ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    เจ้าแพ้แล้ว

    เพียงไม่นานการประลองระหว่างลู่จือชิงและเสินเถียนก็จบลง โดยที่ผู้ชนะคือลู่จือชิง 

    เนื่องจากลู่จือชิงใช้พลังทั้งหมดในการซัดเสินเถียนตกสนามประลองไป 

    หลังจากที่ลู่จือชิงชนะแล้วเขาก็สลายพลังทันที จากนั้นก็ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยอาการอ่อนล้า

    โอวหยางจิงหานมองไปที่ลู่จือชิงด้วยแววตาจริงจัง หลังจากที่ลู่จือชิงเปิดใช้เนตรกระบี่เทวะ เขาก็สัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวจากร่างกายของลู่จือชิง ราวกับว่าลู่จือชิงบนสนามประลองคือเทพกระบี่แห่งยุค เพียงแค่กลิ่นอายของเขาก็ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านแล้ว

    “ แข็งแกร่งมากจริงๆยิ่งเป็นตอนที่เจ้าบ้ากระบี่นั้นมีดวงตาที่เป็นสัญลักษณ์กระบี่มันก็ยิ่งดูเหมือนกับเทพกระบี่จริงๆเลยทีเดียว แม้กระทั้งข้าก็คงไม่สามารถเอาชนะได้ ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เจ้าบ้านั้นคงต้องกลายเป็นยอดฝีมือเป็นแน่ ข้าจะต้องขยันฝึกฝนมากกว่านี้แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถเอาชนะเจ้าบ้ากระบี่ได้ ” โอวหยางจิงหานพึมพำด้วยแววตาที่ตื่นเต้น

    ในอดีตโอวหยางจิงหานถือว่าเป็นรุ่นเยาว์อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหลวงหรือแม้กระทั้งอาณาจักรต้าเหยียน ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครสามารถเทียบเคียงกับเขาได้แม้แต่คนเดียว ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก 

    แต่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นลู่จือชิงที่จู่ๆก็แข็งแกร่งขึ้น เสินเถียนและหนานหมิงที่ปรากฏตัวขึ้นมากระทันหัน ทำให้โอวหยางจิงหานอยากที่จะประลองกับพวกเขาด้วยพลังทั้งหมดของตัวเอง

    หลังจากที่เสินเถียนพ่ายแพ้ เขาก็มองไปที่ลู่จือชิงด้วยแววตาจริงจังและแฝงไปด้วยความตื่นเต้น 

    “ ศิษย์พี่ข้าขอโทษด้วยที่ไม่สามารถเอาชนะลู่จือชิงและแก้แค้นให้กับท่านได้ ” เสินเถียนกลับมายังที่พักของสถาบันหยูจิงพร้อมกับกล่าวของโทษหวางรุ่ย

    หวางรุ่ยตบไหล่ของเสินเถียนและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า " เจ้าจะขอโทษข้าทำไม เจ้าสามารถไล่ต้อนจนทำให้เจ้าบ้านั้นใช้ไพ่ตายของตัวเองได้ ถือได้ว่าเจ้าเป็นหนึ่งในรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรต้าเหยียนแล้ว ข้าเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีกองกำลังจำนวนมากมาแย่งชิงตัวเจ้าเป็นแน่ เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้เจ้าก็คิดดูให้ดีว่าอยากจะร่วมกับกองกำลังไหน 

    สำหรับข้าแล้วถ้าหากเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เพราะถ้าหากสามารถเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้ ข้าก็จะแข็งแกร่งได้มากกว่านี้มาก " 

    เสินเถียนพยักหน้าพร้อมกับครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ ไม่ว่าศิษย์พี่จะไปที่ไหนข้าก็จะติดตามไปด้วย ” 

    หวางรุ่ยหัวเราะและตบไปที่ไหล่ของเสินเถียนสองสามที่ก่อนที่จะไปนั่งที่ม้านั่งเพื่อรอให้สถาบันอื่นมาแข่งต่อ

    สาเหตุที่เสินเถียนกล่าวแบบนั้นก็เพราะในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่เสินเถียนอายุเพียงแค่แปดปี เขาเกิดที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง วันหนึ่งหมู่บ้านของเขาถูกโจรที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์บุกปล้น ทำให้ครอบครัวของเขาถูกสังหารและในตอนที่เขากำลังจะถูกหัวหน้าโจรสังหาร 

    จู่ๆหวางรุ่ยที่เพิ่งจะอายุเพียงแค่สิบปีก็ปรากฏตัวขึ้น เขาใช้ดาบเพียงเล่มเดียวสังหารโจรทั้งหมดและช่วยชีวิตเสินเถียนเอาไว้

    หวางรุ่ยเห็นว่าเสินเถียนไม่มีญาติแถมหน่วยก้านของเขาก็เหมาะสำหรับการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เขาจึงพาเสินเถียนกลับมาที่สถาบันและคอยดูแลเสินเถียนราวกับน้องชายแท้ๆของเขา

    หลังจากนั้นเป็นต้นมาเสินเถียนก็นับถือหวางรุ่ยราวกับพี่ชายแท้ๆของตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาก็มักจะขอความคิดเห็นจากหวางรุ่ยเป็นประจำ 

    เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าหวางรุ่ยจะไปที่ไหน เสินเถียนก็จะติดตามหวางรุ่ยไปด้วย ต่อให้เป็นนรกเขาก็พร้อมที่จะไปเหมือนกัน

    ทางฝั่งของสถาบันฉินเยี่ย

    น่าหลันหวงเมิ่งและคนอื่นๆต่างก็รู้สึกตรึงเครียดเป็นอย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งของลู่จือชิงที่แสดงออกมานั้นเหนือความคาดหมายของทุกๆคนเป็นอย่างมาก แม้กระทั้งความแข็งแกร่งของเสินเถียนเองก็ทรงพลังเช่นกัน 

    “ ศิษย์น้องหนานเจ้ามั่นใจไหมว่าจะเอาชนะลู่จือชิงได้? ” ฟางเซียงลู่อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวลและวิตกเป็นอย่างมาก

    คนอื่นๆก็พากันมองไปที่หนานหมิงด้วยเช่นกัน เนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าหนานหมิงคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา

    ความแข็งแกร่งที่ลู่จือชิงแสดงมาทำให้พวกเขารู้ได้ทันทีว่าไม่ว่าจะเป็นน่าหลันหวงเมิ่งหรือฟางเซียงลู่ที่เป็นถึงปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลางก็ไม่สามารถเอาชนะลู่จือชิงได้

    หนานหมิงยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ ทุกอย่างค่อยวัดกันที่สนามประลอง ” 

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกๆคนต่างก็ถอนหายใจออกมาและเริ่มกลับมีความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง

    พริบตาเดียวก็ผ่านกว่าครึ่งชั่วยาม

    การแข่งขันก็ดำเนินไปอย่างดุเดือด เพียงแต่การต่อสู้ระหว่างลู่จือชิงและเสินเถียนทำให้การต่อสู้ของบรรพจารย์ยุทธ์ดูจืดชืดไปเลย

    ไม่นานนักสถาบันหลวงต้าเหยียนก็โคจรมาพบกับสถาบันมู่เทียน หนึ่งในห้าสถาบันที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรต้าเหยียน

    และท้ายที่สุดผู้ชนะก็คือสถาบันหลวงต้าเหยียน และก็เป็นทางด้านของโอวหยางจิงหานที่เอาชนะจีชิงได้อย่างสบายๆ

    ถัดมาก็เป็นการปะทะกันระหว่างสถาบันหยูจิงปะทะกับสถาบันฉินเยี่ย

    หยางไท่เดินขึ้นสนามประลองเป็นคนแรก เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนรับหน้าที่ในการเปิดสนามให้กับทีมอยู่แล้ว

    ศิษย์ของสถาบันหยูจิงเดินขึ้นสนามประลองด้วยแววตาจริงจัง 

    “ เฉาจิง ศิษย์สถานับหยูจิงขอคำชี้แนะ ” เฉาจิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ หยางไท่ สถาบันฉินเยี่ยขอคำชี้แนะ ” หยางไท่เองก็แนะนำตัวสั้นๆ

    จากนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกๆคนประหลาดใจก็คือ จู่ๆพลังยุทธ์ของหยางไท่ก็ระเบิดออกมาเป็นปราชญ์ยุทธ์ขั้นต้น

    เฉาจิงที่เป็นเพียงบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสูงย่อมไม่สามารถเอาชนะหยางไท่ได้และถูกเขาเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว

    จู่ๆหยางไท่ที่ระเบิดพลังปราชญ์ยุทธ์ออกมาก็ทำให้เหล่าผู้ชมและศิษย์ของสถาบันต่างๆพากันแสดงสีหน้าตกใจออกมา

    “ หยางไท่เป็นปราชญ์ยุทธ์งั้นหรอ แล้วทำไมตอนรอบคัดเลือกเขาจึงไม่แสดงพลังออกมาทั้งหมดล่ะหรือว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามวันที่ผ่านมานี้ ” 

    “ พวกแกลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อสามวันก่อนหยางไท่และศิษย์สถาบันฉินเยี่ยทั้งหมดได้ตกลงที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว ข้าคิดว่าคุณชายหนานคงจะมอบทรัพยากรบางอย่างให้กับพวกเขาเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นหยางไท่จะมาถึงระดับนี้ได้ในเวลาอันสั้นได้อย่างไร ” 

    กองกำลังทั้งหลายต่างก็พูดคุยกันอย่างประหลาดใจ

    จะมีก็แต่กองกำลังชั้นยอดอย่างราชวงศ์เหยียนและห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง รวมไปถึงตระกูลใหญ่จากแคว้นต่างๆที่รู้ลึกกว่ากองกำลังทั้งหมดว่า หยางไท่แท้จริงแล้วก่อนที่จะมาสนามประลอง เขาเป็นเพียงแค่บรรพจารย์ยุทธ์ขั้นต้นเท่านั้น 

    แต่เมื่อมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นานและช่วงเวลาที่จบรอบคัดเลือก ความแข็งแกร่งของหยางไท่อยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แล้ว และวันนี้ก็มาถึงระดับปราชญ์ยุทธ์ขั้นต้น เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับทรัพยากรจากตระกูลหนานจริงๆ

    และคาดว่าไม่ใช่แค่หยางไท่คนเดียวที่ได้รับผลประโยชน์ ศิษย์คนอื่นๆของสถาบันฉินเยี่ยเองก็น่าจะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน หรือก็คือตอนนี้ศิษย์ของสถาบันฉินเยี่ยที่อ่อนแอที่สุดก็คือปราช์ยุทธ์ขั้นต้นแล้ว

    เหล่าศิษย์ของสถาบันทั้งหลายต่างก็มองไปที่หยางไท่และคนอื่นๆด้วยความอิจฉา พวกเขารู้มาว่าตอนนี้หยางไท่และคนอื่นๆได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว เพราะฉะนั้นความแข็งแกร่งของหยางไท่ในตอนนี้ก็น่าจะได้มาจากตระกูลหนานเช่นกัน มันคงจะดีกว่าถ้าหากเป็นตัวพวกเขาเองที่ได้รับโอกาสนั้น

    หลังจากนี้ศิษย์อัจฉริยะจำนวนมากตัดสินใจที่จะออกเดินทางไปยังแคว้นฉิน ภูเขาเหยียนเทียน

    เวลานี้คนที่ดีใจที่สุดก็คือรองผู้อำนวยการเหวิน อาจารย์ทองตงอู๋และอาจารย์เปียวหยุน เพราะยิ่งสถาบันฉินเยี่ยแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของสถาบันฉินเยี่ยก็จะโด่งดังมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในอนาคตพวกเขาก็สามารถของบประมาณจากราชสำนักในการดูแลศิษย์อัจฉริยะรุ่นต่อไปได้อีกด้วย

    ไม่นานศิษย์คนที่สองก็เดินขึ้นสนามประลอง ก่อนที่จะถูกหยางไท่ซัดตกสนามประลองในเวลาไม่กี่ลมหายใจต่อมา จนกระทั้งมาถึงคนที่สี่ของสถาบันหยูจิงอย่างหวางรุ่ย

    หวางรุ่ยต่อสู้กับหยางไท่อย่างดุเดือด แต่ถึงอย่างนั้นหวางรุ่ยก็พ่ายแพ้ให้กับหยางไท่ไปอย่างน่าเสียดาย สาเหตุที่หวางรุ่ยพ่ายแพ้ก็เพราะประสบการณ์ในการต่อสู้ของทั้งสองแตกต่างกัน 

    หยางไท่ที่มีหนานหมิงคอยชี้แนะทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาสูงกว่าคนในระดับเดียวกันมาก เพราะฉะนั้นการเอาชนะหวางรุ่ยจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยกับการที่เขาได้รับบาดเจ็บอยู่บ้างจนต้องขอเปลื่ยนตัวกับเยี่ยนเจวี๋ยเพื่อไปฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

    เยี่ยนเจวี๋ยก้าวขึ้นมาบนสนามประลองและประลองกับเสินเถียนอย่างสุดกำลัง แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องพ่ายแพ้ไป แต่ถึงอย่างนั้นเยี่ยนเจวี๋ยก็แสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็น เขาสามารถไล่ต้อนเสินเถียนอยู่ช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะถูกเสินเถียนใช้หอกตบจนตกสนามประลองไปอย่างน่าเสียดาย

    คราวนี้ถึงคราวที่ฟางเซียงลู่ ศิษย์คนที่สามของสถาบันฉินเยี่ยขึ้นมาบนสนามประลองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เริ่มการแข่งขันศึกร้อยสถาบันมาเลย

    ในฐานะที่ฟางเซียงลู่เป็นสตรีที่น่าตางดงามและยังเป็นถึงยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ที่อายุน้อย ทำให้นางกลายเป็นจุดสนใจของใครหลายๆคนทันที แต่น่าเสียดายที่นางเข้าร่วมกับตระกูลหนานไปแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วกองกำลังยักษ์ใหญ่จึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะทาบทามนางให้เข้าร่วมกับตัวเองแล้ว

    เสินเถียนมองไปที่ฟางเซียงลู่ด้วยรอยยิ้มจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ ข้าไม่ลงมือกับสตรีก่อน ข้าจะให้เจ้าเป็นฝ่ายโจมตีก่อนแล้วกัน ” 

    ฟางเซียงลู่หรี่ตาลง นางกำลังคิดว่าเสินเถียนกำลังดูถูกนางอยู่ นางจึงกล่าวขึ้นว่า “ ให้ข้าโจมตีก่อน? ได้งั้นเจ้าก็รับการโจมตีของข้าให้ดีแล้วกัน ” 

    ทันใดนั้นในมือของฟางเซียงลู่พลันปรากฏกระบี่สีเงินขึ้นมาและพุ่งใส่เสินเถียนด้วยความเร็ว

    พลังยุทธ์ที่ฟางเซียงลู่ระเบิดมาก็คือระดับปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลาง ซึ่งทำให้เหล่าผู้ชมและศิษย์คนอื่นๆพากันแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าเมื่อคิดถึงการที่นางเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว การที่นางจะไปถึงระดับปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลางถือว่าเป็นเรื่องปกติ

    “ ผีเสื้อวายุสังหาร ” ฟางเซียงลู่ใช้ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่พร้อมกับใช้กระบี่แทงไปที่หน้าอกของเสินเถียนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    เสินเถียนแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา เพราะความเร็วของฟางเซียงลู่นับว่าสูงมาก แม้กระทั้งปราชญ์ยุทธ์ขั้นปลายก็แทบจะมองไม่เห็นเงาของฟางเซียงลู่เลยด้วยซ้ำ 

    “ เร็วมาก! ” เสินเถียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

    ไม่ใช่แค่เสินเถียนเท่านั้น แต่โอวหยางจิงหานที่เป็นยอดฝีมือระดับปราช์ยุทธ์ขั้นปลายก็มองความเร็วของฟางเซียงลู่แทบจะไม่ทันด้วยซ้ำ

    “ บ้าเอ้ยพวกแกมันเป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไง?! ” เสินเถียนสบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะแม้กระทั้งเยี่ยนเจวี๋ยที่เป็นเพียงแค่ปราชญ์ยุทธ์ขั้นต้นก็สามารถไล่ต้อนเขาได้แล้ว 

    “ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องลงมือหนักเท่านั้น ” เสินเถียนคำรามพร้อมกับกระโดนขึ้นบนท้องฟ้าวาดหอกไปรอบตัวอย่างรดวเร็ว

    “ มังกรสวรรค์สิบทิศ ” เสินเถียนคำรามพร้อมกับมีมังกรครามสิบตัวกระจายไปรอบทิศทางของเสินเถียน 

    เพื่อป้องกันการลอบโจมตีของฟางเซียงลู่ เสินเถียนจึงต้องใช้ทักษะนี้ในการรับมือ เพราะมันจะทำให้ฟางเซียงลู่ไม่สามารถเข้าใกล้เสินเถียนได้

    เพียงแต่เสินเถียนประเมินความแข็งแกร่งของฟางเซียงลู่ต่ำไป เพราะทันทีที่ฟางเซียงลู่เห็นมังกรครามนับสิบตัว ดวงตาของนางก็ฉายแววตื่นเต้นขึ้นมา

    ฟางเซียงลู่ปรากฏตัวขึ้นก่อนที่จะฟันกระบี่ลงไปที่หัวของมังกรครามอย่างรวดเร็ว

    “ ตัด ” ฟางเซียงลู่คำรามพร้อมกับตัดไปที่หัวมังกรครามอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    หัวของมังกรครามระเบิดออกอย่างรุนแรงจนทำให้ฟางเซียงลู่ต้องถอยหลังไปหลายจั้ง พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยสีดำจากฝุ่นควัน

    ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะนางคิดไม่ถึงว่ามังกรครามจะสามารถระเบิดได้ แม้ว่าความแรงของระเบิดจะไม่ได้แรงมากจนทำให้นางได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ทำให้นางต้องระมัดระวังตัวให้ดี

    “ น่าสนใจดีนิ ” ฟางเซียงลู่หรี่ตาลงจากนั้นพลังยุทธ์ของนางก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เพียงแต่นางก็ต้องประหลาดใจเพราะจู่ๆเสินเถียนก็บังคับมังกรครามจำนวนมากพุ่งใส่นางแล้ว

    ฟางเซียงลู่แค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนที่จะใช้ทักษะโจมตีระยะไกลทำลายทักษะมังกรครามเหล่านั้น

    เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับฝุ่นควันจำนวนมาก 

    เพียงแต่ไม่นานนักทุกๆคนก็ต้องประหลาดใจเพราะตอนนี้กระบี่ของฟางเซียงลู่ได้พาดอยู่บนคอของเสินเถียนแล้ว

    “ เจ้าแพ้แล้ว ” ฟางเซียงลู่กล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเช็ดรอยดำบนใบหน้าไปด้วย

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน