“เห้อ!...เจ้าพูดจบหรือยัง?”
หยุนเฟยพลันกล่าวขึ้นมาพลางหาวควบคู่กันไป!...มันไม่แม้แต่จะฟังคนตรงหน้ามันพูดด้วยซ้ำ!
“บัดซบ!”
เมื่อโดนหยามมีหรือพวกมันจะยังควบคุมสติไว้ได้!...ไอสังหาระดับ 1ถูกปล่อยออกมาจากศัตรูที่อยู่ตรงหน้าหยุนเฟย!...เสียงชักดาบเกิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง!...พวกมันพร้อมแล้วที่จะสังหารเจ้าหนุ่มนี่!
“เหอะ!...แค่นักฆ่าปลายแถว!”
หยุนเฟยพลันแค่นเสียงด่าออกมาอย่างโจ่งแจ้งไม่มีวี่แววของความเกรงกลัวแม้แต่น้อย!...ก่อนมันจะลุกขึ้นมาในท่ายืนอีกคราเพื่อเตรียมพร้อมออกกำลังกายช่วงบ่าย!
“นับว่าแกช่างปากดียิ่งนัก!...เดิมทีข้ากะจะเอาชีวิตแกไปโดยไม่ต้องให้แกทรมานแต่ก็ต้องโทษ!...”
ชิ้ง!!
.
.
.
ตุบ!
กล่าวไม่ทันจบประโยคดี!...ชายร่างสูงใหญ่กล้ามเป็นมัดระดับปราณจิตขั้น 8ก็ตกตายทันที!...สีหน้าของมันหลังจากที่หัวหลุดจากบ่านั้นเต็มไปด้วยความสงสัย!
...นี่ข้าตายไปแล้วงั้นหรือ?...นี่คือสิ่งที่มันคิด!...ก่อนที่หัวของมันจะตกลงสู่พื้นในอีกไม่กี่ลมหายใจต่อมา!
“!!!”
เหล่านักฆ่ามากมายหลายสิบชีวิตต่างก็ต้องตะลึงกับภาพการตายที่น่าสยดสยองตรงหน้า!...และเมื่อพวกมันเหลือไปมองหยุนเฟยยิ่งทำให้พวกมันเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!
“มะ...มะ...ไม่อ่อนไหวเลยซะ...ซักนิด!”
“เจ้า...เจ้าหนุ่มนี่ฆ่าคนโดยมะ...ไม่กระพริบตาด้วยซ้ำไป!”
ทุกๆคนที่อยู่รอบๆต่างก็ประณามหยุนเฟยในใจว่า...โหดเหี้ยม!...และไม่ใช่เพียงแค่นักฆ่าที่โดนจ้างมาเท่านั้นที่ตะลึง!...แม้แต่คนที่เปียวหยูเรียกว่าอาจารย์เองก็ยังตกตะลึงเช่นกัน!
“พวกแกตั้งสติกันหน่อย!...มันมีคนเดียวเรามีสิบยังไงเราก็ชนะ!”
หัวหน้ากลุ่มของพวกมันพลันพูดขึ้นมาหลังจากได้สติจากเหตุการณ์อันน่าสยดสยองเมื่อครู่!
เมื่อพวกมันได้ยินสิ่งที่หัวหน้ากลุ่มพูดจึงพลันระงับสติอารมณ์เอาไว้ได้!...ก่อนที่จะหันมาทางหยุนเฟยด้วยสีหน้าเดือดดานปะปนกับหวาดเกรง!
“ใช่แล้ว!...ยังไงพวกเราก็มีมากกว่า!...และหัวหน้าพวกเรายังอยู่ในระดับปราณแท้จริงขั้น4 อีกต่างหาก!”
“เหอะ!...ข้าจะแก้แค้นแทนเจ้านั่นเอง!”
กลุ่มนักฆ่าต่างก็กล่าวออกมาเพื่อระงับความกลัวในจิตใจและกดดันหยุนเฟยควบคู่กันไป!...แต่พวกมันหารู้ไม่!...ว่าหยุนเฟยไม่ได้ฟังที่พวกมันพูดเลยซักนิด!...
“พวกเราโจมตีพร้อมกัน!”
หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าพลันพูดกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น!...ก่อนที่คนทั้งสิบจะมุ่งตะเบ็งมาทางหยุนเฟยด้วยทักษะต่างๆ!
ตูม!!!
หยุนเฟยไม่แม้แต่จะขยับเลยซักนิด!...เพราะตอนนี้มันสามารถทำให้วิชาเกร็ดมังกรผู้พิทักษ์หลอมรวมเข้ากับตัวเองได้ถึง7 ใน 10 ส่วน!หากเพียงแต่อาวุธควบคู่กับวิชาระดับที่ต่ำกว่าปราณก่อตั้ง!...น่ากลัวว่าไม่อาจจะทำให้มันมีแม้แต่รอยข่วนด้วยซ้ำ!
แล้วนักฆ่าตรงหน้าพวกมันนี่ถือว่าเป็นตัวอะไรกัน?...ดูจากสภาพแล้วพวกมันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆที่เคยเข่นฆ่าคนมาบ้างเพียงเท่านั้น!...ดาบในมือพวกมันต่างก็เป็นอาวุธ!...กระทั่งวิชาที่พวกมันทั้งหมดใช้ยังเป็นเพียงวิชาระดับไม่เกินปราณก่อตั้งทั้งสิ้น!
หยุนเฟยพลันหน่ายใจกับฉากนี้อย่างถึงที่สุด!...คนพวกนี้ยังคงอ่อนด้อยเกินไปอยู่ดี!...พวกมันเป็นแค่ชาวบ้านที่ตั้งหน้าตรากตรำมาจนถึงระดับที่เหนือกว่าคนทั่วไปได้โดยไม่ต้องเข้าสำนักถือว่าเก่งพอตัว!
แต่ช่างน่าเสียดายที่พวกมันดันกลับตัวมาเป็นนักฆ่าชั้นเลวซะนี่!...หยุนเฟยดูเหมือนจะใจอ่อนลงมาบ้างเมื่อได้เห็นผู้คนดิ้นรนอยู่ตรงหน้า!
สาเหตุก็คงไม่พ้นเพราะการสูญเสียในบททดสอบสืบสายเลือดที่ผ่านพึ่งผ่านมาหยกๆ!...นั่นจึงทำให้มันตระหนักได้ถึงความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ของผู้คน!...และนั่นจึงทำให้มันตัดสินใจได้!
ชิ้ง!!!!!
เสียงที่แหลมกว่าเสียงใดที่เหล่านักฆ่าเคยได้ยิน!...มันคือเสียงที่แผ่วเบาแต่น่ากลัว!
พรวด!!!
และนี่คือสิ่งที่หยุนเฟยเลือก!...เลือดของคนทั้งสิบพลันพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอสู่บนฟากฟ้าอย่างน่าอดสู!...หัวทั้งสิบพลันตกลงสู่พื้นอย่างน่าสงสาร!...สีหน้าพวกมันยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย!...เพราะการตายของมันไม่แม้แต่จะให้มีโอกาสสั่งเสีย!
“พวกเจ้าตายอย่างไม่ต้องทรมาน!...นี่คือความเมตตาจากข้า!”
หยุนเฟยพลันเดินจากไปพลางและพูดไปพลางอย่างเย็บเฉียบเรียบนิ่ง!...ใครที่ได้ยินคำพูดนี้ควบคู่กับการกระทำของมันก็คงต้องพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า…
“เมตตาบ้านแกสิ!”
และแล้วคนที่ถูกเปียวหยูเรียกว่าอาจารย์ก็พลันกล่าวคำนี้ขึ้นมา!
แม้สีหน้าของมันจะยังเรียบนิ่ง!...แต่จิตใจของมันเองก็สั่นไหวขึ้นมามิใช่น้อย!...หากแต่ไม่เกรงกลัวก็เท่านั้น!...ที่มันต้องตกตะลึงนั้นก็คงจะไม่พ้นฉากนองเลือดเมื่อซักครู่!
ฉากที่ชายหนุ่มหยิบทวนที่คลุมด้วยพลังปราณตวัดฉับหนึ่ง!...ก่อนที่จะได้ยินเสียงของแข็งกระทบกับพื้น!
...นี่ไม่ใช่คุณสมบัติของนักฆ่า!...แต่มันคือความโหดเหี้ยมของจอมมาร!...นี่คือสิ่งที่มันคิดเกี่ยวกับหยุนเฟยในครานี้!
“ฮืม...อายุ 16 ปราณจิตขั้นสูง!...ไอสังหารไม่แผ่เผยแต่กลับสังหารได้อย่างเย็นชาและไม่แยแส!...พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับภพแห่งนี้กันแน่?”
ชายชราที่ถูกเปียวหยูเรียกว่าอาจารย์พลันกล่าวขึ้น!...ก่อนมันจะหันไปสนใจทางอื่นทันที!
7 วันผ่านไป……
ปัง!!
เสียงของพลังปราณอันพรั่งพรูระเบิดออกมาจากร่างกายมนุษย์ตัวน้อย!...เป็นสัญญาณการเพิ่มระดับไปอีก 1 ขั้น!
“ปราณจิตขั้น 9!!”
หยุนเฟยพลันกล่าวออกมาอย่างเปี่ยมสุข!...ณสถานที่ที่มันอยู่ตรงนี้คือจุดในเขาลูกหนึ่งที่ใกล้กับภูเขาไฟในเขตที่ 3 ไม่เกิน100 ลี้!...อาจเป็นเพราะในสถานที่แห่งนี้ร้อนอบอ้าวจากไอร้อนของภูเขาไฟทำให้ปราณแถวนี้บริสุทธิ์กว่าที่อื่นๆ!
ด้วยพลังปราณอันแสนบริสุทธิ์จากถ้ำๆนี้!...ควบคู่กับการใช้พลังจิตวิญญาณกลั่นกรองให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นทำให้พลังปราณในที่แห่งนี้เหมาะแก่การใช้บ่มเพาะปราณมังกรอย่างยิ่ง!
การบ่มเพาะปราณมังกรนั้นเป็นการบ่มเพาะพิเศษ!...และมันยังเป็นวิชาบ่มเพาะระดับจักรพรรดิบรรพกาล!...การบ่มเพาะด้วยวิธีนี้ทำให้ทั้งรากฐานและจุดลมปราณทุกจุดคงทนขึ้น!...และเมื่อควบคู่กับวิธีกลั่นพลังปราณของหยุนเฟย!...ทำให้พลังรากฐานยิ่งคงทนขึ้นมาอีกหลายขั้น!
เรื่องรากฐานการบ่มเพาะแตกพังย่อมเป็นไปไม่ได้!...เรื่องเส้นลมปราณพิการอีกคราก็เป็นไปมิได้เช่นกัน!...เพราะวิชาบ่มเพาะนี้สามารถเข้ากันได้กับกายบรรพกาลของหยุนเฟย!
หรืออีกในหนึ่งก็คือความแข็งแกร่งทางร่างกายของกายบรรพกาล!...จะสามารถมาเพิ่มความคงทนให้กับเส้นลมปราณอีกเช่นกัน!
“เห้อ!...อย่างที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด!...ใครมันจะอยากนั่งเฉยๆดูดพลังปราณเพื่อเพิ่มระดับได้กัน?...สู้ออกไปวิ่งเล่นล่าสัตว์ยังจะง่ายเสียกว่า!”
หยุนเฟยพลันปล่าวขึ้นมา!...เพราะไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อนตัวมันเองก็ใช้วิธีการต่อสู้เพื่อเพิ่มระดับ!...
การบ่มเพาะนั้นคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าการอัดแน่นพลังปราณเข้าไปในจุดตันเถียน!...แต่มันไม่ใช่!...การบ่มเพาะนั้นเป็นการเพิ่มขนาดของเส้นลมปราณ!...นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนมากบ่มเพาะช้านานนัก!
การบ่มเพาะนั้นมีอยู่สองแบบใหญ่ๆคือ...วิธีแรก!...การบ่มเพาะแบบอัดแน่น!...การบ่มเพาะแบบอัดแน่นคือการใช้ลมปราณมาอัดแน่นเข้าไปในเส้นลมปราณที่ยังมีพลังปราณมากมายไหลเวียนอยู่!...
วิธีที่สองคือการบ่มเพาะแบบเพิ่มพูน!...การบ่มเพาะแบบเพิ่มพูนนั้นจะทำได้โดยการขับลมปราณออกจากเส้นลมปราณให้เหลือเพียงเล็กน้อยและค่อยดูดมันเข้ามาตามธรรมชาติ!...
หลังจากผ่านไปอีก 3 วัน......
โฮก!!!!
เสียงสัตว์อสูรร้องขึ้นมาอย่างโกธรเคือง!...เมื่อมองดีๆแล้วมันกำลังวิ่งไปพลางทำท่าขู่ไปพลาง!...และสิ่งที่มันกำลังไล่ล่าอยู่นั่นก็คือชายหนุ่มรุ่นเยาว์หล่อเหลาราวเทพบุตร!...นามของมันผู้นั้นคือ...หยุนเฟย!...
“บัดซบ!...ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าจะมีสัตว์อสูรระดับปราณปฐพีอยู่ในเขตที่สองด้วย!...”
หยุนเฟยพลันก่นด่าในความโชคร้ายของตนเอง!...เพราะจู่ๆในขณะที่มันกำลังปลดเบาอยู่ที่บุ่มไม้กลับทำให้น้ำเสียไปรดบนตัวของแรดอัคคีเข้า!...ทำให้เดิมทีแรดอัคคีที่มีนิสัยใจร้อนยิ่งร้อนรนเข้าไปอีก!
หากว่าหยุนเฟยสู้มีหรือจะแพ้?...แต่มันต้องตัวสินใจให้ดีเสียก่อน!...เพราะหากสู้กันจริงๆสภาพของหยุนเฟยก็ต้องเสียหายไปกว่า 7 ใน 10 ส่วนอย่างมิต้องสงสัย!
ถึงจะเป็นแรดอัคคีที่หยุนเฟยไม่ต้องทนร้อนกับพลังของมัน!...แต่จุดเด่นขอแรดสายพันธุ์นี้คือความแข็งแรง!...แข็งแรงขนาดที่ดาบมารพิโรธยังทำได้แค่รอยแผลกรีดเล็กเท่านั้น!
แต่มหานักบุญมีหรือจะยอมเสียชื่อ!...มันพลันคิดแผนไว้กับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว!...และจุดที่มันมุ่งหน้าไปก็คือถ้ำที่มันเคยอยู่เมื่อ 3 วันก่อนนั่นเอง!...เพราะหากแรดตัวนี้เข้ามาในที่อับเช่นนั้น!...ด้วยวิชาเดินชมจัทร์ของหยุนเฟยคงทำให้ปราบมันได้ง่ายๆเป็นแน่แท้!
ตึง!!
เสียงของนอแรดพุ่งเข้าชนกับกำแพงในถ้ำ!...ถ้ำที่หยุนเฟยเคยอยู่เมื่อ 3 วันก่อน!...หยุนเฟยที่เห็นดังนั้นมันก็พลันแสยะยิ้มขึ้นมา!
“ยังไงแก่ก็ยังเป็นแค่สัตว์อสูร!...สติปัญญาก็มีน้อยนิด!...หากนอของแกติดอยู่เช่นนั้นไปเรื่อยๆเห็นทีวันนี้ข้าคงจะได้กินแรดเป็นอาหารเที่ยงเสียแล้ว!”
หยุนเฟยพลันกล่าวข่มขู่แรดอัคคีที่อยู่ตรงหน้ามัน!
โฮก!!!
และดูเหมือนแรดอัคคีจะมองเห็นรังสีแห่งความอำมหิตจกาตัวหยุนเฟย!...ทำให้มันพลันส่งเสียงคำรามดังไปทั่งห้องด้วยความหวาดกลัว!
“หวานหมู!”
หยุนเฟยกล่าวออกมาอย่างเสียงเรียบ!...ก่อนจะเดินเขาไปทางแรดอัคคีอย่างช้าๆ!
ชิ้ง!!
ดาบมารพิโรธโดนชักออกมาจากแหวนมิติอย่างน่างงงัน?...และกำลังจะฟาดฟันไปยังตัวของแรดอัคคีอย่างโหดเหี้ยม!
แฉ็บ!!
เสียงของหนักที่ขาดออกมาของแรดอัคคีทำให้คนที่ได้ยินต่างก็รู้สึกขนลุกขนชัน!...หยุนเฟยพักก่อนครู่หนึ่ง!...ก่อนมันจะฟันไปอีกครา!
ฉัวะ!!
ด้วยการที่มันฟันเข้าไปที่แผลเดิมของแรดอัคคีตัวนี้!...ทำให้การฟันครานี้ได้ผลกว่าคราที่แล้ว!...ฉัวะๆๆๆ!...หยุนเฟยยังคงฟันต่อไปเรื่อยๆ!...จนกระทั่ง!
ผลัก!!
เสียงของชิ้นเนื้อยักษ์ใหญ่สองก้อนหล่นตกลงพื้นพร้อมๆกันดังขึ้น!...แรดอัคคีครานี้ได้กลายเป็นอาหารเที่ยงของรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งไปเสียแล้ว!
To be continue……