพยางค์สักชื่อก็แล้วกัน” ชิงเถาก็ยังคิดต่อไปอยู่ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดีเรื่องแบบนี้นางต้องคิดมากอยู่แล้วมันจะอยู่กับตัวเจ้าของตลอดไป และยังสะท้อนถึงตัวผู้ตั้งชื่อด้วยเพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเสียหน่อย

    “อืมมมเจ้าชื่อว่าหลันเฟยแล้วกันนะ ชอบไหม” ชิงเถาที่จ้องมองเจ้านกตัวเล็กสีน้ำเงินอย่างเขม่งเอ่ยออกมาสุดท้ายนางก็ไม่ได้ชื่อที่พิเศษแต่อย่างไร หลันที่มาจากสีน้ำเงินกับเฟยที่แปลว่าโบยบิน แต่ดูแล้วก็เข้ากับตัวมันดีนะ

    “หลันเฟย”เสียงเล็กๆ ที่ดังออกมาจากจะงอยปากเล็กๆ นี้ ชิงเถาตกใจจนสะดุ้งลุกขึ้นยืนทันทีส่วนเจ้าหลันเฟยก็ตกใจกับนางด้วยรีบบินห่างออกไปไกลหลายก้าว

    “เจ้าพูดได้จริงๆ”ชิงเถามีสีหน้าตื่นตกใจเป็นอย่างมากตอนแรกนางแค่เห็นว่ามันมีรูปร่างคล้ายกับนกในชาติก่อนที่สามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้จึงเลือกมันมา

    “จริงๆๆ”เสียงนกน้อยตอบกลับมา

    “ไหนลองพูดซิ”ชิงเถาถามออกมาลองดู

    “พูดซิ”เสียงหลันเฟยที่ตอบนางออกมา เป็นคำที่นางพูดออกไปก่อนหน้า

    “เพียงพูดตามคำที่เราพูดได้แต่ไม่สามารถโต้ตอบได้นี่เอง” ชิงเถาเอ่ยสรุปออกมาตามที่เข้าใจได้ในตัวของเจ้าหลันเฟย

    “ที่นี้ล่ะพูดมากแต่ก่อนไม่เห็นจะพูดเลย” ชิงเถาเอ่ยบ่นออกมาตั้งแต่ที่ร้านจนถึงก่อนหน้านี้ไม่เห็นว่ามันจะพูดอะไรออกมาเลยซักคำ แต่ทำไมตอนนี้พึ่งจะมาพูดหรือเป็นเพราะทำสัญญากับนางแต่ก็ทำมาตั้งแต่ที่ร้านแล้ว แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกมันอาจจะแค่ไม่อยากพูดในก่อนหน้าก็เป็นได้

    “พูดมากๆ”หลันเฟยที่เห็นนางเงียบไปหลังจากพูดจบมันจึงลองเปร่งเสียงเรียกนางดู

    “อะ เจ้าว่าใครพูดมากกันเจ้านั่นแหล่ะที่พูดมาก” ชิงเถาดุหลันเฟยออกมา พอได้พูดก็ว่านางเลยนะ

    “พูดมากๆๆ”หลันเฟยก็ยังไม่หยุดพูดออกมา

    “ไม่คุยกับเจ้าแล้วไปดีกว่า” ชิงเถาเอ่ยออกมา แล้วเดินหนีเข้าไปในเรือนตอนนี้น่าจะได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว

    “ดีกว่าพูดมากๆ” เจ้าหลันเฟยที่เห็นนางเดินหนีก็รีบร้องตามและบินตามนางเข้าไปในเรือนทันที

     

    “อ่าวชิงเถามาแล้วนั่งเลยลูก” นางลี่จูเอ่ยเรียกบุตรสาวให้นั่งทานข้าวพร้อมคนอื่นที่มาถึงแล้ว

    “เจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบออกมาก่อนจะนั่งที่ของตนเอง

    “เจ้าค่ะ”อีกเสียงที่ขานรับออกมา ทุกคนในบ้านเริ่มมองหาเสียงเมื่อครู่แล้ว นี่มันเสียงของใครกันหรือจะพากันหูฝาดพร้อมกันอย่างนั้นหรือ

    “เมื่อครู่หรือว่าจะเป็นผะผี” หมิงลู่ถามออกมาอย่างกลัวๆ

    “เหลวไหลน่าผะผีมีที่ไหน” หมิงเลี่ยนเอ่ยปรามความคิดของแฝด แต่ดูแล้วตัวเองก็เหมือนจะกลัวเหมือนกัน

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะส่วนเจ้าก็อย่าพูดมากหลันเฟย” ชิงเถาที่เห็นคนอื่นกำลังตกใจกลัวกับเสียงของหลันเฟยจึงรีบบอกให้มันเงียบเสียงไป รอให้นางกินข้าวเสร็จก่อนเถอะค่อยจะบอกเรื่องนี้กับทุกคน

    “พูดมากๆ”เสียงหลันเฟยร้องตามนางออกมาอีก

    “เสียงๆ นี้มาอีกแล้วขอรีบ”หมิงลู่เริ่มวิตกกว่าเดิมแล้ว

    “ผีบอกว่าเจ้าพูดมากแหล่ะ”หมิงเลี่ยนว่าแฝดของตนออกมา

    “ผีเผอที่ไหนไม่มีหรอกลูกเริ่มกินข้าวกันได้แล้ว จะได้ไปปลูกผักต่อ วันนี้ไม่ได้ฝึกปราณก็ใช่ว่าจะว่างนะ”จิ้นสิงเอ่ยบอกทุกคนให้หันมาสนใจอาหารบนโต๊ะต่อ

    “กินข้าวๆๆ”หลันเฟยยังลอกเลียนคำพูดของคนอื่นต่อ

    “เสียงนี้ๆ” สองแฝดกอดกันกลมแล้วเมื่อเสียงปริศนายังไม่หายไปไหน  ชิงเถาที่ตอนแรกจะปล่อยไปให้สองแฝดกลัวเล่นๆแล้วค่อยเฉลยทีหลัง แต่ดูแล้วเหมือนจะกลัวกันมากไปและเจ้าหลันเฟยก็ไม่หยุดพูดซักที

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะเสียงนี้เป็นของหลันเฟยเอง” ชิงเถารีบบอกทุกคนออกมา ก่อนที่จะตื่นกลัวกันไปกว่านี้

    “หลันเฟย”เสียงทุกคนถามออกมาด้วยความสงสัยที่นี่นอกจากพวกเขาและสัตว์เลี้ยงที่พึ่งจะรับมาเลี้ยง ก็ไม่มีใครอื่นแล้ว

    “เจ้าค่ะหลันเฟยนกของข้าไงเจ้าค่ะ นี่หลันเฟยเอ่ยทักทายทุกคนสิ” ชิงเถายื่นมือไปให้หลันเฟยมายืนเกาะบนมือแล้วก็ยื่นมันมาข้างหน้าให้ทุกคนที่ทำหน้างงได้หายสงสัย

    “ทักทาย”เสียงหลันเฟยเอ่ยออกมายิ่งทำให้ทุกคนทั้งสงสัยแล้วก็สนใจยิ่งกว่าเดิม

    “นกของพี่รองพูดได้”“พี่รองมันพูดได้อย่างไรขอรับ” สองแฝดเมื่อรู้ที่มาของเสียงก็รีบถามนางออกมานี่ไงที่นางไม่ยากบอกก่อนกินข้าว ก็เพราะต้องตอบข้อสงสัยสองแฝดให้หมดก่อนถึงจะได้กินต่อ

    “มันไม่ได้พูดได้หรอกเขาเรียกว่าสามารถเลียนเสียงที่เราพูดได้ แต่ถ้าอยากให้มันพูดโต้ตอบได้ ก็น่าจะต้องฝึกอีกนาน”ชิงเถาบอกข้อสงสัยของน้องๆ ออกมา

    “เป็นเช่นนั้นก็ดีจริงขอรับ”หมิงลู่ตอบออกมาอย่างสนอกสนใจ

    “ข้าลองพูดกับเอ่อหลันเฟยใช่ไหมขอรับ” หมิงเลี่ยนลองถามออกมา

    “ใช่จ๊ะเจ้านกนี้ชื่อหลันเฟยแล้วก็ได้สิลองพูดดู” ชิงเถาบอกน้องชายออกมา

    “ขอรับ”เสียงหมิงเลี่ยนตอบออกมาอย่างตื่นเต้นกว่าเดิมเมื่อพี่สาวเขาอนุญาตแล้ว

    “สวัสดี”หมิงเลี่ยนพูดกับหลันเฟยออกมาช้าๆ

    “สวัสดี”หลันเฟยก็ตอบเขาออกมาเช่นกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากทุกคนมากกว่าเดิมเสียอีก

    “ข้าชื่อหมิงเลี่ยนนะ”หมิงเลี่ยนเอ่ยแนะนำตัวเองไป

    “หมิงเลี่ยนๆ”หลันเฟยก็ยังพูดตามออกมา

    “ข้าลองบ้างๆสวัสดี ข้าชื่อหมิงลู่” หมิงลู่ก็สนใจอยากจะลองพูดกับนกดูบ้าง

    “หมิงลู่”หลันเฟยก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เปร่งเสียงออกมาให้เขาได้ดีใจทันที

    “เอาล่ะๆพอกันก่อนๆ ข้าวจะเย็นหมดแล้วรีบกินกันก่อนเถอะทุกคน ค่อยไปเล่นกับหลันเฟยต่อ”จิ้นสิงเอ่ยเตือนทุกคนออกมา จริงๆ เขาก็สนใจเจ้าหลันเฟยเหมือนกันแต่ก็ต้องหยุดความคิดและเรียกทุกคนให้กลับมายังเรื่องตรงหน้าที่ยังค้างกันอยู่อย่างกินข้าวนี้

     

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน