มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 183 คุณสมบัติพิเศษของโล่ห์

        หลังจากได้เริ่มซึมซับเม็ดพลังความรู้ของเฒ่าเทียนคง ความรู้ต่าง ความสามารถ และบุคลิกพิเศษบางอย่างก็ได้รับการถ่ายทอดออกมาด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนได้ซึมซับเข้าสู่ตัวกังหลงทีละน้อย เจ้าตัวนั้นอาจมิเห็นความเปลี่ยนแปลง คงมีแต่ผู้คนใกล้ชิดและผู้ที่ดูอยู่ภายนอกเท่านั้นที่ย่อมสัมผัสได้

 

        เฒ่าเทียนคงนั้น กาลก่อนตอนยังเป็นหนุ่มด้วยท่วงท่าบุคลิกหน้าตาล้วนได้รับการกล่อมเกลาจากตระกูลชั้นสูงมาตั้งแต่เล็ก จวบจนโตเป็นหนุ่ม ด้วยบุคลิกและหน้าตาทุกอย่างทั้งกลเม็ด ความสุขุม เล่ห์เหลี่ยม ความเจ้าชู้ ล้วนเลิศล้ำเปี่ยมเสน่ห์ของชายชาตรี สิ่งเหล่านี้มิทราบได้เคยสร้างความลุ่มหลงให้แก่สตรีทั่วไปและวีรสตรีมามากมายปานใดแล้ว ดุจดังคำที่ว่า "ไร้พิษมิใช่ชายชาตรี ไร้เสน่ห์ ไร้สตรี มิใช่ชายชาติอาชาไนย " สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ของเฒ่าเทียนคงเมื่อถ่ายทอดมาสู่กังหลงจนหมดสิ้นสมบูรณ์ ภายภาคหน้ามิทราบจะมีประโยชน์มากมายปานใด หรืออาจจะสร้างปัญหายุ่งยากเพียงไหนบนเส้นทางการเติบใหญ่ของกังหลง คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร

 

        หลังจากทดลองดูถึงปฏิกริยาของอาวุธระดับราชันย์ โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล มาสามครา กังหลงจึงพอจะทราบถึงความสามารถของมันบ้างแล้ว สิ่งที่สร้างความสนใจให้แก่กังหลง คือ พลังป้องกัน พลังดีดสะท้อนกลับ และการดูดกลืนพลังปราณพลังการต่อสู้ของคู่ต่อสู้ให้กลับมาเป็นของตน สามประการนี้น่าสนใจยิ่ง แม้กังหลงจะมีการดูดกลืนปราณทุกชนิดอันรวดเร็วผ่านวิชาลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุติแล้วก็ตาม เพราะกระบวนการของวิชาลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุตินั้น เมื่อดูดกลืนธาตุธรรมชาติต่าง ๆ มาแล้วต้องเสียเวลาผ่านขั้นตอนการหลอมกลั่นธาตุธรรมชาติเหล่านั้นให้มาเป็นหยดพลังหรือพลังปราณอีกทีหนึ่ง

 

        ส่วนการดูดกลืนพลังปราณพลังการต่อสู้ของคู่ต่อสู้ให้กลับมาเป็นของตนที่เป็นคุณสมบัติของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลนั้นเป็นการดูดซับพลังปราณสำเร็จรูปแล้วคือพลังของคู่ต่อสู้มาใช้ได้ทันทีนั่นเอง และการดูดกลืนธาตุเฉพาะของหลุมดำตำแหน่งธาตุจักระแม้จะรุนแรงรวดเร็วแต่ก็ต้องไปผ่านกระบวนการหลอมกลั่นอีกคราทั้งสิ้น ในส่วนของพลังป้องกัน พลังดีดสะท้อนกลับ หากตนมีเพิ่มเติมขึ้นนอกจากการป้องกันของกายาทองแดงแล้วย่อมจะยิ่งมีประโยชน์ในการต่อสู้มากมาย


        กังหลงครุ่นคิดการที่จะดึงคุณสมบัติจากอาวุธมาสู่ร่างกายนั้นคงเป็นการยาก แต่อาจจะดึงคุณสมบัติเหล่านี้จากอาวุธมาสู่อาวุธนี่อาจจะพอเป็นไปได้บ้าง เพราะก่อนหน้านี้ตนเพิ่งพบกับเหตุการณ์ที่ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีสามารถดูดกลืนอาวุธราชันย์ของคู่ต่อสู้จนมีน้ำหนักและพลังเพิ่มขึ้นได้ หากแม้นครานี้ตนสามารถใช้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีทำลายโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลแล้วดูดกลืนไป มิทราบคุณสมบัติเหล่านั้นของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลจะติดตามมาด้วยรึไม่ และผลจะเป็นอย่างไรคงทำได้เพียงต้องทดลองดูเท่านั้น !!


        ส่วนในเรื่องที่ว่าพลังของดาบอัคคีโลกันต์อเวจีจะสามารถทำลายโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลลงได้หรือไม่นั้นตนมิกังวลเลย เพราะตนมีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นในคุณสมบัติของดาบอัคคีโลกันต์อเวจีที่หล่อหลอมมาวัตถุอันเลิศล้ำเป็นล้าน ๆ ปีีว่าจะสามารถทำลายโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่มีอายุมาเพียงไม่กี่แสนปีได้อย่างง่ายดาย หลังจากไตร่ตรองจึงเรียกดาบอัคคีโลกันต์อเวจีออกมาในทันที

 

        "โครม...!!"

 

        "เปรี๊ยะ....เปรี๊ยะ...!!"

 

        ทันทีที่ดาบยักษ์ถูกปล่อยพุ่งลงปักพื้น เสียงกึกก้องของวัตถุหนักกระทบพื้นและเสียงแตกร้าวของลานเวทีประลองที่แข็งแกร่งได้แผ่กระจายลุกลามออกไปดุจใยแมงมุม เสียงอุทาน เสียงโห่ร้องรอบนอกเวทีได้ดังลั่นออกมาเช่นกัน

 

        "โอ๊ะ..นั่น ..!!  เจ้าหนุ่มนั่นนำอาวุธออกมาแล้ว...มันดาบอะไรกันแน่ถึงได้ใหญ่โตปานนั้น...!!"

 

        "โอ้วว..!!..ฟังจากเสียงที่หล่นลงกระทบพื้นเวที และรอยแตกที่แผ่กระจายออกไปนั่น..ดาบเล่มนี้ไม่ธรรมดาเลย..น้ำหนักคงมากมายยิ่ง...แต่ทำไมถึงไม่ปรากฎพลังของดาบแผ่กระจายออกมาให้สัมผัสได้ว่าดาบอยู่ในระดับใด..น่าแปลกมาก"

 

        "อืม..!!  ใช่ ๆ ก่อนหน้านี้เหมือนข้าจะสัมผัสถึงระดับพลังของดาบได้ว่าอยู่ในระดับราชันย์ หากข้าจดจำมิผิดนะ..!!"

 

        "แปลกจริง ๆ ด้วย ไม่สามารถตรวจสอบระดับของดาบได้.. แล้วมันจะไปสู้โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลได้รึ โล่ห์นั่นเป็นถึงอาวุธระดับราชันย์ซะด้วย..!!"

 

        ความเป็นจริงนั้นเนื่องจากก่อนหน้านี้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีได้กลืนกินอาวุธระดับราชันย์ของชิวเฉินกังไป หากมิได้รับการกระตุ้นจากสิ่งอื่นภายนอกดาบจะเริ่มเข้าสู่ภาวะจำศีลเพื่อยกระดับตัวเอง ทำให้ดาบได้กลบกลืนพลังระดับของตังเองไปสิ้น ตอนนี้จึงมิมีผู้ใดสามารถสัมผัสระดับของดาบได้

 

        กังหลงนั้นย่อมทราบเช่นกันว่าก่อนหน้านี้หลังจากต่อสู้กับชิเฉินกังเสร็จสิ้นดาบก็ได้เริ่มกลบพลังระดับของตัวเองไปคงจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการจำศีล ก่อนหน้านี้ที่กังหลงพยายามโจมตีด้วยกระบวนท่าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กัน ทางหนึ่งเพื่อทดสอบความสามารถของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล แต่จุดประสงค์แท้จริงอีกอย่างหนึ่งก็เพื่อต้องการดูว่าดาบอัคคีโลกันต์อเวจีจะมีปฏิกริยาใดเกิดขึ้นบ้างหรือไม่เมื่อตนได้เข้าใกล้อาวุธระดับราชันย์อีกชิ้นหนึ่ง 

 

        การโจมตีสองคราแรกของกังหลงมิมีปฏิกริยาใด ๆ ตอบรับจากดาบอัคคีโลกันต์อเวจีเลยแม้แต่น้อย แต่พอเพิ่มระดับพลังรุนแรงแยกร่างออกถึงสี่ร่าง กังหลงถึงเริ่มสัมผัสปฏิกริยาของดาบได้ มันมีอาการเหมือนตอนพบเจออาวุธระดับราชันย์ของชิวเฉินกังมิมีผิด และคราครั้งนี้ยังรุนแรงกว่าครานั้นเสียอีก นี่แสดงว่าดาบอัคคีโลกันต์อเวจีได้ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นจากการจำศีล และโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลต้องมีคุณค่าน่าสนใจให้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีมากกว่าอาวุธระดับราชันย์ของชิวเฉินกังอย่างมิต้องสงสัย เมื่อกระตุ้นจนดาบตื่นขึ้นมากังหลงจึงเห็นว่าถึงเวลาที่จะกำหราบโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลและถึงเวลาที่จะขยี้เจ้าเฉินลี่แล้ว..!!

 

        "โอ...พี่กังหลงนำดาบออกมาแล้ว...!!"

 

        "คุณชายกังหลงคงจะลงมืออย่างจริงจังแล้ว พวกเราตั้งใจดูให้ดีอาจจะมีประโยชน์ต่อพวกเรามิน้อย..!!"

 

        สามสาวบอกกล่าวกัน บัดนี้กระแสระดับพลังของดาบได้ค่อย ๆ เริ่มปรากฎจนผู้คนเริ่มสัมผัสกันได้แล้ว 

 

        "โอ๊ะ..เริ่มสัมผัสระดับของดาบได้แล้ว  นี่เป็นระดับราชันย์เช่นกันแต่เหมือนว่าจะมีพลังเข้มข้นมากกว่า ระดับพลังอาวุธราชันย์ของเฉินลี่นะนี่..!!"

 

        "ใช่ ๆ แปลก ๆ มาก ระดับพลังเริ่มเข้มข้นขึ้นจนสัมผัสได้แล้วจริง ๆ นี่มันดาบระดับราชันย์ ..!!"

 

        "ครานี้ได้สนุกแน่ เจ้าหนูกังหลงงัดอาวุธออกมาต่อสู้แล้ว คงคิดจะตัดสินผลแพ้ชนะกันจากการต่อสู้หลังจากนี้แน่..!!"

 

        ผู้นำตระกูลราชวงศ์จ้องไปยังดาบพิศดารที่ปักตรึงอยู่หน้ากังหลง พร้อมกล่าวกับบุตรีข้างกาย

 

        "หงษ์เอ๋อร์ดูท่าดาบเล่มนี้จะเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้เล็กน้อย แน่ใจรึว่าเป็นดาบเล่มนี้ที่เจ้าหนูตระกูลกังใช้พิฆาตเจ้าราชาอสรพิษเจ็ดดาวดุจการหั่นก้อนเต้าหู้..!!"

 

        "เพคะท่านพ่อ..เพียงแต่คล้ายว่าพลังของดาบจะเพิ่มขึ้นจากเดิมมิทราบเป็นเพราะเหตุใด..!!"

 

        เฉินลี่เมื่อเห็นกังหลงดึงอาวุธขนาดใหญ่ออกมาก็ทราบว่าฝ่ายตรงข้ามคิดจะต่อสู้ตัดสินผลแพ้ชนะกันหลังจากนี้ กล่าวขึ้นอย่างหยิ่งผยองเพราะมั่นใจในโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลของตนว่ามิมีทางพ่ายแพ้ได้ เนื่องจากตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาจากบรรพชน มิเคยมีสักคราที่โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลจะเคยพ่ายแพ้ต่ออาวุธชนิดใดมาก่อน ด้วยคุณสมบัติการป้องกันและดูดกลืนพลังของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นของตนเช่นนี้

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน