“เฮ้อ...ช่างเถอะๆจ่ายมากเสียหน่อยหากเทียบกับสมบัติเทพสิบชิ้นยังไงก็คุ้ม!”
ราชันนรกกล่าวออกมาอย่าแผ่วเบาขณะที่ใบหน้าของราชันปีศาจบิดเบี้ยวไปมาแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆจ่ายสองเท่าของสมบัติเทพเท่ากันแต่หากเลือกสงครามกลับมีความเสี่ยงสูงและโอกาสสำเร็จน้อยมากยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางยื่นคำท้ารบกับโลกมนุษย์เด็ดขาด!
แต่สำหรับโลกระดับกลางและโลกระดับต่ำนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!พวกเขาไม่ยินดีที่จะเสียทรัพยากรมากมายขนาดนี้อีกอย่างในใจของพวกเขาก็ยังดูแคลนโลกมนุษย์เป็นอย่างมากดังนั้นเมื่อเห็นว่าทางโลกระดับสูงเงียบไปในใจพวกเขาก็ยิ่งฮีกเหิมบางที่โลกระดับสูงอาจจะรักษาเกียรติโดยการตอบแทนโลกมนุษย์มากกว่าการแย่งชิงมา?แต่สำหรับพวกเขาแล้วไม่ได้เหลือกินเหลือใช้ขนาดนั้นสองเท่าของสมบัติเทพสิบชิ้นโลกระดับสูงอาจจะเพียงแค่ขมวดคิ้วแต่สำหรับโลกระดับกลางแล้วเรียกได้ว่าผมร่วงทั้งหัว!
“อย่างไรก็ตามข้าต้องบอกก่อนว่ามีความเสี่ยงไม่น้อย...หากพวกเจ้าผ่านการทดสอบแน่นอนจะได้รับโอกาสเลือกสิบสมบัติเทพ!แต่ถ้าหากพลาดไปหนึ่งการทดสอบพวกเจ้าจะได้เลือกแค่หนึ่งชิ้นเท่านั้น ของรางวัลก็จะลดลงไปเรื่อยๆตามการทดสอบของพวกเจ้า!”
“ทว่า...สำหรับข้าการทดสอบมันก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่”
เย่ฉีเหลือบไปมองคนอื่นๆอะไรที่ควรบอกเขาก็บอกไปหมดแล้วต่อจากนี้ไปก็ได้หวังว่าพวกเขาจะผ่านไปได้...ล่ะมั้งนะ?
“เรื่องนี้เราจะพูดกันอีกทีเมื่อถึงเวลา...ผู้ดูแลต้วนเชิญกล่าวต่อ!”
หลังจากต้วนชิงหลิงอธิบายกำหนดการต่างๆในงานชุมนุมจนหมดคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันกลับไปกำหนดการแรกเป็นการเปิดเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ในวันพรุ่งนี้นิกายมังกรนพเก้านั้นมีสิบหยกศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมาจากหลัวช่วนและไป๋กู่สำหรับผู้ที่จะเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกจำกัดไว้เป็นคนรุ่นหลังของยุคนี้และจำกัดระดับพลังปราณไว้ที่ต่ำกว่าบรรพชนโบราณนอกจากนิกายมังกรนพเก้าแล้วยังมีอีกสามขุมอำนาจใหญ่ของโลกมนุษย์ที่เข้าร่วมนิกายหลัวช่วนมีห้าหยกศักดิ์สิทธิ์และสำนักเยี่ยเสวี่ยกับตระกูลต้วนมีสิบหยกศักดิ์สิทธิ์
การคัดเลือกครั้งนี้ต่างไปจากครั้งก่อนๆเล็กน้อยเพราะด้วยการปรากฏขึ้นของพระราชวังจึงทำให้โลกอื่นๆ ตื่นตัวและนอกจากโลกนักปราชญ์ที่นำโอหยางเก๋อมาเพียงคนเดียวแล้วราชันคนอื่นๆล้วนนำอัจฉริยะชั้นยอดมาทั้งสิ้น!ตั้งแต่โลกระดับกลางขึ้นไปรุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ต่ำสุดคือห้าระฆังทองและเป็นคนของโลกระดับกลางส่วนผู้นำของโลกระดับกลางขึ้นไปและโลกระดับสูงทั้งหมดล้วนเป็นเก้าระฆังทอง!ยังมีถึงแปดคนที่เป็นครึ่งก้าวบรรพชนอันเป็นผู้นำทัพของแต่ละโลก!
ส่วนโลกระดับต่ำอีกสองโลกนั้นก็ยังเป็นระฆังทองแทบทั้งสิ้นต่ำสุดก็เป็นแปดระฆังเงินสูงสุดคือห้าระฆังทองแต่สำหรับโลกมนุษย์นั้น...มีเพียงต้วนหลิงเทียนเสวี่ยชิงและหลัวข่านเท่านั้นที่อยู่ในระดับระฆังทองส่วนที่เหลือ...ล้วนเป็นระฆังเงินสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าโลกมนุษย์ตกต่ำลงอย่าแท้จริง
“เห้อ...ต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
ต้วนชิงหลิงและเหล่าชนชั้นผู้นำของโลกมนุษย์กล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อมองดูไปยังกองกำลังของตัวเองก็ยิ่งท้อแท้ใจทว่าหากพวกเขาสามารถผ่านงานชุมนุมครั้งนี้ไปได้และทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เย่ฉีวางเอาไว้โลกมนุษย์ก็จะเหมือนได้เกิดใหม่!ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่ารุ่นเยาว์เพราะแม้แต่คนชราบางทีก็ยังมีหวังที่จะข้ามผ่านคอขวด
แม้ว่าตลอดทั้งคืนจะยุ่งจนไม่ได้พักแต่เวลานั้นกลับผ่านไปอย่างไม่มีรั้งรอเพียงพริบตาเดียวก็ย่างสู่รุ่งเช้าในจุดที่เป็นประตูเขตแดนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายจากต่างดินแดนในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับมากมายให้ค้นหาใบหน้าของรุ่นเยาว์ที่ถูกเลือกสรรมาต่างตื่นเต้นจนไม่เป็นธรรมชาติ
“ในเมื่อทุกท่านมากันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอีกต่อไป...ผู้ที่ถูกเลือกทั้งหมดขอให้ก้าวออกมาพร้อมกับหยกศักดิ์สิทธิ์และเข้าสู่ประตูได้ทันที”
หลังจากต้วนชิงหลิงกล่าวจบโอหยางเก๋อเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาและทะยานเข้าสู่รอยแยกของอากาศไปทันทีที่เข้าไปใกล้รอยแยกทั่วทั้งร่างของเขาก็รู้สึกราวกับกดทับจนหายใจไม่ออกแต่ก็เป็นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่แสงสีทองจากหยกจะห่อหุ้มตัวของเขาไว้และหายลับเข้าไปในรอยแยกทุกคนต้องได้ลับการตรวจสอบจากกฎโบราณ หากไม่ใช่รุ่นเยาว์ในยุคนี้และเหยียบย่างเข้าสู่บรรพชนโบราณทันทีที่เข้าใกล้รอยแยกก็จะถูกดับทำลายลงในทันที!
โลกนักปราชญ์นั้นครอบครองตราหยกมากมายเพียงแต่การมาครั้งนี้บรรพบุรุษตระกูลโอหยางจ่ายออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้รับสิทธิ์นี้มาเพื่อให้โอหยางเก๋อได้รับสืบทอดค่ายกลตระกูลโอหยางถึงจะยอมแลกอย่างไม่คิดเสียดายในโลกนักปราชญ์นั้นเต็มไปด้วยอัจฉริยะและการแข่งขัน หากมีตระกูลอื่นๆมาด้วยแน่นอนว่าโอกาสของโอหยางเก๋อจะน้อยลงไปอีกและยังไม่รวมถึงแผนการสกปกต่างๆ นาๆที่อาจจะเกิดขึ้น!
หลังจากนั้นเป็นนรกและโลกปีศาจทั้งสองต่างนำคนเข้าไปทั้งหมดหนึ่งร้อยคน ทางเทียนจุนเองก็เช่นกัน ส่วนสมาพันธ์เจ็ดดาวนั้นแม้จะเป็นขุมอำนาจใหม่แต่ก็ยังรวบรวมตราหยกได้ถึงแปดสิบอัน!โลกระดับกลางทั้งสองนำเข้าไปทั้งหมดฝ่ายละหกสิบคนโลกระดับล่างอีกสองแห่งนำเข้าไปห้าสิบคนส่วนโลกมนุษย์นั้นมีตราหยกน้อยที่สุดสามารถนำเข้าไปได้แค่สี่สิบคน!
ทว่าในเวลานั้นกลุ่มของผู้เยาว์โลกมนุษย์กลับพุ่งเข้าสู่รอยแยกเพียงสามสิบเก้าคนเท่านั้นแต่ก็เป็นเพราะโลกมนุษย์นั้นอ่อนแอเกินไปจึงไม่มีใครสนใจมากนักเหล่าผู้อาวุโสและผู้นำของโลกต่างๆ ยืนจ้องมองไปยังรอยแยกนั้นด้วยความตื่นเต้นในบรรดาคนที่เข้าไปพวกเขาหวังว่าจะมีสักคนที่สามารถทำภารกิจลุล่วง!
“ครั้งนี้พวกเรามีจ้าวกังนำกลุ่มการที่เขาจะบรรลุถึงบรรพชนโบราณเกรงว่าจะง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!”
จ้าวนรกคนหนึ่งกล่าวขึ้นและคนอื่นๆ ก็เริ่มสนทนากันถึงคนของตัวเองเหล่ารุ่นเยาว์ที่เข้าไปนั้นมากที่สุดคืออายุยี่สิบห้าปีและน้อยที่สุดก็คือเหล่าผู้นำทัพของแต่ละโลกที่มีอายุเพียงยี่สิบสองยี่สิบสามปีเท่านั้นพวกเขาคืออัจฉริยะตัวจริง ในโลกมนุษย์นี้ผู้ที่ตัดผ่านคอขวดสามารถเปิดประตูโบราณได้อย่างน้อยที่สุดก็อายุปาเข้าไปหลักร้อยปีแล้ว!
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะมั่นใจในการชัยชนะของตัวเองไม่น้อยเลยนี่?”
เย่ฉีกล่าวออกมาขณะมองไปยังคนอื่นๆแน่นอนว่าสายตาที่ถูกส่งกลับมาย่อมเต็มไปด้วยความดูถูกโดยเฉพาะจากโลกระดับกลาง
“ฮ่าๆแน่นอนสหายน้อย หรือเจ้าไม่มีความมั่นใจในคนของเจ้า? อ้อ! ข้าลืมไปว่าเด็กๆ จากโลกมนุษย์ที่เข้าไปมีเพียงสามคนเท่านั้นที่ไปถึงขอบเขตบรรพบุรษ...เฮ้อช่างน่าสงสารจริงๆ ”
ราชันเหมยกล่าวออกมาหลังจากนั้นก็หัวเราะยกใหญ่ยังมีอีกหลายคนที่กล่าววาจาเหน็บแนมออกมาทว่าใบหน้าของเย่ฉีก็ยังคงยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลง
“เป็นเช่นนั้นจริงๆแต่ถึงจะอ่อนแอข้าก็ยังคิดว่าพวกเรายังมีหวัง”
ใบหน้าของเย่ฉีเหมือนกับท้อแท้หัวเราะออกมาอย่างขมขื่นและในคำสุดท้ายดวงตาของเขาก็สุกสกาวไปด้วยความหวังภาพนี้ยิ่งทำให้คนอื่นหัวเราะและกล่าวเหน็บแนมออกมาอีกหลายคำทว่าพวกราชันแท้จริงนั้นกลับต้องขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้เจ้าสารเลวนี่ไปหัดแสดงท่าทีน่าสมเพชมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
“พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน?เฮอะ! ถึงพวกเราจะอ่อนแอแต่พวกเจ้ามีสิทธิ์ที่จะดูถูก?”
สายตาของเย่ฉีกลายเป็นเย็นชาขณะเดียวกันแรงกดดันจากจิวยี่ก็แผ่ออกมากับทับคนของทั้งสามโลกระดับกลางและสองโลกระดับต่ำจนใบหน้าขาวซีด!
“ในเมื่อพวกเจ้ากล้าดูถูกเช่นนั้นก็มาพนันกัน!ข้าเดิมพันสิบล้านหินโบราณว่าโลกมนุษย์ของข้าจะเป็นผู้ชนะในศึกเขตแดน!หากมีความกล้าก็จงเข้ามา!”
เสียงของเย่ฉีเย่ดังกระหึ่มก้องไปทั่วท้องฟ้าราวกับตอนนี้เขาเดือดดาลเป็นที่สุดทำให้คนทั้งหมดชะงักไปเล็กน้อยสายตาของราชันไร้นามทั้งสามลุกวาวขึ้นมาก่อนที่เหยาหมิงจื้อจุนจะพูดออกมาด้วยเสียงจริงจัง
“สหายน้อยมันไม่ใช่ว่าพวกข้ากล้าหรือไม่!เพียงแต่เจ้าจะสามารถจ่ายสิบล้านหินโบราณได้จริงหรือป่าว!”
“เฮอะ!”
เย่ฉีแค่นเสียงออกมาคำหนึ่งก่อนจะกวาดมือออกไปปรากฏเป็นทะเลหินโบราณที่ปกคลุมท้องฟ้า!กลิ่นอายโบราณที่กระจายออกมาจากหินจำนวนขนาดนี้ทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วทั้งดินแดนทางเหนือ!หินโบราณนั้นเป็นหินระดับสูงที่อัดแน่นไปด้วยพลังโบราณและในโลกมนุษย์นั้นแทบจะไม่มีอยู่เลยมันถูกใช้แทนเงินในการแลกเปลี่ยนส่วนกลางของจักรวาลแน่นอนว่าสถานที่หลักที่ใช้ก็คือโลกนักปราชญ์เพราะเป็นโลกแห่งเดียวที่ไม่ถูกเขตแดนกั้นขวางเพราะผนึกของสี่มหาปราชญ์!ไม่ต้องกล่าวถึงต้วนชิงหลิงที่มีสถานะผู้ดูแลโลกระดับต่ำก็มีเพียงไม่กี่หมื่นเท่านั้นด้วยจำนวนสิบล้านหินโบราณนี้เทียบได้กับสมบัติของราชันไร้นามมากกว่าครึ่ง!
เย่ฉีโบกมือเก็บหินโบราณกลับไปสายตาของราชันทั้งสามลุกวาว!
“ดี!เช่นนั้นข้าขอร่วมพนันครั้งนี้!”
เหยาหมิงจื้อจุนโบกมือแหวนวงหนึ่งก็ลอยไปทางเย่ฉีให้เขาตรวจสอบก่อนจะโยนกลับไปการลงมือของเหยาหมิงจื้อจุนรวดเร็วมากจนทำให้คนอื่นๆ ไม่พอใจแต่ในเวลาต่อมาเย่ฉีก็กล่าวว่าเขาสามารถรับคำท้าได้ทั้งหมดสามคนแน่นอนว่าผู้ดูแลของโลกระดับต่ำนั้นไม่มีปัญญาเข้าร่วมการเดิมพันนี้และโลกระดับสูงเองก็ไม่คิดจะเสี่ยงด้วยเช่นกันสิบล้านนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ที่จะทิ้งขว้างได้!
“ดี!โลกระดับกลางทั้งสามช่างใจกว้างยิ่งนัก! นับถือๆ ”
เย่ฉีกล่าวออกมายิ้มๆเมื่อทำสัญญาเดิมพันกับกฎโบราณเรียบร้อยรอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจคนทั้งสามต้องสั่นวูบและไม่นานหลังจากกล่าวจบในมือของเย่ฉีก็ปรากฏตราหยกศักดิ์สิทธิ์และพุ่งเข้าสู่รอยแยกไป!
ราชันแท้จริงทั้งหมดอึ้ง!
ผู้ติดตามทั้งหมดอึ้ง!
ผู้ดูแลทั้งสองอึ้ง!
สามราชันที่ลงเดิมพันยิ่งอึ้ง!
“บัดซบ!เขาเข้าไปได้อย่างไร?”
“นี่...เขาผ่านข้อกำหนดโบราณงั้นหรือ?”
เสียงของราชันทั้งสามสั่นเคลือก่อนจะกล่าวออกมาอย่าตะกุกตะกักราวกับคนไร้เรี่ยวแรง!ไม่ต้องถามถึงว่าเย่ฉีนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหนเพราะสารเลวน้อยนี่ครอบครองสมบัติเทพสิบชิ้น!หากเขาใช้สมบัติเทพเพียงชิ้นเดียวก็มากพอที่จะกวาดล้างตัวแทนทั้งหมดที่เข้าไปในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างเหลือเฟือ!
“พวกเรา...โดนต้มเข้าให้แล้ว!”