“อิงฮวา เด็กน้อยผู้น่าสงสาร~”
“เกิดมาช่างแสนอาภัพ ไร้ญาติขาดมิตร~”
“ในชีวิตไม่มีใครอยากจะใกล้ชิด~”
“์ลิขิตให้เป็เช่นนี้ตลอดไป~”
เหล่าเด็กน้อยผู้น่ารักอายุราวสามถึงสี่ขวบพากันล้อมกลุ่มร้องเพลงอย่างมีความสุขเด็กน้อยเหล่านี้เป็ลูกหลานของคนรับใช้ตระกูลเมิ่งเฉกเช่นเดียวกับซิ่วอิงฮวาเพียงแต่ดูเหมือนจะไร้การอบรมสั่งสอนไปเสียหน่อยกระมัง
ท่ามกลางวงล้อมของกลุ่มเด็กน้อยมีร่างของเด็กหญิงผู้หนึ่งยืนอยู่ภายในเด็กสาวผู้นี้มีใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวยาวตาโตดูน่ารักผมของนางถูกมัดเป็ลูกซาลาเปาสองลูกอยู่เหนือศีรษะ ผิวของนางมีสีขาวผ่องเรียบเนียนยิ่งกว่าลูกคุณหนูจากตระกูลใหญ่
ดูเหมือนว่าเด็กน้อยผู้นี้จะได้รับพันธุกรรมที่ดีมาจากบิดามารดาไม่น้อย
“พวกท่านหยอกล้อข้ามากเกินไปแล้วนะเ้าคะ” เด็กน้อยซิ่วอิงฮวากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยอารมณ์โกรธเคืองเธอกระทืบเท้าไปมาเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเธอไม่ชอบใจสักเท่าใด
“ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าเด็กกำพร้า!” เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากร่างอันตุ้ยนุ้ยของเด็กชายอายุสี่ขวบ
ถ้าคนนอกฟังอย่างผิวเผินอาจคิดว่าเหล่าเด็กน้อยกำลังเล่นกันแต่ถ้าตั้งใจฟังสักนิดก็จะรู้ว่าคำพูดเ่าั้ช่างหยาบคายเสียเหลือเกิน
“ท่านอ้วนฉุ หน้าตูดลิง มีปัญหาอะไรกับการที่ข้าเป็เด็กกำพร้าหรือเ้าคะ?” ซิ่วอิงฮวาชี้หน้าของอีกฝ่ายก่อนจะกล่าวออกมาเสียงดัง
“นางว่าเ้าอ้วนด้วยล่ะ! ฮ่าฮ่า”
“อย่าไปโกรธนางในเื่นี้เลย เ้ามันอ้วนจริง ๆ นี่นา”
“แถมยังหน้าตาเหมือนก้นลิงจริง ๆ นั่นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เด็กน้อยคนอื่นที่เห็นว่าเ้าอ้วนถูกเด็กสาวด่าทอก็พากันหัวเราะด้วยความชอบใจรวมถึงกล่าวเสียดสีเ้าอ้วนออกมากันยกใหญ่เ้าอ้วนฉุหน้าแดงด้วยความเขินอายและโกรธเคืองที่ถูกเด็กสาวด่าทอและกลุ่มเพื่อนเยาะเย้ย
“ข้ามีชื่อว่าจางกวนต่างหากเล่า นังตัวดี! นังเด็กกำพร้า!” เด็กน้อยร่างตุ้ยนุ้ยหรือจางกวนกล่าวออกมาด้วยความโกรธด้วยความที่อายุยังน้อยรวมถึงอยู่ต่อหน้าเด็กคนอื่น ๆ ทำให้เขากล้าที่จะทำการดูถูกคนที่มีปมด้อยและอ่อนแอกว่าอย่างไร้ความคิดเช่นนี้
“ที่แท้ก็ท่านอ้วนฉุนี่เองช่วยหลบทางให้ข้าหน่อยจะได้ไหมเ้าคะ? ข้าต้องไปช่วยท่านแม่เย็บผ้าที่บ้านอีกไม่มีเวลามาเล่นไร้สาระกับพวกท่านหรอกเ้าค่ะ!” ซิ่วอิงฮวากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใส่อารมณ์เล็กน้อยนางพยายามจะเดินฝ่ากลุ่มเด็กน้อยที่ยืนรายล้อมออกไป
แต่เด็กเ่าั้กลับพลักนางอย่างแรงจนล้มจ้ำเบ้าเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวที่มีเพียงไม่กี่ชุดก็เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินสีน้ำตาลแดงเต็มไปหมดปลายหางตาของนางมีน้ำตาซึมออกมาด้วยความเ็ปนางจ้องมองไปยังเด็กชายท่าทางแข็งแรงที่เป็คนผลักนางด้วยความโกรธแค้น
“หลี่เก้อ! เ้าพลักข้าทำไมกัน!!” เด็กสาวกล่าวออกมาเสียงดัง ใบหน้าของนางแดงก่ำไปหมด
แต่แทนที่เด็กชายที่เป็ผู้ผลักร่างของเด็กสาวจนอีกฝ่ายล้มลงอย่างแรงจะมีท่าทีสลดเขากลับหัวเราะออกมาด้วยความสนุกสนานเสียอย่างนั้นเด็กน้อยคนอื่นก็ไม่ได้มีท่าทีสงสารอิงฮวาเลยสักนิดพวกเขาทำเพียงยืนล้อมวงแล้วหัวเราะกันเท่านั้น
เสมือนกำลังดูเื่ตลกอยู่ไม่มีผิดน่าเสียดายที่บริเวณนี้เป็ลานกว้างซึ่งเหล่าเด็กน้อยมักจะมารวมตัวกันทำให้ไม่มีใครผ่านไปมาสักเท่าใดแถมเวลานี้ก็ยังเป็เวลางานยิ่งทำให้มีผู้ใดมาพบเห็นได้ยากเสียด้วยนับว่าซิ่วอิงฮวาดวงซวยยิ่งนัก
ครึ่งหลัง
“พวกข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เ้าไป เ้าก็ห้ามไป!” หลี่เก้อผู้เป็หัวโจกของกลุ่มเด็กน้อยเหล่านี้กล่าวออกมา
น้ำเสียงของเด็กน้อยว่าเย่อหยิ่งจองหองน่าตบนั้นยังไม่เท่าใบหน้ายียวนกวนอารมณ์ที่ชวนให้ผู้พบเห็นอยากเข้าไปทุบตีเลยด้วยซ้ำ
“ใช่แล้วเ้าเด็กกำพร้า!” จางกวนกล่าวเสริมขึ้นมาด้วยความสะใจ
ความจริงแล้วเด็กน้อยกลุ่มนี้แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้เกลียดชังอะไรในตัวซิ่วอิงฮวาแม้แต่น้อยแต่เป็เพราะการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ของพวกเขาที่อิจฉาริษยาในครอบครัวของอีกฝ่ายจึงเสี้ยมสอนให้ลูกของตนเกลียดชังอิงฮวาไปด้วย
นั่นจึงเป็สาเหตุให้เด็กน้อยกลุ่มนี้เริ่มต้นการกลั่นแกล้งอย่างไร้เหตุผลขึ้นมาซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็ครั้งที่สามแล้วที่พวกเขาลงมือกระทำเช่นนี้
เนื่องจากไม่ได้ลงมือร้ายแรงถึงขั้นเืตกยางออกทำให้คำฟ้องร้องของครอบครัวเด็กสาวไม่เป็ผลเท่าใดนัก นั่นยิ่งทำให้กลุ่มเด็กน้อยเหล่านี้ฮึกเหิมขึ้นไปใหญ่จนก่อให้เกิดการลงมือในครั้งที่สามเช่นนี้นี่เอง
“ข้าไม่ได้เป็เด็กกำพร้า! ข้ามีท่านพ่อท่านแม่อยู่ด้วยเสมอ!” ซิ่วอิงฮวากล่าวขึ้นเสียงดังด้วยความโกรธดวงตาของนางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาทำให้เด็กน้อยหลายคนเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาในการกระทำของตนเอง
“พวกนั้นก็แค่เก็บเ้ามาเลี้ยง! เ้ามันเป็เด็กที่ถูกทอดทิ้ง!” หลี่เก้อกล่าวแย้งออกมาด้วยเสียงอันดัง
ผัวะ ผัวะ ผัวะ โครมมม
...
ภายในบ้านหลังเล็กอันอบอุ่น พ่อ แม่ ลูกกำลังนั่งอยู่กันพร้อมหน้า
“ถึงยังไงเด็กน้อยเ่าั้ก็เป็เพื่อนบ้านของเราการที่เ้าไปทุบตีพวกเขารังแต่จะสร้างปัญหาให้เ้าเสียมากกว่า” หลูเป้ยเฟิงพยายามจะกล่าวอธิบายให้เด็กสาวได้เข้าใจว่าสิ่งที่ทำไปนั้นไม่ถูกต้อง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นใจหรือสงสารลูกสาวของตนแต่เป็เพราะเขาไม่อยากให้อิงฮวาถูกเพ่งเล็งไปมากกว่านี้บางครั้งคนเราก็ต้องรู้จักอดทนแม้มันจะต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำก็ตาม
การที่ลูกสาวของตนไปทุบตีอีกฝ่ายจนหน้าตาปูดบวมรังแต่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกโกรธแค้นมากขึ้นก็เท่านั้นแต่เขาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่ลูกสาวของตนทุบตีเด็กผู้ชายนับสิบจนแตกกระเจิงได้เช่นนี้ถึงแม้จะได้รับแผลฟกช้ำกลับมาเล็กน้อยก็เถอะ
“อย่าไปฟังพ่อของเ้า! เกิดเป็คนจะยอมทนให้ผู้อื่นมาทำร้ายได้เช่นไรลูกรัก! เ้าทำได้ดีมากถ้าเ้าพวกนั้นมาแกล้งเ้าอีกก็บอกแม่ได้เลยแม่จะหาไม้ไผ่สักท่อนไว้ให้เ้าได้ฟาดพวกนั้นเอง!!” ตรงกันข้ามกับคำแนะนำของผู้เป็บิดาและหน้าตาอันงดงามของตนเหมยลี่นั้นอารมณ์ร้อนยิ่งนักเมื่อได้ยินว่ามีใครมารังแกอิงฮวา
นางแทบจะออกจากบ้านเพื่อไปตบเด็กเ่าั้แทบลูกสาวของเธอให้รู้แล้วรู้รอด!
“ที่รัก...แบบนั้นมันก็...”
“หุบปากไปเลย! เ้าแก่ขี้ขลาด!อิงฮวาฟังคำแม่ไว้ถ้าเ้ายอมทนมากจนเกินไปคนที่รังแกเ้าก็จะยิ่งได้ใจเ้าต้องรู้จักที่จะลุกขึ้นสู้เช่นนี้พวกมันถึงจะได้จดจำไว้ว่าเ้าไม่ใช่ผู้ที่จะถูกรังแกได้โดยง่าย!!” เหมยลี่ตวาดใส่ผู้เป็สามีด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทำเอาหรูเป้ยเฟิงได้แต่ทำหน้าหงอยด้วยความหวาดกลัวดูเหมือนว่าภายในบ้านนี้ผู้เป็พ่อจะไม่ได้เป็ผู้นำครอบครัวตัวจริงเสียแล้ว
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ! ท่านพ่อท่านแม่” ซิ่วอิงฮวาตอบรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะดื่มน้ำในแก้วเพื่อดับกระหายเด็กสาวรู้สึกฮึกเหิมจากคำพูดของผู้เป็มารดาของนางเป็อย่างมาก
จะรู้สึกผิดก็เพียงวันนี้ครอบครัวของนางไม่มีอาหารกินเพราะถูกกลุ่มเด็กน้อยเ่าั้ใส่ความทำให้ส่วนแบ่งของอาหารถูกงดไปหนึ่งวันก็เท่านั้น แต่โชคดีที่ครอบครัวของนางยังมีที่เก็บน้ำดื่มเอาไว้บ้างทำให้พอดื่มน้ำประทังชีวิตไปได้
ข้าจะเอาคืนพวกเ้าอย่างสาสม พวกเด็กXXXX!