ตอนที่ 4 แรงอาฆาต
หลังจากที่ทั้งคู่คุยกันเสร็จก็ต่างพากันกลับเข้าบริษัทมาทำงานตามเดิมจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาพักกลางวัน
นิคที่มองออกไปยังนอกหน้าต่างเพื่อมองสีของท้องฟ้าในยามเที่ยงของวัน ที่ยังคงสว่างจ้าอยู่ไร้วี่แววของกลุ่มเมฆฝน เขาก็เลยรีบเก็บของเพราะตั้งใจจว่าจะลางานั้แ่่บ่ายวันนี้เพื่อเตรียมไปหาหมอผีตามที่เพื่อนสาวแนะนำ แต่ทันทีที่เขาใกล้จะเก็บของเสร็จนั้น...
“นิค ฝากเอาเอกสารพวกนี้ไปเก็บที่ห้องเก็บของใต้ตรงข้ามบันไดหน่อยสิ”
เสียงหัวหน้าแผนกก็ดังขึ้นขัดจังหวะการเก็บของของนิค ชายหนุ่มหน้าหวานก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่อยากไปหาหมอผีให้เร็วที่สุดเต็มที แต่ก็จำใจรับคำ
“ครับหัวหน้า”
หลังรับคำเสร็จเขาก็รีบเก็บของบนโต๊ะตนเองจนหมดก่อนจะชวนมิ้งไปที่ห้องเก็บของด้วยกัน
“มึงเอาของไปเก็บเป็เพื่อนกูหน่อยสิ”
“อืมๆ” มิ้งเอ่ยตอบพร้อมกับลุกขึ้นเดินเล่นโทรศัพท์ไปเป็เพื่อนนิค
นิคยกกล่องเอกสารใบใหญ่ที่หัวหน้าสั่ง เดินไปยังห้องเก็บของตรงข้ามใต้บันได ซึ่งเป็ห้องเล็กๆ ที่อับชื้น และเต็มไปด้วยฝุ่น เขาเปิดไฟแต่แสงไฟกับริบหรี่ กระพริบถี่ๆ สร้างบรรยากาศวังเวงอย่างบอกไม่ถูก
“มิ้ง เข้ามาเป็เพื่อนหน่อยสิ กลัวผี” นิคที่เดินเข้าไปข้างในห้องเก็บของก่อนแล้วก็ะโเรียกมิ้ง ที่กำลังยืนเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าห้อง
“เออๆ แป๊ปนึง” มิ้งเงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยตอบแต่เธอยังคงก้มหน้ากดโทรศัพท์ โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
นิคที่เดินเข้าไปจนถึงมุมในสุดของห้องเก็บของ ก็วางกล่องเอกสารลงบนชั้นวางทันที แต่ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงลมเย็นๆ พัดผ่านตัวไปจนทำให้ขนลุกชันไปทั่วทั้งตัว
“ใครน่ะ?” นิคถามเสียงสั่นอย่างภาวนาขอไม่ให้เป็ผีพระหัวขาดที่เขาเจอเลย
นิคมองไปรอบๆ ห้องหลังไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงไฟในห้องที่ตอนนี้กำลังกระพริบถี่ขึ้นอย่างน่ากลัว
นิคหันซ้ายหันขวา มองหาต้นตอของเสียงแต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงารางๆ ของชายคนหนึ่งที่ใส่จีวรยืนอยู่มุมห้อง
“ผะ...ผี” นิคเอ่ยไม่ออกได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม
ผีพระหัวขาดค่อยๆ เดินเข้ามาหาเขาและใกล้เขาขึ้นเลื่อยๆ ด้วยแรงอาฆาตที่นิคเองก็ััได้
“แกต้องชดใช้!” เสียงผีพระหัวขาดดังก้องไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับสีของจีวรที่เริ่มเปลี่ยนกลายเป็สีเื
ก่อนที่ผีพระหัวขาดตนนั้นพุ่งเข้าบีบคอนิคอย่างแรง นิคพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรงแต่ก็สู้แรงผีพระหัวขาดไม่ได้ เขาเริ่มหายใจไม่ออกสีหน้าของเขาเริ่มหน้าเขียวอย่างเห็นได้ชัด
“มิ้ง...ช่วยด้วย...” นิคพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสาว แต่เสียงของเขากับเบาหวิว เหมือนถูกบางอย่างกลืนกิน
มิ้ง ที่ยืนอยู่หน้าห้อง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในห้อง ก็เห็นนิคกำลังดิ้นรนด้วยท่าทางแปลกๆ
“นิค! เป็อะไรน่ะ!?” มิ้งะโถาม แต่นิคเหมือนไม่ได้ยินเสียงเธอ
มิ้งจึงรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของเธอต้องกำลังถูกผีพระหัวขาดที่เคยเล่าให้ฟังเล่นงานอยู่แน่ มิ้งจึงรีบโทรหาป้าข้างบ้านของเธอทันทีอย่างร้อนรน
[ป้าคะ หนูเจอผีค่ะ! ทำยังไงดี!?]
[ใจเย็นๆ มิ้ง ตอนนี้อยู่ไหนมันทำอะไรหนูไหม?] เสียงป้าข้างบ้านดังมาตามสายด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
[ไม่ค่ะ แต่มันทำนิคค่ะ] มิ้งบอกพร้อมกับมองเพื่อนของตนเองที่หน้าเขียวขึ้นเลื่อยๆ
[ตอนนี้มันทำอะไรนิค เดียวป้าเปิดหาคาถาที่ได้มาจากพ่อหมอก่อน]
[นิคตอนนี้โดนผีบีบคออยู่ค่ะ!] มิ้งเอ่ยไปตามสิ่งที่เห็นถึงแม้เธอไม่เห็นตัวผีแต่เธอก็เดาได้จากท่าทางของนิคที่ดูเหมือนหายใจไม่ออก
[มิ้งตั้งใจฟังนะ พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง...]
[แค่นี้ใช่ไหมคะ?]
[ใช่ มิ้งจำคาถาที่ป้าเคยสอนได้ใช่ไหม?] ป้าข้างบ้านเอ่ยถามเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
[จำได้ค่ะ!]
[ดี อย่าท่องผิดเด็ดขาดนะ]
[ค่ะป้า] มิ้งย้ำกับบ้านข้างบ้านอีกครั้ง
[ท่องคาถา แล้วถอดสายสินที่ข้อมือที่ป้าเคยให้แล้วเข้าไปช่วย นิค เลยมิ้ง!]
มิ้งวางสายจากป้าข้างบ้าน เธอก็รวบรวมความกล้าหลับตา ท่องคาถา ที่ป้าข้างบ้านได้สอนเมื่อสักครู่และวิ่งเข้าไปในห้องเก็บของทันที
“พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง...”
หลังจากที่เธอลืมตาขึ้น เธอก็ต้องใเมื่อเห็นผีพระหัวขาดกำลังบีบคอนิคอยู่ มิ้งถึงจะกลัวจนสั่นไปทั้งตัวแค่ไหน แต่ก็ไม่รอช้ารีบสวดคาถาต่อพร้อมกับเอาสายสินของตัวเองยัดใส่มือของนิคทันที
“อะ อ๊ากกกกกกก” ผีพระหัวขาดร้องดังลั่นด้วยความเ็ปก่อนจะสลายหายไป
นิคหลังจากหลุดจากผีพระหัวขาดมาได้ก็ทรุดลงกับพื้นทันทีพร้อมกับกอบกวยอากาศหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วความใ
“นิค! เป็อะไรไหม?” มิ้งที่เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปประคองนิคทันที
“ไม่เป็ไรมาก ขอบใจมึงนะที่ช่วยกูไว้” นิคเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินออกมาจากห้องเก็บของด้วยขาที่สั่นเทาด้วยความใกลัวที่ยังคงค้างอยู่ในจิตใจ
“ดีนะที่กูได้คาถาจากป้ามา”
“มึงสอนกูที กูว่าเดียวมันต้องกลับมาอีกแน่ๆ” นิคเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ ตัว อย่างหวาดระแวง
“มึงท่องตามกูนะ พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง...” มิ้งเอ่ยพร้อมกับเริ่มสอนคาถาที่ป้าข้างบอกของเธอสอนมาให้กับนิคอีกทีเพื่อป้องกันตัว
“แค่นี้ใช่ไหม” นิคเอ่ยถามเมื่อตนเองท่องจำจนได้แล้ว
“แค่นี้แหละ แล้วสายสินที่กูให้มึงก็เก็บดีๆ ป้าข้างบ้านกูเขาบูชามากูยกให้มึง”
“เค งั้นกูไปก่อนนะกลัวไปถึงแล้วจะมืด”